Article

บทความ จากบทวิเคราะห์เศรษฐกิจอีสาน ทั้ง ISAN Outlook และข้อมูลต่างๆ ที่เปิดเผยสู่สาธารณะ รวบรวมให้คุณรู้ทันทุกข้อมูล เศรษฐกิจ การเมือง สังคม อีสาน

PTT ผุดโครงการ ‘ไทยเด็ด’ พื้นที่ของเด็ดของคนไทย ช่วยให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน

พามาเบิ่ง PTT ผุดโครงการ ‘ไทยเด็ด’  พื้นที่ของเด็ดของคนไทย ช่วยให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน   ปัจจุบันหน้าที่ของ ปั๊มน้ำมัน สถานที่ที่เหล่านักเดินทางต่างคุ้นเคย กลับเป็นมากกว่าสถานบริการแจกจ่ายเชื้อเพลิงให้ทุกคนไปถึงจุดหมาย เป็นแหล่งสัญจรชั้นดีของการแวะพักผ่อนจากการเดินทาง การพักทานอาหาร และการจับจ่ายซื้อสินค้าอีกด้วย   เมื่อปี พ.ศ.2561 บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมกับอีก 6 หน่วยงานจัดตั้งโครงการ ‘ไทยเด็ด’ ที่มีเป้าหมายในการสร้างงาน สร้างอาชีพ เติมเต็มคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ดีให้แก่ชาวบ้าน ชุมชน เกษตรกร และสังคมไทย   โดย OR ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ดีและเด็ดประจำท้องถิ่นทั่วประเทศไทย จากกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนกว่า 238 ชุมชน มาสนับสนุนด้านการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย และนำมาวางขายในร้านค้าและมุมสินค้า ‘ไทยเด็ด’ ภายในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศกว่า 83 สถานีที่ร่วมรายการ   โดยสินค้าที่มีอยู่กว่า 254 รายการ มีความหลากหลายครอบคลุมตั้งแต่ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ มีสินค้าครบทุกภาคทั่วประเทศไทย ซึ่งมีสินค้าจากภาคอีสานมากมาย   ยกตัวอย่างเช่น ผัดไทยภูเขาไฟ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งหลังจากที่เข้าโครงการทำให้ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น จาก 10,000 ซองต่อปี เป็น 480,000 ซองต่อปี และมีการขยายเครือข่ายชุมชนผัดไทยภูเขาไฟที่ส่งวัตถุดิบให้ทางโรงงานเพิ่มขึ้น จากเดิม 8 ชุมชน เป็น 20 ชุมชน      ซึ่งมีอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์คือการผสานรวมของทั้งเอกลักษณ์และคุณภาพจากวัตถุดิบประจำท้องถิ่น เมื่อได้รับการปรับปรุงวิธีการนำเสนอและเสริมจุดแข็งด้านสถานที่จำหน่าย ซึ่งก็คือ สถานีบริการ PTT station ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและมียอดขายที่สูงขึ้น เพราะสามารถส่งต่อสินค้าสู่มือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง   ผลลัพธ์จากการดำเนินงานมาตลอด 4 ปี คือนอกจากจะเป็นการช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐานและก้าวไกลสู่ระดับสากลแล้ว โครงการไทยเด็ดยังช่วยสร้างโอกาส สร้างรายได้ และความภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น   อ้างอิงจาก: เว็บไซต์บริษัท workpointtoday thestandard    #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ไทยเด็ด #Thaidet #ปตท #PTT #OR

PTT ผุดโครงการ ‘ไทยเด็ด’ พื้นที่ของเด็ดของคนไทย ช่วยให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน อ่านเพิ่มเติม »

“ภูกระดึง” หนาว 13 องศา นักท่องเที่ยวคึกคัก พร้อมภาพไวรัล “ต้นสนเดียวดาย”

“ภูกระดึง” หนาว 13 องศา นักท่องเที่ยวคึกคัก พร้อมภาพไวรัล “ต้นสนเดียวดาย”   เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2565 อุณหภูมิลดฮวบเหลือ 13 องศาฯ นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นสัมผัสความเย็น และดูแสงแรกอาทิตย์ยามเช้า ชมทะเลหมอก เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ปลายฝนต้นหนาว โดยมีนักท่องเที่ยวจับจองขึ้นภูกระดึง ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. 2565 จนเต็ม ซึ่งทางอุทยานฯ สามารถรองรับ นักท่องเที่ยวได้ถึงวันละ 600 คน   นายอดิสร เหมทานนท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดเผยว่า หลังเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 65 มีนักท่องเที่ยว มาพิชิตยอดภูกระดึงกันมากขึ้น โดยเฉพาะในวันหยุดยาว บรรยากาศท่องเที่ยวคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกของ High Season    มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประตูเมืองเลย ที่ ตำบลผานกเค้า อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย โดยมีการลงทะเบียนเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึง บนความสูง 1,288 เมตร จากระดับทะเลปานกลางด้วยระยะทาง 8 กม.   อีกทั้งยังมีภาพไวรัลที่มาจาก เพจ “ชมรมคนรักภูกระดึง” ซึ่งเป็นเพจกลุ่มสาธารณะ ที่เปิดให้คนรักภูกระดึงและผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติโพสต์ภาพ ประสบการณ์ และเรื่องราวน่าสนใจในการขึ้นไปเที่ยวบนภูกระดึง ได้เกิดเทรนด์ตัดต่อภาพแบบไอเดียกระฉูดขึ้น    โดยชาวเน็ตส่วนหนึ่งได้นำภาพ “ต้นสนเดียวดาย” ที่ยืนต้นอยู่กลางถนนดินในเส้นทางเดินเท้าจาก “หลังแป” ไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดกลางเต็นท์วังกวาง ซึ่งปกติเป็นหนึ่งในจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปคู่กับสนต้นนี้ มาตัดต่อเป็นภาพและลีลาต่าง ๆ ตามไอเดียของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นภาพคนยืนห้อยโหนบนกิ่งสนที่ยื่นออกมา ภาพคนเกาะ ไต่ ปี นั่งอยู่บนต้นสน เป็นต้น   ยอดภูกระดึงมีจุดไฮไลต์ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของภูแห่งนี้คือ “ผาหล่มสัก” ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการชมพระอาทิตย์ตกที่มีเอกลักษณ์และสวยงามมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย   นอกจากนี้บนยอดภูกระดึงยังมีเส้นทางสายน้ำตก เช่น น้ำตกโผนพบ น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกถ้ำสอเหนือ ฯลฯ เป็นต้น   อ้างอิงจาก: ผู้จัดการออนไลน์ ไทยรัฐ   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ภูกระดึง #ต้นสนเดียวดาย  

“ภูกระดึง” หนาว 13 องศา นักท่องเที่ยวคึกคัก พร้อมภาพไวรัล “ต้นสนเดียวดาย” อ่านเพิ่มเติม »

เพิ่มพื้นที่สีเขียว 4 จังหวัดภาคอีสาน โครงการ “ปลูกป่า ปลูกอนาคต” ของ CP ALL

เพิ่มพื้นที่สีเขียว  4 จังหวัดภาคอีสาน  โครงการ “ปลูกป่า ปลูกอนาคต” ของ CP ALL   ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ส่งมอบกล้าไม้ 120,000 ต้น สู่วัดและชุมชน เพิ่มพื้นที่สีเขียวใน 4 จังหวัดภาคอีสาน คือ จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ จ.ศรีษะเกษ และ จ.สกลนคร    นายตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวคิด CP ALL Planting Model ภายใต้ชื่อโครงการ “ปลูกป่า ปลูกอนาคต” โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของโครงการผ่านกระบวนการจัดการแบบห่วงโซ่คุณค่า (Supply chain values) โดยแบ่งออก 3 ช่วง   ช่วง “ต้นน้ำ” คือการเพาะกล้าไม้ รวมถึงสร้างโรงเรือนต่างๆ ระบบน้ำในการดูแลรักษา อีกทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน เมื่อกล้าไม้พร้อมที่ลงปลูกจะดำเนินการในช่วง “กลางน้ำ” ส่งมอบให้แก่บ้าน วัด ชุมชน นำไปปลูกในพื้นที่กว่า 200 วัด และชุมชนใน 4 จังหวัด ซึ่งได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ จัดตั้งเป็นศูนย์กระจายกล้าไม้ภาคอีสาน เป็นจำนวนกว่า 120,000 ต้น   และ “ปลายน้ำ” จะเป็นกิจกรรมในการเก็บข้อมูลในการปลูกป่าและติดตาม ดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ให้เติบโตเพื่อใช้งานตามหลักประโยชน์ 4 อย่างอันได้แก่ ประโยชน์พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็นซึ่งรวมถึงการช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกไปด้วยพร้อมๆกัน   ด้วยนโยบาย 7 GO GREEN ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม โดย ซีพี ออลล์ มีเป้าหมายที่จะปลูกต้นไม้ให้ได้ทั้งสิ้น 1 ล้านต้น ภายในปี 2568 ซึ่งทาง ซีพี ออลล์ ได้เริ่มดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ ตั้งแต่ปี 2563 ดำเนินการปลูกไปแล้วกว่า 3 แสนต้น   อ้างอิงจาก :  https://www.matichon.co.th/publicize/news_3561547  https://www.ryt9.com/s/prg/3357056    #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ปลูกป่า #CPAll #สุรินทร์ #บุรีรัมย์ #ศรีษะเกษ #สกลนคร 

เพิ่มพื้นที่สีเขียว 4 จังหวัดภาคอีสาน โครงการ “ปลูกป่า ปลูกอนาคต” ของ CP ALL อ่านเพิ่มเติม »

BFPL จัดส่งน้ำมัน จากโรงกลั่นบางจาก สู่คลังน้ำมันขอนแก่น เพิ่มความสะดวกแก่ชาวอีสาน

BFPL จัดส่งน้ำมันลิตรแรกจากโรงกลั่นบางจาก  สู่คลังน้ำมันขอนแก่น เพิ่มความสะดวกแก่ชาวอีสาน   บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ (BFPL) จำกัด อำนวยความสะดวกจัดส่งน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันบางจาก สู่คลังน้ำมันขอนแก่นของบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ก จำกัด (TPN) เพื่อสนับสนุนการเปิดใช้บริการคลังน้ำมันแห่งใหม่ในขอนแก่น โดยนับเป็นรถบรรทุกน้ำมันคันแรกที่เข้าสู่คลังฯ ผ่านเครือข่ายการขนส่งเชื้อเพลิงที่ครบครัน   โดยเครือข่ายขนส่งเชื้อเพลิงที่ครบวงจรของ BFPL จะครอบคลุมตั้งแต่การขนส่งผ่านระบบท่อขนส่งน้ำมันเส้นทางกรุงเทพฯ-คลังน้ำมันบางปะอิน ความยาว 69 กิโลเมตร ต่อด้วยการขนส่งทางรถจากคลังน้ำมันบางปะอิน-คลังน้ำมันขอนแก่น   นายนิพนธ์ เลิศทัศนีย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) กล่าวว่า บริษัท BFPL ได้ดำเนินการขนส่งน้ำมันของบางจากฯ จากโรงกลั่นน้ำมัน บางจากเข้าสู่คลังน้ำมันขอนแก่นของ TPN เพื่อสนับสนุนการทดสอบระบบคลังน้ำมันขอนแก่น ที่เปิดให้บริการคลังน้ำมันอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2565   คลังน้ำมันแห่งนี้ เป็นแห่งใหม่ที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่นบนพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ความจุถังรวมประมาณ 157 ล้านลิตร การขนส่งน้ำมันสู่คลังขอนแก่นในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคอีสานสามารถลดต้นทุนการขนส่งน้ำมัน สามารถคำนวณและควบคุมระยะเวลาขนส่งได้ดีขึ้น โดยช่วยลดระยะทางวิ่งขนส่งน้ำมันราว 365 กิโลเมตร และลดเวลาวิ่งรถบนท้องถนนลง 12 ชั่วโมง   อีกทั้งยังตัดปัญหาเรื่องการจราจรติดขัด ลดการใช้เชื้อเพลิง ไม่มีเรื่องของเสีย ที่เกิดจากการเผาไหม้ของรถยนต์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่งด้วยยานพาหนะ และยังช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย   อ้างอิงจาก : เว็บไซต์บริษัทบางจาก กรุงเทพธุรกิจ   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #บางจาก #ขอนแก่น #คลังน้ำมันขอนแก่น

BFPL จัดส่งน้ำมัน จากโรงกลั่นบางจาก สู่คลังน้ำมันขอนแก่น เพิ่มความสะดวกแก่ชาวอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

“เทศกาลกินเจ”  ผัก-วัตถุดิบแพงขึ้นเท่าตัว 

“เทศกาลกินเจ”  ผัก-วัตถุดิบแพงขึ้นเท่าตัว    #เทศกาลกินเจ หรือประเพณีถือศีลกินผัก โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ก.ย. ถึง 4 ต.ค. 2565 โดยเทศกาลกินเจจะเป็นเทศกาลที่คนจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจะงดรับประทานเนื้อสัตว์และหันมาทานผักเพื่อเป็นการทำบุญในรอบปี   ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจความเห็นประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจปี 2565 กลุ่มตัวอย่างมากกว่าร้อยละ 60 มองว่าราคาอาหารและวัตถุดิบปรุงอาหารเจแพงขึ้น   ขณะที่ความคึกคักของเทศกาลกินเจปี 2565 เทียบกับปี 2564 เกินครึ่งคิดว่าไม่เปลี่ยนแปลง แต่อีกร้อยละ 26.2 คิดว่าจะคึกคักน้อยลง จากปัญหาค่าครองชีพสูง, เศรษฐกิจไม่ดี, รายได้ลด, ของแพง ส่วนค่าใช้จ่ายโดยรวมช่วงเทศกาลกินเจปี 2565 จะมีมูลค่า 42,235 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 5.2   แต่จากบรรยากาศเทศกาลกินเจ ที่ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ด้านแม่ค้าขายอาหารเจกล่าวว่า เทศกาลกินเจปีนี้เป็นปีที่สองที่งดนั่งรับประทานที่ร้านตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ในตอนแรกคาดว่าจะเงียบเหงาเพราะไม่ให้นั่งรับประทาน แต่พอเปิดขายวันแรกกลับมีประชาชนมาเข้าคิวรอ ซึ่งเกินที่คาดการณ์ไว้ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต่างดีใจ    ในด้านวัตถุดิบ ต้นทุนปีนี้จะเห็นได้ว่า ราคาพืชผักบางชนิด รวมถึงวัตถุดิบอย่างอื่น และเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่ใช้ในการประกอบอาหารเจปรุงสุกขายก็มีราคาแพงขึ้นเท่าตัว   สาเหตุเนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ประกอบกับแหล่งเพาะปลูกพืชผักหลายจังหวัดเกิดน้ำท่วม ทางพ่อค้าแม่ค้าจึงจำเป็นต้องปรับราคาขายขึ้นด้วยเช่นกัน จากก่อนหน้านี้ขายถุงละ 30 บาท ปรับเพิ่มเป็น 40 บาท ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจในภาวะที่เกิดขึ้นและยังอุดหนุนกันคึกคัก   อ้างอิงจาก : https://news.thaipbs.or.th/content/319853  https://mgronline.com/local/detail/9650000092305    #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #เทศกาลกินเจ #กินเจ

“เทศกาลกินเจ”  ผัก-วัตถุดิบแพงขึ้นเท่าตัว  อ่านเพิ่มเติม »

อีสาน เตรียมรับมือ ‘พายุโนรู’

อีสาน เตรียมรับมือ ‘พายุโนรู’ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน พายุไต้ฝุ่น “โนรู” ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองฮอยอัน ประเทศเวียดนามแล้ว และจะเข้าสู่ประเทศไทยประมาณช่วงค่ำวันที่ 28-29 ก.ย.65 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจะส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศไทย มีฝนตกมาก โดยพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ สำหรับการเคลื่อนตัวของพายุโนรูในครั้งนี้ คาดว่าพื้นที่น่าเป็นห่วงคือภาคอีสาน โดยเฉพาะ ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ และอีกหลายพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำชีและมูล เพราะปริมาณน้ำในลำน้ำขณะนี้หลายจุดเกินความจุ จนส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำท่วม และหากมีฝนจากพายุเข้ามาอีกจะทำให้มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลางในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนนี้ ส่วนใหญ่มีน้ำมากเกือบเต็มความจุที่แล้ว ขณะนี้มีพื้นที่เกษตรกรรมบริเวณลุ่มน้ำชีและมูล ได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 3 แสนไร่ คาดว่าเมื่อพายุโนรู เคลื่อนตัวเข้ามาจะทำให้มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น จนทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่ละพื้นที่ในภาคอีสาน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำมากกว่า 10 ตัว เพื่อเร่งระบายน้ำในแต่ลงที่ลงสู่แม่น้ำชีและมูล ผลกระทบของพายุโนรู ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมของชาวอีสานเสียหายอย่างมาก อาจส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรที่อาจเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบอย่างมากในการใช้ชีวิต และการทำงานเพื่อหารายได้ อ้างอิงจาก : ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ https://www.dailynews.co.th/news/1518335/ https://www.thaipost.net/general-news/230844/ #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #พายุโนรู #พายุไต้ฝุ่นโนรู #น้ำท่วมอีสาน

อีสาน เตรียมรับมือ ‘พายุโนรู’ อ่านเพิ่มเติม »

อินเดียระงับส่งออกข้าว ไทยอีสาน ได้ประโยชน์

อินเดียระงับส่งออกข้าว ไทยอีสาน ได้ประโยชน์   รัฐบาลอินเดียตัดสินใจระงับการส่งออกข้าวหักและเก็บภาษีส่งออกข้าวหลายประเภทถึง 20% เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมราคาข้าว การตัดสินใจระงับการส่งออกเป็นสินค้าที่เรียกว่า “ข้าวหัก” ซึ่งเป็นเมล็ดข้าวที่มีความยาวน้อยกว่า 3 ใน 4 ของความยาวโดยเฉลี่ยของเมล็ดข้าวในล็อตเดียวกัน รวมถึงเมล็ดข้าวที่หักและเหลือไม่ถึง 80% ของเมล็ด   เว็บไซต์ข่าวซีเอ็นบีซี นำเสนอรายงานเกี่ยวกับการประกาศใช้มาตรการห้ามส่งออกข้าวของรัฐบาลอินเดียว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาข้าวในตลาดโลก โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อตลาดข้าวในภูมิภาคเอเชีย   ในปีนี้ ข้าวยังคงมีราคาสูง เนื่องจากราคาขายปลีกในตลาดเพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบเดือน ก.ค. ปีก่อนและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของราคาข้าวทะยาน 3.6% เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ค. ปีก่อน 0.5%   ในบางประเทศอาจจะก่อให้เกิดปัญหาเนื่องจากบางประเทศจำเป็นต้องนำเข้าข้าว จึงมีความเสี่ยงที่ราคาข้าวจะแพงมากขึ้น    ซึ่งในทางกลับกันบางประเทศ อาจพลิกวิกฤตนี้เป็นโอกาสให้ประเทศได้รับประโยชน์ โดยประเทศไทยและเวียดนามจะเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์ จากการงดส่งข้าวของอินเดียในครั้งนี้ เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับที่ 2 และไทยเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับที่ 3 ทำให้ทั้งสองประเทศเป็นทางเลือกใหม่ของบรรดาประเทศผู้นำเข้าข้าว เพื่อเติมเต็มปริมาณข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ   อ้างอิงจาก : กรุงเทพธุรกิจ   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ข้าว #ส่งออกข้าว 

อินเดียระงับส่งออกข้าว ไทยอีสาน ได้ประโยชน์ อ่านเพิ่มเติม »

ความคืบหน้า โครงการก่อสร้างศูนย์แพทย์ฯ สถาบันพระบรมราชชนก จ.อุดรธานี

ความคืบหน้า  โครงการก่อสร้างศูนย์แพทย์ฯ  สถาบันพระบรมราชชนก  จ.อุดรธานี   โครงการก่อสร้างศูนย์แพทย์เพื่อการเรียนการสอน วิทยาลัยแพทยศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก วิทยาเขตอุดรธานี เพื่อผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว รวมทั้งเป็น รพ.ขนาด 300 เตียง    นายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ ได้มีแผนการพัฒนา Medical Hub ด้านระบบบริการ มีเป้าหมายให้จังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองศูนย์กลางการแพทย์ บริการสุขภาพลุ่มน้ำโขง    ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2565 โดยจะเป็นโรงพยาบาลขนาด 300 เตียง ให้บริการดูแล รักษาประชาชนทั้งในพื้นที่ จังหวัดใกล้เคียง และจากประเทศเพื่อนบ้าน   วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ได้จัดให้มีพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างโรงพยาบาล และศูนย์การแพทย์ โดยได้รับเมตตาจากพระราชภาวนาวชิรากร (หลวงพ่ออินถวาย สันตุสโก) เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อำเภอนายูง องค์อุปถัมภ์ สร้างโรงพยาบาล และศูนย์การแพทย์ เป็นประธานสงฆ์ เจิมแผ่นศิลาฤกษ์และเจิมแบบแปลน   สำหรับศูนย์แพทย์ฯ แห่งนี้เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในจังหวัดอุดรธานี และได้รับความเมตตาจาก พระราชภาวนาวชิรากร (หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก) วัดป่านาคำน้อย เป็นองค์อุปถัมภ์ในการก่อสร้าง ได้รับการสนับสนุนที่ดินจากกรมธนารักษ์จำนวน 500 ไร่    ในระยะที่ 1 จะเป็นโรงพยาบาลขนาด 300 เตียง, โรงเรียนแพทย์ฯ-แพทย์ทางเลือก, ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ, อาคารที่พักเจ้าหน้าที่, อาคารบริการ, ลานจอดรถ, ถนน และสิ่งสาธารณูปโภคเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ระบบบำบัดน้ำเสีย-พลังงานสะอาด-รีไซด์เคิล    ใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 ปี (2565-2567) วงเงิน 1,200 ล้านบาท โดยปีแรก 2565 จะเป็นการปรับพื้นที่ ในส่วนของโรงพยาบาล จะแล้วเสร็จในปี 2568 และศูนย์แพทย์ฯ จะแล้วเสร็จในปี 2575   อ้างอิงจาก :  สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (NNT) รัฐบาลไทย (Thaigov)   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อุดรธานี #ศูนย์แพทย์ #MedicalHub  

ความคืบหน้า โครงการก่อสร้างศูนย์แพทย์ฯ สถาบันพระบรมราชชนก จ.อุดรธานี อ่านเพิ่มเติม »

นำร่องแล้ว!  โลตัส ร่วม ม.ขอนแก่น เพิ่มมูลค่าอาหารค้างสต็อค  บริจาคให้เกษตรกรใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน

นำร่องแล้ว!  โลตัส ร่วม ม.ขอนแก่น เพิ่มมูลค่าอาหารค้างสต็อค  บริจาคให้เกษตรกรใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน   นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย ได้เริ่มบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ภายใต้โครงการ กินได้ไม่ทิ้งกัน โดยเริ่มนำร่องจากโลตัสในกรุงเทพและปริมณฑล โดยร่วมมือกับมูลนิธิ SOS ในการนำอาหารส่วนเกินที่ยังรับประทานได้ ส่งมอบให้ผู้ที่ยากไร้ แทนการทิ้งให้กลายเป็นขยะอาหารซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โลตัส เดินหน้าขยายโครงการไปสู่พื้นที่อื่น ๆ รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรในการหาทางออกในการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่ไม่สามารถรับประทานได้แล้ว อาทิ โครงการบริจาคอาหารส่วนเกินให้กับสวนสัตว์ โครงการทำปุ๋ยชีวภาพจากเศษอาหาร   เมื่อไม่นานนี้ โลตัส ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลงนามข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ต่อยอดโครงการกินได้ไม่ทิ้งกันของโลตัส เพื่อลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2030 (Zero food waste to landfill by 2030)   โดยการบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดจากโลตัส 30 สาขาในจังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อใช้เป็นอาหารเลี้ยงแมลงโปรตีน (Black Soldier Fly – BSF) ซึ่งเป็นแมลงที่ปลอดภัยต่อพืชและชุมชน ไม่เป็นพาหะนำโรค และตัวหนอนยังมีคุณค่าทางอาหารสูง นำร่องสนับสนุนเครือข่ายเกษตรกรภาคอีสาน 24 ราย ช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ทางการเกษตรกว่าครึ่ง เตรียมขยายผลสู่การสนับสนุนเกษตรกรทั่วไทย   ซึ่งเกษตรกรสามารถนำหนอนเหล่านี้เสริมในอาหารสัตว์ ช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ไปได้กว่า 50% นอกจากนี้ยังได้ปุ๋ยจากมูลหนอนอีกกว่า 2,200 กิโลกรัม และซากแมลงโปรตีน อีกทั้งยังสร้างผู้ประกอบการให้เกิดธุรกิจใหม่ภายใต้ BCG Economy Model    ความตั้งใจของเราคือการขยายผลโครงการแมลงโปรตีนไปสู่กลุ่มเกษตรกรอื่น ๆ เพื่อนำแมลงโปรตีนและผลพลอยได้ไปใช้ในการเกษตร รวมถึงศึกษาแนวทางต่อยอดการใช้ประโยชน์จากแมลงโปรตีนทางการเกษตรเพิ่มเติมต่อไป   อ้างอิงจาก :  https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9650000084280   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #มข  #โลตัส #เกษตรอีสาน

นำร่องแล้ว!  โลตัส ร่วม ม.ขอนแก่น เพิ่มมูลค่าอาหารค้างสต็อค  บริจาคให้เกษตรกรใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน อ่านเพิ่มเติม »

CPN ประกาศความสำเร็จ “ เซ็นทรัล โคราช ” Mixed-Use ศูนย์การค้า-คอนโดฯ-โรงแรม กระตุ้นเศรษฐกิจ

CPN ประกาศความสำเร็จ “ เซ็นทรัล โคราช ” Mixed-Use ศูนย์การค้า-คอนโดฯ-โรงแรม กระตุ้นเศรษฐกิจ     Mixed-Use คือ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ผนวกรวมโครงการที่อยู่อาศัยแบบอาคารชุดและโครงการเพื่อการพาณิชยกรรมเข้าไว้ด้วยกัน เป็นศูนย์กลางของการอยู่อาศัย จับจ่ายใช้สอยขนาดใหญ่ที่ครบครัน ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ดึงดูดผู้คนมาอยู่อาศัย มาทำงานและทำธุรกิจภายในพื้นที่โครงการ   CPN ประกาศความสำเร็จ “เซ็นทรัล โคราช” โครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท โดยผนึกกำลังศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช, คอนโดมิเนียมเอสเซ็นท์ โคราช และโรงแรม Centara Korat ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 13 ก.ย. 2565    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Head of Marketing บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เผยว่า การพัฒนาโครงการนี้เป็นความตั้งใจตั้งแต่ในปี 2560 เพื่อมอบความเป็นที่สุดให้กับจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพในทุกๆ ด้าน ยกระดับทั้งเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวทั้งระบบ โดยมีกลยุทธ์สำคัญ   Develop New District สร้างเมือง เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต, เขตเศรษฐกิจใหม่ (New CBD of Korat) และการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด  ให้การสนับสนุน MICE Events ของภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเตรียมรองรับเครือข่ายคมนาคมในอนาคต กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองรองด้วยโรงแรม Centara Korat ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง    Strong Synergy & Ecosystem เชื่อมโยงธุรกิจภายในมิกซ์ยูส ทั้งศูนย์การค้า-คอนโดมิเนียม-โรงแรม โดย Privilege ของการมีที่อยู่อาศัยหรือมาพักในโรงแรมที่อยู่ติดศูนย์การค้า คือความสะดวกสบาย    Community at Heart ความภูมิใจของชาวโคราช เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตและดูแลชุมชน พร้อมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของจังหวัด โดยล่าสุดเปิด Cen’za Sport Stadium ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช เพื่อเป็น Sport Community ให้กับชาวโคราช นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่จัด MICE Events ร่วมมือกับเมืองจัดงานประชุมและสังสรรค์ของหน่วยงานราชการต่างๆ เป็นแลนด์มาร์กของงานเทศกาลตลอดปีทั้ง ด้านสิ่งแวดล้อม ติด Solar Rooftop และเป็นอาคารประหยัดพลังงานที่ได้รางวัล ASEAN Energy Awards 2020 จากกระทรวงพลังงานอีกด้วย   อ้างอิงจาก :  ผู้จัดการออนไลน์ REIC ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์  

CPN ประกาศความสำเร็จ “ เซ็นทรัล โคราช ” Mixed-Use ศูนย์การค้า-คอนโดฯ-โรงแรม กระตุ้นเศรษฐกิจ อ่านเพิ่มเติม »

Scroll to Top