Infographic

สรุปเรื่อง น่ารู้ แดนอีสาน ทั้ง เศรษฐกิจ ธุรกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม

อีสานอินไซต์ พาเลาะเบิ่ง ตัวอย่าง “ปราสาทหิน” ถิ่นอีสานใต้ ร่องรอยแหล่งอารยธรรมขอมโบราณ

ภาคอีสานของเราถือว่ามีความโดนเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ทั้งในแง่มุมของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอาหารการกิน หากมองในแง่เศรษฐกิจของท้องถิ่น ปราสาทหินถิ่นอีสานใต้สามารถสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว โดยถือเป็นการกระจายของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนและบริเวณใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำคนในชุมชนเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังปราสาทหิน อย่างผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหาร ขนมโบราณ เมนูอาหารดั้งเดิม และการแสดงชุมชน   ดินแดนอีสานใต้อันประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่อารยธรรมขอมโบราณยังคงปรากฏมีร่องรอยอยู่ในปัจจุบัน โดยถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบปราสาทหินและศาสนสถานต่าง ๆ ซึ่งสถานที่เหล่านั้นนอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรมชั้นดีแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญจนก่อเกิดเป็นประเพณีและเทศกาลที่เกี่ยวข้อง   อีสานอินไซต์ พาเลาะเบิ่ง ตัวอย่าง “ปราสาทหิน” ถิ่นอีสานใต้ ร่องรอยแหล่งอารยธรรมขอมโบราณ   🪨ปราสาทหินพิมาย📍นครราชสีมา สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีลักษณะพิเศษ คือ ปราสาทประธานสร้างหันหน้าไปทางทิศใต้ ต่างจากปราสาทหินอื่น ๆ ที่มักหันไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าเพื่อให้หันรับกับเส้นทางตัดมาจากเมืองยโศธรปุระ เมืองหลวงของอาณาจักรขอม โดยเป็นพุทธสถานในลัทธิมหายาน   🪨ปราสาทหินพนมรุ้ง📍บุรีรัมย์ ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย เขาพนมรุ้งและปราสาทบนยอดเขาจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาส อันเป็นที่ประทับของพระศิวะ และยังเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางจักรวาล โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบขอม สร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย มีอาคารเรียงรายไปจนถึงปราสาทประธาน   นอกจากนี้ยังมีความมหัศจรรย์ที่ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่ คือ ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น 4 ครั้งต่อปีเท่านั้นอีกด้วย   🪨ปราสาทหินเมืองต่ำ📍ดบุรีรัมย์ สร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย เนื่องจากได้มีการขุดพบศิวลึงก์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในลัทธิไศวนิกาย ที่บริเวณปราสาทประธาน ส่วนพระวิษณุน่าจะได้รับการนับถือในฐานะเทพเจ้าชั้นรอง เพราะภาพสลักส่วนมากที่ปราสาทหลังนี้ สลักเรื่องเกี่ยวกับการอวตารของพระวิษณุ   มีลักษณะเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงอันเดียวกัน รอบล้อมด้วยระเบียงคดและซุ้มประตู, กำแพงแก้วและซุ้มประตู และบาราย (ทะเลเมืองต่ำ) หรืออ่างเก็บน้ำที่ขุดเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคของชุมชนเมืองในสมัยโบราณ  . 🪨ปราสาทศีขรภูมิ📍สุรินทร์ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 เนื่องในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย (บูชาพระศิวะเป็นใหญ่) ต่อมามีการบูรณะส่วนยอดของปราสาทหลังทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในราวพุทธศตวรรษที่ 22 สมัยศิลปะล้านช้าง ดังมีจารึกอักษรธรรมปรากฏอยู่ ณ ปราสาทแห่งนี้ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมภายในประกอบด้วยปราสาทก่ออิฐที่ไม่สอปูน จำนวน 5 ห้อง องค์กลางเป็นปรางค์ประธาน ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน มีคูน้ำล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน และเว้นเป็นทางเข้าอยู่ทางทิศตะวันออก   🪨ปราสาทตาเมือน📍สุรินทร์ เป็นที่พักคนเดินทางแห่งหนึ่งใน 17 แห่ง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราช โปรดฯ ให้สร้างขึ้น มีลักษณะเป็นปรางค์เดียวมีห้องยาวเชื่อมต่อมาทางด้านหน้าผนังด้านหนึ่งปิด ทึบ แต่สลักเป็นหน้าต่างหลอก ส่วนอีกด้านมีหน้าต่างเรียงกันโดยตลอด   🪨ปราสาทตาเมือนโต๊ด […]

อีสานอินไซต์ พาเลาะเบิ่ง ตัวอย่าง “ปราสาทหิน” ถิ่นอีสานใต้ ร่องรอยแหล่งอารยธรรมขอมโบราณ อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง บริษัทเครื่องปรุงไทยที่สร้างชื่อและโดดเด่นในตลาด GMS

ฮู้บ่ว่า ประเทศเพื่อนบ้านในบริเวรแถบลุ่มแม่น้ำโขง มีสินค้าของคนไทยเข้าไปทำการตลาดและขายสินค้า จนสามารถมีบทบาทสำคัญของตลาดสินค้าอาหารและเครื่องปรุงในต่างประเทศได้   . บริษัทเครื่องปรุงและวัตถุดิบในประเทศไทยนับว่ามีบทบาทในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่มีพรมแดนติดกันกับประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความนิยมของสินค้าไทย ไม่ว่าจะเป็นจากด้านคุณภาพและด้านราคา จนสามารถมีบทบาทโดดเด่นในประเทศปลายทางที่มีการขายสินค้าได้ โดยได้แสดงออกมาจากส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทไทยที่มีในประเทศนั้นๆ    . ในประเทศลาว บริษัทเครื่องปรุงและวัตถุดิบของประเทศไทยที่โดดเด่น มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันมากถึง 31% โดยบริษัทที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดคือ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ที่มีสินค้าหลักๆคือ น้ำมันพืชตรากุ๊ก และเพียงแค่บริษัทเดียวก็ครองส่วนแบ่งการตลาดในประเทศลาวมากถึง 17.3% นอกจากนี้ยังมีบริษัทเด่นๆ อีก 3 บริษัทที่มีสินค้าประเภทซอสปรุงรสอย่าง ซอสภูเขาทอง เด็กสมบูรณ์ และน้ำปลาตราทิพรส   . ประเทศที่มีพรมแดนติดกับอีสานตอนใต้อย่างประเทศกัมพูชา มีบริษัทที่โดดเด่นเพียงแค่บริษัทเดียวคือ  บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีสินค้าอย่าง น้ำมันพืชตราองุ่น ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องปรุงและวัตถุดิบของประเทศกัมพูชาไปกว่า 10.5%    . ประเทศเมียนมาร์เองก็มีบริษัทไทยที่โดดเด่นที่ครองส่วนแบ่งการตลาดไปกว่า 18.5% สินค้าเด่นๆของไทยคือ น้ำปลาตราคนแบกกุ้ง ของบริษัท อุตสาหกรรมน้ำปลาระยอง จำกัด นอกจากนี้ยังมี น้ำมันพืชตรากุ๊กและน้ำผลไม้เข้มข้น ตราควีน อีกด้วย   . ในประเทศจีนและเวียดนาม สินค้าในประเภทเครื่องปรุงของประเทศไทยไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศนี้เป็นประเทศที่มีขนาดอุตสาหกรรมที่ใหญ่ และมีผลผลิตสินค้าประเภทนี้ภายในประเทศตนเองที่สูงอยู่แล้ว ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าไทยใน 2 ประเทศนี้มีน้อยมาก

พามาเบิ่ง บริษัทเครื่องปรุงไทยที่สร้างชื่อและโดดเด่นในตลาด GMS อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง  โรงพยาบาลเครือข่ายธนบุรีในอีสาน

พามาเบิ่ง  โรงพยาบาลเครือข่ายธนบุรีในอีสาน . . จากตำนานผู้บุกเบิกธุรกิจการแพทย์สู่จุดวิกฤตครั้งใหญ่ในชีวิต “นพ.บุญ วนาสิน” พร้อมครอบครัว เผชิญข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ผู้เสียหายกว่า 500 รายแฉถูกหลอกลงทุนในโครงการสุขภาพใหญ่สุดในประเทศ ตำรวจเร่งติดตามตัวหมอบุญหลังพบหลบหนีไปต่างประเทศ . ISAN Insight พามาเบิ่ง  โรงพยาบาลเครือข่ายธนบุรีในอีสาน . บุญ วนาสิน เกิดเมื่อปี พ.ศ.2481 อายุ 86 ปีในปัจจุบัน  ในปี พ.ศ.2517 นพ.บุญ ก่อตั้ง รพ.ธนบุรี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักร “ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG)” องค์กรที่เติบโตจนมีโรงพยาบาลและธุรกิจในเครืออีกหลายแห่ง ครอบคลุมการดูแลสุขภาพทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น ศูนย์ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ธุรกิจการผลิตเครื่องมือแพทย์ และการดูแลผู้ป่วยในระยะยาว . บทบาทสำคัญในวงการแพทย์ ในฐานะผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล นพ.บุญ มีบทบาทสำคัญในพัฒนาวงการสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เขามีบทบาทโดดเด่นในการสนับสนุนวัคซีนทางเลือก รวมถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในช่วงวิกฤต . บทบาทใน “วิกฤตโควิด” จุดเริ่มต้นข้อครหา ? ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นพ.บุญ วนาสิน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการเสนอนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดหาวัคซีนในประเทศไทย  . หมอบุญเคยออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อหลายครั้งเกี่ยวกับความล่าช้าและความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล เขาระบุว่าภาคเอกชนสามารถจัดหาวัคซีนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่า แต่กลับไม่มีหลักฐานแน่ชัดเกี่ยวกับข้อตกลงหรือความร่วมมือระหว่างเขาและบริษัทผู้ผลิตวัคซีน ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหรือแสวงหาประโยชน์เชิงธุรกิจหรือไม่ . นอกจากประเด็นวัคซีน หมอบุญยังถูกตั้งข้อสงสัยว่าการขยายกิจการทางการแพทย์ของบริษัทในเครือในช่วงวิกฤต เป็นการฉวยโอกาสจากสถานการณ์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของบริการฉีดวัคซีนที่เปิดให้ประชาชนในบางกลุ่มต้องชำระค่าใช้จ่าย . อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณ์ของ นพ.บุญ เริ่มถูกตั้งคำถามเมื่อผู้เสียหายกว่า 500 รายออกมาแจ้งความว่าถูกหลอกลวงให้ลงทุนในโครงการทางการแพทย์ 5 โครงการที่อ้างความน่าเชื่อถือจากชื่อเสียงของ THG ผู้เสียหายระบุว่า นพ.บุญและครอบครัว เสนอการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง พร้อมดอกเบี้ยล่วงหน้า แต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในปี 2567 กลับมีปัญหาในการจ่ายเงิน อีกทั้งเช็คที่ออกให้ผู้ลงทุนจำนวนมากไม่สามารถขึ้นเงินได้ ส่งผลให้เกิดการแจ้งความเป็นวงกว้าง . กรณีนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของ นพ.บุญ และอาณาจักร THG ซึ่งเคยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านสุขภาพของประเทศไทย ความเชื่อมั่นของประชาชนในวงการแพทย์และระบบการลงทุนได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย ในขณะที่ นพ.บุญ พร้อมภรรยาและบุตรสาว ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว โดยมีรายงานว่า หมอบุญเดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ส่วนภรรยา-บุตรสาว พบว่ายังอยู่ในประเทศไทย . . อ้างอิงจาก: เว็บไซต์ของบริษัท, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, thaipbs . ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่ https://linktr.ee/isan.insight . #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน #โรงพยาบาลเอกชนในอีสาน #TGH #โรงพยาบาลเครือธนบุรี #หมอบุญ

พามาเบิ่ง  โรงพยาบาลเครือข่ายธนบุรีในอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

พาเปิดเบิ่ง “ฟาร์มหมูภูธรแดนอีสาน” มูลค่ากว่า 6,400 ล้านบาท กระจายอยู่กลุ่มจังหวัดไหนบ้าง

ในปี 2566 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีรายได้รวมจากธุรกิจการเลี้ยงหมูมากกว่า 6,430 ล้านบาท โดยกลุ่มจังหวัดที่มีรายได้รวมมากที่สุด คือ กลุ่มนครชัยบุรินทร์ มีมูลค่ากว่า 3,474 ล้านบาท รองลงมา คือ กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ มีมูลค่า 1,369 ล้านบาท และกลุ่มสบายดี มีมูลค่า 1,310 ล้านบาท ตามลำดับ   โดยบริษัทเสี้ยงหมูรายใหญ่ในอีสานก็จะอยู่ในกลุ่มนครชัยบุรินทร์เช่นกัน อย่างเช่น  – บจก.อาร์.เอ็ม.ซี.ฟาร์ม ที่มีรายได้กว่า 869 ล้านบาท – บจก.ฟาร์มพรประเสริฐ รายได้กว่า 650 ล้านบาท – บจก.ศรายุทธ ฟาร์ม รายได้กว่า 425 ล้านบาท – บจก.ส.ปศุสัตว์ รายได้กว่า 282 ล้านบาท   กลุ่มนครชัยบุรินทร์ไม่ได้มีเพียงรายได้รวมมากที่สุด แต่ยังมีจำนวนหมูและเกษตรกรที่เลี้ยงหมูมากที่สุดในภาคอีสานอีกด้วย เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขทางธรรมชาติที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงหมูและการผลิตเนื้อหมูในพื้นที่นี้ อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมในการทำธุรกิจฟาร์มหมูและยังมีการพัฒนาฐานพื้นที่สำหรับฟาร์มและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้มีฟาร์มหมูจำนวนมากในพื้นที่นี้   แนวโน้มคาดว่าอุปทานเนื้อสุกรเพิ่มขึ้น ตามจำนวนสุกรเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนหลักอย่างราคาอาหารสัตว์ปรับลดลง ทั้งรำสด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และปลาป่น โดยอุปทานเนื้อสุกรจะมาจากผู้ผลิตสุกรรายกลาง-ใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่ผู้ผลิตสุกรรายย่อยจะลดบทบาทลง ขณะที่อุปสงค์เนื้อสุกรคาดว่าขยายตัวได้ตามราคาเนื้อสุกรที่ปรับลดลงเป็นหลัก ซึ่งช่วยหนุนความต้องการของผู้บริโภคไทย นอกจากนี้ การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มการบริโภคเนื้อสุกรในประเทศ     อ้างอิงจาก:. – KResearch Center – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า – กรมปศุสัตว์   ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่ https://linktr.ee/isan.insight   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #ธุรกิจฟาร์มหมู #ฟาร์มหมู #เลี้ยงหมู #สุกร #เลี้ยงสุกร

พาเปิดเบิ่ง “ฟาร์มหมูภูธรแดนอีสาน” มูลค่ากว่า 6,400 ล้านบาท กระจายอยู่กลุ่มจังหวัดไหนบ้าง อ่านเพิ่มเติม »

ลาวถูกแซงหน้า จากสินค้าจีนล้นด่านชายแดนอีสาน : เปรียบเทียบการนำเข้าก่อน-หลังสงครามการค้า

ฮู้บ่ว่าปัจจุบัน สินค้านำเข้าจากจีนกลายเป็นอันดับ 1 ของการนำเข้าฝั่งอีสาน แซงหน้าประเทศลาวด้วยอัตราการเติบโตกว่า 78% ภายใน 7 ปี   . ลาวนับเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกันกับคนในภาคอีสาน ทั้งด้านเชื้อชาติ ภูมิประเทศ ขนบธรรมเนียมประเพณี รวมไปถึงการเป็นคู่ค้าสำคัญกับภาคอีสาน ที่มีมูลค่าการค้าชายแดนมากถึง 271,800 ล้านบาท ภายในปี 2567 ในภาพรวมประเทศไทยยังได้เปรียบด้านการค้ากับลาว จากการเกินดุลการค้า มูลค่ากว่า 39,306 ล้านบาท    . จีน เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีประเด็นที่ได้รับความสดใจในด้านการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ เนื่องจากการเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และประเทศไทยก็นับเป็นตลาดสำคัญในการระบายสินค้าจากการถูกมาตรการด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา เมื่อมองมาที่ภาคอีสานจะเห็นได้ว่า สัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมีการเพิ่มขึ้นสูงหลังจากการเกิดสงครามการค้าในปี 2561 จนทำให้การนำเข้าสินค้าจากจีนมาฝั่งอีสานแซงหน้า สปป.ลาว ที่เป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ในภาพรวมของดุลการค้า ไทยมีการขาดดุลการค้ากับจีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการค้าทั้งประเทศและการค้าผ่านแดนฝั่ง สปป.ลาว ผลกระทบจากการค้าดังกล่าวอาจสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ จากการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากด้านราคา และความหลากหลายของสินค้า . สาเหตุที่ประเทศลาวที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านฝั่งอีสาน ถูกจีนนำหน้าในด้านสัดส่วนการนำเข้าชายแดนฝั่งอีสาน ไม่ได้เกิดจากการลดลงของมูลค่าการนำเข้าสินค้าลาวของไทย แต่เกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของการนำเข้าสินค้าจากจีน ที่ทำให้สัดส่วนการนำเข้าสินค้าลาวลดลงไปถึง 36% พามาเบิ่ง 8 ปีผ่านไป ไทยขาดดุลจีนมากแค่ไหน จีนบุกไทยจากภายใน ผ่านการตั้งโรงงานในไทยของชาวจีน

ลาวถูกแซงหน้า จากสินค้าจีนล้นด่านชายแดนอีสาน : เปรียบเทียบการนำเข้าก่อน-หลังสงครามการค้า อ่านเพิ่มเติม »

ชวนมาเบิ่ง ผลประกอบการ “โรงพยาบาลเอกชน” ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์

ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาจากโครงสร้างประชากรและอัตราการเจ็บป่วยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงข้อบังคับทางกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน ส่งผลให้โรงพยาบาลมีรายได้เพิ่มจากระบบประกันสังคมโดยผู้ประกันตนที่มีสิทธิในการรักษาพยาบาลสูงถึง 13.7 ล้านคน รวมถึงสวัสดิการประกันกลุ่มที่บริษัทเอกชนมอบให้แก่พนักงานจำนวนกว่า 2.6 ล้านกรมธรรม์   โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมูลค่ารายได้รวมโรงพยาบาลเอกชนรวมกว่า 14,300 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์มีมูลค่ารายได้รวมโรงพยาบาลเอกชนรวมกว่า 4,471 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 31.3% ของมูลมูลค่ารายได้รวมโรงพยาบาลเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตที่มีข้อจำกัดมากขึ้นกว่าในอดีต จำนวนประชากรเริ่มลดลงประกอบกับกระแสการตื่นตัวในการดูแลสุขภาพที่สูงขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยจากการที่ตระหนักถึงค่ารักษาพยาบาลที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ ที่แม้จะมีสิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลจากประกันสุขภาพแต่ก็ยังพบว่า หลายครั้งผู้ใช้บริการยังต้องชำระเงินส่วนเกินของค่ารักษา ทำให้อัตราการเข้าโรงพยาบาลในอนาคตอาจมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในภาพรวมเริ่มประสบความท้าทาย     อ้างอิงจาก:  – ttb analyticsc – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า – เว็บไซต์ของบริษัท   ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่ https://linktr.ee/isan.insight   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #โรงพยาบาลเอกชน #โรงพยาบาลเอกชนในอีสาน #โรงพยาบาลราชพฤกษ์ #โรงพยาบาลจุรีเวชร้อยเอ็ด #โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ธนบุรี #โรงพยาบาลมหาสารคามอินเตอร์เนชั่นแนล

ชวนมาเบิ่ง ผลประกอบการ “โรงพยาบาลเอกชน” ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง ซื้อหุ้น 1% บริษัทใหญ่ของอีสาน ใช้เงินจักบาท ได้ปันผลเท่าใด๋?

พามาเบิ่ง ซื้อหุ้น 1% บริษัทใหญ่ของอีสาน ใช้เงินจักบาท ได้ปันผลเท่าใด๋? . . การลงทุนในหุ้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลายๆ ท่าน และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราเองก็มีบริษัทที่สามารถเติบโตจนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้อย่างที่ทุกท่านทราบกัน . แต่ถ้าหากอยากเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้สัก 1% ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ และจะได้ปันผลกลับมามากแค่ไหน ทางอีสานอินไซต์ขอพาทุกท่านไปดูตัวอย่างการลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่ของอีสาน ดังนี้ . GLOBAL: บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 821,893,978 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 7,840,869 บาท DOHOME: บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 335,871,644 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 151,142 บาท NER: บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 92,389,487 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 5,654,237  บาท KSL: บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 88,204,652 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 1,984,605 บาท  PCSGH: บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 67,100,000 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 5,489,451 บาท BRR: บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 35,407,576 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 1,462,687 บาท . หมายเหตุ: 1.ข้อมูล ณ วันที่ 6 พ.ย. 2567 เวลาหลังจากตลาดปิดทำการ 2.เงินลงทุนประมาณ คำนวณจาก (จำนวนหุ้นชำระแล้ว x 0.01) x ราคาปัจจุบัน 3.เงินปันผลคาดการณ์ คำนวณจาก อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (%) x มูลค่าหุ้นที่ถือครองอยู่ 4.หน่วยของ เงินลงทุนประมาณ คือ ล้านบาท (‘0,000) 5.หน่วยของ เงินปันผลคาดการณ์ คือ แสนบาท (‘000) 6.เงินปันผลคาดการณ์ คำนวณโดย หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แล้ว 7.บางบริษัทอาจจะมีการจ่ายปันผล 2 รอบต่อปี

พามาเบิ่ง ซื้อหุ้น 1% บริษัทใหญ่ของอีสาน ใช้เงินจักบาท ได้ปันผลเท่าใด๋? อ่านเพิ่มเติม »

🔎พาเปิดเบิ่ง ตัวอย่าง “ฟาร์มหมู” รายใหญ่แห่งแดนอีสาน🐷

ภาคอีสานมีธุรกิจฟาร์มหมูธุรกิจฟาร์มหมูที่จดทะเบียนในกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามากที่สุดในประเทศ อยู่ที่ 247 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน 34.1% โดยธุรกิจฟาร์มหมู่รายใหญ่ส่วนมากจะอยู่ในภาคอีสานตอนล่าง อย่างจังหวัดบุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขทางธรรมชาติที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงหมูและการผลิตเนื้อหมูในพื้นที่นี้ อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมในการทำธุรกิจฟาร์มหมูและยังมีการพัฒนาฐานพื้นที่สำหรับฟาร์มและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้มีฟาร์มหมูจำนวนมากในพื้นที่นี้   ซึ่งฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานนั่นก็คือ บริษัท ทองอุไรพัฒนา จำกัด ทุนจดทะเบียนกว่า 880 ล้านบาท และรองลงมา คือ บริษัท อาร์.เอ็ม.ซี.ฟาร์ม จำกัด มีทุนจดทะเบียนกว่า 700 ล้านบาทนั่นเอง   ในประเทศไทยมีหมูทั้งหมดกว่า 12 ล้านตัว แล้วรู้หรือไม่ว่าหมูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมากแค่ไหน?   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหมูมากกว่า 2.7 ล้านตัว หรือคิดเป็นสัดส่วน 22.1% ของจำนวนหมูทั้งหมดในประเทศ และมีเกษตรกรที่เลี้ยงหมูอยู่ทั้งหมด 68,617 คน หรือคิดเป็น 45.7% ของจำนวนเกษตรกรที่เลี้ยงหมูในประเทศ         5 อันดับจังหวัดที่หมูมากที่สุดในภาคอีสาน อันดับที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา มีจำนวน 466,088 ตัว อันดับที่ 2 จังหวัดบุรีรัมย์ มีจำนวน 241,951 ตัว อันดับที่ 3 จังหวัดอุดรธานี มีจำนวน 227,451 ตัว อันดับที่ 4 จังหวัดชัยภูมิ มีจำนวน 186,673 ตัว อันดับที่ 5 จังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวน 158,899 ตัว   ปัจจุบันจำนวนสุกรเลี้ยงในไทยยังคงไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของ ASF โดยคิดเป็นเพียง 86% ของภาวะปกติก่อนเกิดโรคระบาด โดยผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยบางส่วนยังเผชิญภาวะขาดทุนสะสมจากผลของ ASF จนต้องเลิกกิจการ ทำให้อุปทานสุกรส่วนใหญ่จะมาจากผู้เลี้ยงรายกลาง-ใหญ่มากขึ้น โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น จาก 72% ของผลผลิตสุกรในปี 2564 มาเป็น 74% ในปี 2566     ความเสี่ยงของอุตสาหกรรมเนื้อสุกรในระยะข้างหน้า   จำนวนประชากรไทยมีแนวโน้มลดลง โดยประชากรไทยได้ลดจำนวนลงตั้งแต่ปี 2563 มาอยู่ที่ 66.2 ล้านคน และลดต่อเนื่องมาในปี 2566 อยู่ที่ 66.1 ล้านคน ซึ่งระยะข้างหน้า คาดว่าจำนวนประชากรไทยมีแนวโน้มที่จะลดลงอีก กระทบต่อการบริโภคเนื้อสุกร โดยคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า การบริโภคเนื้อสุกรของไทยอาจโตได้ต่ำเฉลี่ยราว 0.6% ต่อปี   จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ปัจจุบันไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) และคาดว่าในปี

🔎พาเปิดเบิ่ง ตัวอย่าง “ฟาร์มหมู” รายใหญ่แห่งแดนอีสาน🐷 อ่านเพิ่มเติม »

ท่าทรายรุ่งอรุณ: ผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจขุดกรวดและทรายของอีสาน

วัตถุดิบที่จำเป็นต่อการก่อสร้างมีอยู่มากมาย โดยแต่ละอย่างล้วนมีบทบาทสำคัญและขาดไม่ได้ เช่น หิน กรวด ทราย ซีเมนต์ หินปูน และแร่ยิบซั่ม เป็นต้น การขาดวัตถุดิบใดวัตถุดิบหนึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการก่อสร้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ ISAN Insight & Outlook จะพาคุณไปสำรวจบริษัทขุดทรายและกรวดรายใหญ่ในภาคอีสาน ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีบทบาทสำคัญในทุกโครงการก่อสร้าง   บริษัท ท่าทรายรุ่งอรุณ จำกัด บริษัทขุดทรายและกรวดอันดับ 1 ในภาคอีสานที่มีประสบการณ์ยาวนานมากกว่า 20 ปี จากเดิมที่เป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท่าทรายรุ่งอรุณ ก่อนจะทำการแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดในปี 2565 ที่ผ่านมา หากมองในด้านของผลประกอบการจะเห็นได้ว่าในช่วงที่เป็นห้างหนุ้นส่วนจำกัดรายได้มีการปรับตัวสูงขึ้นทุกๆปี เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาวัตถุดิบก่อสรา้งที่มีการปรับราคาสูงขึ้น  แม้จะมีสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ระบาดแต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของทางบริษัทแต่อย่างใด หากมอกในด้านของกำไร(ขาดทุน) จะพบว่าช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนักในช่วงแรกนั้นกำไรจะมีการปรับตัวลดลงบ้างเล็กน้อยแต่ในปีต่อมาทางบริษัทก็ยังสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล หลังจากในปี 2565 ที่ทางบริษัทได้ทำการแปรสภาพจากห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดนั้น ในช่วงแรกแม้ว่ารายได้รวมและกำไรจะมีการปรับลดลงไปบ้าง แต่จากแนวโน้มในปี 2566 ที่ผ่านมาคาดว่าในปี 2567 นี้รายได้รวมและกำไรอาจจะสูงกว่าช่วงปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทสามารถทำรายได้และกำไรสูงสุดก่อนทำการเปลี่ยนแปลงเป็นบริษัทจำกัด   ในปี 2566 บริษัท ท่าทรายรุ่งอรุณ จำกัด สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดในภาคการขุดกรวดและทราย (08103) ในภาคอีสานได้ 41% ขณะที่หากมองดูในด้านของภาพรวมทั้งประเทศจะพบว่าบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 13% แต่หากมองเฉพาะเจ้าที่เป็นรายใหญ่ในการขุดทรายและกรวดในเว็บไซต์ของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จะพบว่ามีเพียง บริษัท ท่าทรายรุ่งอรุณ จำกัด บริษัทเดียวเท่านั้นที่ถูดจัดอยู่ในหมวดรายใหญ่ ฉะนั้น จึงสามารถพูดได้ว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ของทางบริษัทนั้นส่วนมากจะเป็นบริษัทชนาดกลางและขนาดเล็กซะมากกว่านั่นเอง   การเปลี่ยนแปลงเป็นบริษัทจำกัดคือ กิจการที่จดทะเบียนบริษัทจำกัด มีลักษณะการทำกิจการร่วมกัน เพื่อหากำไรร่วมกัน จะต้องจดทะเบียนนิติบุคคล เดิมต้องมีเจ้าของกิจการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป แต่ในปัจจุบันมีข้อยกเว้นตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 เป็นต้นไปไว้ว่า การจดทะเบียนบริษัทสามารถทำได้โดยมีผู้เริ่มก่อตั้ง ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และมีรายได้จะมีหน้าที่ต้องเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย ไม่ว่าจะตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตามกฎหมายต่างประเทศ   อ้างอิงจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์, เว็บไซต์ของบริษัท, ธนาคารกสิกรไทย, iTAX

ท่าทรายรุ่งอรุณ: ผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจขุดกรวดและทรายของอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

มหาสารคาม กับตลาดนัดโค-กระบือที่ใหญ่ที่สุดในไทย

‘ตลาดนัดโค-กระบือ’ เป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนโค-กระบือรวมถึงสัตว์อื่นๆ ซึ่งจัดขึ้นโดยคนในท้องถิ่น ในปี 2567 ประเทศไทยมีตลาดนัดโค-กระบือทั้งสิ้น 98 แห่ง ซึ่งในภาคอีสานมีจำนวนทั้งสิ้น 56 แห่ง โดยประกอบด้วย 2 เขต ได้แก่ เขต 3 ประกอบด้วยจังหวัด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โดยมีจำนวนตลาดนัดทั้งหมด 16 แห่ง และ เขต 4 ประกอบด้วยจังหวัดเลย กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี โดยมีจำนวนตลาดนัดทั้งหมด 40 แห่ง  โดยจังหวัดมหาสารคาม เป็นจังหวัดที่มีตลาดนัดโค-กระบือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เมื่อประเมินจากปริมาณการซื้อขาย นั่นคือ ‘ตลาดนัดโค-กระบือ หนองกุง’ ตั้งอยู่ที่อ.นาเชือก โดยมีการซื้อขายโคเนื้อเฉลี่ยครั้งละประมาณ 1,500 ตัวต่อครั้งที่จัดตลาด ซึ่งในอีสานก็มีตลาดใหญ่ๆ หลายแห่ง เช่นในพื้นที่ อ.เมือง จังหวัดมหาสารคาม อ.สมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ อ.ศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น ในการดำเนินการของตลาดนัดโค-กระบือในอีสาน พบว่ามีปัญหาและอุปสรรคหลักๆคือ ราคาของสัตว์ที่ตกต่ำ ส่งผลต่อรายได้ของผู้ค้า นอกจากนั้นก็ยังพบปัญหาอื่นๆ เช่น การควบคุมโรคระบาดที่ยังไม่เหมาะสมเพียงพอ และมีจำนวนสัตว์ที่นำมาขายน้อยในตลาดที่เพิ่งเปิดใหม่ อย่างไรก็ตาม อีสาน อินไซต์ คาดว่าจำนวนตลาดจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก จากอุปสงค์ของภาคอีสานที่เริ่มฟื้นตัว   หมายเหตุ: เป็นข้อมูลในช่วงต้นปี 2567, ขนาดของตลาดแบ่งจากปริมาณการซื้อขายโคเนื้อ แบ่งเป็นขนาด S, M, L และ XL ที่มา: กลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ #ตลาดนัดโคกระบือ #โคเนื้อ 

มหาสารคาม กับตลาดนัดโค-กระบือที่ใหญ่ที่สุดในไทย อ่านเพิ่มเติม »

Scroll to Top