Nanthawan Laithong

พามาเบิ่ง ข้อมูลที่น่าสนใจของนิติบุคคล ในภาคอีสาน 

5 อันดับจังหวัดที่มีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ อันดับที่ 1 นครราชสีมา 599 ราย อันดับที่ 2 ขอนแก่น 549 ราย อันดับที่ 3 อุบลราชธานี 335 ราย อันดับที่ 4 อุดรธานี 308 ราย อันดับที่ 5 บุรีรัมย์ 186 ราย   จะเห็นได้ว่า นครราชสีมา เป็นอันดับที่ 1 ของภาคอีสาน เนื่องจากนครราชสีมาเป็นเมืองหลักและศูนย์กลางของภาคอีสาน ซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการค้าของภาคอีสาน    อีกทั้งยังเป็นทำเลทางธุรกิจที่ดี เนื่องจากนครราชสีมามีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อธุรกิจระหว่างภาคตะวันตกและภาคตะวันออก เป็นทางผ่านสำคัญระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคอื่นๆ ทำให้ธุรกิจในนครราชสีมาสามารถเข้าถึงตลาดและลูกค้าได้ง่ายขึ้น และยังเป็นเมืองที่มีสถานที่ธุรกิจและการค้าที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าใหญ่ ศูนย์การค้า และตลาดส่งสินค้าต่างๆ ทำให้ธุรกิจสามารถทำการซื้อขายและการค้าส่งได้สะดวกและมีความสะดวกสบาย     5 อันดับจังหวัดที่มีนิติบุคคลที่เลิกกิจการ อันดับที่ 1 ขอนแก่น 127 ราย อันดับที่ 2 นครราชสีมา 92 ราย อันดับที่ 3 อุดรธานี 52 ราย อันดับที่ 4 นครพนม 50 ราย อันดับที่ 5 สกลนคร 46 ราย   จะเห็นได้ว่า ขอนแก่น เป็นอันดับที่ 1 ของภาคอีสาน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอาจส่งผลให้ธุรกิจบางกิจกรรมไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ อีกทั้งสภาพการแข่งขันในตลาดธุรกิจบางกลุ่มในขอนแก่นมีจำนวนที่เพิ่มขึ้น ทำให้บางธุรกิจไม่สามารถทนทานและดำเนินกิจการต่อไปได้ อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์หรือเลิกกิจการเพื่อลดความเสี่ยง     อ้างอิงจาก: – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #นิติบุคคลที่เลิกกิจการ #นิติบุคคลจัดตั้งใหม่ #นิติบุคคล

พามาเบิ่ง ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมภาคอีสาน เดือนมีนาคม

ภาคอีสาน มีดัชนีความเชื่อมั่นในเดือนมีนาคม 2556 อยู่ที่ระดับ 103.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 100.7 ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 104.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากระดับ 101.4 ในเดือนมกราคม โดยปัจจัยบวก เกิดจากอุปสงค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่อง จาการบริโภคและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และกำลังซื้อในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการขยายตัวของรายได้ภาคเกษตร ในขณะที่ปัจจัยลบ เกิดจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ที่ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของ SMEs อุตสาหกรรมในภาคอีสานที่ส่งผลด้านบวก มีอะไรบ้าง?? 1. อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร (เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องเกี่ยวข้าว และอุปกรณ์ การเกษตร มียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ด้านการส่งออกมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากคลาก CLMV และ แอฟริกา) 2. อุตสาหกรรมน้ำตาล (ผลิตภัณฑ์น้ำตาลทราย มีคำสั่งซื้อในประเทศเพิ่มขึ้น ตามการขยายตัว ของอุปสงค์ในประเทศ และความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่ อุปสงค์ในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะตลาดอาเซียน) 3. อุตสาหกรรมแกรนิตและหินอ่อน (ผลิตภัณฑ์แกรนิตและหินอ่อน มียอดขายในประเทศ เพิ่มขึ้น จากความต้องการใช้ในภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัย และอสังหาริมทรัพย์) อ้างอิงจาก: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์#ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมภาคอีสาน #ดัชนีความเชื่อมั่น #ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม#อุตสาหกรรมภาคอีสาน

พามาเบิ่ง 5 อันดับธุรกิจในกลุ่มการขายปลีก ที่มีมูลค่าเงินทุนจดทะเบียนใหม่มากที่สุดในภาคอีสาน

อันดับที่ 1 ร้านขายปลีกวัสดุก่อสร้าง มีมูลค่าจดทะเบียน 35 ล้านบาท อันดับที่ 2 การขายปลีกสินค้าอื่นๆในร้าน มีมูลค่าจดทะเบียน 30 ล้านบาท อันดับที่ 3 ร้านขายเครื่องประดับ มีมูลค่าจดทะเบียน 29 ล้านบาท อันดับที่ 4 การขายปลีกทางอินเตอร์เน็ต มีมูลค่าจดทะเบียน 28 ล้านบาท อันดับที่ 5 การขายปลีกทางยานยนต์ใหม่ มีมูลค่าจดทะเบียน 27 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า อันดับที่ 1 คือ “ร้านขายปลีกวัสดุก่อสร้าง” เนื่องจากธุรกิจด้านการก่อสร้างต้องการเงินทุนในการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรอุปกรณ์ในการดำเนินงาน อีกทั้งวัสดุก่อสร้างเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและต้องมีการจัดซื้อมากกว่าธุรกิจอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจวัสดุก่อสร้างมักเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความต้องการใช้เงินทุนเพิ่มเติมที่มาก เพื่อเพิ่มกำลังซื้อวัสดุเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าพื้นที่ เช่าอาคาร ค่าเช่าเครื่องจักร ค่าจ้างพนักงาน ค่าบริการต่างๆ เป็นต้น ซึ่งทำให้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างต้องมีเงินทุนที่เพียงพอ เพื่อรองรับการดำเนินงานต่างๆ อ้างอิงจาก: – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ธุรกิจในกลุ่มการขายปลีก #การขายปลีก

พามาฮู้จัก “ชูวิทย์ฟาร์ม (2019)” อาณาจักรฟาร์มไก่เนื้อรายใหญ่แห่งอีสาน

บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อประเภทประกันราคาแบบมีสัญญาผูกพัน (Contract Farming) โดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนสร้างและปรับปรุงโรงเรือน รวมทั้งอุปกรณ์การเลี้ยงตามคำแนะนำและเห็นชอบจากบริษัทคู่สัญญา ทั้งนี้เมื่อได้ผลผลิตที่เป็นไก่เนื้อก็ส่งขายให้กับโรงงานชำแหละของคู่สัญญา วัตถุดิบหลัก คือ ลูกไก่พันธ์เนื้อ สายพันธุ์เป็นที่นิยมของตลาดไก่เนื้อ เนื่องจากให้ผลผลิตที่ดี มีการเจริญเติบโตดี และมีอัตรากรแลกเนื้อต่ำ แล้วนำมาดำเนินการเลี้ยงในโรงเรือนด้วยระบบปิดปรับอากาศ (Evaporative Cooling System : EVAP) ซึ่งเป็นระบบที่เลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนปิด มีระบบการให้อาหารและน้ำอัตโนมัติ จนอายุครบ 38ถึง 45วัน แล้วจึงจำหน่ายให้กับบริษัทคู่สัญญา เส้นทางของ “ชูวิทย์ฟาร์ม (2019)” เป็นอย่างไร? ปี 2543 ก่อตั้งบริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม จำกัด เพื่อประกอบกิจการทำฟาร์มเลี้ยงไก่ ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ปี 2547 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 6 ล้านบาท ปี 2548 เพิ่มทุนจดทะเบียนในเดือนมิถุนายนเป็น 25 ล้านบาท หลังจากนั้นได้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีกครั้งในเดือนตุลาคมเป็น 32 ล้านบาท ปี 2554 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 70 ล้านบาท ปี 2562 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 250 ล้านบาท หากพิจารณาจากข้อมูลการเพิ่มทุนจดทะเบียน จะพบว่า มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลการเพิ่มทุนจดทะเบียนในปี 2562 ที่ก้าวกระโดดไปถึงหลักร้อยล้านบาท อ้างอิงจาก: – เว็บไซต์ของบริษัท – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ชูวิทย์ฟาร์ม#ฟาร์มไก่เนื้อ #ผลิตไก่เนื้อ #บุรีรัมย์

อีสานใต้เริ่ดคักหลาย ‘เซ็นทาราอุบล’ ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น บูมศก.ท่องเที่ยว ฮับไลฟ์สไตล์อีสานใต้

เคลื่อนทัพสร้างอาณาจักรมิกซ์ยูส “เซ็นทรัล อุบล” ที่มีเรือธงศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุบล และ คอนโด ESCENT ปักหมุดเป็นแลนด์มาร์กศูนย์กลางแห่งการใช้ชีวิต สำหรับยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ครบวงจร “เซ็นทรัลพัฒนา” เดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรม “เซ็นทารา อุบล” (Centara Ubon) จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์การพักผ่อนและท่องเที่ยว หนึ่งในแม่เหล็กและจิ๊กซอว์สำคัญของ Hub of Lifestyle แห่งอีสานตอนใต้ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Property บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า การพัฒนาโรงแรม “เซ็นทารา อุบล” เป็นการเปิดมิติใหม่การท่องเที่ยวและพักผ่อนตอบโจทย์ทั้ง Business & Leisure ยกระดับไลฟ์สไตล์การพักผ่อนด้วยห้องพักหรู เอ็นจอยไนท์ไลฟ์ที่บาร์ TEENS OF THAILAND พร้อมจับมือกับ “Local Hero” ร้านกาแฟ GODFATHER ยกคาเฟ่สุดคูลแห่งอีสานมาไว้ถึงที่ นับเป็นการยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างความสุขให้กับจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงนักเดินทางจากจังหวัดใกล้เคียงทั้งศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ และยโสธร และเพื่อนบ้านจากลาว และ เวียดนามอีกด้วย สุรางค์ จิรัฐิติกาลโชติ Head of Hotel Development กล่าวเสริมว่า โรงแรมเซ็นทารา อุบล จะเป็น Top of Mind Destination ของจังหวัดและศูนย์กลางของอีสานตอนใต้ เป็น “ห้องรับแขก” รอต้อนรับผู้คนทั้งในจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการนำเอกลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดอุบลและภาคอีสานมาร้อยเรียงเรื่องราวผ่านงานดีไซน์และงานศิลปะที่นำเสนอในพื้นที่และมุมต่างๆ ของโรงแรม ซึ่งได้มีการจัดวางผลงาน Art Piece ดึง Local Essence มานำเสนออย่างมีเอกลักษณ์ โดยมีโรงแรม “เซ็นทารา อุบล” จุดหมายปลายทางแบบ All-In-One ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทางทั้งสำหรับผู้ที่มาท่องเที่ยวพักผ่อนและติดต่อธุรกิจ เซ็นทารา อุบล ยังมีพื้นที่จัดงานในส่วนกลางของโรงแรม รวมถึงห้องประชุมและอบรมสัมนา และห้องแกรนด์บอลรูม รองรับการจัดงานประชุม สัมมนา งานแต่งงาน งานเลี้ยงสังสรรค์ อีกทั้งโดดเด่นและแตกต่างด้วยดีไซน์กลิ่นอายอุบลและอีสานซ่อนอยู่ในทุกมุม เริ่มจากการเลือกวัสดุและสีที่มีความเฉพาะตัวของ “ก้อนอิฐ” หนึ่งในวัสดุที่อยู่คู่กับสถาปัตยกรรมไทยมาช้านาน โดยเฉพาะในภาคอีสาน เกิดจากการนำดินแดงผสมกับแกลบเผาไฟเพื่อให้กลายเป็นก้อน เชื่อมประสานกันด้วยปูน มีความแข็งแรง และเรียงก่อเป็นรูปได้หลากหลาย ซึ่งก้อนอิฐทุกก้อนที่นำมาเรียงรังสรรค์เป็นเซ็นทารา อุบล ล้วนเป็นฝีมือของช่างพื้นเมืองทั้งสิ้น การตกแต่งโรงแรมเซ็นทารา อุบล เลือกใช้งานหัตถกรรมของชาวอุบลและชาวอีสาน อาทิ ผ้าฝ้ายและผ้าไหมลวดลายเฉพาะถิ่น โดยเฉพาะ “ลายกาบบัว” ลายผ้าเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมงานจักรสานด้วยวัสดุจากธรรมชาติ และงานประติมากรรมอันโดดเด่น ที่ออกแบบให้เป็น Masterpiece หนึ่งเดียวในโลก เพื่อให้โรงแรมแห่งนี้มีกลิ่นอายของความเป็นชุมชนท้องถิ่นอย่างลงตัว …

อีสานใต้เริ่ดคักหลาย ‘เซ็นทาราอุบล’ ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น บูมศก.ท่องเที่ยว ฮับไลฟ์สไตล์อีสานใต้ อ่านเพิ่มเติม »

ชวนเบิ่ง อันดับธุรกิจที่มีมูลค่าจดทะเบียนใหม่เดือนมีนาคม 2566 เปลี่ยนไปส่ำใด๋แหน่จากเดือนก่อนหน้า

ประเภทของกิจการที่มีธุรกิจทุนจดทะเบียนจดทะเบียนใหม่ในอีสานมากที่สุดในเดือนนี้เปลี่ยนจากภาคการค้าเป็นภาคเกษตรกรรม การจดทะเบียนใหม่ภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก มาจากการจัดตั้งฟาร์มไก่เนื้อขนาดใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์เป็นหลัก คือ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) โดยได้ทำการลงทุนเพียงบริษัทเดียว 580 ล้านบาท จาก 586 ล้านบาท หรือคิดเป็นอยู่ 95% ของมูลค่าเงินลงทุนประเภทการเกษตรในจังหวัดบุรีรัมย์ ในขณะที่การเพิ่มขึ้นของภาคการค้า เริ่มสะท้อนแนวโน้มการลงทุนภายนอกเขตเมืองมากขึ้น สะท้อนภาพการฟื้นตัวของกำลังชื้อในพื้นที่ของนอกเขตอำเภอเมือง โดยกลุ่มธุรกิจที่มีการใช้เงินจดทะเบียนใหม่ล่าสุดในภาคการค้า เป็นการค้าปลีกเป็นหลัก อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ https://isaninsight.kku.ac.th/outlook อ้างอิงจาก: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ธุรกิจจดทะเบียนใหม่ #มูลค่าจดทะเบียนใหม

พามาเบิ่ง มูลค่าจดทะเบียนใหม่เดือนมีนาคม 2566 ภาคอีสานเป็นจั่งใด๋แหน่

ธุรกิจจดทะเบียนใหม่ในอีสานยังอยู่ในจังหวัดหลักอย่างนครราชสีมาและขอนแก่นเป็นหลัก โดยประเภทของกิจการที่มีทุนจดทะเบียนมากที่สุดในเดือนนี้เปลี่ยนจากภาคการค้าเป็นภาคเกษตรกรรม และร้อยเอ็ดเป็นอันดับที่ 3 ของภาคที่มีมูลค่าทุนจดทะเบียนใหม่มากที่สุด จากการจดทะเบียนเพิ่มทุนของธุรกิจร้านทอง 3 ลำดับจังหวัดที่มีมูลค่าทุนจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่มากที่สุดในภาคอีสาน อันดับที่ 1 ขอนแก่น โดยธุรกิจที่มีการจดทะเบียนมากที่สุด การก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย การก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย การขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต ร้านขายปลีกวัสดุก่อสร้าง อันดับที่ 2 นครราชสีมา โดยธุรกิจที่มีการจดทะเบียนมากที่สุด ร้านขายปลีกวัสดุก่อสร้าง การขายส่งปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร กิจกรรมการให้เงินทุนนอกเหนือจากการให้กู้ยืมเงิน การบริการด้านเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นหลักในร้าน อันดับที่ 3 ร้อยเอ็ด โดยธุรกิจที่มีการจดทะเบียนมากที่สุด ร้านขายปลีกเครื่องประดับ การขายยานยนต์ใหม่ชนิดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรถกระบะ รถตู้ และรถขนาดเล็กที่คล้ายกัน การให้สินเชื่อ ร้านขายวัสดุก่อสร้าง อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ https://isaninsight.kku.ac.th/outlook อ้างอิงจาก: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ทุนจดทะเบียนใหม่ #มูลค่าจดทะเบียนใหม่

พามาฮู้จัก มหาเศรษฐีอันดับ 2 แห่งภาคอีสาน อดิศักดิ์ และนาตยา ตั้งมิตรประชา สองผู้ก่อตั้ง “ดูโฮม” มหาเศรษฐีอันดับ 38 ของไทย

วันนี้ ISAN Insight & Outlook จะพามาทำความรู้จักมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของภาคอีสาน ปี 2565 นี้ อดิศักดิ์ และคุณนาตยา ตั้งมิตรประชา สองผู้ก่อตั้ง “ดูโฮม” ติดอันดับ 38 ของตระกูลมหาเศรษฐีไทย ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 825 ล้านดอลลาร์ หรือ 29,714 ล้านบาท คุณอดิศักดิ์จบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และในปี 2526 เขาและภรรยาได้มาเปิดห้องแถวเล็กๆ ในอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ขายสินค้าวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก วัสดุมุงหลังคา ไม้อัด และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก่อนที่จะย้ายมาที่ อ.วารินชำราบ พัฒนาเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ และจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นภายใต้ชื่อบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด หลังจากนั้นก็ขยายสาขาขนาดใหญ่ประมาณ 22,000 – 65,000 ตารางเมตร เข้าไปในจังหวัดใหญ่ๆ เช่น อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ ค่อยๆรุกคืบมายังภาคกลาง ยึดหัวหาดในทำเลสำคัญล้อมรอบกรุงเทพฯ เช่น สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา นนทบุรี ปทุมธานี และพร้อมชนกับรายใหญ่ของธุรกิจวัสดุก่อสร้างอย่างจริงจังด้วยการเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อปี 2562 ก่อนจะบุกเปิดสาขาเล็กๆ พื้นที่เฉลี่ยต่อสาขาประมาณ 300 – 1,000 ตารางเมตร ภายใต้แบรนด์ Dohome ToGo ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในพื้นที่ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต ในปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขาที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 17 สาขา และศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) 1 แห่ง วิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นทำให้คนหันมาดูแลซ่อมแซมบ้านมากขึ้น เป็นผลดีกับดูโฮม ด้วยยอดรายได้และผลกำไรที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในปี 2564 อดิศักดิ์ยังวางแผนขยายสาขาขนาดใหญ่เพิ่มอีก 4 แห่ง ที่เปิดไปแล้วคือที่สาขาแหลมฉบัง และสาขาบ่อวิน ในจังหวัดชลบุรี อีก 2 สาขาที่ทยอยเปิดในขณะนั่น ได้แก่ สาขาอมตะนคร ชลบุรี ในไตรมาส 3/2564 และสาขาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในไตรมาส 4/2564 นโยบายในการเติบโตของดูโฮมที่ คุณอดิศักดิ์ วางไว้ และเป็นสโลแกนมาโดยตลอดคือ “ครบ ถูก ดี” และแนวคิดในการเพิ่มรายได้ของสินค้า Housebrand ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 20,000 SKU เช่น เครื่องมือช่าง ฮาร์ดแวร์ ประตู-หน้าต่าง วัสดุปูพื้น ผนัง เกษตร สวน-อุปกรณ์ประปา …

พามาฮู้จัก มหาเศรษฐีอันดับ 2 แห่งภาคอีสาน อดิศักดิ์ และนาตยา ตั้งมิตรประชา สองผู้ก่อตั้ง “ดูโฮม” มหาเศรษฐีอันดับ 38 ของไทย อ่านเพิ่มเติม »

พามาฮู้จัก “อุบลซันฟลาวเวอร์” อาณาจักรผลิตและส่งไฟฟ้า อันดับ 1 ของภาคอีสาน

อุบลซันฟลาวเวอร์ เป็นผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิกรายใหญ่ของโลก และเป็นผู้ผลิตแป้งฟลาวมันสำปะหลังออร์แกนิก Gluten-free รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังคุณภาพดีภายใต้เครื่องหมายการค้า “อุบลซันฟลาวเวอร์” โดยผลิตแป้งมันสำปะหลังได้ 2 เกรด ได้แก่ เกรดอาหาร และเกรดอุตสาหกรรม มีกำลังการผลิตแป้ง 700 ตันต่อวัน โรงงานผลิตฟลาวมันสำปะหลังคุณภาพดีภายใต้เครื่องหมายการค้า “Tasuko” กำลังการผลิต 100 ตันต่อวัน อีกทั้งยัง เป็นผู้นำด้านการส่งออกแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคไปยังตลาดอเมริกา และยุโรปเป็นอันดับ 1 บริษัทฯ ประเดิมทุนครั้งแรกด้วยจำนวนเพียง 1 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1,440 ล้านบาท ปี 2561 มีรายได้รวม 70 ล้านบาท และมีกำไรรวม -1 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้รวม 108 ล้านบาท และมีกำไรรวม 36 ล้านบาท ปี 2563 มีรายได้รวม 190 ล้านบาท และมีกำไรรวม 1 ล้านบาท ปี 2564 มีรายได้รวม 2,432 ล้านบาท และมีกำไรรวม -15 ล้านบาท หากพิจารณาจากข้อมูลการเพิ่มทุนจดทะเบียน และรายได้รวม จะพบว่ามีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรายได้จากปี 2563 ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากหลักร้อยล้าน พุ่งไปสูงถึงหลักพันล้าน อย่างไรก็ตาม ในการทำธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีการจัดการกับความเสี่ยงที่ต้องเจอให้เหมาะสม ซึ่งต้องทําการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุน โดยพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับธุรกิจ อ้างอิงจาก: เว็บไซต์ของบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อุบลซันฟลาวเวอร์ #ธุรกิจผลิตและส่งไฟฟ้า #อุบลราชธานี #UBS