อีสาน ภูมิภาคที่มีสัดส่วนคนจน (ด้านรายจ่าย) มากเป็นอันดับ 2 ของไทย กับเหตุผลว่าทำไมต้องเร่งแก้
ก่อนอื่นต้องรู้ว่า ‘ความยากจน’ หรือ Poverty สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ความยากจนด้านตัวเงิน (Monetary Poverty) และที่ไม่ใช่ตัวเงิน (Non-monetary poverty) . เครื่องมือวัดความยากจนด้านตัวเงิน คือ เส้นความยากจน (Poverty line) ดังนั้น ผู้ที่มีรายได้หรือค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคต่ำกว่าเส้นความยากจนจะถูกจัดให้เป็นคนจน . ปี 2563 ภาคอีสาน มีเส้นความยากจน (ด้านรายจ่าย) อยู่ที่ 2,495 บาท/คน/เดือน ทำให้จำนวนคนจนมากถึง 2,128,610 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 11.54% ของคนอีสาน . โดยสัดส่วนคนจนในอีสานนี้ ถ้านำมาเปรียบเทียบกับภาพรวมทั้งประเทศหรือระดับภูมิภาค ถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูง (ไม่ดี) ยิ่งในระดับภูมิภาคเป็นรองแค่ภาคใต้ (สัดส่วนคนจนทั้งประเทศ 6.84% | ภาคใต้ 11.62% | ภาคเหนือ 6.83% | ภาคกลาง 3.25% | กรุงเทพฯ 0.49%) . จังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุดในอีสาน ได้แก่ 1. กาฬสินธุ์ 23.79% 2. นครราชสีมา 21.20% 3. นครพนม 20.33% . จังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนต่ำสุดในอีสาน ได้แก่ 1. เลย 0.28% 2. ขอนแก่น 0.75% 3. หนองคาย 3.42% . สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาโครงสร้างการผลิต ซึ่งแรงงานอีสานส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร และเป็นแรงงานนอกระบบ มีรายได้ไม่แน่นอน จึงส่งผลไปถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วย โดยจากข้อมูลปี 2564 พบว่า ภาคอีสานมีแรงงานนอกระบบมากที่สุด 7.2 ล้านคน หรือคิดเป็น 75.2% อย่างไรก็ตาม ปี 2565 ประเทศไทย รวมถึงภาคอีสานกำลังเผชิญสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างหนัก (จากฝั่ง Supply คือ ของแพงขึ้นจากต้นทุนการผลิตเพิ่ม ไม่ใช่ Demand ซื้อเพิ่ม) . เดือนเมษายนที่ผ่านมา ไทยมีอัตราเงินเฟ้อทั่วไป 4.65% (YoY) ส่วนภาคอีสาน เงินเฟ้อ 4.14% และคาดว่าเดือน พฤษภาคม นี้จะขยับขึ้นอีก จากปัจจัยราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีการอุดหนุนราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซหุงต้ม ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสินค้าและราคาอาหารมีแนวโน้มขยับขึ้น . การที่ต้องเผชิญสถานการณ์เงินเฟ้อ ไหนจะอัตราดอกเบี้ยที่พร้อมจะขึ้นตามเงินเฟ้อ ในขณะที่ค่าแรงยังเท่าเดิม (ข้อมูลค่าจ้างขั้นต่ำล่าสุด เป็นของปี 63) ทำให้ในระยะยาวเราอาจต้องรับมือกับปัญหาหนี้ครัวเรือน […]










