ISAN Insight

พลิกโฉมนครพนม กับสุดยอดโครงการคมนาคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย โดยเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจ ด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (GPP) เท่ากับ 50,217,015 บาท นครพนมยังมีบทบาทสำคัญในฐานะประตูเชื่อมต่อไทย ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 สะพานมิตรภาพแห่งนี้เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 โดยเชื่อมต่อจังหวัดนครพนมกับแขวงคำม่วนของประเทศลาว ด้วยความยาว 780 เมตร และทัศนียภาพที่สวยงามของแนวเขา สะพานแห่งนี้กลายเป็นเส้นทางสำคัญทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการค้า ระหว่างประเทศไทย เวียดนาม และจีนตอนใต้ ข้อมูลเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทย-ลาวแสดงให้เห็นถึงมูลค่าการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังลาวที่ 6,705 ล้านบาท และการนำเข้าสินค้าจากลาวที่ 64,302 ล้านบาท สะพานแห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนย้ายสินค้าที่สำคัญของภูมิภาค โครงการพัฒนาด้านคมนาคมสำคัญในอนาคต เพื่อยกระดับศักยภาพของจังหวัดนครพนม ภาครัฐได้ผลักดันหลากหลายโครงการคมนาคมที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและการขนส่งในพื้นที่ 1. รถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม เส้นทาง: บ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม (สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3) ระยะทาง: 355 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ: 66,848 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จ: พ.ศ. 2571 ศักยภาพ: เชื่อมต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับพื้นที่เศรษฐกิจทางตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) รองรับผู้โดยสารได้ถึง 3.8 ล้านคนต่อปี เพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์เกษตร ซีเมนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค มากถึง 700,000 ตันต่อปี 2. ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม พิกัด: ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม มูลค่าโครงการ: 1,300 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จ: พ.ศ. 2568 ศักยภาพ: เป็นศูนย์รวมการรวบรวม คัดแยก และกระจายสินค้า เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ สนับสนุนการเชื่อมโยงกับรถไฟทางคู่และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ 3. ถนนสายเชื่อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน-ศูนย์กลางการค้าส่งชายแดน พิกัด: สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 – ทล.212 อำเภอท่าอุเทน (ระยะทาง 23.1 กิโลเมตร) มูลค่าโครงการ: 949 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จ: พ.ศ. 2568 ศักยภาพ: เพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมระหว่างไทยและลาว สนับสนุนการขนส่งสินค้าด้วยระบบโลจิสติกส์ที่ครบวงจร เพิ่มโอกาสด้านการค้าและการลงทุน ด้วยศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะเกิดขึ้น นครพนมจึงเป็นพื้นที่ที่มีอนาคตสดใสในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการคมนาคม นอกจากจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของจังหวัด ยังส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อในภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน.   ที่มา: ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม, กรมการขนส่งทางบก, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม, การรถไฟแห่งประเทศไทย, สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

พลิกโฉมนครพนม กับสุดยอดโครงการคมนาคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง คนอีสานยังดูโทรทัศน์/ฟังวิทยุกันอยู่บ่ เเละคนเเต่ละจังหวัดมักช่องไหนมากสุด

. การสื่อสารถือได้ว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ สามารถทำให้สังคมดำรงอยู่ได้และเกิดการผลักดันสังคม ให้พัฒนาไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งสังคมและประเทศจะพัฒนาได้นั้น ประชาชนจะต้องได้รับความรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติความเชื่อ พฤติกรรม และวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เกิดขึ้น การสื่อสารจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าในทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองให้แก่ชุมชนและประเทศชาติ . เเม้ในยุคปัจจุบันผู้คนจะใช้โทรศัพย์มือถือมากขึ้น เเต่ประชาชนร้อยละ 80.7 ระบุว่ารับรู้ข้อมูลข่าวสารจากโทรทัศน์มากที่สุด มากกว่า สื่อสังคมออนไลน์เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ ติ๊กต็อก รองลงมาคือพูดคุยกับคนรอบตัว เเละวิทยุก็ยังเป็นอีกช่องทางสื่อสารที่สําคัญ . ในภาคอีสานจากการสำรวจการรับฟัง/รับชมรายการ ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ . พบว่า ร้อยละของประชาชนที่รับชมรายการจากสถานีโทรทัศน์ มากที่สุดอยู่จังหวัดศรีสะเกษ 97.1 % รองลงมาคือบึงกาฬเเละขอนเเก่น โดยสถานีโทรทัศน์ที่รับชมมากที่สุดจะมีอยู่ 2 ช่องคือ ช่อง 7 HD เเละ ช่อง 3 HD . ส่วนวิทยุนั้นร้อยละของประชาชนที่รับฟังรายการจากสถานีวิทยุมากสุดอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด 72.9 % ส่วนน้อยสุดอยู่ที่หนองคาย 16.3 % สถานีวิทยุที่รับฟังมากที่สุด จะเป็นวิทยุชุมชนไม่ก็ สวท.   โดยช่วงเวลาที่คนอีสานรับฟังวิทยุมากสุด คือช่วง  5.00-09.00 น. เเต่รับชมโทรทัศน์มากสุดในช่วง 18.01-21.00 น. . อาชีพข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้าง ของรัฐ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ รับฟังวิทยุมากสุดเป็นร้อยละ 39.2  ส่วนอาชีพอื่น ๆ เช่น พ่อบ้าน/แม่บ้าน ข้าราชการบำนาญ ชรา ว่างงาน/ไม่มีงานทำรับชมโทรทัศน์มากสุดถึงร้อยละ 90.6 . เเละจากการสํารวจ รายการที่ต้องการฟัง  ร้อยละของประชาชนที่รับฟังรายการจากสถานีวิทยุ จำแนกตามรายการวิทยุที่ต้องการรับฟัง 5 อันดับแรก 1.รายการข่าวสาร 73.7% 2.รายการเพลง 60.9% 3.รายการข่าวสารและบันเทิง 26.7% 4.รายการบันเทิง 18.7% 5.รายการท้องถิ่น 13.1% . รายการโทรทัศน์ที่ต้องการรับชม ร้อยละของประชาชนที่รับชมรายการจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ จำแนกตามรายการโทรทัศน์ที่ต้องการ รับชม 5 อันดับแรก 1.รายการข่าวสาร 68.5% 2.รายการละคร 53.2% 3.รายการข่าวสารและบันเทิง  41.8% 4.รายการบันเทิง 40.3% 5.รายการกีฬา 28.5% . ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ,กรมประชาสัมพันธ์ หมายเหตุ : เป็นร้อยละของกลุ่มตัวอย่างประชาชนผู้ตอบสัมภาษณ์ . ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

พามาเบิ่ง คนอีสานยังดูโทรทัศน์/ฟังวิทยุกันอยู่บ่ เเละคนเเต่ละจังหวัดมักช่องไหนมากสุด อ่านเพิ่มเติม »

อ.ศรีเมืองใหม่ เอกลักษณ์ผังเมืองแปดทิศอันโดดเด่นแห่งเมืองอุบล

การวางผังเมืองถือเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองและชุมชนให้สมดุล ยั่งยืน และตอบสนองความต้องการของประชากรในระยะยาว โดยในภาคอีสาน มีอำเภอหนึ่งที่นับเป็น “Unseen of Isan” ด้วยผังเมืองที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ลักษณะของผังเมืองแห่งนี้เป็นรูปแปดเหลี่ยมแปดทิศ ซึ่งเปรียบเสมือนใยแมงมุมที่สะท้อนถึงความเป็นระเบียบและความงดงามอย่างลงตัว อำเภอแห่งนี้คือ อำเภอศรีเมืองใหม่ ตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ความเป็นมาและความโดดเด่นของผังเมืองแปดทิศ อำเภอศรีเมืองใหม่ เดิมมีชื่อว่า “เมืองโขงเจียม” เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขง ความโดดเด่นของผังเมืองอำเภอนี้คือการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแปดเหลี่ยม โดยมีสวนสาธารณะศรีเมืองใหม่ตั้งอยู่ตรงกลาง พร้อมถนนแปดสายที่แยกออกจากสวนสาธารณะ ทำให้ภาพรวมของผังเมืองดูคล้ายใยแมงมุม ข้อดีของผังเมืองรูปแบบนี้คือความเป็นระเบียบ สวยงาม และเอื้อต่อการพัฒนาในอนาคต ไม่เพียงแต่ตอบสนองการใช้งานในปัจจุบัน แต่ยังสร้างความสมดุลระหว่างพื้นที่สาธารณะและพื้นที่อยู่อาศัยอย่างลงตัว การวางผังเมืองของอำเภอศรีเมืองใหม่เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2500 ขณะนั้นยังเป็น “บ้านศรีเมืองใหม่” ในอำเภอโขงเจียม ต่อมาในปี พ.ศ. 2514 ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอศรีเมืองใหม่ คำว่า “ศรีเมืองใหม่” หมายถึง “ที่อยู่อาศัยใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยความสุข ความเจริญ และความสง่างาม” ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นต้นแบบของความเจริญในภูมิภาค รูปภาพจาก: กลุ่ม facebook ศรีเมืองใหม่…….บ้านเฮา   ผังเมืองแปดทิศ ความพิเศษที่พบได้ยาก ผังเมืองรูปแบบแปดทิศนี้พบได้ยากในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในประเทศจีน มีเมืองหนึ่งที่มีผังเมืองลักษณะคล้ายกันคือ เมืองเท๋อเค่อสือ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เมืองนี้ถูกออกแบบตามแนวคิด “ปากั้ว” ซึ่งเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ยเกี่ยวกับพลังงานในทิศต่างๆ อีกทั้งยังเป็นเมืองเดียวในจีนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร   ธรรมชาติอันงดงามของศรีเมืองใหม่ นอกจากความโดดเด่นของผังเมืองแล้ว อำเภอศรีเมืองใหม่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม อย่าง วนอุทยานน้ำตกผาหลวง ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลนาเลิน ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีเพียงชั่วโมงเศษ น้ำตกผาหลวงมีจุดเด่นในเรื่องความหลากหลายของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ป่าไม้ หินผา และทิวทัศน์อันสวยงาม กิจกรรมที่สามารถทำได้ที่นี่มีหลากหลาย เช่น เดินป่า ตั้งแคมป์ ชมดาวในยามค่ำคืน หรือพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศธรรมชาติ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: วนอุทยานน้ำตกผาหลวง อำเภอศรีเมืองใหม่คืออัญมณีแห่งภาคอีสานที่ไม่ควรพลาด ด้วยผังเมืองที่มีเอกลักษณ์ มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างลงตัว รูปภาพจาก: Facebook วนอุทยานน้ำตกผาหลวง ที่มา: เว็บไซต์เทศบาลตำบลศรีเมืองใหม่ Ubon Outdoor การท่องเที่ยวจีน – CNTO Bangkok 4 จังหวัด คูเมืองโบราณในอีสาน วิทยาการการจัดการน้ำในเมืองโบราณของคนในอดีต  

อ.ศรีเมืองใหม่ เอกลักษณ์ผังเมืองแปดทิศอันโดดเด่นแห่งเมืองอุบล อ่านเพิ่มเติม »

เติบโตด้วยตนเอง..‘อุดรธานี’ ถูกผลักดันจากภาครัฐน้อยกว่า ‘ขอนแก่น’ จริงหรือ?

  ความรุ่งเรืองของ ‘อุดร’ จากอดีต กระทั่ง ปัจจุบัน อุดรธานี จังหวัดใหญ่แห่งอีสานที่เจริญเติบโตมาตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และช่วงสงครามเย็น โดยในยุคสงครามเย็น ช่วงปี พ.ศ. 2497-2505 มีสหรัฐฯ เข้ามาช่วยพัฒนาโครงสร้างในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น ถนนมิตรภาพ วางรากฐานสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมไปถึงสนามบิน ส่งผลให้ในยุคนั้น อุดรธานีเป็นที่ถึงดูดของคนต่างท้องที่ ต่างเชื้อชาติ ตั้งรกราก ไม่ว่าจะเป็น ทหารอเมริกัน คนเวียดนามที่ลี้ภัยสงคราม คนจีนที่เข้ามาค้าขาย  ส่งผลให้เม็ดเงินมหาศาลเข้ามายังอุดรธานี ซึ่งความเจริญของอุดรในยุคนั้นสะท้อนได้จากการที่มีร้านอาหาร ผับ บาร์ สถานบันเทิง อยู่เต็มเมือง มีความทันสมัยทางด้านวัฒนธรรม อาหาร แฟชั่น แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ ในอีสาน   รูปภาพจาก: Yothin Samrandee    เรื่องราวในอดีตยังคงมีผลมาจวบจนปัจจุบัน โดยสภาพสังคมของเมืองอุดร หลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม มีชุมชนคนจีนและเวียดนามอาศัยอยู่มาก มีฝรั่งเดินอยู่ทั่วไป มีคนลาวเข้ามาช้อปปิ้งทุกวัน โดยยอดผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติของอุดรฯ ในช่วง ม.ค.- พ.ย. 2567 มีจำนวน 9.5 แสนคน อันดับ 2 ในอีสานรองจากเมืองติดริมโขงอย่างหนองคาย แต่พบว่าอุดรธานีมีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ 12,508 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าหนองคายที่เท่ากับ  8,183 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าคนลาวในเวียงจันทน์ซึ่งมีกำลังซื้อสูง เดินทางผ่านเข้ามายังด่านหนองคายเพื่อเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในเมืองอุดรนั่นเอง นอกจากนั้นตลอด 15 ปีที่ผ่านมา  สนามบินอุดรธานี ยังมีสถิติเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารสูงที่สุดอันดับ 1 ในอีสานทุกปี  โดยในปี 2566 และ 2567 มีจำนวนผู้โดยสารรวมกว่า 3.6 ล้านคน โดยอันดับ 2 คือ สนามบินขอนแก่น มีจำนวน 3.1 ล้านคน รูปภาพจาก: กรมท่าอากาศยาน Agoda เผย อุดรธานีคว้าอันดับ 1 จุดหมายท่องเที่ยวสุดคุ้ม    จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าอุดรธานีเป็นเมืองค้าขายและหมุดหมายการท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้งคนไทยและต่างชาติ อย่างไรก็ตาม มีหลายๆเสียงที่บอกว่า อุดรธานีนั้นป็นจังหวัดใหญ่ในอีสานที่ถูกภาครัฐให้ความสำคัญน้อยกว่าจังหวัดอื่นอย่างขอนแก่น? เรื่องนี้ จริงเท็จแค่ไหน Isan insight & Outlook สิพามาเบิ่ง   ‘อุดร’ ถูกลดความสำคัญ ‘ขอนแก่น’ กลายเป็นตัวเลือกแรกของรัฐ ประเด็นนี้ต้องมองย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2500 เป็นช่วงที่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เข้ามามีอำนาจทางการเมือง ได้ให้กำเนิดนโยบาย “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก” เป็นนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่างๆของไทย โดยใช้ ‘แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่หนึ่ง’

เติบโตด้วยตนเอง..‘อุดรธานี’ ถูกผลักดันจากภาครัฐน้อยกว่า ‘ขอนแก่น’ จริงหรือ? อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง 10 สถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานที่ควรไปเยือนสักครั้ง

. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม (จังหวัดอุบลราชธานี) . หาดดอกเกด (จังหวัดกาฬสินธุ์) . สามพันโบก (จังหวัดอุบลราชธานี) . หินสามวาฬ (จังหวัดบึงกาฬ) . วัดป่าภูก้อน (จังหวัดอุดรธานี) . ภูทอก (จังหวัดบึงกาฬ) . ปราสาทหินพนมรุ้ง (จังหวัดบุรีรัมย์) . Blue Lagoon ภูผาม่าน (จังหวัดขอนแก่น) . หมู่บ้านช้าง (จังหวัดสุรินทร์) . เมืองเชียงคาน (จังหวัดเลย) . สถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานนั้นช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในหลายด้าน เช่น รายได้จากค่าธรรมเนียมเข้าชม การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และยังมีธุรกิจผุดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น  ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร และการขนส่ง ที่ช่วยให้เกิดการจ้างงานคนในชุมชนต่างๆ ทำให้เกิดการกระจายรายได้ในชุมชน . รายได้จากการท่องเที่ยวภาคอีสานปี พ.ศ 2567 นั้นสูงถึง 75,366 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้ากว่า 19.4% เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว รัฐบาลและเอกชนจึงต้องมีการลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ทางเดิน และสาธารณูปโภค สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลให้คนในชุมชนได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น และผลกระทบที่ตามมาแน่นอนคือเรื่องการรักษาสิ่งแวดหากไม่การควบคุมที่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดปัญหาขยะมากมายตามสถานที่ท่องเที่ยว  . เราจึงควรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อไม่แออัดเกินไปและเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว อีกอย่างการส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิลยังช่วยลดปัญหาขยะ และยังสามารถส่งเสริมให้คนในชุมชนผลิตบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาห่อสินค้าผลิตภัณฑ์ชองชุมชน แถมเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้อีกด้วย . ที่มา: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย . ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่ https://linktr.ee/isan.insight . #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์#สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน#ท่องเที่ยว#เที่ยวอีสาน  

พามาเบิ่ง 10 สถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานที่ควรไปเยือนสักครั้ง อ่านเพิ่มเติม »

Seagate โคราช หนึ่งในผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ของโลก

ชื่อบริษัท: บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ปีที่ก่อตั้ง (โรงงานผลิตในไทย): โรงงานเทพารักษ์ พ.ศ. 2531 โรงงานโคราช พ.ศ. 2539 โรงงานโคราช 2 พ.ศ. 2558 ทุนจดทะเบียน: 30,829 ล้านบาท ประเภทธุรกิจ: การผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วง (26209) ส่วนแบ่งการตลาดในประเทศ: 36.36%* สำนักงานใหญ่: ฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา HDD ของ Seagate มีรุ่นอะไรบ้าง: IronWolf / Pro Exos SkyHawk BarraCuda Portable Hard Drive   ปี รายได้รวม (ล้านบาท) การเปลี่ยนแปลง 2565 180,663 8.34 2566 146,451 -24.79 2567 125,073 -14.59   ปี กำไรสุทธิ (ล้านบาท) การเปลี่ยนแปลง 2565 5,318 7.56 2566 4,345 -18.3 2567 3,712 -14.57   ขนาดโรงงานการผลิตของ Seagate ทั่วโลก ประเทศ พื้นที่โดยประมาณ (ตร.ม.)** โคราช 251,000 สิงคโปร์ 140,000 มินนิโซตา 101,000 จีน (อู๋ซี) 65,000 มาเลเซีย (ยะโฮร์) 58,000 ไอร์แลนด์เหนือ 44,000 เทพารักษ์ 42,000 หมายเหตุ:  เป็นการเปรียบเทียบรายได้รวมของบริษัทกับธุรกิจทุกขนาดที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันทั้งประเทศ พื้นที่ของโรงงานเป็นการแปลงหน่อยจาก ตร.ฟุต เป็น ตร.ม. ทำให้อาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ฮู้บ่ว่า? ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดดิสก์รายใหญ่อันดับสองของโลก เป็นรองเพียงประเทศจีนเท่านั้น โดยในปี 2566 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 8,151 ล้านดอลลาร์ สรอ. ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าที่ 11,537 ล้านดอลลาร์ สรอ. (-29.35%) เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีน และประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk Drive: HDD) รายใหญ่ของโลก แต่ว่าการส่งออกนั้นไม่ใช่ในนามของแบรนด์สินค้าภายในประเทศตนเอง กล่าวคือประเทศเหล่านี้เป็นฐานการผลิตให้กับแบรนด์ใหญ่ๆ ที่มาตั้งโรงงานการผลิตภายในประเทศ ดังนั้นหากเรามองดูการครองส่วนแบ่งการตลาดของแบรนด์ผู้ขาย HDD ทั่วโลกนั้นจะพบว่าแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกมากที่สุดอันดับ 3 อันดับแรก

Seagate โคราช หนึ่งในผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ของโลก อ่านเพิ่มเติม »

ฮู้บ่ว่า จาก 108 พระพุทธรูปคู่เเผ่นดิน เเดนอีสานมีองค์พระปฎิมาเพียง 3 องค์ 

ฮู้บ่ว่า จาก 108 พระพุทธรูปคู่เเผ่นดิน เเดนอีสานมีองค์พระปฎิมาเพียง 3 องค์  . . พระพุทธรูปหรือพระปฏิมาเป็นสัญลักษณ์เเทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พุทธศาสนิกชนสักการะบูชาด้วยความระลึกถึงพระศาสดา พระพุทธปฏิมาทุกองค์แสดงให้เห็นถึงความ รุ่งเรื่องไพบูลย์ของพุทธศาสนาโดยประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอารามต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างแน่นแฟ้น ทั้งนำความเป็นสิริมงคลและอานุภาพแห่งพระพุทธปฏิมาปกแผ่คุ้มครองชาวไทยให้ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา . จำนวน 108 เป็นตัวเลขมงคลในทางพระพุทธศาสนา ตามคัมภีร์ชิ้นาลังการฎีกาของลังการะบุว่าเป็นมงคลที่พราหมณได้เห็นจากฝ่าพระบาทของเจ้าชายสิทธัตฉะเมื่อประสูติได้ 5 วัน ดังปรากฏการจำหลักลวดลายมงคล 108 ประการที่ฝ่าพระบาทพระพุทธไสยาส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามและมงคลในทางโหราศาสตร์ ซึ่งอ้างกำลังเทวดาอัฐเคราะห์ได้ 108  เช่นกัน  . กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้เลือกสรรพระพุทธปฏิมามาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจากทั่วประเทศจํานวน 108 องค์ ตามเลขมงคลในทางศาสนาพุทธ อันเป็นหลักฐานเเสดงความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาที่ประดิษฐานอย่างมุ่นคงในประเทศไทย  . โดยในภาคอีสานมีองค์พระปฏิมาที่ได้รับการเลือกสรรเพียง 3 องค์ดังต่อไปนี้  . 1.หลวงพ่อองค์ตื้อ ที่ตั้ง : วัดศรีชมพูองค์ตื้อ หนองคาย  ขนาด : ​​สูง 4 เมตร หน้าตักกว้าง 3.29 เมตร รูปแบบศิลปะ :  ล้านช้าง อายุ :  ต้นพุทธศตวรรษที่ 22 ความสําคัญ : เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสําริดที่ใหญ่ที่สุดในหนองคาย เป็นที่เคารพของประชาชนทั้งสองฝั่งเเม่นํ้าโขง ตำนานที่เกี่ยวข้อง : ตำนานกล่าวถึงการหล่อพระเจ้าองค์ตื้อ วัดศรีชมพูองค์ตื้อนี้ว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชมีพระราชดำริจะหล่อพระเจ้าองค์ตื้อขึ้นที่บ้านน้ำโหม่ง และได้ชักชวนชาวบ้านให้มาร่วมบุญ ซึ่งชาวบ้านในท้องที่และต่างถิ่นต่างนำทองเหลือง ทองแดงมาตามจิตศรัทธาได้น้ำหนักรวมกัน 1 ตื้อ มีการแยกกันหล่อเป็นส่วนๆ ในวันสุดท้ายมีการหล่อพระเกศ เริ่มตั้งแต่เช้าแต่ก็ไม่เสร็จเพราะทองยังไม่ละลายดี พอถึงเวลาเพลก็แยกย้ายกันไป ทิ้งเบ้าไว้ในเตา เมื่อกลับมาอีกครั้ง ปรากฏทองถูกเทใส่เบ้าแล้วและมีลักษณะที่งามกว่าที่คาดไว้ เมื่อสอบถามจึงรู้ว่า มีชายชรานุ่งขาวห่มขาวมายกเบ้าจนสำเร็จ   หลวงพ่อพระใส ที่ตั้ง : วัดโพธิ์ชัย  หนองคาย  ขนาด : หน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว สูง 4 คืบ 1 นิ้ว รูปแบบศิลปะ :  ล้านช้าง อายุ :  ปลายพุทธศตวรรษที่ 22 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 23 ความสําคัญ : หลวงพ่อพระใสหรือหลวงพ่อเกวียนหักตามตํานาน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เป็นที่สักการะของศาสนิกชนทั้งสองฝั่งเเม่นํ้าโขง ตำนานที่เกี่ยวข้อง : หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง ตำนานเล่าสืบต่อว่า พระธิดา 3 องค์ ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และตั้งชื่อตามนามของตนไว้ว่า พระเสริม พระสุก

ฮู้บ่ว่า จาก 108 พระพุทธรูปคู่เเผ่นดิน เเดนอีสานมีองค์พระปฎิมาเพียง 3 องค์  อ่านเพิ่มเติม »

ยอดรถจดทะเบียนภาคอีสานยังซบเซาตลอดปี 67

แผนที่ประเทศ กรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคใต้ รถยนต์ส่วนบุคคล 289,196 14,329 36,687 57,840 50,315 16,831 43,893 % การเปลี่ยนแปลงเที่ยบกับปี 2566 -19.0% -28.6% -31.6% -24.8% -22.6% -21.1% -25.9% รถจักรยานยนต์ 464,876 83,447 235,087 434,642 258,919 124,723 298,117 % การเปลี่ยนแปลงเที่ยบกับปี 2566 -8.1% -9.2% -12.0% -8.6% -6.4% -16.4% -0.3%   จังหวัดอีสาน รถยนต์ส่วนบุคคล % การเปลี่ยนแปลงเที่ยบกับปี 2566 รถจักรยานยนต์ % การเปลี่ยนแปลงเที่ยบกับปี 2566 ชัยภูมิ 1,928 -24.5% 14,908 -5.6% ยโสธร 1,013 -24.5% 9,056 -9.1% อุบลราชธานี 5,964 -24.4% 31,129 -6.8% ศรีสะเกษ 1,625 -28.4% 16,565 -8.7% บุรีรัมย์ 2,254 -32.4% 30,565 -22.5% นครราชสีมา 11,849 -20.7% 43,436 -10.4% สุรินทร์ 1,719 -26.1% 27,576 -3.3% อำนาจเจริญ 735 -8.6% 5,495 -5.4% หนองบัวลำภู 1,075 -23.9% 9,630 -16.7% บึงกาฬ 733 -20.8% 8,905 -12.2% หนองคาย 1,066 -33.7% 11,845 -7.3% เลย 1,489 -28.9% 16,250 16.4% อุดรธานี 6,214 -26.8% 41,532 -14.2% นครพนม 1,327 -18.4% 9,276 -4.8% สกลนคร 1,977 -27.9% 34,869 -4.5% ขอนแก่น

ยอดรถจดทะเบียนภาคอีสานยังซบเซาตลอดปี 67 อ่านเพิ่มเติม »

เปิดสถิติการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง นายก อบจ.โคราช 2563

ISAN Insight and Outlook ขอพาย้อนดูสถิติการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ซึ่งในครั้งนั้น ชาวโคราชที่มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนทั้งสิ้น 2,066,071 คน กระจายใน 48 เขตเลือกตั้ง มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งรวม 1,276,563 คน คิดเป็นสัดส่วน 61.8% ของผู้มีสิทธิทั้งหมด โดยมีบัตรเสีย 6.9% และบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครใด 5.9% . สำหรับผลคะแนนการเลือกตั้งนายก อบจ. ในปี 2563 นั้น ผู้ที่ได้รับเลือกคือ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล ด้วยคะแนน 617,351 เสียง ซึ่งทิ้งห่างอันดับสองคือ นายสาธิต ปิติวรา ที่ได้คะแนน 255,482 เสียง ตามด้วย นายสำเริง แหยงกระโทก ในอันดับสามที่ได้ 219,041 คะแนน ส่วนอันดับสี่และห้าคือ นายวิฑูรย์ ชาติปฏิมาพงษ์ และ นายตรีเพชร พรหมนิติพันธุ์ ตามลำดับ . การเลือกตั้งนายก อบจ. นครราชสีมาในปี 2568 นี้ ถูกจับตามองอย่างมากในฐานะจุดเปลี่ยนสำคัญของจังหวัดใหญ่อันดับต้น ๆ ในภาคอีสาน ผลลัพธ์ที่ได้จะส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาของจังหวัดในอนาคตอย่างไร ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด ที่มา: สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดนครราชสีมา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา . #ISANInsightandOutlook #บ้านเมืองอีสาน #ISANEcon #เศรษฐกิจอีสาน #อบจ #นายก

เปิดสถิติการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง นายก อบจ.โคราช 2563 อ่านเพิ่มเติม »

ยังห่าง 200 เท่า!! ค่าเฉลี่ยจำนวนประชากรต่อรถสันดาป vs รถไฟฟ้า

สถานการณ์ปัจจุบันของรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์น้ำมันในภาคอีสาน . ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นถึงจำนวนผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์น้ำมันในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน โดยในหลายจังหวัดยังคงมีประชากรที่ใช้งานรถยนต์น้ำมันเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าอย่างมาก ตัวอย่างเช่น:   จังหวัดขอนแก่น มีรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 10,282 คัน และรถยนต์น้ำมันถึง 922,008 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประชากร 172 คนต่อรถไฟฟ้า 1 คัน และประชากร 2 คนต่อรถน้ำมัน 1 คัน   จังหวัดนครราชสีมา มีรถยนต์ไฟฟ้า 11,418 คัน เทียบกับรถน้ำมัน 1,430,537 คัน โดยประชากรต่อรถไฟฟ้าเท่ากับ 1 คันต่อ 230 คน   ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มเป็นที่ยอมรับในภาคอีสาน แต่ยังคงมีจำนวนผู้ใช้งานน้อยเมื่อเทียบกับรถยนต์น้ำมันที่ยังเป็นตัวเลือกหลักสำหรับประชาชน . แต่ทว่ายานยนต์ไฟฟ้ากลับมีความสำคัญต่อเป้าหมาย Net Zero ของไทยอย่างมีนัยสำคัญ   การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2065 ตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ รถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ เนื่องจากไม่มีการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ เช่น PM2.5 ซึ่งก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ เป็นต้น . ความท้าทายในการเปลี่ยนผ่าน แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกที่ยั่งยืน แต่ภาคอีสานยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ:   1.โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่สมบูรณ์ เช่น จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าที่จำกัด ข้อมูลจากเว็บไซต์ สถานีชาร์จรถไฟฟ้า.com เว็บไซต์ที่รวบรวมจุดบริการที่ชาร์จแบตรถยนต์ไฟฟ้าระบุว่าในภาคอีสานมีสถานีชาร์จเพียงแค่ 334 จุด คิดเป็นสัดส่วน สถานีชาร์จ 1 จุด ต้องรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 149 คันในปัจจุบัน   2.ราคาของรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังสูง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ถึงแม้ราคาจะถูกลงกว่าช่วง 2-3ปีที่แล้วก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรถสันดาปแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ที่มีรายได้ไม่มากนักยังคงตัดสินใจเลือกรถน้ำมันอยู่   3.ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยียังเป็นข้อกังวลสำหรับผู้บริโภคหลายคน เนื่องจากเรามักจะเห็นข่าวว่ามีอุบัติเหตุเกี่ยวกับแบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้าอยู่บ่อยครั้ง บ้างเสียหายเล็กน้อย บ้างก็อันตรายถึงขั้นระเบิด ทำให้ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยียังต้องพิสูจน์ให้ผู้บริโภคอยู่ . บทสรุปการเปลี่ยนผ่านจากการใช้รถยนต์น้ำมันไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าในภาคอีสานไม่เพียงแต่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น .   ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่ https://linktr.ee/isan.insight #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #รถไฟฟ้า #รถEV #รถยนต์

ยังห่าง 200 เท่า!! ค่าเฉลี่ยจำนวนประชากรต่อรถสันดาป vs รถไฟฟ้า อ่านเพิ่มเติม »

Scroll to Top