May 2023

ปลอดภัยหลายกว่าเดิม ! ธปท. ประกาศ “โอนเงินเกิน 50000” ต้องสแกนใบหน้า เริ่ม มิ.ย.นี้

ปลอดภัยหลายกว่าเดิม ! ธปท. ประกาศ “โอนเงินเกิน 50000” ต้องสแกนใบหน้า เริ่ม มิ.ย.นี้   ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทยได้วางแผนการป้องกันการทุจริตเพิ่มเติม โดยให้ธนาคารต้องเพิ่มมาตรการการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (ไบโอแมตริกซ์) เมื่อทำธุรกรรมผ่าน mobile banking เมื่อมีรายการการโอนเงิน หรือเติมเงินพร้อมเพย์/G-Wallet ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อรายการ หรือยอดสะสมต่อวัน ครบทุก 200,000 บาท หรือต้องการปรับเพิ่มวงเงินโอนเงิน จ่ายเงินผ่านแอปฯ    ซึ่งปัจจุบัน ธนาคารได้ออกมาตรการดังกล่าวและทำการแจ้งเตือนลูกค้าผู้ใช้บริการ mobile banking ให้สามารถนำบัตรประชาชนปอัปเดตข้อมูล และสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนที่ธนาคารสาขาใกล้บ้านได้ตั้งแต่วันนี้   ​ธปท. ประกาศ 3 ชุดมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงินที่ดูแลตลอดเส้นทางการทำธุรกรรมทางการเงิน  โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ มาตรการป้องกัน ▪️ เพื่อปิดช่องทางที่มิจฉาชีพจะเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น ให้ สถาบันการเงินงดการส่งลิงก์ทุกประเภทผ่าน SMS อีเมล ▪️ งดส่งลิงก์ขอข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน และเลขบัตรประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย ▪️ จำกัดจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน mobile banking (username) ของแต่ละ สถาบันการเงินให้ใช้ได้ใน 1 อุปกรณ์เท่านั้น ▪️ โดย สถาบันการเงินต้องจัดให้มีการแจ้งเตือนผู้ใช้บริการ mobile banking ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง ▪️ พัฒนาระบบความปลอดภัยให้เท่าทันภัยการเงินรูปแบบใหม่อยู่ตลอดเวลา ▪️ ยกระดับความเข้มงวดในกระบวนการยืนยันตัวตนขั้นต่ำด้วยการใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบข้อมูลอัตลักษณ์ทางกายภาพของลูกค้า (biometrics) โดยกำหนด 3 ธุรกรรม ที่จะต้องมีการยืนยันตัวตน ▪️ การโอนวงเงินเกิน 50,000 บาทต่อรายการ ▪️ โอนวงเงินเกิน 200,000 บาทต่อวัน ▪️ การปรับเพิ่มวงเงินเกิน 50,000 บาทต่อวัน มาตรการตรวจจับและติดตามบัญชี หรือธุรกรรมต้องสงสัย ▪️ กำหนดเงื่อนไขการตรวจจับและติดตามธุรกรรมเข้าข่ายผิดปกติ หรือกระทำความผิด เพื่อให้ สถาบันการเงินรายงานไปสำนักงาน ปปง. ▪️ สถาบันการเงินต้องมีระบบตรวจจับและติดตามบัญชี หรือธุรกรรมต้องสงสัยแบบ near real-time เพื่อให้สามารถระงับธุรกรรมได้ทันทีเป็นการชั่วคราวเมื่อตรวจพบ มาตรการตอบสนองและรับมือ ▪️ เพื่อจัดการปัญหาให้ผู้เสียหายได้เร็วขึ้น ให้สถาบันการเงินทุกแห่งต้องมีช่องทางติดต่อเร่งด่วน (hotline) ตลอด 24 ชั่วโมง แยกจากช่องทางให้บริการปกติ ▪️ เพื่อให้ผู้ใช้บริการแจ้งเหตุได้โดยเร็ว รวมทั้งให้ดูแลรับผิดชอบผู้ใช้บริการ หากพบว่าความเสียหายเกิดจากข้อบกพร่องของสถาบันการเงิน   อ้างอิงจาก: https://www.tba.or.th/transfers-over-50000-must-scan-faces-starting-this-june/  https://www.chillpainai.com/scoop/15285    #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ธนาคารแห่งประเทศไทย #โอนเงิน #ทำธุรกรรมทางการเงิน #พร้อมเพย์ …

ปลอดภัยหลายกว่าเดิม ! ธปท. ประกาศ “โอนเงินเกิน 50000” ต้องสแกนใบหน้า เริ่ม มิ.ย.นี้ อ่านเพิ่มเติม »

จับตาเบิ่ง “ระเบียงเศรษฐกิจ” หม่องใหม่ ตลาดอสังหาฯอุดรธานีมาแรง ผู้ประกอบการเจ้าถิ่น-ส่วนกลางลงสนามเพียบ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยภาคอีสาน นครราชสีมาและขอนแก่น ยังเป็นจ่าฝูงจังหวัดที่มีขนาดตลาดใหญ่สุดตามลำดับของภาค แต่ในแง่อัตราเพิ่มอุดรธานี โดยเฉพาะครึ่งหลังปี 2565 มีสัญญาณการเพิ่มขึ้นของหน่วยโครงการเปิดใหม่ ก้าวกระโดดถึง 114% มูลค่า 1,959 ล้านบาท กลายเป็นดาวเด่นอสังหาฯภาคอีสาน นายจตุรงค์ ธนะปุระ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อุดรธานีกำลังจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบ 3-4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อนการระบาดโควิด-19 โดยเวลานี้มีโครงการหมู่บ้านจัดสรรทั้งเก่าและใหม่อยู่ประมาณ 40 กว่าโครงการ ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นของผู้ประกอบการใหญ่จากส่วนกลาง อาทิเช่น ศุภาลัย แสนสิริ ซี.พี.แลนด์ สิทธารมย์ ฯลฯ อีกกว่าครึ่งเป็นของนักลงทุนในท้องถิ่น และอีกส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาตตามถูกกฎหมายอีกจำนวนหนึ่ง ธุรกิจคอนโดมิเนียม จะเป็นการลงทุนของนักลงทุนจากส่วนกลาง ซึ่งได้ก่อสร้างเสร็จและเปิดขายหรือให้เช่าหมดแล้ว โดยที่อุดรธานีไม่ใช่ตลาดของธุรกิจคอนโดมิเนียม อาจเป็นสาเหตุให้ยังไม่มีการลงทุนคอนโดมิเนียมใหม่ เวลานี้ ส่วนที่ขายไปแล้วผู้ครอบครองส่วนใหญ่เปิดให้เช่าอยู่เป็นรายเดือน ส่วนกรณีทุนจีนแห่ซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้น นายจตุรงค์ชี้ว่าต้องมองหลายมุม เพราะมีทั้งดีและข้อเสีย ใน เชิงธุรกิจหากคนจีนเข้ามาทำธุรกิจมีการลงทุนด้านต่างๆ ในพื้นที่ก็เป็นการดี จากที่ทุนจีนมีกำลังซื้อสูง เมื่อเข้ามาช่วยกระตุ้นท้องถิ่นให้เจริญเติบโต ช่วยให้ธุรกิจอสังริมทรัพย์ในพื้นที่ดีขึ้น ที่สำคัญปัจจุบันกฎหมายก็อนุญาตให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ ด้านนายณัฐวัชร สวนสุจริต ที่ปรึกษาอิสระโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายโครงการ เปิดเผยว่า อสังหาฯอุดรธานีเวลานี้ประดังออกตลาด มีทั้งโครงการที่มีแผนลงทุนก่อนเกิดโควิค-19 ก็กลับมาเร่งลงมือ ขณะที่โครงการใหม่ที่เริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 2565 ต่อเนื่องถึงที่มีแผนจะเปิดในระยะต่อไป ทำให้มีซัพพลายออกมาทับซ้อนกันของโครงการเดิมและใหม่ และยังมีโครงการที่มีแผนจะขึ้นในระยะถัดไปอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้ตลาดมีการแข่งขันกันสูงมาก “เกิดจากปัจจัยด้านการเติบโตของพื้นที่และปัจจัยเสริมอื่นๆ เช่น อุดรธานี อยู่ในพื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการลงทุนตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล เช่น ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) เขตเศรษฐกิจพิเศษ มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เป็นจังหวัดศูนย์กลางของภาคอีสานตอนบน ที่สำคัญคือเป็นพื้นที่ที่จะเป็นเจ้าภาพมหกรรมงาน พืชสวนโลกปี พ.ศ. 2569” ในมุมผู้ซื้อถือเป็นโอกาสที่จะสามารถเลือกได้หลากหลายรูปแบบหลายทำเล เพราะโครงการจะมี กระจายออกไปยังพื้นที่ต่างๆ ของเมือง แต่การลงทุนช่วงนี้ต้องมีภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งวัสดุก่อสร้างปูน เหล็ก นํ้ามันที่เพงขึ้น ยังมีเรื่องค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น จนถึงราคาที่ดินที่ขยับขึ้น ทำให้ราคาบ้านต้นทุนใหม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นจากเดิม “บ้านทาวน์โฮมเดิมราคาล้านเศษๆ ที่เป็นโครงการของนักลงทุนท้องถิ่นเวลานี้ไม่มีเหลือแล้ว ส่วนโครงการของบริษัทมหาชนจากส่วนกลาง เปิดตัวที่ระดับราคา 3-3.5 ล้านบาทขึ้นไป ขณะที่นักลงทุนท้องถิ่นก็หันมาทำบ้านจัดสรรในราคาดังกล่าวด้วย” ส่วนปัจจัยลบปี 2566 เรื่องหลักคือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารต่างๆ ซึ่งจะทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง อีกประเด็นคือ มาตรการ LTV ที่ไม่มีการต่ออายุให้อีกแล้ว การขอกู้ 100% ไม่มีอีกแล้ว ทำให้การจะขอสินเชื่อจะผ่านการอนุมัติน้อยลง เนื่องจากระดับรายได้ของประชาชนทั่วไปยังเท่าเดิมไม่ได้เพิ่มขึ้น แม้สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายแล้ว ขณะที่การลงทุนโครงการอสังหาฯ อุดรธานี จะขยายตัวโซนทิศตะวันออกนอกเขตถนนสายรอบเมือง เริ่มตั้งแต่บริเวณสี่แยกบ้านจั่น ไปตามถนนสายรอบเมืองด้านตะวันออก จนถึงสี่แยกทางออกไปจังหวัดหนองคาย พื้นที่ตำบลกุดสระและต่อเนื่องด้านทิศตะวันออกของถนนมิตรภาพอุดรธานี-หนองคาย เป็นโซนที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง มีบริษัทมหาชนจากส่วนกลางหา พื้นที่และปักหมุดเตรียมขึ้นโครงการมากที่สุด อ้างอิงจาก: https://www.thansettakij.com/real-estate/565725 #ISANInsightAndOutlook #อีสาน …

จับตาเบิ่ง “ระเบียงเศรษฐกิจ” หม่องใหม่ ตลาดอสังหาฯอุดรธานีมาแรง ผู้ประกอบการเจ้าถิ่น-ส่วนกลางลงสนามเพียบ อ่านเพิ่มเติม »

“ประเพณีบุญบั้งไฟ”  ชวนเลาะ 6 จังหวัด แดนอีสาน

“ประเพณีบุญบั้งไฟ”  ชวนเลาะ 6 จังหวัด แดนอีสาน   “ประเพณีบุญบั้งไฟ” เป็นประเพณีของภาคอีสานของไทย มีตำนานมาจากนิทานพื้นบ้านของภาคอีสานเรื่องพระยาคันคาก เรื่องผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทานกล่าวถึงการจัดงานบุญบั้งไฟ เพื่อเป็นการบูชา พระยาแถน หรือเทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล ทั้งยังมีความเชื่อว่า หากหมู่บ้านใดไม่จัดทำการจัดงานบุญบั้งไฟบูชา ฝนก็จะไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านได้ ในงานประเพณีบุญบั้งไฟ มีกิจกรรมหลายอย่าง ตั้งแต่การจัดขบวนแห่บั้งไฟ การเซิ้งบั้งไฟ และการละเล่นต่างๆ ที่แสดงถึงวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น เช่น การทอดแหหาปลา การสักสุ่ม ขบวนเซิ้งแต่งกายสวยงามแบบโบราณ เซิ้งเป็นกาพย์ให้คติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนาอันงดงาม    บั้งไฟแต่ละอันที่มาเข้าขบวนแห่ จะถูกตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามด้วยลวดลายไทยสีทอง ว่ากันว่าศิลปะการตกแต่งบั้งไฟนี้ นายช่างจะต้องสับและตัดลวดลายต่างๆ นี้ไว้เป็นเวลานานเป็นเดือน แล้วจึงนำมาทากาวติดกับลูกบั้งไฟ ส่วนหัวบั้งไฟทำเป็นรูปต่าง ๆ ส่วนมากนิยมทำเป็นรูปหัวพญานาคอ้าปากและลิ้นพ่นน้ำได้ ตัวบั้งไฟจะนำไปตั้งบนฐาน ใช้รถหรือเกวียนเป็นพาหนะ นำมาเดินแห่ตามประเพณี โดยมีหลายชนิด ทั้งบั้งไฟกิโล บั้งไฟหมื่น และบั้งไฟแสน บั้งไฟกิโลนั้นใช้ดินประสิวหนัก 1 กิโลกรัม บั้งไฟหมื่นใช้ดินประสิว 12 กิโลกรัม และบั้งไฟแสนใช้ดินประสิว 10 หมื่น หรือ 120 กิโลกรัม เมื่อตกลงกันว่าจะทำบั้งไฟขนาดไหน จึงหาช่างมาทำโดยช่างที่ทำบั้งไฟนั้นสำคัญมากต้องเป็นผู้มีฝีมือในการคำนวนผสมดินประสิวกับถ่านไม้ หากทำไม่ถูกบั้งไฟจะแตกและไม่ขึ้นสู่ท้องฟ้า สำหรับไม้ที่ทำเป็นเสาบั้งไฟนั้นต้องเป็นไม้ไผ่ที่มีลำปล้องตรงกันเสมอกัน จะนำส่วนโคนต้นเพราะมีความหนาและเหนียว นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันจุดบั้งไฟ ซึ่งจะมีการแบกบั้งไฟไปยังฐานยิงในที่โล่ง ถ้าบั้งไฟของใครจุดแล้วยิงไม่ขึ้น คนทำจะถูกโยนลงในโคลน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาอีกด้วย   สำหรับ “ประเพณีบุญบั้งไฟ” ประจำปี 2566 มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ถึง 6 จังหวัดในภาคอีสาน โดยเพจข่าวสารท่องเที่ยว ททท. ได้โพสต์เชิญชวนเที่ยวงานประเพณีบุญบั้งไฟ ให้ได้ปักหมุดเดินทางท่องเที่ยว โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้ ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร จัดขึ้นที่สวนสาธารณะพญาแถน 17 – 21 พฤษภาคม 2566  รายละเอียดกิจกรรม 19 พ.ค. 66 โชว์บั้งไฟโบราณ บั้งไฟเอ้สวยงาม การประกวดบั้งไฟโก้ การประกวดกาพย์เซิ้งบั้งไฟ การประกวดเทพพระบุตร-เทพธิดาบั้งไฟโก้ การประกวดคณะกองเชียร์บั้งไฟ ประจำปี 2566  20 พ.ค. 66 ชมพิธีเปิดงานและขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม จาก 9 คุ้มวัด และ 9 อำเภอ 21 พ.ค. 66 การแข่งขันการจุดบั้งไฟประเภทต่าง ๆ อาทิ บั้งไฟแฟนซีและบั้งไฟขึ้นสูง   ประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า จัดขึ้นที่เทศบาลตำบลกุดหว้า จังหวัดกาฬสินธุ์ 20 – 21 พฤษภาคม 2566  ชมการจุดตะไลแสน ตะไล …

“ประเพณีบุญบั้งไฟ”  ชวนเลาะ 6 จังหวัด แดนอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

พาส่องเบิ่ง ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SMEs เดือนเมษายน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SMEs อยู่ที่ 53.3 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 0.1 แนวโน้มธุรกิจ SME ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือกลุ่มไหน? ภาคการค้าทั้งการค้าส่งและค้าปลีกปรับตัวดีขึ้น โดยได้กำลังชื้อที่เพิ่มขึ้นจากแรงงานที่กลับภูมิลำเนาในช่วงสงกรานต์ ขณะที่เศรษฐกิจในภาพรวมได้รับผลกระทบทางลบจากปัญหาทางสภาพภูมิอากาศ ที่เกิดพายุฝนใน หลายพื้นที่ ดัชนีความเชื่อมั่นฯ SMEs ภาคธุรกิจ เป็นอย่างไร? ภาคการค้าและการบริการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ขยายตัวจากกำลังซื้อและการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงสงกรานต์ ภาคการผลิต 52.9 ลดลง -0.7 จากเดือนมีนาคม ภาคการผลิตชะลอตัวลง จากแรงงานกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ปริมาณการผลิตสินค้าลดลง โดยเฉพาะกับกลุ่มเสื้อผ้า รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์จากไม้ ภาคการค้า 54.0 เพิ่มขึ้น 1.4 จากเดือนมีนาคม ภาคการค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งการค้าส่งและค้าปลีก โดยส่วนมากจะได้ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะกับร้านที่ตั้งในเขตอำเภอเมือง ซึ่งกลุ่มสินค้าที่มียอดขายมากขึ้นจะเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในเทศกาลสงกรานต์ ภาคการบริการ 58.4 เพิ่มขึ้น 0.7 จากเดือนมีนาคม ภาคการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับอานิสงส์จากวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่กระตุ้นความต้องการท่องเที่ยวในเดือนเมษายนให้สูงขึ้น ภาคการเกษตร 51.6 ลดลง -2.8 จากเดือนมีนาคม ภาคการเกษตรชะลอตัวลง จากปัจจัยสภาพอากาศเป็นสําคัญที่ในหลายพื้นที่เผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนองซึ่งกระทบปริมาณในการผลิตสินค้าเกษตร แต่ผู้ประกอบการเริ่มลดความกังวลด้านต้นทุนลง จากราคาปุ๋ยที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หมายเหตุ: ดัชนี SMEs มีค่าสูงสุดเท่ากับ 100 และมีค่าฐานเท่ากับ 50 – ดัชนี > 50 หมายถึง ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ “ดีขึ้น” จากเดือนก่อนหน้า – ดัชนี = 50 หมายถึง ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ “ทรงตัว” จากเดือนก่อนหน้า – ดัชนี < 50 หมายถึง ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ “ลดลง” จากเดือนก่อนหน้า อ้างอิงจาก: – สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์#SMEs #ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการSMEs#ธุรกิจ #ดัชนีความเชื่อมั่น #ธุรกิจอีสาน

ชวนเบิ่ง ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมภาคอีสาน ในเดือนเมษายน

ดัชนีความเชื่อมั่นฯในเดือนเมษายน 2566 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 98.9 ปรับตัวลดลง จากระดับ 103.9 ในเดือนมีนาคม ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 106.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 104.5 ในเดือนมีนาคม ปัจจัยลบ – ภาคการผลิตชะลอตัวลง เนื่องจากวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทำให้วันทำงานน้อย – ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า และราคาน้ำมัน – อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในทิศทางขาขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของ SMEs เพิ่มขึ้น ปัจจัยบวก – การบริโภคและการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ – กำลังซื้อในภูมิภาคเพิ่มขึ้นเนื่องจากการขยายตัวของรายได้ภาคเกษตร อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่งผลด้านลบ ต่อค่าดัชนีฯ อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม (เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ และส่วนประกอบ มีคำสั่งซื้อลดลง จากตลาดสหรัฐสหภาพยุโรปและลาตินอเมริกา เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท เตาไมโครเวฟ ตู้เย็น มียอดขายในประเทศลดลง ตามอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอ) อุตสาหกรรมน้ำตาล (ผลิตภัณฑ์น้ำตาลทราย มีคำสั่งซื้อในประเทศลดลง ขณะที่หลายโรงงานทยอยปิดหีบอ้อยทำให้ปริมาณการผลิตลดลง) อุตสาหกรรมเซรามิก (ผลิตภัณฑ์กระเบื้องเซรามิก และสุขภัณฑ์ มียอดขายในประเทศลดลง ขณะที่ปริมาณการผลิตลดลงเนื่องจากวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์) อ้างอิงจาก: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์#ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม #ดัชนีความเชื่อมั่น #ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม#อุตสาหกรรม

รายได้รัฐบาลไทย ได้จากภาษีอะไรบ้าง? (ข้อมูล ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค. ปีงบฯ 66)

รายได้รัฐบาลไทย ได้จากภาษีอะไรบ้าง? (ข้อมูล ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค. ปีงบฯ 66)   อ้างอิงจาก : กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมธนารักษ์ กรมบัญชีกลาง  และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #กรมสรรพากร #กรมสรรพสามิต #กรมศุลกากร 

งบประมาณแผ่นดิน ในอีสาน หลายปานใด๋ในแต่ละจังหวัด ?

งบประมาณแผ่นดิน ในอีสาน หลายปานใด๋ในแต่ละจังหวัด ?   อัพเดทงบประมาณของปี 2566 จะเห็นได้ว่าจังหวัดที่ได้งบประมาณสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 25,644 ล้านบาท, ขอนแก่น 18,667 ล้านบาท, อุบลราชธานี 14,750 ล้านบาท แต่เมื่อมาลองดูจังหวัดที่มีจำนวนงบประมาณต่อประชากร 1 คนนั้น จะเห็นได้ว่า จังหวัดที่ได้สูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ หนองคาย บึงกาฬ และมุกดาหาร    อ้างอิงจาก:  สำนักงบประมาณ Agenda   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #งบประมาณแผ่นดิน #งบประมาณอีสาน #งบประมาณ #นครราชสีมา #ขอนแก่น #อุบลราชธานี #หนองคาย #บึงกาฬ #มุกดาหาร 

พาส่องเบิ่ง “อุดร ช.ทวี” อาณาจักรผู้แทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่ รายใหญ่แห่งอีสานตอนบน

บริษัท อุดร ช.ทวี จำกัด เป็นเครือช.ทวี ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่รายใหญ่ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดย บ.อุดร ช.ทวี ดูแลใน 6 จังหวัด คือ อุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม และกาฬสินธุ์ โดยเวลานี้ คุณสุระชัย ทวีแสงสกุลไทย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อุดร ช.ทวี จำกัด มอบให้ คุณณัฐชัย ทวีแสงสกุลไทย ลูกชายคนโต เข้ามาดูแลรับผิดชอบในการบริหารธุรกิจทั้งหมดแทน เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปต้องให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารจัดการแทนคนรุ่นเก่า ส่วนคุณสุระชัยออกมาเป็นที่ปรึกษา คอยให้แนวทางการดำเนินงานต่างๆ แทน รวมทั้งไปดูแลงานด้านอสังหาริมทรัพย์ และใช้เวลาที่ว่างมากขึ้นไปศึกษาหาความรู้ มองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงตามดูความเปลี่ยนแปลงโครงข่ายคมนาคมของประเทศและกลุ่มอาเซียนมาก่อนหน้านั้น และระบบโลจิสติกส์ของจีน (โครงการBRI) มาผนวกรวมกัน พบว่าธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจร จะมีความจำเป็นและมีโอกาสเติบโตในอนาคต โดยที่บางส่วนของภาคอีสานตอนบน ที่เป็นพื้นที่ทางผ่านของระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก (แนวทางแม่สอด-นครพนม) หรือ East-Weast Corridor จะกลายเป็นศูนย์กลางของระบบโลจิสติกส์ของไทย และกลุ่มประเทศอาเซียนตอนบน รวมไปถึงประเทศจีนตอนใต้หลายมณฑล โดยมีประชากรรวมกันหลายร้อยล้านคน ทั้งนี้ กาฬสินธุ์อยู่ในแนวเส้นทางคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงสู่กลุ่มอาเซียนตอนบนและจีน โดยจากเวียดนามกลางผ่านลาวไปจีนตอนใต้ หรือผ่านเมียนมาไปลาวถึงจีน ก็ต้องผ่านพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะบึงกาฬ กับทางหลวงหมายเลข 8 ที่กำลังมีโครงการก่อสร้างจากท่าเรือแหลมฉบัง-นครพนม ผ่านพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นฐานการผลิตในภาคตะวันออก ก็ต้องผ่านกาฬสินธุ์ และบึงกาฬ ก่อนเข้าสู่สปป.ลาว บริษัท อุดร ช.ทวี เล็งเห็นโอกาสระยะยาวในธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ว่ามีอนาคตการเติบโตสดใสกว่าธุรกิจอื่น จึงได้ลงทุนหาซื้อที่ดินในจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดแนวชายแดนไว้เกือบทุกจังหวัด รวมถึงแลนด์แบงก์ใน 6 จังหวัดจะได้นำแปลงที่ดินที่มีศักยภาพมาพัฒนารองรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ควบคู่ไปด้วย โดยได้ตั้งสาขาที่จังหวัดบึงกาฬไว้แล้ว ส่วนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีที่ดินประมาณ 50 ไร่ ได้แบ่งมา 6 ไร่ ตั้งเป็นศูนย์บริการครบวงจร แก่รถบรรทุกขนาดใหญ่ของบริษัทขนส่งสินค้า ส่วนที่อุดรธานี จะใช้พื้นที่ของบริษัท ที่เตรียมไว้บริเวณริมถนนมิตรภาพ สายอุดรธานี-ขอนแก่นจำนวน 10 ไร่ ตั้งเป็นศูนย์บริการ และมีแผนขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั้ง 6 แห่งต่อไป โดยที่สาขาหนองคาย ได้จัดพื้นที่ไว้ประมาณ 50 ไร่ สำหรับการจัดตั้งคลังสินค้าทันฑ์บน เป็นที่พักสินค้าขาออก-สินค้าเข้า โดยจะนำระบบเน็ตเวิร์คที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการให้บริการ โดยมีเครือข่ายสาขาของบริษัท ช.ทวีฯ ทุกแห่งของภาคอีสานคอยเป็นลูกข่ายให้ โดยแผนงานเหล่านี้มีเป้าหมายจะเสร็จในอีก 5 ปีข้างหน้า ปัจจุบัน ใน 6 จังหวัดภาคอีสานตอนบน บริษัท อุดร ช.ทวี มีส่วนแบ่งตลาดรถบรรทุกฮีโน่ อยู่ที่ 42 % และมุ่งบริการแบบครบวงจร ทั้งบริการอะไหล่รถบรรทุก บริการดูแลซ่อมแซม …

พาส่องเบิ่ง “อุดร ช.ทวี” อาณาจักรผู้แทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่ รายใหญ่แห่งอีสานตอนบน อ่านเพิ่มเติม »

ทำความฮู้จัก ควายไทย บ้านเฮา  ควายปลัก & ควายแม่น้ำ 

ทำความฮู้จัก ควายไทย บ้านเฮา  ควายปลัก & ควายแม่น้ำ    เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ถือเป็น “วันอนุรักษ์ควายไทย” ควายในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นควายบ้านหรือควายป่า ต่างก็มีความผูกพันกับการดำรงชีพของคนไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานโดยเฉพาะภาคการเกษตร เพราะควายสามารถทนต่อสภาพอากาศร้อนจัด และยังช่วยทุ่นแรงได้เป็นอย่างดี ควายไทยถือเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมของไทยมาอย่างช้านาน ด้วยความที่เป็นสัตว์ที่มีความอดทน ทนแดด ทนร้อน ทนสภาพอากาศแห้งแล้งได้ ทำให้กลายเป็นเครื่องมือไถนาชั้นดี นอกจากนี้แล้วการเดินทางในสมัยก่อนก็ยังใช้ควายเทียมเกวียน เพื่อทุ่นแรงในการเดินทางไกลอีกด้วย แต่ปัจจุบันควายไทยถูกลดความสำคัญลง จนกลายเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงเท่านั้น   สถานการณ์ควายไทย ในปี 2565 มีทั้งหมด 1,741,141 ตัว โดยแบ่งเป็นเพศเมีย 1,251,030 เพศผู้ 490,111 โดย 10 อันดับแรกมาจากภาคอีสานทั้งหมดเลยทีเดียว นั่นคือ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สกลนคร นครราชสีมา นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม อุดรธานี ตามลำดับ ควายไทยเป็นที่รู้กันว่ามีราคาที่สูงมาก ซึ่งรายได้จากควายถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ กลุ่มเลี้ยงควายพันธุ์ หรือควายสวยงาม และกลุ่มควายเนื้อ หรือเลี้ยงเพื่อขายเนื้อหนังของควาย โดยราคาของควายเนื้อ คือ เพศผู้น้ำหนัก 600 กก. ราคาอยู่ที่ 85-88 บาท/ กก. หรือประมาณ 50,000 – 52,000 บาท เพศผู้น้ำหนัก 500 กก. ราคาอยู่ที่ 83-85 บาท/ กก. หรือประมาณ 41,500 – 42,500 บาท   สามารถรีดน้ำเชื้อและฝากทับได้เช่นกัน สำหรับราคาน้ำเชื้อชุดนึงอยู่ที่ 5,000 – 30,000 บาท/ ชุด (ชุดนึงมี 10 โดส) โดยการรีดน้ำเชื้อขึ้นอยู่กับพ่อพันธุ์บางตัวรีดได้ทุก 2-3 อาทิตย์ บางตัว 2-3 เดือน และอายุของพ่อพันธุ์ที่รีดน้ำเชื้อได้อยู่ที่ 2.5 – 3 ปี สำหรับราคาฝากทับ หรือฝากผสมอยู่ที่ 5,000 บาท/ ครั้ง ถ้าต้องการฝากทางฟาร์มเลี้ยงดูต่อราคาอยู่ที่ 100 – 150 บาท/ วัน . อ้างอิงจาก: กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สํานักงานปศุสัตว์อําเภอ  ศูนย์สนเทศทางกระบือนานาชาติ (IBIC) สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้จัดการออนไลน์ …

ทำความฮู้จัก ควายไทย บ้านเฮา  ควายปลัก & ควายแม่น้ำ  อ่านเพิ่มเติม »

เรื่องของ “งัว” จำนวนโคเนื้อ และ ตลาดนำเข้า-ส่งออก ของไทย 2565

เรื่องของ “งัว” จำนวนโคเนื้อ และ ตลาดนำเข้า-ส่งออก ของไทย 2565 กับข้อได้เปรียบจากการเลี้ยง เพื่อการส่งออกของอีสาน    🐂 จำนวนโคเนื้อ  ในปี 2565 ประเทศไทยมีโคเนื้อกว่า 9.39 ล้านตัว โดยภูมิภาคที่เลี้ยงโคเนื้อมากที่สุด คือ ภาคอีสาน 3.97 ล้านตัว (56.1%) รองลงมาเป็น ภาคกลาง 1.53 ล้านตัว (16.3%) ภาคเหนือ 1.45 ล้านตัว (15.5%) และภาคใต้ 1.13 ล้านตัว (12.1%)  🥩 การนำเข้า-ส่งออกโคเนื้อ ก่อนอื่นต้องรู้ว่า การนำเข้า-ส่งออก สินค้าที่เกี่ยวข้องกับโคเนื้อ จะแบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ ดังนี้ โคเนื้อมีชีวิต ประกอบด้วย โคมีชีวิตสำหรับทำพันธุ์ และโคมีชีวิตอื่น ๆ เนื้อโคและส่วนอื่นที่กินได้ ประกอบด้วย เนื้อโคสดแช่เย็น เนื้อโคสดแช่แข็ง และเครื่องในโคเนื้อและส่วนอื่นที่บริโภคได้  ผลิตภัณฑ์เนื้อโค เช่น เนื้อโคแปรรูป 📌 ข้อได้เปรียบจากการเลี้ยงโคเนื้อ เพื่อการส่งออกของอีสาน สำหรับภาคอีสาน นอกจากจะเป็นภูมิภาคที่เลี้ยงโคเนื้อมากที่สุด เหมาะกับการต่อยอด ยังมีความได้เปรียบด้านแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น กากมันสำปะหลัง ฟางข้าว และเปลือกข้าวโพด ที่นิยมนำมาผสมเป็นอาหารข้นเลี้ยงโคขุน เนื่องจากมีราคาถูก และให้คุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าอาหารหยาบ (หญ้าสด) รวมไปถึงความได้เปรียบในเส้นทางคมนาคมไปจีน   ที่มา: สำนักการค้าสินค้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมปศุสัตว์,  https://region6.dld.go.th/webnew/pdf/zoo65/T2-1-Cattle.pdf, https://www.salika.co/2020/12/10/thailand-meat-industry-go-inter/  และ https://pasusart.com/การเลี้ยงโคขุน-ไม่ยาก-แ/   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #โคเนื้อ #ส่งออก #นำเข้า #สุรินทร์ #นครราชสีมา #อุบลราชธานี

Scroll to Top