วิกฤติคนสูงวัยขาดเเคลนที่อยู่อาศัยในอนาคต กระจุกตัว เติบโตช้า เเละไม่พอความต้องการ
“เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินช้า ๆ ราวกับนับถอยหลังให้ใครบางคนที่เคยนั่งอยู่ตรงนี้ บ้านหลังเดิมที่เคยอบอุ่นด้วยเสียงหัวเราะของลูกหลาน บัดนี้กลับกว้างขวางเกินไปเมื่อต้องอยู่เพียงลำพังพร้อมกับร่างกายที่โรยรา เมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่พื้นที่ปลอดภัยกลับลดลง สังคมที่เคยโอบอุ้ม อาจกำลังทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขาเหล่านี้จะใช้ชีวิตบั้นปลายที่ไหน?” . “ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ” เป็นประโยคที่ได้รับการพูดถึงอย่างแพร่หลายมายาวนาน โดยนับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา จำนวนผู้สูงอายุหรือประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในไทย คิดเป็น 10% ของประชากรทั้งหมดประเทศ ซึ่งอยู่ในระดับที่เรียกว่าสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) . เเต่ในปัจจุบันโครงสร้างประชากรไทยเเละโดยเฉพาะภาคอีสานอยู่ในสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์(Aged Society) โดยจะมีลักษณะเป็นสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปที่อยู่จริงในพื้นที่ต่อประชากรทุกช่วงอายุในพื้นที่เดียวกัน และมีอัตราเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 20 ขึ้นไป ซึ่งมีลักษณะเป็นปิรามิดประชากรแบบหดตัว เป็นผลจากอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และการย้ายถิ่นของประชากรวัยแรงงาน ส่งผลให้ในอนาคตภาคอีสานมีแนวโน้มที่จะ เข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ซึ่งอาจนําไปสู่ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน การเพิ่มภาระการพึ่งพาต่อประชากรวัยทํางาน และแรง กดดันต่อภาครัฐจากภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ที่มา : บทวิเคราะห์เศรษฐกิจอีสาน กุมภาพันธ์ 2568 ISAN INSIGHT & OUTLOOK . ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ลําพังมากขึ้น ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส บุตรหลาน ญาติ หรือบุคคลอื่น อย่างไรก็ดี สัดส่วนผู้สูงวัยที่อยู่คนเดียวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 6.3% ในปี 2545 เป็น 12% หรือราว 1.6 ล้านคน ในปี 2564 เช่นเดียวกับจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่แค่สองคนกับคู่สมรสที่มีทิศทางเติบโตขึ้น จนอยู่ที่ 2.8 ล้านคนในปี 2564 สะท้อนว่า ผู้สูงวัยไทยใช้ชีวิตกันโดยลำพังมากขึ้น ที่มา : วิจัยกรุงศรี โดยทั่วไปเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ผู้สูงอายุที่พอดูแลตัวเองได้อาจพักอาศัยในบ้านเดิมของตนเอง หรือบ้าน/คอนโดมิเนียมที่ออกแบบสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งมีพื้นที่ส่วนกลางให้พูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ส่วนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการดำรงชีวิต สามารถอยู่อาศัยในบ้านพักเฉพาะผู้สูงอายุ (Residential Care Home / Assisted Living Community) ที่มีผู้ดูแลคอยให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ในชีวิตประจำวัน รวมถึงสถานบริบาล (Nursing Home) ซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยมาก เพราะมีผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยราคาที่พักผู้สูงอายุจะแพงขึ้นตามสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการช่วยเหลือ . สถานการณ์ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับผู้สูงอายุในไทยปัจจุบันยังคงเติบโตช้า และ ‘ไม่เพียงพอ’ ต่อความต้องการของผู้สูงอายุในปัจจุบัน . โดยมีทั้งที่พัฒนาโดยรัฐและเอกชน มีช่วงราคาและบริการที่แตกต่างหลากหลาย ทว่าเมื่อพิจารณาลงไปในรายละเอียดจะพบว่าผู้สูงอายุไม่ได้มีทางเลือกหลากหลายอย่างแท้จริง ราคาขั้นต่ำยังคงแพงเกินเอื้อมสำหรับคนส่วนใหญ่เเละยังขาดทางเลือกในการใช้ชีวิตบั้นปลายตามเงื่อนไขที่ตนเองต้องการ ในขณะที่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ . ผลการสำรวจสถานการณ์ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุทั่วประเทศ ปี 2567 พบว่า จำนวนโครงการที่เปิดให้บริการทั้งหมด จำนวน 916โครงการ . […]
วิกฤติคนสูงวัยขาดเเคลนที่อยู่อาศัยในอนาคต กระจุกตัว เติบโตช้า เเละไม่พอความต้องการ อ่านเพิ่มเติม »










