เมื่อสมรภูมิเดือดลามถึงช่องแคบฮอร์มุซ พาส่องเบิ่ง 10 ประเทศที่มี ‘ถังน้ำมันสำรอง’ มากที่สุด
ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกระลอกระหว่าง อิหร่าน และ อิสราเอล ได้ขยายวงไปสู่ “เส้นเลือดใหญ่พลังงานโลก” อย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นคอขวดที่ลำเลียงน้ำมันดิบราว 20% ของการบริโภคโลก หรือประมาณ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน ความมั่นคงพลังงานของประเทศผู้นำเข้าหลักถูกกำกับโดยกรอบของ International Energy Agency (IEA) ที่กำหนดให้สมาชิกต้องสำรองน้ำมันอย่างน้อย 90 วันของการนำเข้าสุทธิ ผ่านทั้งคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) และสต๊อกเชิงพาณิชย์ ประเทศที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกด้าน “ปริมาณสำรองฉุกเฉินรวม” จึงได้เปรียบ โดยเฉพาะเมื่อเส้นทางฮอร์มุซถูกตั้งคำถาม 10 อันดับแรกตามปริมาณสำรองรวม (อิงข้อมูล IEA, EIA และรายงานระดับชาติล่าสุด) สหรัฐอเมริกา มีสำรองรวมราว 1,500 ล้านบาร์เรล ครอบคลุมประมาณ 70-90 วัน แม้สหรัฐเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ แต่ยังพึ่งพาตลาดโลกด้านราคา จีน ราว 1,000 ล้านบาร์เรล ครอบคลุม 70-90 วัน ญี่ปุ่น ราว 500 ล้านบาร์เรล ครอบคลุม 150-250 วัน ถือว่า “อึด” ที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม อินเดีย ราว 300 ล้านบาร์เรล แต่ครอบคลุมเพียง 20-70 วัน เยอรมนี ราว 250 ล้านบาร์เรล 100-120 วัน ฝรั่งเศส ราว 150 ล้านบาร์เรล 90-100 วัน เกาหลีใต้ ราว 146 ล้านบาร์เรล 100-210 วัน ไต้หวัน ราว 140 ล้านบาร์เรล ประมาณ 140 วัน สหราชอาณาจักร ราว 130 ล้านบาร์เรล ใกล้ 90 วัน สเปน ราว 120 ล้านบาร์เรล 90-100 วัน “จำนวนวันครอบคลุม” ถือว่าสำคัญกว่าตัวเลขดิบ เพราะแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หากฮอร์มุซถูกปิดจริง ประเทศเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ซึ่งพึ่งพาน้ำมันตะวันออกกลางสูง จะถูกทดสอบหนัก แม้มีสำรองมากก็ตาม แต่หากวิกฤตยืดเยื้อเกิน 3-6 เดือน ต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อจะพุ่งทันที โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมหนักและปิโตรเคมีนั่นเอง สำหรับ ไทย ปัจจุบันมีสำรองรวมราว 48 ล้านบาร์เรล หรือประมาณ 60 วันของการใช้ภายในประเทศ ต่ำกว่ามาตรฐาน 90 วันของ […]










