Infographic

สรุปเรื่อง น่ารู้ แดนอีสาน ทั้ง เศรษฐกิจ ธุรกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม

พามาเบิ่ง🧐โรงไฟฟ้า พลังงานทดแทนทุกประเภทในอีสาน

พามาเบิ่ง “โรงไฟฟ้า” พลังงานทดแทนทุกประเภทในอีสาน . ภาคอีสานของเรา เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพด้านพลังงานทดแทนสูง ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรวม 2,842 เมกะวัตต์ (MW) เป็นอันดับสองของประเทศ รองจากภาคกลางที่มีกำลังการผลิต 4,143 MW และสูงกว่าภาคเหนือ (2,387 MW) และภาคใต้ (989 MW) โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในภาคอีสานมีหลายประเภท โดยลมเป็นแหล่งพลังงานหลัก รองลงมาคือชีวะมวลและ พลังงานแสงอาทิตย์   โดยสามารถจำแนกศักยภาพพลังงานหมุนเวียนในภาคอีสานได้ดังนี้ – โรงไฟฟ้าพลังงานลม (Wind Power Plants) – 1,266 MW พลังงานลมกลายเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของภาคอีสาน ด้วยศักยภาพกระแสลมที่เหมาะสมในบางพื้นที่ ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง – โรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass Power Plants) – 691 MW ภาคอีสานมีวัตถุดิบชีวมวลที่อุดมสมบูรณ์ เช่น เศษวัสดุจากการเกษตร อ้อย ข้าว และมันสำปะหลัง ทำให้ชีวมวลเป็นพลังงานที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างยั่งยืน – โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power Plants) – 551 MW ด้วยปริมาณแสงแดดที่มีตลอดปี ทำให้ภาคอีสานเหมาะสมต่อการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว – โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ (Large Hydro Power Plants) – 238 MW แม้ว่าภาคอีสานจะไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่เท่าภาคเหนือ แต่ยังสามารถใช้ศักยภาพของแม่น้ำสายสำคัญเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ – โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ (Biogas Power Plants) – 80 MW โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพใช้ของเสียจากฟาร์มปศุสัตว์และโรงงานอุตสาหกรรมเป็นแหล่งเชื้อเพลิง ช่วยลดปัญหามลพิษและสร้างพลังงานสะอาด – โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก (Mini-Hydro Power Plants) – 6 MW แม้กำลังการผลิตจะไม่สูงมาก แต่โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กยังสามารถช่วยกระจายพลังงานไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกลได้ – โรงไฟฟ้าขยะ (Waste Power Plants) – 10 MW การนำขยะมาใช้ผลิตไฟฟ้าช่วยลดปริมาณขยะในชุมชนและเป็นอีกแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน – โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Power Plants) – 0 MW ยังไม่มีการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานนี้   ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ เหมาะสำหรับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานลมและแสงอาทิตย์ซึ่งต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หรือกังหันลมหากได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การลงทุน และนโยบายที่ส่งเสริมพลังงานทดแทน ภาคอีสานสามารถเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดที่สำคัญของไทยที่จะนำไปสู่ความมั่นคงทางพลังงานได้ในอนาคต . ที่มา: กระทรวงพลังงาน   หมายเหตุ: 1. ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2567 2.ไม่รวมกำลังการผลิตไฟฟ้านอกระบบ […]

พามาเบิ่ง🧐โรงไฟฟ้า พลังงานทดแทนทุกประเภทในอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

พาส่องเบิ่ง GPP อีสานปีล่าสุด 2566 จังหวัด Big 5 of ISAN มีมูลค่ามากกว่า 50% ของขนาดเศรษฐกิจทั้งภาคอีสาน

  จังหวัด GPP นครราชสีมา 343,510 ล้านบาท ขอนแก่น 225,107 ล้านบาท อุบลราชธานี 143,160 ล้านบาท อุดรธานี 124,478 ล้านบาท บุรีรัมย์ 108,467 ล้านบาท สุรินทร์ 92,775 ล้านบาท ร้อยเอ็ด 85,660 ล้านบาท ศรีสะเกษ 83,905 ล้านบาท ชัยภูมิ 78,665 ล้านบาท สกลนคร 71,494 ล้านบาท มหาสารคาม 69,450 ล้านบาท กาฬสินธุ์ 66,077 ล้านบาท เลย 62,798 ล้านบาท นครพนม 52,184 ล้านบาท หนองคาย 48,887 ล้านบาท ยโสธร 34,343 ล้านบาท หนองบัวลำภู 32,332 ล้านบาท มุกดาหาร 31,189 ล้านบาท บึงกาฬ 29,879 ล้านบาท อำนาจเจริญ 24,053 ล้านบาท มูลค่าเศรษฐกิจภาคอีสานเติบโตขึ้นกว่า 93% เมื่อเทียบกับปี 2552 หมายเหตุ: GPP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด) = ผลรวมของมูลค่าการผลิตสินค้าและบริการขั้นสุดท้าย (Final Product) ของจังหวัดต่างๆ GPP อีสานปีล่าสุด 2566 จังหวัด Big 5 of ISAN มีมูลค่ามากกว่า 50% ของขนาดเศรษฐกิจทั้งภาคอีสาน . . ในปี 2566 ภาคอีสานมีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกว่า 1,808,413 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าในส่วนนี้ คิดเป็นสัดส่วนได้เพียง 10.1% ของมูลค่า GDP ของประเทศไทยทั้งประเทศ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 18 ล้านล้านบาท . ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2552 – 2566) เผยให้เห็นภาพรวมของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ที่มีการเติบโตกว่า 93% เมื่อเทียบกับปี 2552 การพิจารณาข้อมูล GRP เป็นรายปีแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังปี 2556 ที่ GRP มีอัตราการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเพิ่มขึ้นจาก 1,373,084 ล้านบาท ในปี 2556 สู่ 1,808,413

พาส่องเบิ่ง GPP อีสานปีล่าสุด 2566 จังหวัด Big 5 of ISAN มีมูลค่ามากกว่า 50% ของขนาดเศรษฐกิจทั้งภาคอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

อีสาน 11 ปีที่เปลี่ยนไป พาส่องเบิ่ง รายได้ต่อหัวแต่ละจังหวัด ใครคือ “ดาวรุ่ง” ใครยัง “ท้าทาย”

GPP per Capita หมายถึง ค่าเฉลี่ยที่แสดงมูลค่าการผลิตของจังหวัดต่าง ๆ เฉลี่ยต่อประชากร 1 คน มิใช่ตัวเลขที่แสดงระดับรายได้ที่ประชาชนได้รับ GPP หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด หมายถึง ผลรวมของมูลค่าการผลิตสินค้าและบริการขั้นสุดท้าย (Final Product) ของจังหวัดต่างๆ . และ GPP per Capita หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว หมายถึง ค่าเฉลี่ยที่แสดงมูลค่าการผลิตของจังหวัดต่าง ๆ เฉลี่ยต่อประชากร 1 คน . GPP per Capita จะเป็นรายได้คาดการณ์ที่คน 1 คนจะทำรายได้ให้จังหวัด ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่แสดงระดับรายได้ที่ประชาชนได้รับ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าจังหวัดที่มี GPP อยู่ในอันดับต้นๆของภาค กลับมี GPP per Capita ไม่ได้อยู่อันดับต้นๆตามอันดับของ GPP เลย . สาเหตุมาจากอะไร? อีสานอินไซต์จะพาไปเบิ่ง . . จังหวัดที่มี GPP สูงที่สุดอย่างนครราชสีมาและขอนแก่น เป็นเพียง 2 จังหวัดที่มีอันดับของมูลค่า GPP สัมพันธ์กับอันดับของ GPP per Capita ที่เป็นอันดับ 1 และ 2 เหมือนกัน ถึงแม้จะมีประชากรจำนวนมาก แต่ประชากรยังสามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดได้มาก เพราะ 2 จังหวัดนี้เน้นการทำอุตสาหกรรมเป็นหลัก ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูง แต่เมื่อสังเกตจังหวัดอื่นๆ เช่น อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ที่มีมูลค่า GPP อยู่ในอันดับต้นๆของภาค กลับมี GPP per Capita น้อยกว่าจังหวัดที่มีมูลค่า GPP ต่ำกว่า . สาเหตุหนึ่งเป็นผลมาจาก หลายจังหวัดสามารถสร้างมูลค่า GPP มาจากภาคเกษตรเป็นหลัก ซึ่งมีความไม่แน่นอนทั้งด้านปริมาณและราคาผลผลิต . ส่วนการผลิตภาคนอกเกษตรต่าง ๆ โดยเฉพาะการผลิตอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มาก จะมีสัดส่วนที่น้อย ทำให้ศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับจังหวัดโดยรวมอยู่ในระดับต่ำ และก็จะมีจังหวัดที่มี GPP per Capita สูงเป็นอันดับต้นๆ เช่น เลย หนองคาย และนครพนม แต่มีขนาดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าจังหวัดอื่นๆ โดยเมื่อสังเกตจะพบว่าจังหวัดที่มี GPP per Capita สูง จะเป็นจังหวัดที่ติดกับชายแดน สามารถค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ อีกทั้งยังมีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เป็นตัวดึงดูดนักลงทุนและทำให้มูลค่าอุตสาหกรรมการผลิตหรือการค้าของจังหวัดมากพอ โดยการค้าผ่านชายแดนของไทยถือว่ามากเป็น 10% ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมด จึงเป็นสาเหตุให้จังหวัดสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ในจังหวัดจะมีจำนวนประชากรที่น้อยกว่าจังหวัดอื่นๆที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ . สรุปได้ว่า จังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ๆ ไม่จำเป็นที่ประชากรในพื้นที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ได้มากตามไปด้วย

อีสาน 11 ปีที่เปลี่ยนไป พาส่องเบิ่ง รายได้ต่อหัวแต่ละจังหวัด ใครคือ “ดาวรุ่ง” ใครยัง “ท้าทาย” อ่านเพิ่มเติม »

“พามาเบิ่ง! 🚨 7 วันอันตรายในอีสานบ้านเฮา! อุบัติเหตุสงกรานต์พุ่งสูง 🚨” สงกรานต์คือช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ก็เป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในรอบปี 😢

“พามาเบิ่ง!  7 วันอันตรายในอีสานบ้านเฮา! อุบัติเหตุสงกรานต์พุ่งสูง ” สงกรานต์คือช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ก็เป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในรอบปี  สถิติรวม จำนวนอุบัติเหตุ 303 จำนวนผู้บาดเจ็บ 283 จำนวนผู้เสียชีวิต 90 สาเหตุ อุบัติเหตุ การเสียชีวิต ขับรถเร็วเกินกำหนด 35% 44.4% ดื่มแล้วขับ 34.3% 22.2% ทัศวิสัย 24.4% 23.3% ยานพาหนะ รถจักรยานยนต์ 259 คัน รถปิกอัพ/กระบะ 52 คัน รถเก๋ง 22 คัน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงที่สุด มุกดาหาร 39 ขอนแก่น 36 สกลนคร 29 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงที่สุด ร้อยเอ็ด 15 ขอนแก่น 12 นครราชสีมา 11 จังหวัดที่มีอุบัติเหตุสูงที่สุด ขอนแก่น 43 มุกดาหาร 39 ร้อยเอ็ด 28 . จากสถิติล่าสุดปี 67 เกิดอุบัติเหตุกว่า 303 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 283 คน และเสียชีวิตถึง 90ราย  .  สาเหตุหลักของอุบัติเหตุ: ขับรถเร็วเกินกำหนด เมาแล้วขับ ทัศนวิสัย . พาหนะที่เกิดเหตุบ่อยที่สุด: มอเตอร์ไซค์ . วิธีป้องกันง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยง: งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับ ใส่หมวกกันน็อกทุกครั้ง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เคารพกฎจราจร  สงกรานต์ปีนี้ เราไม่อยากเห็นใครต้องจบชีวิตกลางถนนไม่อยากให้ครอบครัวไหนต้องรอคนที่ไม่มีวันกลับและไม่อยากให้เทศกาลที่ควรเต็มไปด้วยความสุข กลายเป็นความทรงจำที่เจ็บปวด “ขับขี่ปลอดภัย ไม่ประมาท ไม่ประสบอุบัติเหตุ” . ที่มา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย . #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #ISANPolitics #สงกรานต์2568 #7วันอันตราย #เมาไม่ขับ #ขับขี่ปลอดภัย

“พามาเบิ่ง! 🚨 7 วันอันตรายในอีสานบ้านเฮา! อุบัติเหตุสงกรานต์พุ่งสูง 🚨” สงกรานต์คือช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ก็เป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในรอบปี 😢 อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง 13 “ถนนข้าว” มหาสงกรานต์ ในภาคอีสานมีอะไรบ้าง ?

ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น  📍ถนนศรีจันทร์  ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เริ่มจากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น – สี่แยกธนาคารแห่งประเทศไทย    ถนนข้าวแดง จังหวัดขอนแก่น 📍ทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดขอนแก่น โดยจะมีการจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร แห่พระ สรงน้ำ    ถนนข้าวโพด จังหวัดนครราชสีมา 📍เทศบาลเมืองปากช่อง อ.ปากช่อง  ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ถนนเทศบาลตั้งแต่สี่แยกกลางเมือง – สายน้ำคลองลำตะคอง   ถนนข้าวปุ้น จังหวัดนครพนม 📍บริเวณหอนาฬิกา ถนนสุนทรวิจิตร เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง    ถนนข้าวเย็น จังหวัดศรีสะเกษ 📍เทศบาลเมืองศรีสะเกษ  สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ – สี่แยกถนนวันลูกเสือ    ถนนข้าวฮาง จังหวัดหนองบัวลำภู 📍สนามนเรศวร ริมหนองบัว  ระยะทางประมาณ 800 เมตร    ถนนข้าวฮาง/ถนนผ้าคราม จังหวัดสกลนคร 📍ถนนหน้าวัดพระธาตุเชิงชุมฯ จ.สกลนคร  ถนนข้าวฮาง ถิ่นไทสกลล่ะเบ๋อ หรือเส้นถนนผ้าครามนั่นเอง   ถนน(ข้าว)ลอดช่อง จังหวัดยโสธร 📍เทศบาลเมืองยโสธร ระยะทางประมาณ 1 กิโล เมตร  ที่มาของถนนนี้ “ลอดช่อง” ที่เป็นของหวานขึ้นชื่อของจังหวัดยโสธร     ถนนข้าวเม่า จังหวัดมหาสารคาม 📍หอนาฬิกา เทศบาลเมืองมหาสารคาม  แยกหอนาฬิกา ถนนผดุงวิถี และถนนนครสวรรค์    ถนนข้าวเปียก จังหวัดอุดรธานี 📍ถนนเทศาภิบาล จ.อุดรธานี ที่มาของชื่อถนนนี้ “ข้าวเปียก” ซึ่งเส้นเป็นอาหารที่เข้ามาพร้อมกับชาวเวียดนามที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในไทย เดิมเมนูนี้เรียกว่า “จ๋าว” ซึ่งชาวอุดรธานีนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า    ถนนข้าวก่ำ จังหวัดกาฬสินธุ์ 📍เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์   ถนนภิรมย์ – ถนนกาฬสินธุ์ – ถนนข้าวก่ำ (ถนนอนรรฆนาค)   ถนนข้าวหอมมะลิ จังหวัดร้อยเอ็ด 📍สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ กลางเมืองร้อยเอ็ด    ถนนข้าวหลาม จังหวัดเลย 📍เทศบาลเมืองเลย ถนนเสริมศรี ศาลหลักเมืองเจ้าพ่อกุดป่อง – สามแยกตลาดนัดคลองถม   ฮู้บ่ว่า ? ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่นนั้น มีการเล่นคลื่นมนุษย์ในทุกๆปี โดยมีสถิติที่ทำไว้เมื่อปี 2562 ครั้งนั้นมีจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติกว่า 150,000  คนเลยทีเดียว   ที่มา : thaipbs, travel trueid

พามาเบิ่ง 13 “ถนนข้าว” มหาสงกรานต์ ในภาคอีสานมีอะไรบ้าง ? อ่านเพิ่มเติม »

Rare Earth: หมากสำคัญในเกมต่อรองระหว่างจีน-สหรัฐฯ

Key Points แร่หายาก ประกอบด้วยแร่ 17 ชนิด รวมถึง ซีเรียมที่มีมากกว่าทอง 15,000 เท่า แต่กลับถูกขุดนำมาใช้ยากกว่าทอง จีน ครองสัดส่วนผลิตแร่หายากมากที่สุดของโลก คิดเป็น 70-80% ราว 80% ของแร่หายากที่สหรัฐนำเข้า มาจากจีน และเป็นสินค้าพิเศษที่ไม่ถูกขึ้นกำแพงภาษี จีนหยุดส่งออกแร่หายาก 7 ชนิดไปประเทศอื่น 100% “Rare Earth” อาวุธที่จีนใช้เพิ่มอำนาจต่อรองกับสหรัฐฯ . ไทยหยุดวันสงกรานต์ แต่โลกยังไม่หยุด ดำเนินนโยบายสงครามการค้าต่อเนื่อง ปัจจุบันประเทศจีนก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 โดยผลิตแร่ Rare Earth ถึง 80% ของกำลังการผลิตทั่วโลก โดยมีแหล่งแร่สำรองคิดเป็น 35% ของทั้งโลก นอกจากนี้ประเทศสหรัฐฯ นำเข้าแร่ Rare Earth กว่า 80% ของปริมาณที่นำเข้าทั้งหมดจากประเทศจีน . เหตุผลที่ประเทศจีนเป็นผู้นำเพราะมีเทคโนโลยีที่ใช้เพื่อถลุงแร่ที่เหนือกว่าชาติอื่น อีกทั้งอุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมที่มีอุปสรรคในการเข้าตลาดที่สูงมาก จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีบริษัทใดเข้ามาทำธุรกิจดังกล่าวโดยไม่มีการสนับสนุนจากรัฐบาล ปกติ ในการตอบโต้ภาษีการค้า มักจะใช้การขึ้นอัตราภาษีใส่กัน จีนมาแปลก สั่งห้ามการส่งออกแร่หายาก ซึ่งได้แก่  Samarium  Gadolinium  Terbium  Dysprosium  Lutetium  Scandium  Yttrium ถ้าห้ามการส่งออกจริง 100% จะทำเอาระบบห่วงโซ่อุปทานปั่นป่วนแน่ๆ เพราะจีนเป็นผู้ส่งออกสำคัญ การตัดสินใจของจีน ทำให้ราคาในตลาดโลกปรับตัวขึ้น 12% ทันที ส่วนประเทศที่มีแร่เหล่านี้รองๆ ลงมาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมี ยูเครน กรีนแลนด์ แคนาดา นิวซีแลนด์ ที่เป็นความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาทั้งนั้น คราวนี้้ต้องไปดูกันว่าทางสหรัฐอเมริกาต้องหันไปง้อชาติเหล่านี้หรือไม่ . สหรัฐฯ นำเข้าแร่แรร์เอิร์ธมากแค่ไหน USGS ประเมินว่า มูลค่าของสารประกอบและโลหะของแร่ Rare Earth ที่สหรัฐฯ นำเข้ามาในปี 2023 อยู่ที่ราว 190 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 7% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ในปี 2024 สหรัฐฯ ต้องพึ่งพาการนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธจาก จีน, มาเลเซีย, ญี่ปุ่น และเอสโตเนีย สูงถึง 80% นอกจากแร่แรร์เอิร์ธทั้ง 17 ชนิดแล้ว สหรัฐฯ ยังกำลังมองหาแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ เช่น ทังสเตน, เทลลูเรียม, ลิเธียม, ไทเทเนียม และอินเดียม ในการผลิตชิป วัตถุดิบสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “แร่หายาก” หรือ “Rare Earth” นั่นเอง นอกจากเป็นวัตถุดิบผลิตชิปแล้ว แร่หายากยังถูกใช้ทำแม่เหล็กแบบถาวร (Permanent Magnet) ซึ่งเป็นส่วนประกอบในมอเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้า

Rare Earth: หมากสำคัญในเกมต่อรองระหว่างจีน-สหรัฐฯ อ่านเพิ่มเติม »

พาเปิดเบิ่ง เมื่อบัณฑิตอีสานกลายเป็นคนว่างงานอันดับ 1 พลิกผันน่าตกใจ! จาก “มีงานทำ” สู่ “ว่างงาน”

เมื่อ “มีงานทำ” กลายเป็น “ว่างงาน” วิกฤตเงียบของบัณฑิตอีสาน สัญญาณอันตรายต่ออนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค . จากข้อมูลสัดส่วนคนว่างงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนมกราคม ปี 2563 – 2568 เผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้มีการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่จากเดิมมีสัดส่วนการว่างงานน้อยที่สุด กลับกลายเป็นกลุ่มที่มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดอย่างน่ากังวล  . ย้อนกลับไปในปี 2563 กลุ่มผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษามีสัดส่วนการว่างงานเพียง 14.3% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้มีการศึกษาในระดับอื่นๆ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้พลิกผันอย่างน่าตกใจในช่วงเวลาเพียง 5 ปี เมื่อในเดือนมกราคม ปี 2568 สัดส่วนการว่างงานของกลุ่มอุดมศึกษาพุ่งทะยานขึ้นถึง 35.7% แซงหน้าทุกระดับการศึกษาอย่างชัดเจน ในขณะที่กลุ่มผู้มีการศึกษาต่ำกว่า (ประถมศึกษาและต่ำกว่าประถม, มัธยมต้น, มัธยมปลาย, ปวช./ปวส.) กลับมีสัดส่วนการว่างงานที่ลดลง . การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เป็นผลมาจากการเข้ามาของเทคโนโลยี หรือ AI กำลังเปลี่ยนแปลงลักษณะงานและความต้องการทักษะในตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว งานบางประเภทที่เคยต้องการแรงงานที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญา อาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี หรือต้องการทักษะใหม่ที่ไม่ตรงกับหลักสูตรการศึกษาในปัจจุบัน . นอกจากนี้ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างอุปทานและอุปสงค์ของแรงงานก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ระบบการศึกษาอาจยังไม่สามารถผลิตบัณฑิตที่มีทักษะและความรู้ที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจในยุคปัจจุบัน ทำให้เกิดภาวะ “ปริญญาล้นตลาด” . ในขณะที่ตำแหน่งงานที่ต้องการทักษะเฉพาะทางกลับขาดแคลน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผลกระทบจากปัจจัยภายนอก รวมถึงการขาดโอกาสและโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เอื้ออำนวยในบางพื้นที่ของภาคอีสาน ก็เป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมปัญหา นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงค่านิยมและทางเลือกในการทำงานของบัณฑิตจบใหม่ ที่อาจเลือกทำงานอิสระหรือทำธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น ก็อาจมีส่วนทำให้ตัวเลขผู้ว่างงานในระบบสูงขึ้น . ดังนั้น การเตรียมความพร้อมให้มีทักษะที่จำเป็นในยุคตลาดแรงงานดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากตลาดแรงงานไทยยังต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกดิจิทัล (Digital revolution) ที่มาแรงมาเร็ว   . ระดับการศึกษา มกราคม 2563 มกราคม ปี 2565 มกราคม ปี 2567 มกราคม ปี 2568 ประถมศึกษาและต่ำกว่าประถม 32.5% 20.2% 12.8% 8.1% มัธยมต้น 37.2% 19.3% 23.2% 1.5% มัธยมปลาย 5.8% 27.9% 31.5% 33.8% ปวช./ปวส. 10.2% 8.9% 6.1% 20.6% อุดมศึกษา 14.3% 23.5% 26.4% 35.7% ทักษะอะไรต้องมีสำหรับงานอนาคต⁉️ รายงาน Future of Jobs Report 2025 จาก World Economic Forum เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดแรงงานในอนาคต ระบุว่า การคิดเชิงวิเคราะห์ ยังคงเป็นทักษะหลักที่เป็นที่ต้องการมาก เป็นสิ่งจำเป็นในปี 2025 ตามมาคือทักษะด้านความยืดหยุ่น การปรับตัว และความเป็นผู้นำ

พาเปิดเบิ่ง เมื่อบัณฑิตอีสานกลายเป็นคนว่างงานอันดับ 1 พลิกผันน่าตกใจ! จาก “มีงานทำ” สู่ “ว่างงาน” อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง🧐 ขุมทรัพย์ทองคำ 64 ต้น 🪙 1 ในแนวแร่ทองคำในไทย : “แนวเลย – เพชรบูรณ์ – ปราจีนบุรี”

แร่ทองคำเป็นทรัพยากรธรณีที่มีมูลค่าสูงและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลกมาตั้งแต่สมัยอดีต ด้วยคุณสมบัติที่หายากและมีความคงทน ทองคำจึงถูกนำมาใช้ทั้งในด้านอุตสาหกรรม เครื่องประดับ และการลงทุน ในประเทศไทยก็มีการใช้ประโยชน์จากทองคำมาตั้งแต่โบราณ ทราบจากหลักฐานโบราณวัตถุและบันทึกต่างๆ ซึ่งในพื้นที่ประเทศไทยมีแหล่งแร่ทองกระจายอยู่หลายแหล่งทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีจำนวน 32 แหล่ง มีทรัพยากรแร่ทองคำประมาณ 148 ตัน โดยสามารถแบ่งพื้นที่แหล่งแร่ทองคำในไทยออกเป็นแนวพื้นที่ จำนวน 5 แนวหลักทั่วประเทศ โดยอีสาน อินไซต์ จะพามาทำความรู้จักกับ 1 ในแนวแร่ที่มีพื้นที่ตัดผ่านบางพื้นที่ภาคอีสาน ตัวอย่างแหล่งแร่ รวมไปถึงกรณีศึกษาการทำเหมืองแร่ในอีสาน แนวแร่ทองคำที่กล่าวไปข้างต้นคือ “แนวเลย – เพชรบูรณ์ – ปราจีนบุรี” แนวแร่ทองคำแห่งนี้เริ่มต้นตั้งแต่จังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี เพชรบูรณ์ พิจิตร ลพบุรี ปราจีนบุรี และสระแก้ว จัดเป็นแนวที่มีศักยภาพทางแร่ทองคำสูงที่สุดใน 5 แนวของไทย โดยลักษณะการเกิดทองคำบริเวณแนวนี้เป็นแบบปฐมภูมิหมายถึง แหล่งแร่ทองคำที่เกิดร่วมกับหินต้นกำเนิด หรือแทรกอยู่ในหินท้องที่ โดยจากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีพบว่ามีปริมาณทรัพยากรแร่ทองคำประมาณ 64 ตัน ยกตัวอย่างแหล่งแร่ทองคำ และแหล่งศักยภาพในอีสานบริเวณแนวแร่นี้ เช่น แหล่งแร่ภูพระ อ.เมือง จ.เลย แหล่งภูทับฟ้า อ.วังสะพุง จ.เลย แหล่งภูปักธง อ.เมือง จ .เลย แหล่งบ้านชำเจียง อ.สังคม จ.หนองคาย แหล่งบ้านเทพประทาน อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แม้ว่าจะมีหลายพื้นที่ที่เป็นแหล่งทองคำและแหล่งศักยภาพ แต่ก็ยังมีปริมาณไม่เพียงพอที่จะทำการทำเป็นเหมือง อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ภูทับฟ้า ภูเหล็ก และภูซำป่าบอน อ.วังสะพุง จ.เลย ได้รับการสำรวจว่ามีปริมาณแร่ทองคำเพียงพอที่จะทำเป็นเมือง ในช่วงปี 2530 ซึ่งต่อมา “บริษัท ทุ่งคำ จำกัด” ได้ทำการเข้ามาสำรวจพื้นที่ และได้รับอนุญาตให้เปิดการทำเหมืองและประกอบโลหกรรมแร่ทองคำ การเข้ามาทำเหมืองบริเวณพื้นที่ ไม่เป็นดั่งที่หลายคนคาดหวัง เนื่องจากได้ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แหล่งน้ำบาดาลบริเวณนั้นถูกปนเปื้อนด้วยสารเคมีอันตรายหลายชนิด ซึ่งนำไปสู่การการรวมกลุ่มของชาวบ้านเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาตลอดช่วงปี 2550 – 2557 ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้อง การประท้วง และความรุนแรงต่อร่างกายและความเสียหายต่อทรัพย์สินของชาวบ้านขึ้น จังหวัดเลยเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรณีหลากหลายชนิด นอกจากทองคำแล้วยังมีแร่เหล็ก ทองแดง แกรนิต และอื่นๆ อีกมากมาย จากกรณีของเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่า หากมีการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้โดยปราศจากการวางแผนอย่างรอบคอบและไม่คำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติ อาจนำไปสู่ความเสียหายทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในระยะยาว ที่มา: กรมทรัพยากรธรณี, มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน, มิตรเอิร์ธ  

พามาเบิ่ง🧐 ขุมทรัพย์ทองคำ 64 ต้น 🪙 1 ในแนวแร่ทองคำในไทย : “แนวเลย – เพชรบูรณ์ – ปราจีนบุรี” อ่านเพิ่มเติม »

พาเลาะเบิ่ง ตัวอย่าง “กางเกง Soft Power” จากแดนอีสาน บอกเล่าเอกลักษณ์จังหวัดผ่านลายกางเกง

สงกรานต์ 2568 รัฐบาลทุ่มเงินงบประมาณ 150 ล้านบาทในการจัดงานฉลองสงกรานต์ทั่วประเทศ โดยกิจกรรมทั่วประเทศนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ทำแผนกิจกรรม ซึ่งมีจังหวัดหลักที่จัดงานใหญ่ เช่น เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น นครศรีธรรมราช และสมุทรปราการ อีกทั้งยังมีการเชิญชวนให้ประชาชนใส่กางเกงลายสัญลักษณ์จังหวัด เพื่อโปรโมตภูมิปัญญาชาวบ้านช่วงสงกรานต์ และช่วยกันผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ในจังหวัดของตนเอง สงกรานต์นี้ “คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ” ชวนใส่กางเกงลายจังหวัด โชว์ภูมิปัญญาชาวบ้าน   อีสานอินไซต์ พามาเบิ่งกางเกงอัตลักษณ์ 20 จังหวัดภาคอีสาน Soft Power ใส่เล่นสงกรานต์   กาฬสินธุ์  กางเกงกาฬสินธุ์ ขอนแก่น  กางเกงอุทยานธรณีขอนแก่น  กางเกงลายเมืองขอน (มข.) กางเกงไดโนเสาร์เดินดง ชัยภูมิ  กางเกงมอหินขาว นครพนม กางเกงนครพนม กางเกงพนม นครพนม นครราชสีมา กางเกงแมว จังหวัดแรกที่ริเริ่มให้มีลายประจำจังหวัด* กางเกงแมวเหมียว บึงกาฬ กางเกงนาคบึงกาฬ บุรีรัมย์ กางเกงนกกระเรียน/อารยะบุรี กางเกงบุรีรัมย์ มหาสารคาม กางเกงปูม่วง มุกดาหาร กางเกงช้างน้าว ณ จุดจำหน่ายสินค้า OTOP จวนผู้ว่าฯ มุกดาหาร ลาย หอยกาบกี้ ข้างในมีไข่มุก และลาย กลองสำริด มโหระทึก ขนาดใหญ่ ถนนคนเดินใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 โทรติดต่อได้ครับ 085-9242039 อาร์ม ยโสธร กางเกงบั้งไฟยโสธร ร้อยเอ็ด กางเกงสาเกต กางเกงลายโหวด เลย กางเกง 3 ผีดี๊ด๊า กางเกงมักม่วน ผีตาโขน เมืองเลย กางเกงผีตาโขน ศรีสะเกษ กางเกงกูปรีพลัส สกลนคร กางเกงน้องก่ำ สุรินทร์ กางเกงสุรินทร์ หนองคาย กางเกงบั้งไฟพญานาค กางเกงลายหนองคาย หนองบัวลำภู กางเกงลายไก่งวงขาว อำนาจเจริญ  ลายยักษ์คุ , ลายผ้าขาวม้า , ลายดอกจานเหลือง , ลายขิดตะขอสลับเอื้อ อุดรธานี กางเกงไหบ้านเชียง (สีดำ) กางเกงไหบ้านเชียง (สีส้มอิฐ) อุบลราชธานี กางเกงลายผาแต้ม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม กางเกงผาแต้ม เพจสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี กางเกงอุบล ลายผาแต้ม สอบถามได้ที่ แพรวคอฟฟี่ ID ไลน์ :preawprapat   “กางเกงช้าง”

พาเลาะเบิ่ง ตัวอย่าง “กางเกง Soft Power” จากแดนอีสาน บอกเล่าเอกลักษณ์จังหวัดผ่านลายกางเกง อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง🧐เปิดประตูโคราช ส่องขุมทรัพย์การลงทุนจากแดนอาทิตย์อุทัย🇯🇵

จังหวัดนครราชสีมา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “โคราช” ถือเป็นประตูสู่ภาคอีสาน ที่มีศักยภาพครบครันทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ดินที่กว้างขวาง และแรงงานคุณภาพจำนวนมาก ด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้หลายบริษัทเลือกใช้จังหวัดนี้เป็นฐานการผลิตและจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่บางส่วนของจังหวัดจึงถูกพัฒนาเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่น นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และเขตอุตสาหกรรมสุรนารี ซึ่งกลายเป็นศูนย์รวมของโรงงานผลิตจากทั้งในประเทศและต่างประเทศในภาคอีสาน เมื่อกล่าวถึงการลงทุนในคงปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีเพียงนักลงทุนชาวไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาตั้งโรงงานในไทย โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ ความสามารถของแรงงานไทย และต้นทุนค่าแรงที่สามารถแข่งขันได้ ประเทศที่มีการลงทุนในภาคอีสานมากที่สุดคือ ญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 7,500 ล้านบาท ตามมาด้วยเกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 4,600 ล้านบาท และ 2,200 ล้านบาทตามลำดับ อีสานบ่ธรรมดา! ต่างชาติทุ่มทุนมหาศาล พาส่อง ต่างชาติแห่ลงทุน มูลค่ารวมทะลุสองหมื่นล้าน ญี่ปุ่นคือ 1 ในนักลงทุนหลักของภาคอีสานมาตลอด 3 ทศวรรษ จำนวนบริษัทญี่ปุ่นในภาคอีสาน: ประมาณ 130 บริษัท มูลค่าการลงทุนจากบริษัทญี่ปุ่นในอีสาน: ประมาณ 7,500 ล้านบาท   จำนวนบริษัทญึ่ปุ่นในนครราชสีมา: ประมาณ 70 บริษัท มูลค่าการลงทุนจากบริษัทญี่ปุ่นในนครราชสีมา: ประมาณ 6,700 ล้านบาท   บริษัทญี่ปุ่นในนครราชสีมาที่มีรายได้มากที่สุด 10 อันดับแรก บริษัท คาสิโอ (ประเทศไทย) จำกัด ประเภทธุรกิจ: ผลิตนาฬิกา ปีที่จดทะเบียน: พ.ศ. 2530 มูลค่าการลงทุน: 1,020 ล้านบาท รายได้รวมปัจจุบัน: 7,984 ล้านบาท (-9.6%YoY) กำไร (ขาดทุน) สุทธิ: 287 ล้านบาท (7.8%YoY)   บริษัท ฮิตาชิ แอสเตโม โคราช เบรก ซิสเตมส์ จำกัด ประเภทธุรกิจ: ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆสำหรับยานยนต์ ปีที่จดทะเบียน: พ.ศ. 2543 มูลค่าการลงทุน: 74 ล้านบาท รายได้รวมปัจจุบัน: 7,759 ล้านบาท (5.4%YoY) กำไร (ขาดทุน) สุทธิ: 885 ล้านบาท (5.3%YoY)   บริษัท ฮิตาชิ แอสเตโม โคราช จำกัด ประเภทธุรกิจ: ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆสำหรับยานยนต์ ปีที่จดทะเบียน: พ.ศ. 2538 มูลค่าการลงทุน: 217 ล้านบาท รายได้รวมปัจจุบัน: 4,231 ล้านบาท (9.8%YoY) กำไร

พามาเบิ่ง🧐เปิดประตูโคราช ส่องขุมทรัพย์การลงทุนจากแดนอาทิตย์อุทัย🇯🇵 อ่านเพิ่มเติม »

Scroll to Top