Siree Jamsuwan

พามาเบิ่ง 7 อันดับ สินค้ายอดฮิต ส่งออกชายแดนไทย – สปป.ลาว ปี 2565 (เดือน ตุลาคม)

พามาเบิ่ง 7 อันดับ สินค้ายอดฮิต  ส่งออกชายแดนไทย – สปป.ลาว  ปี 2565 (เดือน ตุลาคม)   ในเดือน มกราคม – ตุลาคม 2565 ภาคอีสานมีมูลค่าการค้าชายแดนกับ สปป.ลาว 181,147 ล้านบาท   โดยมีการส่งออกมูลค่ากว่า 117,408 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากในช่วงเดือนเดียวของปีก่อนหน้า 26.7% และมีมูลค่าการนำเข้ากว่า 63,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ในด้านประเภทรายกลุ่มสินค้าสำคัญสินค้าเกษตรกรรมมีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 2% สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้น 9% สินค้าแร่และเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 21% และสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 21% ในด้านสินค้าการส่งออกถึงแม้จะตัดน้ำมันและทองคำแล้วสินค้าส่งออกอีสานยังคงขยายตัวในเกือบทุกประเภทสินค้า และคาดว่าจะยังขยายตัวไปจนถึงสิ้นปีอีกด้วย   อ้างอิงจาก: กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #การค้าชายแดน #การค้าชายแดนไทยลาว #ลาว

พามาเบิ่ง “กลุ่มมิตรผล” จัด ISAN BCG Expo 2022 ยกระดับภาคเกษตร ที่ตึก Khon Kaen Innovation Center

พามาเบิ่ง “กลุ่มมิตรผล” จัด ISAN BCG Expo 2022 ยกระดับภาคเกษตร ที่ตึก Khon Kaen Innovation Center   ภาคเกษตรเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยมีประชากรมากถึง 27 ล้านคนอยู่ในภาคเกษตร แต่เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้และการพัฒนาอย่างเหมาะสม โดยส่วนมากทำการเกษตรแบบดั้งเดิมมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกษตรกรไทยมีรายได้น้อย ขาดความมั่นคงในชีวิต นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไทยในที่สุด “กลุ่มมิตรผล” ผู้นำในอุตสาหกรรมการเกษตร ผนึกพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน จัดงาน “ISAN BCG Expo 2022” งานมหกรรมนวัตกรรมยั่งยืนใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน 9-12 ธ.ค.65 ที่ ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ (KKIC) ภายใต้แนวคิด Collaboration | “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ”  ผลักดันให้อีสานเป็นศูนย์กลางสร้างเศรษฐกิจไทยสู่ภูมิภาคอาเซียน หวังยกระดับเทคโนโลยีทางการเกษตรและอาหาร สร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอีสาน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดขอนแก่นสู่ Smart City รวมทั้งโอกาสในการพัฒนาอีสานให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมของลุ่มน้ำโขงได้ในอนาคต โดยจัดแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ผ่านโซนต่างๆ เช่น Creative, Innovative และ Green เป็นการประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีหมุนเวียน และเทคโนโลยีสีเขียว เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ยกระดับเทคโนโลยีทางการเกษตรและอาหาร ตลอดจนการท่องเที่ยวและเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์   กลุ่มมิตรผลได้ดำเนินการพัฒนาชุมชนผ่านตำบลมิตรผล ร่วมพัฒนา 21 ตำบล ใน 7 จังหวัด โดยมีกรอบเป้าหมายการทำงานที่มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) มาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายหลัก ได้แก่ 1. การจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน มุ่งส่งเสริมและปรับเปลี่ยนวิธีคิด การปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน รวมถึงมีการจ้างงานผู้พิการในชุมชน เพื่อสนับสนุนโอกาสในการสร้างอาชีพ และความภาคภูมิใจให้แก่ผู้พิการ 2. การพัฒนาระบบเกษตรชุมชนและอาหารปลอดภัย ที่ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตของชุมชนในหลายด้าน ทั้งการปลูกอยู่ปลูกกิน ลดการพึ่งพิงจากภายนอก มีอาหารที่ปลอดภัยบริโภค รวมถึงสนับสนุนให้ชุมชนมีรายได้เสริมจากการผลิตพืชผักปลอดภัยขายอีกด้วย 3. การพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน ที่ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าบนพื้นฐานของความถนัด ความสามารถ และทรัพยากรของชุมชนที่มีอยู่ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเงินหมุนเวียน 4. การพัฒนาด้านการศึกษา โดยเน้นหลักสูตรให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการบ่มเพาะทักษะการเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self-Learning) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning) เน้นการลงมือทำ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินผ่านโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) จำนวน 8 แห่ง ใน 6 จังหวัด  มีการส่งเสริมให้นำแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ การสนับสนุนกลุ่มปลูกผัก ผ่านการรับรองมาตรฐานผักปลอดภัย (GAP) มีการใช้ปุ๋ยชีวภาพ เตาเผาถ่านน้ำส้มควันไม้เพื่อใช้ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และอยู่ระหว่างพัฒนาสู่มาตรฐานผักอินทรีย์ …

พามาเบิ่ง “กลุ่มมิตรผล” จัด ISAN BCG Expo 2022 ยกระดับภาคเกษตร ที่ตึก Khon Kaen Innovation Center อ่านเพิ่มเติม »

ฉุดบ้อยู่ ! “พาณิชย์” ร่วมมือเชฟมิชลิน  โปรโมตอาหารใช้วัตถุดิบ GI จากอีสาน

ฉุดบ้อยู่ ! “พาณิชย์” ร่วมมือเชฟมิชลิน  โปรโมตอาหารใช้วัตถุดิบ GI จากอีสาน   นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เตรียมร่วมมือกับมิชลินไกด์ประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทำการเปิดตัวอาหารที่ใช้วัตถุดิบได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากแหล่งผลิตในภาคอีสาน 4 สินค้า ใน 3 จังหวัด ได้แก่  – ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์  – หอมแดงศรีสะเกษ  – กระเทียมศรีสะเกษ – เนื้อโคขุนโพนยางคำ จังหวัดสกลนคร  ที่ได้เชฟระดับมิชลิน เชฟชาลี กาเดอร์ จากร้าน 100 Mahaseth (100 มหาเศรษฐ์) ร้านอาหารอีสานที่ได้รางวัลบิบ กูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ประเทศไทย และเชฟเดวิด ฮาร์ตวิก จากร้าน IGNIV Bangkok ที่ได้รับรางวัลหนึ่งดาวมิชลิน ประจำปี 2565 ได้ไปลงพื้นที่ไปคัดเลือกวัตถุดิบก่อนหน้านี้ ทำการคัดเลือกวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้ทำอาหาร และจะทำการเปิดตัวให้ทดลองชิมในวันที่ 14 ธ.ค. 2565 นี้ โดยมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันให้สินค้า GI ที่เป็นวัตถุดิบทำอาหารเป็นที่รู้จักได้เพิ่มขึ้น และเพิ่มรายได้ให้ผู้ผลิตได้มากขึ้น และยังจะส่งผลดีต่อสินค้า GI อื่นๆ ที่จะเป็นที่ต้องการมาใช้เพื่อเป็นวัตถุดิบทำอาหารมากขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทย 136 รายการ จากทั้งหมด 171 รายการ เป็นสินค้าประเภทอาหารและผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นซอฟต์เพาเวอร์ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ เป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น เมื่อนำมาผนวกกับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ นายวุฒิไกรกล่าวว่า สินค้า GI ประเภทอาหารและผลผลิตทางการเกษตร ล้วนเป็นสินค้าคุณภาพที่ขึ้นชื่อของจังหวัด มีกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ก่อนส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากนำมาต่อยอดโดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย จะยิ่งช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มมากขึ้น สำหรับข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์มีปริมาณการผลิต 437,468 ตันต่อปี มูลค่า 6,343 ล้านบาท หอมแดงศรีสะเกษ มีปริมาณการผลิต 63,000 ตันต่อปี มูลค่า 2,292 ล้านบาท กระเทียมศรีสะเกษ มีปริมาณการผลิต 2,180 ตันต่อปี มูลค่า 218 ล้านบาท และเนื้อโคขุนโพนยางคำ มีปริมาณการผลิต 123 ตันต่อปี มูลค่า 30 ล้านบาท รวมสินค้าสินค้า GI ทั้ง 4 รายการ สร้างรายได้รวมกว่า 8,880 ล้านบาทเลยทีเดียว   อ้างอิงจาก:  ผู้จัดการออนไลน์ มติชน …

ฉุดบ้อยู่ ! “พาณิชย์” ร่วมมือเชฟมิชลิน  โปรโมตอาหารใช้วัตถุดิบ GI จากอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

6 จังหวัด การค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว ในปี 2565 (ม.ค. – ต.ค.) เป็นจั้งใด๋ ?

6 จังหวัด การค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว ในปี 2565 (ม.ค. – ต.ค.) เป็นจั้งใด๋ ?   ในเดือน มกราคม – ตุลาคม 2565 ภาคอีสานมีมูลค่าการค้าชายแดนกับ สปป.ลาว 181,147 ล้านบาท   โดยมีการส่งออกมูลค่ากว่า 117,408 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากในช่วงเดือนเดียวของปีก่อนหน้า 26.7% และมีมูลค่าการนำเข้ากว่า 63,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จะเห็นได้ว่า หนองคายมูลค่าการส่งออกมากกว่าทุกจังหวัด เนื่องจากเป็นด่านหลักในการส่งออกสินค้าจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ไปยัง สปป. ลาว โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็น    อ้างอิงจาก: กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #การค้าชายแดน #การค้าชายแดนไทยลาว #ลาว

ชาวอุดรฯ ปลื้มแฮง หนุน “อุทยานฯภูพระบาท” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

ชาวอุดรฯ ปลื้มแฮง หนุน “อุทยานฯภูพระบาท”  ขึ้นทะเบียนมรดกโลก   นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลัง การประชุมคณะกรรมการแห่งชาติ เรื่อง อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (กอม.) ได้ทราบความคืบหน้าการดำเนินการขอขึ้นทะเบียน เมืองโบราณศรีเทพ แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน และได้พิจารณาเห็นชอบ เสนอให้ “อุทยานประวัติศาสตร์ ภูพระบาท” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก (Nomination Dossier)  ซึ่งเป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรมแบบต่อเนื่อง มีจำนวน 2 พื้นที่ ประกอบด้วยอุทยานประวัติศาสตร์ ภูพระบาท และแหล่งวัฒนธรรมสีมา วัดพระพุทธบาทบัวบาน ครอบคลุมพื้นที่ 3,661 ไร่เศษ ในพื้นที่ อ. บ้านผือ จ.อุดรธานี ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงความก้าวหน้าการอนุรักษ์พื้นที่ กลุ่มป่าแก่งกระจาน รวมทั้งแหล่งอื่น ๆ ด้วย ให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อยืนยันความทุ่มเท และความจริงใจ คุ้มครองแหล่งมรดกโลก ทุกแห่งของประเทศไทย ให้คงคุณค่าตามหลักสากล และเก็บรักษาไว้ให้ลูกหลานคนไทย สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มีที่มาจากรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนเทือกเขา และภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทยังมีเสาหิน และเพิงหินขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่วไป เพิงหินเหล่านี้เป็นหินทรายของหมวดหินภูพาน มีอายุราว 130 ล้านปีมาแล้ว ที่ถูกกระบวนการทางธรรมชาติกัดเซาะ โดยน้ำและลมมาเป็นเวลาหลายล้านปีจึงทำให้สภาพภูมิประเทศแปรเปลี่ยนเป็นเสาหิน และเพิงหินรูปร่างสวยงามแปลกตาเช่นในปัจจุบัน นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2535 กรมศิลปากร ดำเนินการก่อตั้ง “อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท” ขึ้นเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลรักษาในส่วนที่เป็นหลักฐานทางโบราณคดี และโบราณสถานอีกมากมาย ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของภูพระบาท  โบราณที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่าง คือ หอนางอุสา ถือเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มีลักษณะเป็นเพิงหินธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ มีความสูง 10 เมตร รูปร่างคล้ายดอกเห็ด ตั้งอยู่กลางลานหินโล่งกว้างทำให้ดูโดดเด่นกว่าโบราณสถานจุดอื่น ๆ จากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบทำให้สันนิษฐานได้ว่า หอนางอุสามีอายุเก่าแก่ถึงสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 โดยถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพุทธศาสนาอีกด้วย   อ้างอิงจาก:  ฐานเศรษฐกิจ   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ภาคอีสาน #อุดรธานี #อุทยานภูพระบาท #หอนางอุสา #มรดกโลก #บ้านผือ

ปังหลาย “ผ้าไหมปักธงชัย เนื้อโคราชวากิว” สินค้าโคราชต้อนรับผู้นำ APEC 2022

โคราชสุดภูมิใจ 2 สินค้า “ผ้าไหมปักธงชัย เนื้อโคราชวากิว” ต้อนรับผู้นำ APEC 2022   APEC (Asia-Pacific Economic Cooperation) เป็นเวทีการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโลก มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าการลงทุน ความร่วมมือในด้านมิติสังคมและการพัฒนาด้านอื่น ๆ    ซึ่งในปี 2022 นี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคตลอดทั้งปี รวมถึงการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา โดยผลิตภัณฑ์ของ จ.นครราชสีมา ได้รับการคัดเลือกเพื่อจัดทำ “ของที่ระลึก APEC 2022”  โดยถูกบรรจุเป็น 1  ในรายการของที่ระลึก ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นไทยที่โดดเด่นร่วมสมัย สะท้อนถึง “Soft Power” ให้นานาชาติประชาสัมพันธ์ขยายผลต่อยอด และเผยแพร่ได้รับรู้อย่างกว้างขวาง ซึ่งของที่ระลึก คือ ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมทอมือ ย้อมสีธรรมชาติ จากเปลือกมะพร้าว ภูมิปัญญาท้องถิ่น อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พิมพ์ลายตราสัญลักษณ์ชะลอม ประกอบด้วย เนคไท ผ้าคลุมไหล่ ผ้าเช็ดหน้า หน้ากากผ้า ของขวัญและของที่ระลึกนี้ บรรจุในกล่องไม้ยางพาราฆ่าเชื้อ ประดับตราสัญลักษณ์ APEC 2022 ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์   ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC (Gala Dinner) เมื่อค่ำวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เมนูอาหารทุกจานเป็นไปตามแนวคิดหลักของการประชุม Open. Connect. Balance. Open. หมายถึง เปิดประสบการณ์สู่อาหารไทย อาหารทุกจานเป็นอาหารเมนูฟิวชัน มีความหลากหลายของสี กลิ่น และสัมผัส สร้างความพึงพอใจให้กับผู้นํา APEC คู่สมรส และผู้เข้าร่วมการประชุม   โดยเนื้อวัวโคราชวากิวเสิร์ฟเป็นเมนูอาหารเรียกน้ำย่อย จากการคัดของดีจาก 4 ภาค  ออกมาเป็นเมนูโคราชวากิวย่างถ่านสมุนไพรจิ้มแจ่ว ดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเนื้อวัวโคราชวากิวออกมาได้อย่างโดดเด่น ซึ่งเนื้อวัวโคราชวากิว ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ โดย รศ. ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย จากสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เนื้อวัวโคราชวากิวมีจุดเด่น คือ คล้ายกับเนื้อของออสเตรเลีย เป็นวากิวลูกผสมเหมือนกัน  มีการเลี้ยงที่บ้านของเกษตรกรรายย่อย ขุนประณีตแบบญี่ปุ่น มีการดูแลอย่างทั่วถึง และข้อได้เปรียบคือ อาหารธัญพืชใช้สำหรับขุน ตั้งแต่รำข้าว ปลายข้าว ข้าวโพด หรือแม้แต่มันสำปะหลัง เป็นแหล่งอาหารที่จะช่วยทำให้มีไขมันแทรกดี ซึ่งเกษตรกรมีพร้อมทั้งต้นทุนและวิธีการเลี้ยงดู การประชุม APEC ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการสนับสนุนสินค้าไทย โปรโมทของดีเมืองโคราช ทําให้ทั่วโลกรู้จักและสร้างโอกาสจะทําให้เกิดอาชีพ เกิดรายได้ สําคัญที่สุดจะทําให้โคราชเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป เพราะคนอยากจะมากินเนื้อวากิวโคราช อยากมาซื้อผ้าไหมปักธงชัยเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การเจริญเติบโตการกระตุ้นเศรษฐกิจ  …

ปังหลาย “ผ้าไหมปักธงชัย เนื้อโคราชวากิว” สินค้าโคราชต้อนรับผู้นำ APEC 2022 อ่านเพิ่มเติม »

เมืองย่าโม จ.นครราชสีมา  อุตสาหกรรมมันสำปะหลัง เป็นจั้งใด๋?

เมืองย่าโม จ.นครราชสีมา  อุตสาหกรรมมันสำปะหลัง เป็นจั้งใด๋?   ภาพรวมเกษตรกรรมมันสำปะหลังในจังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่ปลูกมาก 4 อันดับแรก คือ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีเนื้อที่ปลูกมันสำปะหลัง 1,676,987 ไร่ ทำให้โคราชมีปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังรวมรายปีมากที่สุดในประเทศ โดยปริมาณการใช้พื้นที่แบ่งเป็น พื้นที่เพาะปลูกศักยภาพสูง S1 และ พื้นที่เพาะปลูกศักยภาพปานกลาง S2 ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่ง อ.ครบุรี เป็นอําเภอที่มีปริมาณผลผลิตสูงที่สุด อยู่ที่ 718,654 ตัน ด้านปริมาณผลผลิตนั้น มีความสอดคล้องกับการผลิตเอทานอลอีกด้วย มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบที่มีความเหมาะสมในการผลิตเอทานอลมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตมาก โดยเฉพาะใน จ.นครราชสีมา โดยมันสำปะหลัง 1 ตัน สามารถผลิตเอทานอลได้ประมาณ 280 ลิตร    โอกาสและความเป็นไปได้ของอุตสาหกรรม  ด้านพื้นที่เพาะปลูกควรส่งเสริมให้มีการปลูกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น เป็นอำเภอที่มีการใช้พื้นที่เพาะปลูกศักยภาพสูงถึงปานกลาง โดยมี 3 อำเภอ คือ อ.ด่านขุนทด มีพื้นที่คงเหลือ 285,199 ไร่ อ.สีคิ้ว พื้นที่คงเหลือ 259,288 ไร่ และ อ.ปากช่อง 437,148 ไร่ หากจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกให้ดีขึ้นอาจทําให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจีนหรือยูเครน เนื่องจากภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้เกิดการกักตุนเมล็ดธัญพืช ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ใช้ผลิตเอทานอล จึงมีการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนธัญพืช ส่งผลให้ราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย   อ้างอิงจาก: กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักเศรษฐกิจการเกษตรและกระทรวงพลังงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ภาคอีสาน #นครราชสีมา #โคราช #มันสำปะหลัง

การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวไทย ในภาคอีสานเป็นจั้งใด๋ ? (ม.ค – ก.ย 2565)

การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวไทย ในภาคอีสานเป็นจั้งใด๋ ? (ม.ค – ก.ย 2565) ในเดือน กันยายน ปี 2565 ภาคอีสานมีจำนวนนักท่องเที่ยว 2,789,487 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย 2,680,022 คน และนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ 109,465 คน อีกทั้งยังมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 4,829.9  ล้านบาท โดยรายได้หลักยังคงมาจากคนในประเทศ 3 จังหวัดภาคอีสาน ที่มีการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวไทยสูงสุด ในปี 2565 เทียบกับ ปี 2562 (ก่อนเกิดเหตุการณ์ COVID-19) อันดับ 1. นครพนม ฟื้นตัว 132% จำนวนนักท่องเที่ยวปัจจุบัน 144,267 คน อันดับ 2. บุรีรัมย์     ฟื้นตัว 130% จำนวนนักท่องเที่ยวปัจจุบัน 256,030 คน อันดับ 3. บึงกาฬ     ฟื้นตัว 123% จำนวนนักท่องเที่ยวปัจจุบัน 58,687   คน เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆดีขึ้น คนเริ่มหันมาท่องเที่ยวมากขึ้นโดย ในจังหวัดนครพนม มีแหล่งท่องเที่ยวที่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นพระธาตุพนม พระธาตุเรณูนคร พญาศรีสัตตนาคราช อีกทั้งยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหารแหล่งใหม่และด้านโรงแรมมีการปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น  ทางด้านจังหวัดบุรีรัมย์ก็มีการแข่งขันฟุตบอล ณ ช้างอารีนา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยในเดือนกันยายน มีการแข่งไฮลักซ์ รีโว่ ไทยลีก 3 คู่ อีกทั้งยังมีการแข่งโออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์  ทางด้านจังหวัดบึงกาฬ ก็เป็นที่โด่งดังอยู่แล้วสำหรับถ้ำนาคา หรือจะเป็นหินสามวาฬ ภูสิงห์ และน้ำตกต่างๆ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติได้เป็นอย่างมาก จึงส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคของประเทศคาดว่าในไตรมาส 4 นี้สถานการณ์การท่องเที่ยวจะปรับตัวดีขึ้นทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (peak season) และการส่งเสริมกิจกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจจาก ททท. โดยผู้ประกอบการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวจะดีขึ้นมากกว่าภูมิภาคอื่น ๆ รองลงมาคือภาคใต้ และกรุงเทพฯ หากมองเป็นรายธุรกิจพบว่า ผู้ประกอบการร้านอาหาร คาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 4 นี้จะดีกว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมา รองลงมาคือ ธุรกิจที่พักแรม และร้านขายของฝาก/ของที่ระลึก อ้างอิงจาก:  กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชาชาติ #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ภาคอีสาน #นักท่องเที่ยว #จำนวนนักท่องเที่ยว #นครพนม #บุรีรัมย์ #บึงกาฬ

ปังหลายเด้อ ! เปิดลิสต์ร้านใหม่ ร้านเด็ด คว้า ‘มิชลิน ไกด์ 2023’  บุกอีสาน ‘ขอนแก่น-อุบลฯ-โคราช-อุดรฯ’

ปังหลายเด้อ ! เปิดลิสต์ร้านใหม่ ร้านเด็ด คว้า ‘มิชลิน ไกด์ 2023’  บุกอีสาน ‘ขอนแก่น-อุบลฯ-โคราช-อุดรฯ’   มิชลิน ไกด์ (Michelin Guide) จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ออกเดินทางเข้าสู่ประตูอีสาน เพื่อคัดสรรร้านอาหารจาก 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, อุบลราชธานี, อุดรธานี และขอนแก่น สำหรับการจัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ ประจำปี 2566 สำหรับภาคอีสานของประเทศไทย ถือเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจทางด้านอาหาร เพราะเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การทำปศุสัตว์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวคุณภาพสูง และยังมีปลาน้ำจืดให้เลือกเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารได้อีกด้วย รวมถึงเทคนิคการถนอมอาหารที่รู้จักกันดีอย่างปลาร้า ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญมากของวัฒนธรรมด้านอาหารของชาวอีสาน มานูเอล มอนทานา ประธานกลุ่มมิชลิน ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและออสเตรเลีย เปิดเผยว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีของการเปิดตัวมิชลิน ไกด์ ประจำปี 2566 เนื่องจากเวลานี้ ประเทศไทยกำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้เกิดการกระตุ้นการเดินทางอีกครั้งหนึ่ง ทั้งในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม นอกจากนี้ การจัดอันดับร้านอาหารในมิชลิน ไกด์ ในแต่ละปีก็มีคู่มือของแต่ละจังหวัดเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่เคยมีแค่เฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร กระทั่งครอบคลุมไปในภูมิภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน หรือจากจังหวัดในภาคอื่นๆ เช่น พระนครศรีอยุธยา, เชียงใหม่, ภูเก็ต และพังงา อ้างอิงจาก: เว็บไซต์มิชลินไกด์ มติชน ไทยรัฐ #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ภาคอีสาน #ขอนแก่น #อุบลราชธานี #นครราชสีมา #อุดรธานี #MichelinGuide #มิชลินไกด์ #ร้านอาหารอีสาน #ร้านอาหารมิชลิน  #ร้านอาหารมิชลินไกด์

ม่วนคัก ! ใหญ่สุดในอีสาน “เฉียงเหนือเฟส” เทศกาลดนตรี

ม่วนคัก ! ใหญ่สุดในอีสาน “เฉียงเหนือเฟส” เทศกาลดนตรี   เทศกาลดนตรีใหม่และใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดย ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น และจัดโดยทีมผู้จัดงานที่มีไอเดียสุดสร้างสรรค์อย่าง ‘All Area’ ภายใต้หน่วยงาน ‘GMM SHOW’ ในเครือ ‘GMM GRAMMY’  สร้างประสบการณ์ใหม่และความประทับใจให้กับชาวภาคอีสาน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อทำให้งานแตกต่างและตอบโจทย์แฟน ๆ มากที่สุด โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 ณ บขส.3 ขอนแก่น   ‘GMM SHOW’ พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ด้วยสุดยอดเทศกาลดนตรีที่ตอบโจทย์ความต้องการของชาวภาคอีสานมากที่สุด จากประสบการณ์ในการจัดคอนเสิร์ตและมิวสิกเฟสติวัลมาอย่างยาวนาน จึงเกิดเป็นเทศกาลดนตรีใหม่และใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย   อีกทั้งเล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดขอนแก่นเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางความเจริญ ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การบริการและการท่องเที่ยว รวมทั้งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีความพร้อมทั้งในด้านทำเลที่เชื่อมกับ 9 จังหวัดรอบข้าง ได้แก่ นครราชสีมา, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, บุรีรัมย์, ชัยภูมิ และเพชรบูรณ์ ขอนแก่นจึงเป็นจังหวัดที่มีโอกาสทางธุรกิจอย่างสูง   สำหรับจุดแข็งแรกของงานเฉียงเหนือเฟส คือ Line-Up ศิลปิน ที่มีทั้งศิลปินสายเลือดอีสาน และศิลปินที่ชาวอีสานอยากดูมากที่สุดกว่า 19 ศิลปิน บน 2 เวทีใหญ่ ‘เวทีเฉียง’ และ ‘เวทีเหนือ’ นำโดย Palmy, Cocktail, Three Man Down, Tilly Birds, Tattoo Colour, Polycat, Safeplanet, Taitosmith, Anatomy Rabbit, Whal & Dolph, ไปส่งกู บขส.ดู๊, UrboyTJ, Slapkiss, Sarah Salola, Asia7, โจอี้ ภูวศิษฐ์, Dept, Mirrr (เมอร์) และ Television Off    ซึ่งมีทั้งศิลปินที่สร้างแรงบันดาลใจ และความภาคภูมิใจให้ชาวอีสานอย่าง Tattoo Colour จากจังหวัดขอนแก่น, โจอี้ ภูวศิษฐ์ จากจังหวัดร้อยเอ็ด, Anatomy Rabbit จากจังหวัดอุดรธานี, ไปส่งกู บขส. ดู๊ จากจังหวัดขอนแก่น, SLAPKISS ที่มีสมาชิกในวงจากจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสกลนคร   ด้วยปัจจัยดังกล่าว ‘GMM …

ม่วนคัก ! ใหญ่สุดในอีสาน “เฉียงเหนือเฟส” เทศกาลดนตรี อ่านเพิ่มเติม »