Infographic

พาส่องเบิ่ง ตัวอย่าง Influencer คนดังในภาคอีสาน เขาเฮ็ดธุรกิจหยังกันแหน่?

คุณภาวิณี เกษมสันต์ ณ อยุธยา (จ๋อมแจ๋ม) – คนขอนแก่น From Scratch Bakeshop & Café ประเภทธุรกิจ : ร้านกาแฟ จุดเริ่มต้น – เริ่มทำขนมตั้งแต่อายุ 12 ขวบ อีกทั้งยังมีความฝันอยากมีร้านเบเกอร์รี่เป็นของตัวเอง อยากมีเตาอบของตัวเองจึงทำขนมขายเพื่อหาเงินซื้อเตาอบ จุดเด่นคือในร้านมีขนมมากมายให้เลือก โดยมีทั้งแบบขนมหวานและของคาว คุณพรพรรณ เรืองปัญญาธรรม (เมอา) – คนมหาสารคาม 11AM cafe and space ประเภทธุรกิจ : ร้านกาแฟ จุดเริ่มต้น – คุณเมอาร์เป็นสายคาเฟ่ รักในการกินอยู่แล้ว จึงเกิดความคิดอยากมีพื้นที่ทำธุรกิจส่วนตัว และสานฝันให้กับตัวเอง จึงเกิดเป็นร้านคาเฟ่แห่งนี้ขึ้นมา คือ 11AM cafe and space นั่นเอง คุณพฤทธิ์ ราชนาวี (แตงโม) – คนขอนแก่น ร้านแตงโม แซ่บเวอร์ ประเภทธุรกิจ : ร้านอาหารอีสาน จุดเริ่มต้น – เริ่มจากพี่ของคุณแตงโมเป็นคนทำอาหารเก่งและอร่อย จึงลองชวนกันคิดสูตรและพัฒนาสูตรปลาร้าเอง จากนั้นจึงชวนกันเปิดร้านยำและส้มตำเล็กๆ ในย่าน ม.ขอนแก่น โดยจุดเด่นของร้าน คือ ไก่ย่างเขาสวนกวาง คุณภาวิดา ชิตเดชะ (ไอซ์พาดี้) – คนนครราชสีมา เจ้าของบริษัท ไอซ์พาดี้ จำกัด : Happy Sunday, Hello Icecream Production ประเภทธุรกิจ : ธุรกิจโปรดักชันออนไลน์ด้านคอนเทนต์วิดีโอ และแบรนด์เครื่องสำอาง จุดเริ่มต้น – จากความชื่นชอบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านความงาม บวกกับประสบการณ์ด้านความงามมากกว่า 10 ปี ทำให้เห็นเทรนด์การเติบโตของตลาดความงามอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ความงามเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงทำให้ตัดสินใจสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงาม “HAPPY SUNDAY” อ้างอิงจาก: – เว็บไซต์ของบริษัท – Food Fast Fin – Brand Buffet ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่ Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/ Website : https://isaninsight.kku.ac.th Youtube : https://youtube.com/@ISANInsightOutlook #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์ #Business #ธุรกิจ #ธุรกิจอีสาน #Influencer …

พาส่องเบิ่ง ตัวอย่าง Influencer คนดังในภาคอีสาน เขาเฮ็ดธุรกิจหยังกันแหน่? อ่านเพิ่มเติม »

พามาฮู้จัก ตัวอย่าง ธุรกิจร้านชานมไข่มุก ชื่อดังในภาคอีสาน

MONGNI CAFE (หม่องนี่ คาเฟ่) ก่อตั้งที่ขอนแก่น ชื่อร้านมาจากคำว่า “หม่องนี่” ที่เป็นภาษาอีสานแปลว่า “ที่นี่” หรือ “ตรงนี้” นั่นเอง ร้านชานมขนาดเล็ก โดยชื่อออกเสียงเข้ากับสไตล์คาเฟ่ดูเป็นญี่ปุ่น แต่ที่แท้เป็นภาษาอีสาน บ่งบอกที่มา และก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น อีกทั้งยังก่อตั้งโดยชาวอีสานอีกด้วย ก่อนจะขยายเครือข่ายทั่วประเทศราวๆ 60 แห่งแล้ว รวมทั้งที่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ รายได้รวม ปี 2564 = 4,379,775 บาท HALF Happiness (ฮาล์ฟ แฮปปี้เนส) ก่อตั้งที่ขอนแก่น เป็นร้านชาไข่มุกเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองขอนแก่น สัญลักษณ์หารในทางคณิตศาสตร์ ถูกนำมาเป็นโลโก้ร้านเก๋ๆ ที่สอดคล้องกับชื่อ HALF HAPPINESS ที่แปลว่าความสุขครึ่งหนึ่งนั่นเอง รายได้รวม ปี 2565 = 496,986 บาท NOBI CHA (โนบิชา) ผู้ก่อตั้งเป็นคนนครพนม ก่อตั้งโดย ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้ที่ชอบการดื่มและลิ้มลองรสชาติของชาจากหลายๆประเทศ ไม่ว่าการเดินทางในแต่ละครั้งจะเป็นการเดินทางไปศึกษาต่อหรือท่องเที่ยว ก็มักจะหาร้านชาที่อร่อยและรสชาติถูกปาก อีกทั้งยังการบันทึกของสมุดแห่งการเดินทางทุกครั้ง และด้วยในปัจจุบันคนไทยเริ่มหันมาดูแลสุขภาพ จึงได้ศึกษาและพัฒนาสูตรของชาในสไตล์ NOBI CHA อย่างจริงจัง รายได้รวม ปี 2564 = 218 ล้านบาท MAOCHA (หม่าวชา) ก่อตั้งที่อุบลราชธานี “MAOCHA ชาแห่งความโชคดี” เกิดจากแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสได้ร่วมเดินสายทำบุญด้วยการทำชาต่างๆ จนมีแนวคิดอยากให้คนทั่วไปได้สัมผัสกับรสชาติสุดพิเศษ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “หม่าวชา” ที่มาพร้อมกับประสบการณ์และความชำนาญในการทำชามามากกว่า 6 ปี รายได้รวม ปี 2565 = 1,560,549 บาท อ้างอิงจาก: – เว็บไซต์ของบริษัท – MARKETTHINK – MARKETEER ONLINE – True ID – TaokaeCafe ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่ Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/ Website : https://isaninsight.kku.ac.th Youtube : https://youtube.com/@ISANInsightOutlook #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์ #Business #ธุรกิจ #ธุรกิจอีสาน #MONGNI #HALFHappiness #NOBICHA #หม่องนี่คาเฟ่ #ฮาล์ฟแฮปปี้เนส #โนบิชา …

พามาฮู้จัก ตัวอย่าง ธุรกิจร้านชานมไข่มุก ชื่อดังในภาคอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

สิพามาเจาะลึก ศูนย์รวมผ้าไหม จ.ขอนแก่น ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท และ ผ้าลายแคนแก่นคูน

สิพามาเจาะลึก ศูนย์รวมผ้าไหม จ.ขอนแก่น ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท และ ผ้าลายแคนแก่นคูน   ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท ประวัติ   “ชนบท” เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน มีการตั้งเป็นเมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2326 โดยกวนเมืองแสน สมุหกลาโหมแห่งเมืองสุวรรณภูมิ พาสมัครพรรคพวกอพยพหนีออกจากเมือง สุวรรณภูมิ แคว้นจำปาสัก ในประเทศลาว มาตั้งเมืองที่บ้านหนองกองแก้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2335 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกรัชกาลที่ 1 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านหนองกองแก้วขึ้นเป็นเมือง พระราชทานนามว่า “ชลบถพิบูลย์” ซึ่งแปลว่าทางน้ำหรือเมืองที่มีน้ำล้อมรอบ และตั้งท้าวคำพาวเป็นเจ้าเมือง ตำแหน่งพระจันตะประเทศ จากนั้นได้มีการจัดเขตการปกครองและเมืองชนบทได้ถูกยุบรวมหลายครั้ง จากอำเภอเป็นตำบล ขึ้นกับอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2509 ทางราชการจึงได้ตั้งเมืองชนบทขึ้นเป็นอำเภออีกครั้งหนึ่ง ในชื่อ “ชนบท” จนถึงปัจจุบัน   ชาวชนบทมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ทุกครัวเรือนจะมีที่ดินทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ นอกจากอาชีพทำนาแล้ว ก็มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปลูกฝ้าย เพื่อนำเส้นไหมและฝ้ายมาทอเป็นผืนผ้า ดังคำกล่าวที่ว่า “ยามว่างจากนา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายจักสาน” ในอดีตที่ผ่านมา การทอผ้าถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้หญิงชาวอีสาน เพราะจะต้องทอผ้าเพื่อใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในชีวิตประจำวัน ผู้หญิงอีสานต้องเรียนรู้และฝึกหัดการทอผ้ามาตั้งแต่เด็ก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ดังคำผญาที่สอนสตรีชาวอีสานว่า “ทอหูกบ่เป็นแจ ทอแพรบ่เป็นฝาต้อน เลี้ยงม่อนบ่ฮู้โตลุกโตนอน อย่าฟ้าววอนเอาผัว” การทอผ้าเพื่อใช้ในครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงอีสานจะต้องเรียนรู้และฝึกหัด โดยเริ่มจากผู้เป็นแม่ได้ถ่ายทอดความรู้และเทคนิควิธีการทอผ้าให้ลูกหลาน สืบทอดกันมาไม่ขาดสาย ผ้าไหมที่ทอได้ นิยมสวมใส่ไปทำบุญที่วัด หรือในงานพิธีและงานมงคลต่างๆ รวมทั้งเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน   อำเภอชนบท เริ่มมีการทอผ้ามาตั้งแต่เมื่อไร ไม่สามารถสืบประวัติได้ แต่มีหลักฐานสำคัญคือ ผ้าไหมมัดหมี่หน้านาง หรือผ้าปูม อายุ กว่า 220 ปี ที่เจ้าเมืองชนบทคนแรกได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 โดยทายาทของเจ้าเมืองเป็นผู้เก็บรักษาไว้ ซึ่งต่อมา คนชนบทได้นำมาเป็นต้นแบบในการทอผ้าไหมมัดหมี่หน้านาง ที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผ้าไหมชนบทในปัจจุบัน จึงสันนิษฐานว่าการทอผ้าของอำเภอชนบทน่าจะมีมาไม่ต่ำกว่า 100 ปี หรืออาจจะมีมาตั้งแต่เริ่มตั้งเมืองชนบท คือ ประมาณ 200 กว่าปีที่แล้ว   ผ้าที่ทอด้วยมือที่มีชื่อเสียงที่สุดของอำเภอชนบท ได้แก่ “ผ้าไหมมัดหมี่” โดยมีขั้นตอนเริ่มจากการคัดเลือกเส้นไหม การออกแบบลายหมี่ การให้สี การทอเป็นผืนผ้า ซึ่งเป็นงานที่ละเอียดอ่อน ผ้าไหมชนบทมีจุดเด่นคือ มีความสวยงาม ลวดลายละเอียดแตกต่างจากที่อื่น   เอกลักษณ์ของผ้าไหมชนบท คือ “ลาย”และ “เทคนิคการทอผ้า” ลายเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาและถือว่าเป็นลายต้นแบบและเป็นลายเก่าแก่ของผ้าเมืองขอนแก่น คือ ลายหมี่กง ลายขันหมากเบ็ง ลายขอพระเทพหรือลายเชิงเทียน โดยส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะเป็นการทอผ้าแบบ 3 ตะกอ ทำให้เนื้อผ้าแน่น สม่ำเสมอ มีลักษณะสีและลวดลายของผ้าด้านหนึ่งสีทึบกว่าอีกด้าน …

สิพามาเจาะลึก ศูนย์รวมผ้าไหม จ.ขอนแก่น ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท และ ผ้าลายแคนแก่นคูน อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง จำนวนแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ในแต่ละจังหวัดภาคอีสาน มีเท่าใด๋แหน่?

พามาเบิ่ง จำนวนแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ในแต่ละจังหวัดภาคอีสาน มีเท่าใด๋แหน่?   กลุ่มประเทศอาเซียน และ CLMVT คืออะไร? อาเซียน คือ การรวมตัวกันของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ย่อมาจาก Association of South East Asian Nations หรือ ASEAN จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและร่วมมือกันในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก ทั้งยังช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในกลุ่มประเทศเหล่านี้จากสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ช่วยสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจได้อีกด้วย โดยอาเซียนประกอบด้วย 10 ประเทศได้แก่ บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย   CLMVT คือ กลุ่มอาเซียนในเขตภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Great Mekong Subregion: GMS) ที่มีเส้นทางคมนาคมติดต่อกัน ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย   ข้อมูลทั่วไป คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทํางานในประเทศไทย ตามพระราชกําหนดการบริหารจัดการการทํางาน ของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชกําหนดการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว (ฉบับ 2) พ.ศ.2561 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ ดังนี้ คนต่างด้าวตลอดชีพ ได้แก่ คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทํางานตาม ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 322 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 คนต่างด้าวมาตรา 59 (ประเภททั่วไป) ได้แก่ คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยูในราชอาณาจักร หรือได้รับ อนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองโดยมิใช่ได้รับอนุญาตให้เข้า มาในฐานะนักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในกฎกระทรวง คนต่างด้าวมาตรา 59 (ประเภทนําเข้าตาม MoU) ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ที่เข้ามาทํางานตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับ รัฐบาลประเทศคู่ภาคี คนต่างด้าวมาตรา 62 (ประเภทส่งเสริมการลงทุน) ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้ามาทํางานในราชอาณาจักร ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520) หรือกฎหมายอื่น ได้แก่ พระราชบัญญัตินิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 เช่น นักลงทุน ช่างฝีมือ ผู้ชํานาญการ คนต่างด้าวมาตรา 63/1 (ประเภทชนกลุ่มน้อย) ได้แก่ คนต่างด้าวที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตาม กฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และกระทรวงมหาดไทยได้ออกเอกสารเพื่อรอพิสูจน์สถานะยื่นขอใบอนุญาตทํางาน คนต่างด้าวมาตรา 64 …

พามาเบิ่ง จำนวนแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ในแต่ละจังหวัดภาคอีสาน มีเท่าใด๋แหน่? อ่านเพิ่มเติม »

ชวนเบิ่ง 8 อันดับ บริษัทที่มีรายได้รวมมากที่สุดในภาคอีสาน เปลี่ยนไปส่ำใด๋ในช่วง 3 ปี

ปี 2562 อันดับที่ 1 สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 28,577 ล้านบาท อันดับที่ 2 ดูโฮม จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 17,980 ล้านบาท อันดับที่ 3 นำกิจการ จำกัด มีรายได้รวม 13,305 ล้านบาท อันดับที่ 4 นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 13,107 ล้านบาท อันดับที่ 5 ฟูไน (ไทยแลนด์) จำกัด มีรายได้รวม 11,490 ล้านบาท อันดับที่ 6 นำรุ่งโรจน์ จำกัด มีรายได้รวม 10,519 ล้านบาท อันดับที่ 7 โรงงานน้ำตาลทรายขาวเริ่มอุดม จำกัด มีรายได้รวม 9,825 ล้านบาท อันดับที่ 8 ห้างทองทองสวย จำกัด มีรายได้รวม 9,293 ล้านบาท ปี 2565 อันดับที่ 1 สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 35,443 ล้านบาท อันดับที่ 2 ดูโฮม จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 31,560 ล้านบาท อันดับที่ 3 นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 25,208 ล้านบาท อันดับที่ 4 ห้างทองทองสวย จำกัด มีรายได้รวม 21,564 ล้านบาท อันดับที่ 5 นำกิจการ จำกัด มีรายได้รวม 13,865 ล้านบาท อันดับที่ 6 นำรุ่งโรจน์ จำกัด มีรายได้รวม 10,785 ล้านบาท อันดับที่ 7 ฟูไน (ไทยแลนด์) จำกัด มีรายได้รวม 9,976 ล้านบาท อันดับที่ 8 เอ็มทีพี บูลเลี่ยน จำกัด มีรายได้รวม 9,035 ล้านบาท อ้างอิงจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ติดตาม …

ชวนเบิ่ง 8 อันดับ บริษัทที่มีรายได้รวมมากที่สุดในภาคอีสาน เปลี่ยนไปส่ำใด๋ในช่วง 3 ปี อ่านเพิ่มเติม »

ย้อนเเบิ่ง GPP 2021 แต่ละจังหวัดในภาคอีสาน เป็นจังใด๋แหน่

ย้อนเเบิ่ง GPP 2021 แต่ละจังหวัดในภาคอีสาน เป็นจังใด๋แหน่   ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product : GPP) หมายถึง มูลค่าการผลิตสินค้าและ บริการขั้นสุดท้ายของจังหวัด ซึ่งมีค่าเท่ากับมูลค่าเพิ่ม (value added) จากกิจกรรมการผลิตสินค้าและบริการทุกชนิดที่ผลิตขึ้นในขอบเขตของจังหวัด   ผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อคน (Per capita GPP) เป็นตัวเลขที่แสดงถึงความสามารถในการสร้างรายได้ของจังหวัดเฉลี่ยต่อคน ข้อมูลนี้ใช้เปรียบเทียบกันระหว่างจังหวัด เพื่อดูระดับความแตกตางของความสามารถในการสร้าง รายได้ (Generated of factor income) จังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยสูงแสดงถึงความสามารถ หรือศักยภาพในการสร้างรายได้ที่สูงกว่าจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยตํ่า   ในปี 2564 มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอีสาน หรือที่เรียกว่า GRP (Gross Regional Product) มีมูลค่าเท่ากับ 1,671,902 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าในส่วนนี้ คิดเป็นสัดส่วนได้เพียง 10.2% ของมูลค่า GDP ของประเทศไทยทั้งประเทศ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 16 ล้านล้านบาท   ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อคนของประชากรในภาคอีสาน เท่ากับ 86,233 บาทต่อปี หรือ 7,186 บาทต่อเดือน ซึ่งน้อยที่สุดในบรรดาภูมิภาคทั้ง 6 ภาคของประเทศไทย และเมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อคนประชากรไทย ที่เท่ากับ 224,962 บาท จะเห็นว่า รายได้เฉลี่ยต่อคนของประชากรในภาคอีสาน น้อยกว่ารายได้เฉลี่ยต่อคนประชากรไทยเกือบ 3 เท่า หรือ 38.3% ของรายได้เฉลี่ยต่อคนประชากรไทย   5 จังหวัดที่มี GPP สูงสุด นครราชสีมา        มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 315,583 ล้านบาท  ขอนแก่น มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 213,039 ล้านบาท  อุบลราชธานี มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 135,617 ล้านบาท  อุดรธานี มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 113,797 ล้านบาท บุรีรัมย์                 มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 96,936 ล้านบาท   จะเห็นว่า จังหวัดที่กล่าวมา มีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกันกว่า 874,972  ล้านบาท แสดงให้เห็นว่า ความมั่งคั่งของคนในภาคอีสานมีความกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่จังหวัด ทำให้เกิดปัญหาที่ตามมา คือ แรงงานจากจังหวัดในภาคอีสานจำนวนมากไปทำงานใน 5 จังหวัดที่มั่งคั่งดังกล่าว และบางส่วนอาจย้ายเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ เพื่อหาโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้น นี่คือสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมของภาคอีสานไม่ได้ถูกขับเคลื่อนให้กระจายไปแต่ละพื้นที่ได้ดีเท่าที่ควร …

ย้อนเเบิ่ง GPP 2021 แต่ละจังหวัดในภาคอีสาน เป็นจังใด๋แหน่ อ่านเพิ่มเติม »

ฮู้บ่ว่า  13 กลุ่มชาติพันธุ์ในอีสาน มีอิหยังแหน่ ?

ฮู้บ่ว่า  13 กลุ่มชาติพันธุ์ในอีสาน มีอิหยังแหน่ ? ภูมิภาคอีสาน เป็นดินแดนที่มีอาณาเขตกว้างขวาง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศในกลุ่มประชาคมลุ่มน้ำโขง ประชากรในภูมิภาคนี้มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยมีกลุ่มวัฒนธรรมไท-ลาวเป็นหลักและกลุ่ม วัฒนธรรมย่อยที่แตกต่างตามสภาพท้องถิ่นฐานเดิม กลุ่มชาติพันธุ์ในภูมิภาคนี้จำแนกตามตระกูลภาษาได้ 2 ตระกูล คือ กลุ่มไต-กะได ที่ประกอบด้วยกลุ่มวัฒนธรรมไท-ลาว ไทโคราช และกลุ่มออสโตรเอเชียติค สาขามอญ-เขมร ที่ประกอบด้วยกลุ่มเขมรถิ่นไทย กูย บรู   อีสานนอกจากการเป็นดินแดนอันกว้างขวาง ที่มีวัฒนาการทางสังคมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีต การเดินทางติดต่อระหว่างกลุ่มชนเผ่าต่าง ๆ ที่ทำให้อีสานไม่ใช่ดินแดนที่อยู่โดดเดี่ยว พื้นที่สูง ที่ราบบนผืนแผ่นดินใหญ่และแนวชายฝั่งทะเล เป็นองค์ประกอบที่ทำให้มีการติดต่อไปมาหาสู่กันอย่างกว้างขวาง กลุ่มชนไต-กะไดเป็นกลุ่มชนหลักในภูมิภาค ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มชนอื่น ๆ เช่น กลุ่มออสโตร-เอเชียติค สาขามอญเขมรกระจายอยู่ทั่วไปในภูมิภาคนี้การผสมผสานทางวัฒนธรรมและพัฒนาการทางสังคมที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มชนต่าง ๆ สร้างสรรค์อารยธรรมขึ้นมาอย่างมีเอกลักษณ์จนกลายเป็นวัฒนธรรมของภูมิภาค   อ้างอิงจาก: ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น   ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่ Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/ Website : https://isaninsight.kku.ac.th Youtube : https://youtube.com/@ISANInsightOutlook   #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์ #ชาติพันธุ์อีสาน  

พาจอบเบิ่ง SMEs แต่ละจังหวัดในภาคอีสาน

หลายคนเคยได้ยินคำว่า ธุรกิจ SME อยู่บ่อยครั้ง แต่รู้ไหมว่าธุรกิจ SME ที่มักมีการพูดถึงอยู่นั้นมีมูลค่ามหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจเลยทีเดียว ISAN Insight & Outlook สิพาไปทำความรู้จักกับธุรกิจ SME มากขึ้น ธุรกิจ SME (Small and Medium Enterprises) หรือเรียกว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นธุรกิจที่มีรายได้ สินทรัพย์ และพนักงานจำนวนน้อย ดำเนินธุรกิจโดยผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการ SME คือ ผู้ที่มีความเป็นอิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับกลุ่มธุรกิจใด ใช้เงินลงทุนต่ำ ซึ่งหลักๆ เป็นเงินทุนของเจ้าของธุรกิจเองหรือเงินทุนจากการกู้ยืมสินเชื่อจากธนาคาร จุดเด่นของธุรกิจ SME คือ การดำเนินธุรกิจในสินทรัพย์ที่จับต้องได้ มีทั้งธุรกิจการผลิต การค้า และบริการ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจอาหาร การเกษตรหรือโรงแรมขนาดเล็ก เป็นต้น ธุรกิจ SME จึงถือเป็นธุรกิจที่เป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจในประเทศไทย ปี 2565 ธุรกิจ SME ในภาคอีสาน มี 748,805 ราย 5 อันดับจังหวัดที่มีจำนวนธุรกิจ SME มากที่สุด อันดับที่ 1 ขอนแก่น มีผู้ประกอบการธุรกิจ SME มากถึง 71,449 ราย อันดับที่ 2 อุบลราชธานี มีผู้ประกอบการธุรกิจ SME 65,303 ราย อันดับที่ 3 สุรินทร์ มีผู้ประกอบการธุรกิจ SME 64,010 ราย อันดับที่ 4 นครราชสีมา มีผู้ประกอบการธุรกิจ SME 60,995 อันดับที่ 5 ร้อยเอ็ด มีผู้ประกอบการธุรกิจ SME 53,635 ราย สำหรับจังหวัดที่มีผู้ประกอบการธุรกิจ SME น้อยที่สุด คือ บึงกาฬ ที่มีผู้ประกอบการธุรกิจเพียงแค่ 11,957 ราย ส่วนธุรกิจในภาคอีสานที่มี SME มากที่สุด อันดับที่ 1 ร้านขายของชำ 128,475 ราย อันดับที่ 2 ร้านอาหาร 65,285 ราย อันดับที่ 3 การขายปลีกสินค้าในร้านค้าทั่วไป 41,377 ราย หมายเหตุ: เป็นข้อมูลจำนวน SME ในภาคอีสาน ปี 2566 อ้างอิงจาก: – สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) …

พาจอบเบิ่ง SMEs แต่ละจังหวัดในภาคอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง Update 8 สถานที่ สักการะพญานาค ริมแม่น้ำโขง

พามาเบิ่ง Update 8 สถานที่ สักการะพญานาค ริมแม่น้ำโขง   เจ้าเซื่อเรื่องพญานาคบ่ ? เชื่อเหลือเกินว่าคนไทยกับการมูเตลูนั้นเป็นของคู่กันมาแต่ช้านาน “พญานาค” ถือเป็นหนึ่งสิ่งศักด์สิทธิ์ที่หลายคนนับถือและต่างพูดถึงกันอย่างมาก   จังหวัดบึงกาฬ อ.บึงโขงหลง : ถ้ำนาคา เจ้าปู่อือลือนาคราช สถานที่แรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในตอนนี้ คงไม่พ้น“ถ้ำนาคา บึงกาฬ” หรือ “ถ้ำพญานาค” สถานที่สุดฮิตที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในตอนนี้นอกจากจะเป็นแหล่งสักการะบูชาพญานาคแล้วยังถือเป็นแหล่งที่เที่ยวสำคัญในจังหวัดบึงกาฬอีกด้วย โดยการกราบไหว้สักการะ ควรไหว้ทั้ง 3 ส่วนไม่ว่าจะเป็น ส่วนหัว, ส่วนลำตัว และเกล็ดพญานาค  พิกัดสถานที่: https://goo.gl/maps/jUHXbteWwzyTCj896    จังหวัดอุดรธานี : วังนาคินทร์ คำชะโนด เป็นสถานที่สำคัญที่ผู้ที่บูชาพญานาคนั้นมากราบไหว้ขอพร โดยมหาเทพพญานาคผู้ปกปักรักษาที่นี่มีชื่อว่า “จ้าวปู่ศรีสุทโธ และ จ้าวย่าศรีปทุมมา” ที่หลายๆรู้กัน   พิกัดสถานที่ วัดคำชะโนด: https://goo.gl/maps/Ve4qjV8gw4ayQBuu6   จังหวัดศรีสะเกษ : ถ้ำนาคาธิบดี สำหรับ “ถ้ำนาคาธิบดี” หรือ “ถ้ำพญานาค แห่งวัดป่าศรีมงคลรัตนาราม”แห่งศรีสะเกษ คือ สถานที่ แลนด์มาร์กที่สามารถไปกราบไหว้บูชาพญานาค โดยภายในเป็นถ้ำที่มีลักษณะเสมือนวังบาดาลใต้น้ำเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับสักการะบูชาพญานาค ในจังหวัดศรีสะเกษ ภายในตัวถ้ำมีความสวยงามอลังการของหินงอกหินย้อย ประกอบกับแสงไฟหลากสี รวมไปถึงรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่สีสันสวยงามส่วนมากจะมีสีขาวภายในถ้ำ มีไว้เพื่อสักการะบูชา ขอพร และสำหรับข้างนอกถ้ำก็ยังมีรูปปั้นพญานาคและสระน้ำขนาดใหญ่ให้ได้นั่งชมอีกด้วย พิกัดสถานที่: https://goo.gl/maps/SbFeGBYwNfr6ReCM7    จังหวัดนครพนม : ลานพญาศรีสัตตนาคราช  มีรูปปั้นองค์พญาศรีสัตตนาคราช 7 เศียรสีเหลือทองที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน รูปปั้นพญานาคจะมีลักษณะขดหาง 7 เศียรตั้งอยู่บนแท่น 8 เหลี่ยมและองค์พญานาคพ่นน้ำได้อีกด้วย ซึ่งสำหรับ พญาศรีสัตตนาคราช นั้นเชื่อกันว่าเป็นองค์พญานาคตระกูลที่เป็นต้นตระกูลขององค์พญานาคอื่นๆทั้งหลาย เป็นหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด พิกัดสถานที่: https://goo.gl/maps/oubWTbWYTdQDNdV87   จังหวัดอุบลราชธานี : วัดพระธาตุหนองบัว  เป็นสถานที่สักการะบูชากราบไหว้หลักๆของชาวอุบลมีรูปปั้นองค์พญานาคฉัพยาปุตตะ หรือพญานาคสีรุ้ง (เป็นหนึ่งใน 4 ของตระกูลพญานาคทั้งหมด4 ตระกูล) นอกจากองค์พญานาคแล้วจุดไฮไลท์ของที่นี่คือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่มีลักษณะเป็นเจดีองค์ใหญ่ สีขาวทองแกะสลักลวดลายสวยงามว่ากันว่าจำลองมาจากเจดีย์พุทธคยาสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในประเทศอินเดียและภายในเจดีย์นั้นมีพระประทานและพระพุทธรูปหลายหลากองค์อยู่ในนั้นอีกด้วย พิกัดสถานที่: https://goo.gl/maps/ghTYiYpfL2Duxfh17   จังหวัดมุกดาหาร : วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ คือวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาริมแม่น้ำโขง ด้านบนของวัดจะมีรูปปั้นพญานาคองค์ใหญ่ “พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช”สีเขียวทองโอ่อ่าตระการตาที่มีความสูงมากกว่า 20 เมตรเลยทีเดียว และ “พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์”สีขาวองค์ใหญ่มากเช่นกัน เป็นจุดถ่ายรูปที่สุดจะสดสวยงดงาม ซึ่งสามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำโขงสามารถมองได้ไกลไปจนถึงฝั่งประเทศลาว พิกัดสถานที่: https://goo.gl/maps/7Bw4CywtjboNZ9S28   จังหวัดสกลนคร : วัดถ้ำผาแด่น  ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานในจังหวัดสกลนคร มีรูปปั้นพญานาคปรกสีเหลืองทองขนาดใหญ่ “พระพุทธชัยราชา”บริเวณภายในวัด โดยบริเวณรอบๆวัดมีความร่มรื่นเป็นอย่างมาก โดยตัววัดจะติดอยู่กับผาหินที่แกะสลักรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ที่ดูยิ่งใหญ่และวิจิตรงดงามเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นสลักหินรูปพระพุทธสีหไสยาสน์ พญาครุฑเวสสุวรรณ และอื่นๆ   พิกัดสถานที่: …

พามาเบิ่ง Update 8 สถานที่ สักการะพญานาค ริมแม่น้ำโขง อ่านเพิ่มเติม »

พาส่องเบิ่ง ธุรกิจบ้านพักคนชรา

ในตอนนี้ที่หลาย ๆ ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เกาหลีใต้รวมถึงประเทศไทย เริ่มประสบปัญหาเดียวกัน นั่นก็คือ การเกิดใหม่ของประชากรต่ำและมีอัตราผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น จากสาเหตุหนุ่มสาวอยู่เป็นโสดและถึงจะแต่งงานก็นิยมไม่มีลูก จากปัญหาหลาย ๆ อย่าง เช่น ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เป็นต้น จากเหตุการณ์นี้ทำให้ประเทศไทยเริ่มต้นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเรื่องนี้ในอีกไม่กี่ปีจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโดยรวมของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลถึงเศรษฐกิจ ไลฟ์สไตล์และสังคมอย่างมาก ถึงแม้ปัญหาผู้สูงอายุในประเทศไทยจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง สิ่งที่จะตามมาก็คือโอกาสในการสร้างธุรกิจอย่างมากมาย โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯ เกี่ยวกับบ้านพักในวัยชรา ได้รับอานิสงส์ของการเปลี่ยนไปสู่สังคมผู้สูงอายุ ในปัจจุบันก็มีหลากหลายแบบให้เลือกอยู่ ธุรกิจอสังหาฯ แบบไหนที่เหมาะกับผู้สูงอายุ 1. บ้านพักคนชรา จากการเปลี่ยนแปลงของสังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีผู้ลงทุนทั้งเล็กและใหญ่ หันมาสนใจธุรกิจอสังหาฯ โดยเฉพาะการสร้างบ้านพักคนชรา เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าวัยกลางคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ คนกลุ่มนี้จะมีกำลังทรัพย์ค่อนข้างสูง และจุดแข็งของธุรกิจอสังหาฯ ประเภทบ้านพักคนชรานั่นก็คือมีสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมกับมีทีมแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ในปัจจุบันมีบ้านพักคนชราหลากหลายรูปแบบทั้งในรูปแบบของบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม หรือห้องพัก ที่มีหลากหลายราคาให้ได้จับจอง สำหรับใครที่คิดอยากจะลงทุนอสังหาฯ ประเภทบ้านพักคนชราอาจต้องใช้เงินลงทุนที่สูงในช่วงแรก ในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ในระยะยาวสามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง หากเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว 2. บ้านหรือคอนโด ผู้สูงอายุ ธุรกิจอสังหาฯ ประเภทบ้านหรือคอนโดมิเนียม ในตอนนี้มีทั้งการลงทุนจากภาครัฐและเอกชน ให้ความสนใจเกิดโครงการใหม่ ๆ มากมายทั่วประเทศ จุดเด่นของบ้าน หรือคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ คือ ทั้งโครงการจะเป็นกลุ่มผู้อาศัยเฉพาะคนสูงวัยหลังเกษียณ มาอยู่รวมกันเป็นชุมชน สำหรับราคาของบ้าน หรือคอนโดแบบนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มกลางไปถึงสูง เพราะตัวโครงการส่วนใหญ่จะในรูปแบบของการเช่าในระยะยาวหลัก 10 ปี บางแห่งก็ต้องซื้อแบบขายขาดเท่านั้น และข้อสังเกตสำหรับธุรกิจอสังหาฯ ประเภทบ้าน หรือคอนโดสำหรับผู้สูงอายุอีกข้อก็คือ จะไม่มีแพทย์ หรือพยาบาล คอยดูแลเราแบบใกล้ชิด และการทำความสะอาดที่พัก ผู้สูงวัยก็ต้องทำด้วยตัวเอง 3. เนอร์สซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งโฮมจะเป็นธุรกิจประเภทที่ให้ลูกค้าผู้สูงอายุที่ต้องการมาพักฟื้นดูแลร่างกายในระยะสั้น ๆ เช่น ผู้สูงอายุที่มีอาการบาดเจ็บจากการหกล้ม หรือผู้ที่ต้องการทำกายภาพบำบัด เข้ามารักษาตัว เมื่อรักษาหายมีสุขภาพดี ก็สามารถกลับไปอยู่ที่บ้านได้อย่างปกติ ในตอนนี้ส่วนใหญ่ผู้ลงทุนทำธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮม จะเป็นผู้ลงทุนขนาดกลางหรือเล็ก ที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก สำหรับจุดแข็งธุรกิจอสังหาฯ แบบเนอร์สซิ่งโฮม ก็คือ มีผู้เชี่ยวชาญ เช่น พยาบาล หรือทีมแพทย์ให้ความช่วยเหลือเราในระหว่างที่เราเข้าพัก สำหรับใครที่อยากจะลงทุนทำธุรกิจอสังหาฯ ประเภทเนอร์สซิ่งโฮมให้ประสบความสำเร็จ คือ การทำราคาให้เหมาะสมเพื่อให้ธุรกิจสามารถคืนทุนได้ไว และสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง การเริ่มต้นคือมองหาบ้านเดี่ยว มาปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสม เช่น เปลี่ยนพื้นที่ห้องรับแขกของบ้าน ให้มีเตียงดูแลผู้ป่วย 3-5 เตียงก็ได้ ใช้พื้นที่สวนนอกบ้านเพิ่มอุปกรณ์สำหรับทำกายภาพบำบัดเบื้องต้น และอาจจ้างพยาบาลมาดูแลผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการ หมายเหตุ: เป็นข้อมูลนิติบุคคล เฉพาะประเภทธุรกิจที่เกี่ยวกับกิจกรรมการดูแลรักษาในสถานที่ที่มีที่พักและมีคนดูแลประจำ สำหรับผู้สูงอายุ (รหัสประเภทธุรกิจ 87301) อ้างอิงจาก: – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า – Krungsri Plearn Plearn – iCare Seniors …

พาส่องเบิ่ง ธุรกิจบ้านพักคนชรา อ่านเพิ่มเติม »