ISAN Insight

พามาเบิ่ง 13 “ถนนข้าว” มหาสงกรานต์ ในภาคอีสานมีอะไรบ้าง ?

ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น  📍ถนนศรีจันทร์  ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เริ่มจากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น – สี่แยกธนาคารแห่งประเทศไทย    ถนนข้าวแดง จังหวัดขอนแก่น 📍ทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดขอนแก่น โดยจะมีการจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร แห่พระ สรงน้ำ    ถนนข้าวโพด จังหวัดนครราชสีมา 📍เทศบาลเมืองปากช่อง อ.ปากช่อง  ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ถนนเทศบาลตั้งแต่สี่แยกกลางเมือง – สายน้ำคลองลำตะคอง   ถนนข้าวปุ้น จังหวัดนครพนม 📍บริเวณหอนาฬิกา ถนนสุนทรวิจิตร เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง    ถนนข้าวเย็น จังหวัดศรีสะเกษ 📍เทศบาลเมืองศรีสะเกษ  สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ – สี่แยกถนนวันลูกเสือ    ถนนข้าวฮาง จังหวัดหนองบัวลำภู 📍สนามนเรศวร ริมหนองบัว  ระยะทางประมาณ 800 เมตร    ถนนข้าวฮาง/ถนนผ้าคราม จังหวัดสกลนคร 📍ถนนหน้าวัดพระธาตุเชิงชุมฯ จ.สกลนคร  ถนนข้าวฮาง ถิ่นไทสกลล่ะเบ๋อ หรือเส้นถนนผ้าครามนั่นเอง   ถนน(ข้าว)ลอดช่อง จังหวัดยโสธร 📍เทศบาลเมืองยโสธร ระยะทางประมาณ 1 กิโล เมตร  ที่มาของถนนนี้ “ลอดช่อง” ที่เป็นของหวานขึ้นชื่อของจังหวัดยโสธร     ถนนข้าวเม่า จังหวัดมหาสารคาม 📍หอนาฬิกา เทศบาลเมืองมหาสารคาม  แยกหอนาฬิกา ถนนผดุงวิถี และถนนนครสวรรค์    ถนนข้าวเปียก จังหวัดอุดรธานี 📍ถนนเทศาภิบาล จ.อุดรธานี ที่มาของชื่อถนนนี้ “ข้าวเปียก” ซึ่งเส้นเป็นอาหารที่เข้ามาพร้อมกับชาวเวียดนามที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในไทย เดิมเมนูนี้เรียกว่า “จ๋าว” ซึ่งชาวอุดรธานีนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า    ถนนข้าวก่ำ จังหวัดกาฬสินธุ์ 📍เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์   ถนนภิรมย์ – ถนนกาฬสินธุ์ – ถนนข้าวก่ำ (ถนนอนรรฆนาค)   ถนนข้าวหอมมะลิ จังหวัดร้อยเอ็ด 📍สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ กลางเมืองร้อยเอ็ด    ถนนข้าวหลาม จังหวัดเลย 📍เทศบาลเมืองเลย ถนนเสริมศรี ศาลหลักเมืองเจ้าพ่อกุดป่อง – สามแยกตลาดนัดคลองถม   ฮู้บ่ว่า ? ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่นนั้น มีการเล่นคลื่นมนุษย์ในทุกๆปี โดยมีสถิติที่ทำไว้เมื่อปี 2562 ครั้งนั้นมีจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติกว่า 150,000  คนเลยทีเดียว   ที่มา : thaipbs, travel trueid

พามาเบิ่ง 13 “ถนนข้าว” มหาสงกรานต์ ในภาคอีสานมีอะไรบ้าง ? อ่านเพิ่มเติม »

ทำไมศรีสะเกษ ถึงเป็นแดน ทุเรียนภูเขาไฟ เปิดเบื้องหลังขุมทรัพย์ทางธรณีดินภูเขาไฟ

Key Points “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ (Lava Durian Sisaket)” หมายถึง ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี พันธุ์ก้านยาว ทุเรียนที่มีรสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมปานกลาง เนื้อละเอียด แห้ง สีเนื้อเหลืองสม่ำเสมอทั้งผล ซึ่งปลูกในพื้นที่อำเภอขุนหาญ อำเภอกันทรลักษ์ และอำเภอศรีรัตนะ ของจังหวัดศรีสะเกษ “ทุเรียนภูเขาไฟ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตั้งแต่ปี 2562 ทุเรียนชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากทุเรียนที่ปลูกในภาคอื่น เนื่องจากสภาพดินภูเขาไฟในศรีสะเกษ ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เช่น แมกนีเซียมออกไซด์ (MgO), แคลเซียมออกไซด์ (CaO) และโพแทสเซียมออกไซด์ (K₂O) ซึ่งช่วยให้ทุเรียนมีรสชาติที่เข้มข้นและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ ภาคตะวันออก (จันทบุรี ตราด ระยอง) ผลิตมากที่สุด 1,045,410 ตัน หรือคิดเป็น เกือบ 75% ของผลผลิตทั้งประเทศ ส่วนภาคอีสาน นำโดย ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ผลิต ประมาณ 14,000 ตัน และยังเน้นตลาดผู้บริโภคภายในประเทศ การผลักดันจากทางจังหวัด และภาครัฐ ในการเป็นจุดยุทธศาสตร์อีสานใต้ ภาครัฐได้ดำเนินโครงการ “เกษตรแปลงใหญ่” โดยสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มอำนาจต่อรองทางการตลาด นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ยังมีบทบาทสำคัญในการศึกษาพันธุ์ทุเรียนและพัฒนาเทคนิคการปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) และรองรับตลาดส่งออก ศรีสะเกษ: เมืองเกษตรกรรมแห่งอีสานใต้ และบทบาทของทุเรียนภูเขาไฟในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ   จังหวัดศรีสะเกษเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของภาคอีสานตอนล่าง ด้วยโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่พึ่งพาการเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะ ทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดในระดับประเทศและกำลังขยายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างมีศักยภาพ ด้วยพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 3.71 ล้านไร่ หรือเกือบ 68% ของพื้นที่ทั้งหมด ศรีสะเกษจึงกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญของภาคอีสาน โดยมีพืชเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ หอมแดง กระเทียม พริก และทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสินค้าหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ   .    ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ: สินค้า GI ที่สร้างชื่อเสียงระดับประเทศ “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ (Lava Durian Sisaket)” หมายถึง ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี พันธุ์ก้านยาว ทุเรียนที่มีรสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมปานกลาง เนื้อละเอียด แห้ง สีเนื้อเหลืองสม่ำเสมอทั้งผล ซึ่งปลูกในพื้นที่อำเภอขุนหาญ อำเภอกันทรลักษ์ และอำเภอศรีรัตนะ ของจังหวัดศรีสะเกษ หนึ่งในจุดเด่นของศรีสะเกษที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดคือ “ทุเรียนภูเขาไฟ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตั้งแต่ปี 2562 ทุเรียนชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากทุเรียนที่ปลูกในภาคอื่น ๆ โดยมี

ทำไมศรีสะเกษ ถึงเป็นแดน ทุเรียนภูเขาไฟ เปิดเบื้องหลังขุมทรัพย์ทางธรณีดินภูเขาไฟ อ่านเพิ่มเติม »

ศรีสะเกษเมืองหนังแดนอีสาน ไทบ้าน สตูดิโอ เดินหน้าหนังใหม่ 3 เรื่องรวดทั้ง 🎬สัปเหร่อ 2 🎬ผีเข้า 🎬เทยไทบ้าน ผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมือง ถนนเทพา อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชจังหวัดศรีสะเกษ นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ทีมงานไทบ้าน สตูดิโอ ประกอบพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์จำนวน 3 เรื่อง ประกอบด้วย “เรื่อง จักรวาลไทบ้าน เทยไทบ้าน เรื่อง สัปเหร่อ 2 โลกหลังความตาย และ เรื่อง ผีเข้า” เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้การถ่ายทำให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสำเร็จ โดยมีทีมงานผู้จัด ผู้กำกับภาพยนตร์ ดารา นักแสดงภาพยนตร์ ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงในครั้งนี้อย่างคึกคัก ไทบ้านสตูดิโอและกลุ่มพันธมิตร ตอกย้ำความเป็นเมืองภาพยนตร์ของศรีสะเกษ เดินหน้าหนังใหม่ 3 เรื่องรวด พร้อมประกอบพิธีบวงสรวงเปิดกล้องหนังใหม่ วานนี้ บริเวณศาลหลักเมืองศรีสะเกษ โดยมีภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาคมเมืองศรีสะเกษ ร่วมพิธีพร้อมหน้า สัปเหร่อ 2 ผีเข้า เทยไทบ้าน ศรีสะเกษ เมืองภาพยนตร์-ดนตรี แดนอีสาน ซึ่งทำรายได้เป็นอันดับ 1 ของภูมิภาค จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์และธุรกิจบันเทิงที่เกี่ยวข้อง จากจักรวาลไทบ้าน สู่ปรากฏการณ์สัปเหร่อ และกวาดหลายรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 2567 ที่ผ่านมา นายธิติ ศรีนวล หรือ ต้องเต ผู้กำกับหนังสัปเหร่อ เปิดเผยว่า กล่าวว่า นักแสดงเรื่องสัปเหร่อ 2 รอบนี้จะเป็นนักแสดงทั้งกลุ่มใหม่ และกลุ่มเดิม ในเรื่องคนที่รับบทเป็นนางเอกใหม่ คือ น้องอุ้ม นักแสดงจากช่อง 3 และ โจอี้ ภูวศิษฐ์ นักร้องนักแสดง โดยความคาดหวังกับ เรื่องสัปเหร่อภาค 2 ผู้จัดคาดหวังว่าขอให้รายได้เท่าทุน หรือไม่เจ๊งก็เพียงพอแล้ว จะให้ยอดทะลุ 800 ล้านบาท เหมือนภาคแรก ทางตนก็ไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น ตนอยากฝากหนังเรื่องสัปเหร่อ 2 ให้มาชมกันเยอะๆหนังจะเข้าประมาณวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นี้ ไปดูไปชมกันถ้าไม่ดีไม่สนุกด่าได้ ด้าน น้องอุ้ม อิษยา ฮอสุวรรณ เปิดเผยว่า รอบนี้ตนได้รับบทแสดงเป็นนางเอก ในเรื่องสัปเหร่อ 2 ตนรู้สึกตื่นเต้นและดีใจ ในครั้งนี้ที่ได้โอกาสมาร่วมแสดงในหนัง สัปเหร่อ 2 แล้วรู้สึกสนุกมาก ตนหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆกับหนังเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังได้ร่วมแสดงในหนังเรื่อง ผีเข้า ทั้งนี้ตนขอฝากภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อ 2 เรื่องผีเข้า และเรื่องเทยไทบ้าน ทั้ง 3 เรื่อง ที่มีทั้ง 3 รสชาติให้แฟนภาพยนต์ได้ติดตามชมกันด้วย

ศรีสะเกษเมืองหนังแดนอีสาน ไทบ้าน สตูดิโอ เดินหน้าหนังใหม่ 3 เรื่องรวดทั้ง 🎬สัปเหร่อ 2 🎬ผีเข้า 🎬เทยไทบ้าน ผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ อ่านเพิ่มเติม »

ผู้ประกอบการ กุมขมับ🥊สงครามการค้า ขึ้นภาษีรัวๆ ราวกับประมูล Apple จำเป็นต้องย้ายฐานการผลิต! หรือไม่?

ถ้าจะถามว่าใคร คือ ผู้ประกอบการ หรือ บริษัทที่เจ็บหนักที่สุดในเวลานี้คงนี้ไม่พ้น บริษัท แอปเปิ้ล นั่นเอง ที่ผลจากภาษีทำให้สินค้าเรือธงของบริษัทอย่าง iPhone ราคาพุ่งขึ้นทันที 3-4 เท่า สวนทางกับราคาหุ้นร่วงทันทีสูญมูลค่าหลายล้านเหรียญ Apple จำเป็นต้องย้ายฐานการผลิต! หรือไม่? เตรียมตั้งโรงงานนอกจีน เล็งสหรัฐฯ หลังโดนภาษีนำเข้ากระทบ — Luxshare ผู้ผลิตรายใหญ่ของ Apple ที่ประกอบ iPhone และ AirPods กำลังพิจารณาย้ายสายการผลิตบางส่วนออกจากจีนไปยังประเทศอื่น รวมถึงสหรัฐอเมริกา หลังเจอแรงกดดันจากภาษีนำเข้าชุดใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่งเริ่มมีผลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คุณ Wang Laichun ประธานบริษัท Luxshare เผยกับนักวิเคราะห์ว่า ภาษีใหม่นี้แทบไม่กระทบกำไรหรือรายได้ เพราะสินค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ส่งออกไปสหรัฐฯ โดยตรง แต่บริษัทก็ยังต้องปรับตัว เช่น ชะลอลงทุนในจีน และอาจเพิ่มกำลังการผลิตในต่างประเทศแทน Luxshare บอกว่ามีลูกค้าติดต่อมาเพื่อขอให้ไปตั้งฐานการผลิตในอเมริกา โดยเฉพาะสายการผลิตที่ใช้ระบบอัตโนมัติสูง ซึ่งบริษัทก็ยินดีพิจารณา แต่ขอความชัดเจนจากลูกค้าก่อน ว่าคุ้มค่ากับการลงทุนระยะยาวหรือไม่ — ปัจจุบัน Luxshare มีโรงงานทั้งในมาเลเซีย ไทย เวียดนาม สหรัฐฯ และเม็กซิโก โดยคุณ Wang ก็แย้มว่ามีแผนจะขยายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อด้วย แม้เวียดนามจะโดนภาษีสูงถึง 46% (มากกว่ามาเลเซียที่ 24% และไทยที่ 36%) แต่ก็ยังถือว่าเป็นฐานการผลิตที่มั่นคง เพราะโครงสร้างพื้นฐานและแรงงานพร้อม ส่วนอินเดียยังไม่มีแผนเข้าไปตอนนี้ แต่ถ้าลูกค้ารายใหญ่เรียกร้องก็คงต้องพิจารณา เพราะการตั้งไลน์การผลิตใหม่ในโรงงานที่มีอยู่เดิมก็ใช้เวลาราว 1-1.5 ปี ด้านผลกระทบเรื่องต้นทุน คุณ Wang บอกว่า ตอนนี้บริษัทฮาร์ดแวร์ยังไม่ได้จ่ายภาษีหรือค่าขนส่งเอง แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีแรงกดดันจากลูกค้าให้ลดราคาลง ซึ่งการร่วมมือกับซัพพลายเออร์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันก็เป็นสิ่งที่ทำกันอยู่แล้ว — แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อ Apple โดยตรง (ตามธรรมเนียมของซัพพลายเออร์) แต่ทั้งหมดนี้ก็สะท้อนว่าห่วงโซ่อุปทานของ Apple เองก็กำลังเจอศึกหนักจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ เช่นกัน คิดว่า Apple ควรย้ายฐานการผลิตมาไทยมากขึ้นมั้ย? หรือไปประเทศอื่นดีกว่า?  — ที่มา: iclarified https://www.iclarified.com/…/apple-supplier-luxshare…

ผู้ประกอบการ กุมขมับ🥊สงครามการค้า ขึ้นภาษีรัวๆ ราวกับประมูล Apple จำเป็นต้องย้ายฐานการผลิต! หรือไม่? อ่านเพิ่มเติม »

Rare Earth: หมากสำคัญในเกมต่อรองระหว่างจีน-สหรัฐฯ

Key Points แร่หายาก ประกอบด้วยแร่ 17 ชนิด รวมถึง ซีเรียมที่มีมากกว่าทอง 15,000 เท่า แต่กลับถูกขุดนำมาใช้ยากกว่าทอง จีน ครองสัดส่วนผลิตแร่หายากมากที่สุดของโลก คิดเป็น 70-80% ราว 80% ของแร่หายากที่สหรัฐนำเข้า มาจากจีน และเป็นสินค้าพิเศษที่ไม่ถูกขึ้นกำแพงภาษี จีนหยุดส่งออกแร่หายาก 7 ชนิดไปประเทศอื่น 100% “Rare Earth” อาวุธที่จีนใช้เพิ่มอำนาจต่อรองกับสหรัฐฯ . ไทยหยุดวันสงกรานต์ แต่โลกยังไม่หยุด ดำเนินนโยบายสงครามการค้าต่อเนื่อง ปัจจุบันประเทศจีนก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 โดยผลิตแร่ Rare Earth ถึง 80% ของกำลังการผลิตทั่วโลก โดยมีแหล่งแร่สำรองคิดเป็น 35% ของทั้งโลก นอกจากนี้ประเทศสหรัฐฯ นำเข้าแร่ Rare Earth กว่า 80% ของปริมาณที่นำเข้าทั้งหมดจากประเทศจีน . เหตุผลที่ประเทศจีนเป็นผู้นำเพราะมีเทคโนโลยีที่ใช้เพื่อถลุงแร่ที่เหนือกว่าชาติอื่น อีกทั้งอุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมที่มีอุปสรรคในการเข้าตลาดที่สูงมาก จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีบริษัทใดเข้ามาทำธุรกิจดังกล่าวโดยไม่มีการสนับสนุนจากรัฐบาล ปกติ ในการตอบโต้ภาษีการค้า มักจะใช้การขึ้นอัตราภาษีใส่กัน จีนมาแปลก สั่งห้ามการส่งออกแร่หายาก ซึ่งได้แก่  Samarium  Gadolinium  Terbium  Dysprosium  Lutetium  Scandium  Yttrium ถ้าห้ามการส่งออกจริง 100% จะทำเอาระบบห่วงโซ่อุปทานปั่นป่วนแน่ๆ เพราะจีนเป็นผู้ส่งออกสำคัญ การตัดสินใจของจีน ทำให้ราคาในตลาดโลกปรับตัวขึ้น 12% ทันที ส่วนประเทศที่มีแร่เหล่านี้รองๆ ลงมาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมี ยูเครน กรีนแลนด์ แคนาดา นิวซีแลนด์ ที่เป็นความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาทั้งนั้น คราวนี้้ต้องไปดูกันว่าทางสหรัฐอเมริกาต้องหันไปง้อชาติเหล่านี้หรือไม่ . สหรัฐฯ นำเข้าแร่แรร์เอิร์ธมากแค่ไหน USGS ประเมินว่า มูลค่าของสารประกอบและโลหะของแร่ Rare Earth ที่สหรัฐฯ นำเข้ามาในปี 2023 อยู่ที่ราว 190 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 7% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ในปี 2024 สหรัฐฯ ต้องพึ่งพาการนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธจาก จีน, มาเลเซีย, ญี่ปุ่น และเอสโตเนีย สูงถึง 80% นอกจากแร่แรร์เอิร์ธทั้ง 17 ชนิดแล้ว สหรัฐฯ ยังกำลังมองหาแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ เช่น ทังสเตน, เทลลูเรียม, ลิเธียม, ไทเทเนียม และอินเดียม ในการผลิตชิป วัตถุดิบสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “แร่หายาก” หรือ “Rare Earth” นั่นเอง นอกจากเป็นวัตถุดิบผลิตชิปแล้ว แร่หายากยังถูกใช้ทำแม่เหล็กแบบถาวร (Permanent Magnet) ซึ่งเป็นส่วนประกอบในมอเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้า

Rare Earth: หมากสำคัญในเกมต่อรองระหว่างจีน-สหรัฐฯ อ่านเพิ่มเติม »

พาเปิดเบิ่ง เมื่อบัณฑิตอีสานกลายเป็นคนว่างงานอันดับ 1 พลิกผันน่าตกใจ! จาก “มีงานทำ” สู่ “ว่างงาน”

เมื่อ “มีงานทำ” กลายเป็น “ว่างงาน” วิกฤตเงียบของบัณฑิตอีสาน สัญญาณอันตรายต่ออนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค . จากข้อมูลสัดส่วนคนว่างงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนมกราคม ปี 2563 – 2568 เผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้มีการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่จากเดิมมีสัดส่วนการว่างงานน้อยที่สุด กลับกลายเป็นกลุ่มที่มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดอย่างน่ากังวล  . ย้อนกลับไปในปี 2563 กลุ่มผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษามีสัดส่วนการว่างงานเพียง 14.3% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้มีการศึกษาในระดับอื่นๆ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้พลิกผันอย่างน่าตกใจในช่วงเวลาเพียง 5 ปี เมื่อในเดือนมกราคม ปี 2568 สัดส่วนการว่างงานของกลุ่มอุดมศึกษาพุ่งทะยานขึ้นถึง 35.7% แซงหน้าทุกระดับการศึกษาอย่างชัดเจน ในขณะที่กลุ่มผู้มีการศึกษาต่ำกว่า (ประถมศึกษาและต่ำกว่าประถม, มัธยมต้น, มัธยมปลาย, ปวช./ปวส.) กลับมีสัดส่วนการว่างงานที่ลดลง . การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เป็นผลมาจากการเข้ามาของเทคโนโลยี หรือ AI กำลังเปลี่ยนแปลงลักษณะงานและความต้องการทักษะในตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว งานบางประเภทที่เคยต้องการแรงงานที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญา อาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี หรือต้องการทักษะใหม่ที่ไม่ตรงกับหลักสูตรการศึกษาในปัจจุบัน . นอกจากนี้ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างอุปทานและอุปสงค์ของแรงงานก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ระบบการศึกษาอาจยังไม่สามารถผลิตบัณฑิตที่มีทักษะและความรู้ที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจในยุคปัจจุบัน ทำให้เกิดภาวะ “ปริญญาล้นตลาด” . ในขณะที่ตำแหน่งงานที่ต้องการทักษะเฉพาะทางกลับขาดแคลน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผลกระทบจากปัจจัยภายนอก รวมถึงการขาดโอกาสและโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เอื้ออำนวยในบางพื้นที่ของภาคอีสาน ก็เป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมปัญหา นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงค่านิยมและทางเลือกในการทำงานของบัณฑิตจบใหม่ ที่อาจเลือกทำงานอิสระหรือทำธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น ก็อาจมีส่วนทำให้ตัวเลขผู้ว่างงานในระบบสูงขึ้น . ดังนั้น การเตรียมความพร้อมให้มีทักษะที่จำเป็นในยุคตลาดแรงงานดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากตลาดแรงงานไทยยังต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกดิจิทัล (Digital revolution) ที่มาแรงมาเร็ว   . ระดับการศึกษา มกราคม 2563 มกราคม ปี 2565 มกราคม ปี 2567 มกราคม ปี 2568 ประถมศึกษาและต่ำกว่าประถม 32.5% 20.2% 12.8% 8.1% มัธยมต้น 37.2% 19.3% 23.2% 1.5% มัธยมปลาย 5.8% 27.9% 31.5% 33.8% ปวช./ปวส. 10.2% 8.9% 6.1% 20.6% อุดมศึกษา 14.3% 23.5% 26.4% 35.7% ทักษะอะไรต้องมีสำหรับงานอนาคต⁉️ รายงาน Future of Jobs Report 2025 จาก World Economic Forum เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดแรงงานในอนาคต ระบุว่า การคิดเชิงวิเคราะห์ ยังคงเป็นทักษะหลักที่เป็นที่ต้องการมาก เป็นสิ่งจำเป็นในปี 2025 ตามมาคือทักษะด้านความยืดหยุ่น การปรับตัว และความเป็นผู้นำ

พาเปิดเบิ่ง เมื่อบัณฑิตอีสานกลายเป็นคนว่างงานอันดับ 1 พลิกผันน่าตกใจ! จาก “มีงานทำ” สู่ “ว่างงาน” อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง🧐 ขุมทรัพย์ทองคำ 64 ต้น 🪙 1 ในแนวแร่ทองคำในไทย : “แนวเลย – เพชรบูรณ์ – ปราจีนบุรี”

แร่ทองคำเป็นทรัพยากรธรณีที่มีมูลค่าสูงและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลกมาตั้งแต่สมัยอดีต ด้วยคุณสมบัติที่หายากและมีความคงทน ทองคำจึงถูกนำมาใช้ทั้งในด้านอุตสาหกรรม เครื่องประดับ และการลงทุน ในประเทศไทยก็มีการใช้ประโยชน์จากทองคำมาตั้งแต่โบราณ ทราบจากหลักฐานโบราณวัตถุและบันทึกต่างๆ ซึ่งในพื้นที่ประเทศไทยมีแหล่งแร่ทองกระจายอยู่หลายแหล่งทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีจำนวน 32 แหล่ง มีทรัพยากรแร่ทองคำประมาณ 148 ตัน โดยสามารถแบ่งพื้นที่แหล่งแร่ทองคำในไทยออกเป็นแนวพื้นที่ จำนวน 5 แนวหลักทั่วประเทศ โดยอีสาน อินไซต์ จะพามาทำความรู้จักกับ 1 ในแนวแร่ที่มีพื้นที่ตัดผ่านบางพื้นที่ภาคอีสาน ตัวอย่างแหล่งแร่ รวมไปถึงกรณีศึกษาการทำเหมืองแร่ในอีสาน แนวแร่ทองคำที่กล่าวไปข้างต้นคือ “แนวเลย – เพชรบูรณ์ – ปราจีนบุรี” แนวแร่ทองคำแห่งนี้เริ่มต้นตั้งแต่จังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี เพชรบูรณ์ พิจิตร ลพบุรี ปราจีนบุรี และสระแก้ว จัดเป็นแนวที่มีศักยภาพทางแร่ทองคำสูงที่สุดใน 5 แนวของไทย โดยลักษณะการเกิดทองคำบริเวณแนวนี้เป็นแบบปฐมภูมิหมายถึง แหล่งแร่ทองคำที่เกิดร่วมกับหินต้นกำเนิด หรือแทรกอยู่ในหินท้องที่ โดยจากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีพบว่ามีปริมาณทรัพยากรแร่ทองคำประมาณ 64 ตัน ยกตัวอย่างแหล่งแร่ทองคำ และแหล่งศักยภาพในอีสานบริเวณแนวแร่นี้ เช่น แหล่งแร่ภูพระ อ.เมือง จ.เลย แหล่งภูทับฟ้า อ.วังสะพุง จ.เลย แหล่งภูปักธง อ.เมือง จ .เลย แหล่งบ้านชำเจียง อ.สังคม จ.หนองคาย แหล่งบ้านเทพประทาน อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แม้ว่าจะมีหลายพื้นที่ที่เป็นแหล่งทองคำและแหล่งศักยภาพ แต่ก็ยังมีปริมาณไม่เพียงพอที่จะทำการทำเป็นเหมือง อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ภูทับฟ้า ภูเหล็ก และภูซำป่าบอน อ.วังสะพุง จ.เลย ได้รับการสำรวจว่ามีปริมาณแร่ทองคำเพียงพอที่จะทำเป็นเมือง ในช่วงปี 2530 ซึ่งต่อมา “บริษัท ทุ่งคำ จำกัด” ได้ทำการเข้ามาสำรวจพื้นที่ และได้รับอนุญาตให้เปิดการทำเหมืองและประกอบโลหกรรมแร่ทองคำ การเข้ามาทำเหมืองบริเวณพื้นที่ ไม่เป็นดั่งที่หลายคนคาดหวัง เนื่องจากได้ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แหล่งน้ำบาดาลบริเวณนั้นถูกปนเปื้อนด้วยสารเคมีอันตรายหลายชนิด ซึ่งนำไปสู่การการรวมกลุ่มของชาวบ้านเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาตลอดช่วงปี 2550 – 2557 ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้อง การประท้วง และความรุนแรงต่อร่างกายและความเสียหายต่อทรัพย์สินของชาวบ้านขึ้น จังหวัดเลยเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรณีหลากหลายชนิด นอกจากทองคำแล้วยังมีแร่เหล็ก ทองแดง แกรนิต และอื่นๆ อีกมากมาย จากกรณีของเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่า หากมีการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้โดยปราศจากการวางแผนอย่างรอบคอบและไม่คำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติ อาจนำไปสู่ความเสียหายทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในระยะยาว ที่มา: กรมทรัพยากรธรณี, มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน, มิตรเอิร์ธ  

พามาเบิ่ง🧐 ขุมทรัพย์ทองคำ 64 ต้น 🪙 1 ในแนวแร่ทองคำในไทย : “แนวเลย – เพชรบูรณ์ – ปราจีนบุรี” อ่านเพิ่มเติม »

ผู้ประกันตน 24 ล้าน ในภาคอีสาน 2 ล้าน กับวิกฤติความเชื่อมั่น กองทุนประกันสังคม ฿2.65 ล้านล้าน

ประเด็นร้อน สิทธิบัตรทอง ในอีสาน 19 ล้านคน “ทำฟันฟรี คลินิกเอกชน” ขูดหินปูน, อุดฟัน, ถอน ฯ 3 ครั้ง/ปี ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนสิทธิผู้ประกันตนในอีสาน 2 ล้านคน ทำฟันไม่เกิน ฿900 /ปี . เงินลงทุนของกองทุนประกันสังคม ณ 31 ธันวาคม 2567 มูลค่าทั้งสิ้น 2,657,245 ล้านบาท แบ่งเป็น หลักทรัพท์มั่นคงสูง 71.58% และหลักทรัพย์เสี่ยง 28.42% โดยมีการกระจายการลงทุนในประเทศ จำนวน 1,800,064 ล้านบาท คิดเป็น 67.74% และลงทุนต่างประเทศ จำนวน 857,181 คิดเป็นสัดส่วน 32.26% กองทุนประกันสังคม มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี อยู่ที่ 2.29% ส่วนอัตราผลตอบแทนปี 2567 อยู่ที่ 5.34% . ปัจจุบันเงินลงทุนรวมของกองทุน #ประกันสังคม มูลค่ารวม 2,657,245 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินจาก 2 ส่วนหลัก คือ 1. เงินสมทบสะสมจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล จำนวน 1,666,556 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 62.72% 2. เงินผลประโยชน์สะสมที่ได้รับจากการลงทุน จำนวน 990,689 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 37.28% . ในปี 2567 กองทุน ประกันสังคม มีผลประโยชนจากการลงทนที่รับรู้แล้ว จำนวน 71,960 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.) ดอกเบี้ยรับและกำไรจากการขายตราสารหนี้ 42,774 ล้านบาท 2.) เงินปันผลรับและกำไรจากการขายหุ้น นวน 29,186 ล้านบาท . จะเห็นว่าผลกำไรส่วนใหญ่ของประกันสังคมนั้นยังคงมาจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน และตราสารหนี้ต่างประเทศ เนื่องจากกรอบนโยบายการลงทุนยังคงจำกัดอยู่ที่สินทรัพย์มั่นคง (เสี่ยงต่ำ) มากถึง 60% แต่ในอีกแง่ก็เป็นเกราะกำบังให้กองทุนประกันสังคมไม่เคยลงทุนแล้ว “ขาดทุน” มาตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา . กองทุนประกันสังคม เตรียมปรับยุทธศาสตร์พอร์ตลงทุนครั้งใหญ่ ในปี 2568-2570 โดยการเพิ่มลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเป็น 60% และสินทรัพย์มั่นคง 40% วางเป้าหมายพอร์ตการลงทุนต้องสร้าง “ผลตอบแทน” หรือ “Return Income”

ผู้ประกันตน 24 ล้าน ในภาคอีสาน 2 ล้าน กับวิกฤติความเชื่อมั่น กองทุนประกันสังคม ฿2.65 ล้านล้าน อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง🧐เปิดประตูโคราช ส่องขุมทรัพย์การลงทุนจากแดนอาทิตย์อุทัย🇯🇵

จังหวัดนครราชสีมา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “โคราช” ถือเป็นประตูสู่ภาคอีสาน ที่มีศักยภาพครบครันทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ดินที่กว้างขวาง และแรงงานคุณภาพจำนวนมาก ด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้หลายบริษัทเลือกใช้จังหวัดนี้เป็นฐานการผลิตและจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่บางส่วนของจังหวัดจึงถูกพัฒนาเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่น นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และเขตอุตสาหกรรมสุรนารี ซึ่งกลายเป็นศูนย์รวมของโรงงานผลิตจากทั้งในประเทศและต่างประเทศในภาคอีสาน เมื่อกล่าวถึงการลงทุนในคงปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีเพียงนักลงทุนชาวไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาตั้งโรงงานในไทย โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ ความสามารถของแรงงานไทย และต้นทุนค่าแรงที่สามารถแข่งขันได้ ประเทศที่มีการลงทุนในภาคอีสานมากที่สุดคือ ญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 7,500 ล้านบาท ตามมาด้วยเกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 4,600 ล้านบาท และ 2,200 ล้านบาทตามลำดับ อีสานบ่ธรรมดา! ต่างชาติทุ่มทุนมหาศาล พาส่อง ต่างชาติแห่ลงทุน มูลค่ารวมทะลุสองหมื่นล้าน ญี่ปุ่นคือ 1 ในนักลงทุนหลักของภาคอีสานมาตลอด 3 ทศวรรษ จำนวนบริษัทญี่ปุ่นในภาคอีสาน: ประมาณ 130 บริษัท มูลค่าการลงทุนจากบริษัทญี่ปุ่นในอีสาน: ประมาณ 7,500 ล้านบาท   จำนวนบริษัทญึ่ปุ่นในนครราชสีมา: ประมาณ 70 บริษัท มูลค่าการลงทุนจากบริษัทญี่ปุ่นในนครราชสีมา: ประมาณ 6,700 ล้านบาท   บริษัทญี่ปุ่นในนครราชสีมาที่มีรายได้มากที่สุด 10 อันดับแรก บริษัท คาสิโอ (ประเทศไทย) จำกัด ประเภทธุรกิจ: ผลิตนาฬิกา ปีที่จดทะเบียน: พ.ศ. 2530 มูลค่าการลงทุน: 1,020 ล้านบาท รายได้รวมปัจจุบัน: 7,984 ล้านบาท (-9.6%YoY) กำไร (ขาดทุน) สุทธิ: 287 ล้านบาท (7.8%YoY)   บริษัท ฮิตาชิ แอสเตโม โคราช เบรก ซิสเตมส์ จำกัด ประเภทธุรกิจ: ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆสำหรับยานยนต์ ปีที่จดทะเบียน: พ.ศ. 2543 มูลค่าการลงทุน: 74 ล้านบาท รายได้รวมปัจจุบัน: 7,759 ล้านบาท (5.4%YoY) กำไร (ขาดทุน) สุทธิ: 885 ล้านบาท (5.3%YoY)   บริษัท ฮิตาชิ แอสเตโม โคราช จำกัด ประเภทธุรกิจ: ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆสำหรับยานยนต์ ปีที่จดทะเบียน: พ.ศ. 2538 มูลค่าการลงทุน: 217 ล้านบาท รายได้รวมปัจจุบัน: 4,231 ล้านบาท (9.8%YoY) กำไร

พามาเบิ่ง🧐เปิดประตูโคราช ส่องขุมทรัพย์การลงทุนจากแดนอาทิตย์อุทัย🇯🇵 อ่านเพิ่มเติม »

วิกฤติเหล็กจีนทุ้มตลาดเหล็กไทย ปัญหาที่ถูกกลบใต้พรมฟุ้งกระจาย ถ่ามกลางกองซากตึก สตง. ปี 67 โรงงานเหล็กของไทย ปิดตัวลงกว่า 38 แห่ง

  🏗️ปี 2567 โรงงานเหล็กของไทย🇹🇭 ปิดตัวลงกว่า 38 แห่ง ฮู้บ่ว่า? ปัญหาด้านโครงสร้างอาคารและเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานในประเทศไทย อาจไม่ได้เกิดจากการก่อสร้างที่ผิดพลาดเพียงอย่างเดียว หากแต่มีปัจจัยโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนอยู่เบื้องหลัง ทั้งการนำเข้าเหล็กจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการย้ายฐานการผลิตของโรงงานจีนเข้ามาในไทย ซึ่งส่งผลต่ออุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจเป็นผลทำให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยยังอยู่ในอาการที่น่าห่วง จากต้องต่อสู้กับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากเหล็กนำเข้าที่โหมกระหนํ่าเข้ามาตีตลาดอย่างไม่ขาดสาย มีทั้งเหล็กคุณภาพดีและเหล็กไม่ได้มาตรฐานปะปนมาขายในราคาตํ่า ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ได้เริ่มที่จะฟุ้งกระจาย จากกรณีอาคารถล่มและเหตุแผ่นดินไหวที่จุดประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับคุณภาพวัสดุก่อสร้าง ไทยมีการพึ่งพาการนำเข้าเหล็กจากจีนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะสินค้าทะลักจากจีน ที่เป็นผลสืบเนื่องจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเหล็กรีดเย็น เหล็กโครงสร้าง และวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมแปรรูป ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศจากการแข่งขันที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาด้านคุณภาพของสินค้าที่สร้างความกังวลให้กับผู้บริโภคภายในประเทศไทย นอกจากการทะลักของเหล็กจากต่างประเทศที่สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคแล้ว ยังมีโรงงานเหล็กจีน ที่ย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย ที่ยิ่งเร่งการแข่งขันต่อผู้ประกอบการในประเทศ ตลอดจนปัญหาที่ถูกเปิดเผยในกรณีของตึกถล่ม ที่เป็นโครงการก่อสร้างจากผู้รับเหมาชาวจีน และมีแนวโน้มที่จะใช้วัสดุโครงสร้างจากเหล็กจีน ที่มาจากโรงงานจีนที่ย้ายฐานมาในประเทศไทย ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมโรงงานอุตสาหกรรม . การย้ายฐานการผลิตของโรงงานจีนเข้าสู่ไทย ยิ่งเพิ่มการแข่งขันในตลาดในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปเหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่า มีโรงงานผลิตเหล็กใหม่ในไทยมากกว่า 28 แห่ง ซึ่งเป็นโรงงานที่มีการลงทุนจากจีนและกระจุกตัวอยู่ในประเภทอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งสร้างความกังวลทั้งด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของสินค้าเหล็กไทยในตลาดส่งออกเนื่องจากเหล็กในประเทศมีการปะปน ทั้งจากสินค้านำเข้าจากจีน และสินค้าที่โรงงานจีนเป็นผู้ผลิต การขึ้นกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ต่อผลิตภัณฑ์เหล็กและอลูมิเนียม ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับไทย ไม่เพียงแค่ทำให้ต้นทุนส่งออกสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เหล็กจากประเทศอื่นๆ ที่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้หันมาระบายสินค้าสู่ไทยแทน สถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาทางเทคนิคในอุตสาหกรรมก่อสร้าง แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่ต้องอาศัยการกำกับดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติคุณภาพสินค้า มาตรการทางการค้า และการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้แข่งขันได้ในระยะยาว   สาเหตุที่เหล็กไทยพ่ายเหล็กจีน ธุรกิจเหล็กทรงยาว (บิลเลต) ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาความท้าทายครั้งใหญ่จากโรงงานเหล็กจากจีน สาเหตุหลักมาจากปัจจัย 2 อย่างด้วยกัน อย่างแรก โรงงานเหล็กจากจีนใช้เตาหลอมแบบ IF ซึ่งเป็นเตาประเภทที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและในประเทศจีนไม่อนุญาตให้ใช้เตาหลอมแบบนี้แล้ว ทำให้โรงงานเหล็กเตาหลอม IF จากจีน ต้องย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ขณะที่เดิมโรงงานเหล็กไทยจะใช้เตาหลอมแบบที่เรียกกว่า EAF หรือ electric arc furnace ซึ่งเตาหลอมแบบ IF มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าเตาหลอมแบบ EAF ส่งผลให้โรงงานเหล็กจีนสามารถผลิตเหล็กได้ในราคาที่ต่ำกว่าโรงงานเหล็กไทย อย่างที่สอง โรงงานเหล็กจากจีนมีการทุ่มตลาดเหล็กลวดเข้ามาในประเทศไทย ส่งผลให้ราคาเหล็กลวดในประเทศลดลงอย่างมาก โรงงานเหล็กไทยที่ผลิตเหล็กลวดจึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก และหลายแห่งต้องปิดกิจการลง จากปัจจัยทั้งสองประการข้างต้น ทำให้ธุรกิจเหล็กทรงยาวของไทยกำลังถูกบีบให้ต้องแข่งขันอย่างยากลำบาก และมีโอกาสสูงที่จะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับโรงงานเหล็กจากจีน พามาเบิ่ง อุตสาหกรรมเหล็กไทยเสี่ยงจากผลกระทบ 3 ด้าน ปัญหาที่เป็นฝุ่นใต้ซากตึกถล่ม โผล่ มาทีละนิด ทัวร์ศูนย์เหรียญ นิคม/โรงงานศูนย์เหรียญ วิซ่านักท่องเที่ยว/นักศึกษา แต่มาทำงาน คำถามคือมหาวิทยาลัยใด รับรองวิซ่าการศึกษาต่อของคนจีนเหล่านี้? นอมินีบริษัทจีน โมเดล หุ้นลม คนไทยถือหุ้นใหญ่ 1 คน 49% คนจีน 2 หุ้นรวมกัน 51% การฮั๊วประมูล และสืบทราบราคากลางงานก่อสร้างของหน่วยงานรัฐ การประมูล ต่ำกว่าราคากลาง มีการตั้งข้อสังเกตว่า

วิกฤติเหล็กจีนทุ้มตลาดเหล็กไทย ปัญหาที่ถูกกลบใต้พรมฟุ้งกระจาย ถ่ามกลางกองซากตึก สตง. ปี 67 โรงงานเหล็กของไทย ปิดตัวลงกว่า 38 แห่ง อ่านเพิ่มเติม »

Scroll to Top