พามาฮู้จัก รอยเลื่อนสะกาย ยักษ์หลับกลางเมืองพม่า ต้นเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ สะเทือนแรงถึงไทย
รอยเลื่อนสะกาย ต้นเหตุของแผ่นดินไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) ถือเป็นหนึ่งใน รอยเลื่อนมีพลัง (active fault) ที่สำคัญอันดับต้นๆ ในอาเซียนบ้านเรา ด้วยความยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร ทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ ผ่ากลางอกประเทศพม่า และพาดผ่านแทบทุกเมืองที่สำคัญ เช่น มิตจีนา, มัณฑะเลย์, เนปิดอว์, ย่างกุ้ง, และพะโค ทำให้รอยเลื่อนสะกายถือว่าเป็นรอยเลื่อนยักษ์ที่อยู่ใกล้คนมากเกินไปและไม่น่าไว้ใจในอนาคต รอยเลื่อนสะกายมีลักษณะเป็นรอยเลื่อนที่เคลื่อนที่ได้ในลักษณะ แบบเฉือน (Strike-slip fault) ซึ่งแปลว่า แผ่นเปลือกโลกทั้งสองข้างของรอยเลื่อนจะเคลื่อนที่ขนานกันไปตามแนวรอยเลื่อน โดยไม่เกิดการหนีบหรือยกสูงของเปลือกโลก ในกรณีนี้ รอยเลื่อนสะกายจะเคลื่อนตัวในลักษณะ เลื่อนด้านซ้าย (Left-lateral fault) โดยที่แผ่นดินทั้งสองข้างจะเคลื่อนตัวไปในทิศทางตรงข้ามกัน รอยเลื่อนสะกายเป็นขอบหรือรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกย่อยโบราณ 2 แผ่น คือ แผ่นซุนดา (Sunda Plate) และ แผ่นพม่า (Burma Plate) ซึ่งปัจจุบันถือเป็นส่วนหนึ่งของ แผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย (Eurasian Plate) สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะกาย แผ่นดินไหวที่เกิดจากรอยเลื่อนสะกาย เป็นผลมาจาก การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ซึ่งเกิดจาก แรงเครียด (Stress) ที่สะสมอยู่ตามแนวรอยเลื่อน เป็นการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก แผ่นอินเดีย (Indian Plate) เคลื่อนตัว ชนกับแผ่นยูเรเชีย (Eurasian Plate) สะกายเคยทำอะไรมาบ้าง? ⭐ปี 1972-2534 (562 ปี) พบแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไป ประมาณ 70 ครั้ง ⭐ปี 2507 – 2555 (48 ปี) พบแผ่นดินไหวขนาด 2.9-7.3 ประมาณ 276 ครั้ง จากการวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหวในเชิงสถิติของ Pailoplee ประเมินว่ารอยเลื่อนสะกายนั้นมีศักยภาพพอที่จะเป็นแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่ได้สูงถึง 8.6 โดยเฉพาะบริเวณเมืองมิตจีนา (Myitkyina) ทางตอนเหนือของรอยเลื่อนสะกาย และจากการรวบรวมผลกระทบด้านแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากรอยเลื่อนสะกายบ่งชี้ว่า หากเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะกาย “ประเทศไทย” มีโอกาสได้รับแรงสั่นสะเทือนในระดับ 4-5 ตามมาตราเมอร์คัลลี่แปลง ในอดีต แถบภาคเหนือลามไปถึงกรุงเทพฯ เคยได้รับแรงสั่นสะเทือนจากรอยเลื่อนสะกายนี้ในระดับ 3 (จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.0 เมื่อ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2455 และ 7.0 เมื่อ 3-4 ธันวาคม พ.ศ. 2473) ดังนั้นจึงไม่ใช่เฉพาะประเทศเมียนมาเท่านั้นที่ควรจะใส่ใจรอยเลื่อนสะกาย แต่คนไทยอย่างพวกเราก็ควรที่จะจับตาและเฝ้าระวังรอยเลื่อนสะกายอย่างไม่ให้คลาดสายตาเช่นกัน […]