Nanthawan Laithong

พาส่องเบิ่ง ผลประกอบการ บริษัทใหญ่ในขอนแก่น ที่อยู่ในตลาดหุ้น

เป็นจังใด๋แหน่?? อ้างอิงจาก: – ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #บริษัทใหญ่ในขอนแก่น #บริษัทใหญ่ในขอนแก่นที่อยู่ในตลาดหุ้น

พามาเบิ่ง ศึกอาณาจักรวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ระดับประเทศ

ธุรกิจหลายบริษัทที่มีมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท มักมีจุดเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ แล้วขยายออกสู่ต่างจังหวัด แต่ไม่ใช่สำหรับ “โกลบอลเฮ้าส์” และ “ดูโฮม” โดยบริษัททั้ง 2 มีผู้ก่อตั้งธุรกิจที่เป็นคนภาคอีสาน ซึ่งประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าโดยเน้นวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง เครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ใช้ในงานก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง บ้านและสวน เป็นต้น วันนี้ ISAN Insight&Outlook จะพามาดูเส้นทางของอาณาจักรค้าวัสดุก่อสร้างแต่ละรายนี้ เป็นมาอย่างไร? จุดเริ่มต้นของ “โกลบอลเฮ้าส์” มาจากคุณวิทูร สุริยวนากุล ผู้ก่อตั้งบริษัท ที่เกิดและเติบโตในจังหวัดร้อยเอ็ด หลังจากจบปริญญาตรีวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น คุณวิทูร ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ไม่นานก็ขยับขยายมาเปิดร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ชื่อว่า ร้อยเอ็ดฟาร์มโดยได้นำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ มีการทำระบบบาร์โคด คุมสต็อกสินค้าด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือว่าทันสมัยมาก หลังจากร้อยเอ็ดฟาร์มเติบโตมาเกือบ 10 ปี ก็กลายมาเป็น “โกลบอลเฮ้าส์” ในปี พ.ศ. 2540 โกลบอลเฮ้าส์ตั้งสาขาแรกที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีรูปแบบเป็น Warehouse Store ที่มีพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่ ที่รวบรวมสินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านครบวงจร อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของโกลบอลเฮ้าส์ คือ มีสินค้ามากกว่า 130,000 รายการ และมีพื้นที่แต่ละสาขากว้างถึง 18,000-32,000 ตารางเมตร มีศูนย์กระจายสินค้าที่ใช้ระบบหุ่นยนต์หยิบและเก็บของภายในคลังสินค้าสูง 11 ชั้น เพื่อให้การควบคุมศูนย์กระจายสินค้ามีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ในแต่ละสาขายังมีบริการ Drive-Thru ให้ลูกค้าสามารถขับรถมารับสินค้าจากหลังร้านได้ทันทีที่ซื้อ ในขณะที่ “ดูโฮม” เริ่มต้นจากการเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้างเล็ก ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี จนตอนนี้ได้ก้าวมาเป็นแนวหน้าของผู้ค้าวัสดุก่อสร้างในไทยและมีมูลค่าบริษัทมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท โดยคุณอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา และคุณนาตยา ตั้งมิตรประชา ได้ก่อตั้งร้านขายปลีกวัสดุก่อสร้าง จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด “ศ. อุบลวัสดุ” ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีการปรับรูปแบบร้านค้าให้เป็นโกดังขายสินค้าขนาดใหญ่ และมีการนำเทคโนโลยีจัดการคลังสินค้าและจัดการการขาย ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “ดูโฮม” ภายใต้ชื่อว่า บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ที่ ดูโฮม ผลักดันเพื่อให้อัตราการทำกำไรของบริษัทสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ การเพิ่มยอดขายสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง (House Brands) คือบริษัทไปสั่งผลิตจากผู้ผลิตที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ ทำให้บริษัทได้อัตรากำไรที่ดีกว่าการรับสินค้าของแบรนด์อื่นมาขาย จุดเริ่มต้นของโกลบอลเฮ้าส์และดูโฮม ให้แง่คิดหลายอย่างในการทำธุรกิจ ทำให้รู้ว่า การทำธุรกิจแต่ในต่างจังหวัดก็สร้างรายได้มหาศาลได้ ถ้ามีการจัดการอย่างเป็นระบบ เหมือนกับทั้ง 2 บริษัทก็สามารถยิ่งใหญ่ได้ โดยที่ไม่ต้องมีจุดเริ่มต้นจากกรุงเทพ นอกจากนี้ การทำธุรกิจต้องมีการจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสม ซึ่งต้องทําการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการลงทุน โดยพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจที่เหมาะสมและสอดคล้องกับธุรกิจ พร้อมสํารวจพฤติกรรมและความต้องการสินค้าของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ ก่อน ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต อ้างอิงจาก: https://www.set.or.th/…/GLOBAL/company-profile/information https://www.set.or.th/…/product/stock/quote/DOHOME/price https://investor.dohome.co.th/…/corpora…/company-history https://www.longtunman.com/31150 https://www.longtunman.com/24154 #ISANInsightAndOutlook #อีสาน …

พามาเบิ่ง ศึกอาณาจักรวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ระดับประเทศ อ่านเพิ่มเติม »

พามาฮู้จัก หุ้นที่เริ่มต้นธุรกิจในภาคอีสาน

หลาย ๆ บริษัทในไทยอาจมีจุดเริ่มต้นมาจากเมืองหลวงที่มีผู้บริโภคอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีการจับจ่ายใช้สอยและมีอัตราการเติบโตสูง แต่ก็มีอีกหลาย ๆ บริษัทที่เล็งเห็นโอกาสการทำตลาดจากต่างจังหวัด ซึ่งจะมีหุ้นอะไรบ้างที่เติบโตมาจากภาคอีสาน ภาคอีสาน เป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่กว่า 168,855 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ประเทศไทยและเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรมากที่สุด แต่กลับเป็นภูมิภาคที่ยากจนที่สุดของประเทศ ซึ่งในปี 2563 มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัดในภาคอีสานหรือ GPP (Gross Provincial Product) มีมูลค่าเท่ากับ 1.6 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 10.2% ของ GDP ประเทศไทย และมีค่าเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ภาคต่อหัว หรือ GPP per capita อยู่ที่ 86,233 บาทต่อปีเท่านั้น โดยมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคอีสานทุก 100 บาท มาจากเกษตรกรรม 19.6 บาท อุตสาหกรรม 16.9 บาท การศึกษา 13.1 บาท การขายปลีก-ส่ง 14.3 บาท และอื่น ๆ อีก 36.1 บาท เมื่อพูดถึงภาคอีสาน คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการทำเกษตรกรรมอย่างการปลูกข้าวนาปี, ยางพารา, มันสำปะหลัง และอ้อย นอกจากนี้แรงงานกว่า 53% ก็อยู่ในภาคการเกษตรด้วยเช่นกัน นั่นจึงส่งผลดีต่อธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรอย่างน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR), แปรรูปมันสำปะหลัง (UBE), ยางแผ่น (NER) แต่ความมั่งคั่งของคนภาคอีสานนั้นกลับกระจุกตัวอยู่แค่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี และอุดรธานี รวมกันกว่า 46.5% ของ GPP เรียกได้ว่าเกือบครึ่งของมูลค่าเศรษฐกิจของภาคอีสานเลยทีเดียว ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ เริ่มต้นจาก 4 จังหวัดเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดขอนแก่นอย่างหลังคาเหล็กตรารถถัง (KCM), โรงพยาบาลราชพฤกษ์ (RPH), ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง (ACG) จังหวัดนครราชสีมาอย่างชิ้นส่วนยานยนต์ (PCSGH) จังหวัดอุบลราชธานีอย่างวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน (DOHOME) และจังหวัดอุดรธานีอย่างโรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์น – วัฒนา (NEW) อ้างอิงจาก: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #หุ้นที่เริ่มต้นธุรกิจในภาคอีสาน #หุ้นในภาคอีสาน

ปังคักหลาย ธุรกิจหมอลำ ฟื้นจากโควิด เดินสายโกยรายได้ก่อนปิดฤดูกาล

กำลังครึกครื้นทั่วไทยสำหรับกิจกรรมการแสดงหมอลำ หนึ่งในเวทีความบันเทิงที่ฟื้นตัวกลับมาแล้วอย่างเต็มรูปแบบหลังเกิดโควิด-19 โดยเฉพาะเวทีหมอลำใหญ่ “ลำเรื่องต่อกลอน” ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากทุกเพศทุกวัย รวมยอดคนดูนับหมื่นคนต่อคืน สร้างรายได้และเงินสะพัดหลายล้านบาทต่อเดือน หมอลำเงินดีกว่าค่าแรงขั้นต่ำ เฉพาะในจังหวัดขอนแก่น 26 อำเภอ ที่เป็นเมืองหมอแคนแดนหมอลำมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีวงหมอลำกระจายอยู่เกือบทุกอำเภอ ช่วงการแสดงคือออกพรรษา-ช่วงเข้าพรรษา ระยะเวลารวมประมาณ 9 เดือน หลังจากนั้นถึงจะหยุดพักงาน โดยหมอลำกลอนแบบดั้งเดิมราคาจ้างอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาท/งาน/วัน หมอลำซิ่งหรือหมอลำกลอนประยุกต์ราคาอยู่ที่ 4-6 หมื่นบาท/งาน/วัน ถัดมาเป็นหมอลำเรื่องต่อกลอน ซึ่งเป็นหมอลำวงใหญ่และได้รับความนิยมมากที่สุด ในจังหวัดมีเกือบ 20 วง ทั้งวงเล็กวงใหญ่ ราคาเริ่มต้นที่ 2 แสนบาทขึ้นไป คณะใหญ่ที่มีชื่อเสียงหากไม่มีคนจ้างงานก็สามารถแสดงแบบเก็บบัตรหน้างานได้ เพราะมักจะมีแฟนคลับ มีพ่อยก แม่ยก เป็นจำนวนมาก “สำหรับหมอลำที่โด่งดังที่สุดในภาคอีสานขณะนี้ จะเป็นหมอลำเรื่องต่อกลอน 3 อันดับแรก คือ ระเบียบวาทะศิลป์ ประถมบันเทิงศิลป์ และรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ราคาจ้างงานขั้นต่ำจะอยู่ที่ 2.5 แสนบาท/งาน/วัน บุคลากร 300-400 คน/วง คณะที่เหลือก็รองลงมา ทั้งคนและราคาจ้างก็ลดหลั่นลงตามลำดับ เรียกได้ว่าในธุรกิจหมอลำสร้างเงินสะพัดได้หลายร้อยบาทต่อเดือนต่อปี แต่ประเมินค่อนข้างยากเพราะแต่ละวงมีขนาดไม่เท่ากัน อัตราการจ้างงานก็ต่างกัน ความถี่การรับงานหรือการแสดงก็เฉลี่ยไม่ได้” “คุณราตรี ศรีวิไล” บอกว่า อาชีพหมอลำหากมีชื่อเสียงจะหาเงินได้มากกว่าเงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำ อาจได้มากถึง 2-3 หมื่นบาท/เดือน ระดับแดนเซอร์เฉลี่ยขั้นต่ำ 500 บาท/คืน ยิ่งช่วงเทศกาลจะได้มากเป็นพิเศษ โดยคณะหมอลำใหญ่ที่มีชื่อเสียงเมื่อหักค่าใช้จ่ายหลังการแสดงและแบ่งค่าแรงในวงแล้ว จะได้กำไรไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท/วัน แต่อาชีพนี้มีความเสี่ยงคือความไม่แน่นอน เพราะไม่ใช่งานประจำที่มีเงินเดือนตลอด เป็นอาชีพที่กอบโกยได้เฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น “อย่างไรก็อยากฝากถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้ามาช่วยดูแลสนับสนุนหมอลำพื้นถิ่นในพื้นที่มากขึ้น มากกว่าวงคอนเสิร์ตสตริงหรือเพื่อชีวิต และอยากให้เข้ามาพัฒนาหมอลำรุ่นใหม่เพื่อเชื่อมโยงศิลปะและวัฒธรรมมากขึ้น เพราะหมอลำยุคใหม่หลายคนไม่มีความรู้และวิ่งตามสื่อ วิ่งตามกระแสมากเกินไป จนขาดความเป็นศิลปะและวัฒนธรรมที่เป็นรากเหง้าแท้จริง” อ้างอิงจาก: https://www.prachachat.net/local-economy/news-1209533 #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ธุรกิจหมอลำ #หมอลำ #การแสดงหมอลำ

พามาฮู้จัก “แป้งมันเอี่ยมเฮง” อาณาจักรผลิตแป้งมันสำปะหลัง

บริษัทแป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นจากธุรกิจลานมันเอี่ยมเฮงพืชผลโดยคุณบักเอี่ยม แซ่เฮง และก้าวสู่อุตสาหกรรมผลิตแป้งมันสำปะหลังในปี 2536 ที่ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ด้วยเงินทุนจดทะเบียน 150,000,000 บาท มีกำลังผลิตกว่า 1,100 ตันต่อวัน บริษัทฯ ถือเป็นผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าทั่วโลก อีกทั้งยัง ดำเนินการผลิตแป้งมันสำปะหลังที่มีคุณภาพและคุณสมบัติพิเศษในหลายกลุ่มที่สามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าโดยมีทั้งเกรดอาหาร (Food grade) และเกรดอุตสาหกรรม (Industrial grade) บริษัทฯ ประเดิมทุนครั้งแรกด้วยจำนวน 100 ล้านบาท จากนั้นเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกในปี 2544 เพิ่มเป็น 150 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้ 4,665 ล้านบาท และมีกำไร 62 ล้านบาท ปี 2561 มีรายได้ 4,680 ล้านบาท และมีกำไร 66 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้ 4,119 ล้านบาท และมีกำไร 54 ล้านบาท ปี 2563 มีรายได้ 3,874 ล้านบาท และมีกำไร 25 ล้านบาท ปี 2564 มีรายได้ 4,859 ล้านบาท และมีกำไร 50 ล้านบาท หากพิจารณาจากข้อมูลการเพิ่มทุนจดทะเบียน และตัวเลขงบการเงินที่ปรากฏ จะพบว่า มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกำไรจากปี 2564 ที่เพิ่มขึ้นอย่างเท่าตัว พุ่งไปสูงถึง 50 ล้าน อย่างไรก็ตาม ในการทำธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีการจัดการกับความเสี่ยงที่ต้องเจอให้เหมาะสม ซึ่งต้องทําการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุน โดยพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต อ้างอิงจาก: เว็บไซต์ของบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #แป้งมันเอี่ยมเฮง #ธุรกิจผลิตแป้งมันสำปะหลัง #ผลิตแป้งมันสำปะหลัง #มันสำปะหลัง

พาจอบเบิ่ง 7 อันดับฟาร์มหมูรายใหญ่ในภาคอีสาน

เปลี่ยนไปส่ำใด๋แหน่ อ้างอิงจาก: CredenData #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ธุรกิจที่มีรายได้บริษัทรวมมากที่สุด #อันดับธุรกิจที่มีรายได้บริษัทรวมมากที่สุด #ธุรกิจฟาร์มหมู #ฟาร์มหมู #ฟาร์มสุกร

ชวนเบิ่ง 2 โรงพยาบาลเอกชนแห่งใหญ่ ในภาคอีสาน

วันนี้ ISAN Insight & Outlook จะพามาดูเส้นทางของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนแต่ละรายนี้ เป็นมาอย่างไร? เริ่มต้นที่ “โรงพยาบาลขอนแก่น ราม” โรงพยาบาลขอนแก่น ราม เป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำระดับตติยภูมิ ที่ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา เป็น 1 ใน 24 แห่งของเครือโรงพยาบาลรามคำแหง มีขนาด 300 เตียงสร้างขึ้นจากการร่วมทุนของกลุ่มแพทย์ พ่อค้า คหบดีของจังหวัดขอนแก่น กลุ่มแพทย์โรงพยาบาลรามคำแหง และเชียงใหม่ ราม มากกว่า 300 ราย การก่อกำเนิดโรงพยาบาลก็เพื่อเป็นทางเลือกของผู้ป่วยที่มีกำลังซื้อ ที่ต้องการความรวดเร็ว และความสะดวกสบาย โดยผู้บริหารมีเป้าประสงค์ให้โรงพยาบาลเป็นศูนย์กลางการแพทย์ภาคเอกชนที่ดีที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศเพื่อนบ้านลุ่มแม่น้ำโขง ในระยะแรกโรงพยาบาลประกอบด้วยอาคาร 11 ชั้น มี 159 เตียงตั้งอยู่บนที่ดี 9 ไร่ 2 งาน บนถนนศรีจันทร์ ห่างจากประตูเมือง 200 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 20,000 ตารางเมตร ให้บริการผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา เครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย นำระบบคอมพิวเตอร์มาให้บริการทั้งองค์กรเพื่อให้การรายงานผลถูกต้องรวดเร็ว กิจการของโรงพยาบาลเจริญเติบโต ได้รับการตอบรับจากประชาชนชาวขอนแก่น และจากทุกสารทิศของประเทศไทย รวมถึงผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านลุ่มแม่น้ำโขง โรงพยาบาลจึงซื้อที่ดินเพิ่มอีก 20 ไร่ เพื่อเป็นที่จอดรถให้ผู้มารับบริการได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น ในปี 2550 โรงพยาบาลได้ก่อสร้างอาคาร 12 ชั้น เพื่อขยายงาน OPD และผู้ป่วยใน ทำให้โรงพยาบาลมีจำนวนเตียง 301 เตียง ซึ่งนับว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ใช้สอยมากว่า 45,000 ตารางเมตร ห้องตรวจรักษามากกว่า 80 ห้อง และขยายห้องผ่าตัดเพิ่มอีก 6 ห้อง (รวมของอาคารเก่าอีก 5 ห้อง) เปิดศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร ขยายแผนกไตเทียม จากเดิม 19 เตียง เป็น 42 เตียง และปรับปรุงแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินให้กว้างขวางขึ้น เพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วยที่หนาแน่นขึ้น นอกจากนั้น โรงพยาบาลได้นำ MRI เข้ามาให้บริการในปี 2553 รวมทั้งเฟมโตเลสิคในปี 2557 การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ทำให้โรงพยาบาลขอนแก่นราม ต้องปรับปรุงงานบริการให้มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ด้านการส่งเสริมสุขภาพทางร่างกายแก่พนักงานและลูกค้าของโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลได้จัดตั้งและดำเนินการก่อสร้าง ศูนย์กีฬาขอนแก่นรามขึ้น ซึ่งแล้วเสร็จในปี 2558 ปัจจุบันได้เปิดบริการให้แก่บุคคลภายในและบุคคลภายนอก เป็นสถานที่ออกกำลังกายประกอบด้วยสนามกีฬาในร่ม เพื่อให้มีสุขภาพดีแข็งแรง เป็นกำลังที่เข้มแข็งแก่ชุมชนต่อไป ในขณะที่โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี เป็นหนึ่งในเครือโรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งมีเครือข่ายมากกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ “โรงพยาบาลอุบลรักษ์ธนบุรี ตั้งอยู่เลข ที่ 46/4 ถ.บูรพาใน …

ชวนเบิ่ง 2 โรงพยาบาลเอกชนแห่งใหญ่ ในภาคอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

พาจอบเบิ่ง CCP เผยแผนธุรกิจปี 66 รุกตลาดภาคอีสาน ปักเป้ารายได้ 2,600 ล้านบาท

CCP เผยแผนธุรกิจปี 2566 ชูกลยุทธ์พัฒนา Precast พร้อมใช้ ขยายธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จ รุกตลาดภาคอีสาน เตรียมลงเครื่องจักรใหม่ขยายกำลังการผลิต เพิ่มความสามารถทำกำไร ตั้งเป้ารายได้ 2,600 ล้านบาท รักษาอัตรากำไรขั้นต้น 12% ภาพรวมเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว การลงทุนโครงการภาครัฐ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) หนุนภาคเอกชนขยายตัวตาม ดันความต้องการใช้คอนกรีตสำเร็จรูปเพิ่ม ขณะที่บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด บริษัทย่อย เร่งเดินหน้าตามแผน ดันรายได้เติบโตตามเป้า นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2566 บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป (Precast) พร้อมใช้งาน ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็ว ประหยัดเวลา ลดต้นทุน ลดจำนวนแรงงานในการก่อสร้าง อีกทั้ง เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ บ่อพัก รางระบายน้ำ ท่อระบายน้ำขนาดพิเศษ ท่อร้อยสายไฟใต้ดิน บล็อกปูพื้นทางเดิน บล็อกหญ้า รองรับงานโครงสร้างพื้นฐาน และงาน Landscape ทั่วประเทศ อีกทั้ง เร่งขยายการให้บริการ ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mix) ลักษณะ Mobile Plant ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคอีสาน สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยจัดตั้งแพลนท์ปูนชั่วคราวที่สามารถรื้อถอนได้ รวมถึงให้บริการเช่ารถขนส่ง รถโม่ผสมคอนกรีต เพื่อสามารถเข้าพื้นที่หน้างานได้รวดเร็ว คงคุณภาพของคอนกรีตผสมเสร็จให้ลูกค้า ขณะนี้ อยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องผสมคอนกรีต ใน จ.หนองคาย คาดเริ่มให้บริการได้ในไตรมาส 1/2566 และเตรียมขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติมในเขตพื้นที่ จ.ระยอง จ.ฉะเชิงเทรา ภายในปีนี้ สำหรับการร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจ จัดตั้งบริษัทย่อย บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารจัดการคลังสินค้า เขตปลอดอากร (Free Zone) ในโซนแหลมฉบัง และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเฟสแรกได้ภายในไตรมาส 4/2566 ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทวางงบลงทุนเครื่องจักรใหม่ รวมถึงปรับปรุงโรงงานผลิต มูลค่า 80 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ลดจำนวนแรงงาน ลดความผิดพลาด ความสูญเสียในการผลิต เพิ่มความสามารถทำกำไร พร้อมทั้งเตรียมแผนบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานตามเป้าหมายในปีนี้ที่ประมาณ 2,600 ล้านบาท รักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ประมาณ 12 % ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ประมาณ 1,600 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 2567 …

พาจอบเบิ่ง CCP เผยแผนธุรกิจปี 66 รุกตลาดภาคอีสาน ปักเป้ารายได้ 2,600 ล้านบาท อ่านเพิ่มเติม »