Infographic

สรุปเรื่อง น่ารู้ แดนอีสาน ทั้ง เศรษฐกิจ ธุรกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม

พามาเบิ่ง สุราก้าวหน้าคืออิหยัง ? ไผได้ประโยชน์ ?

พามาเบิ่ง สุราก้าวหน้าคืออิหยัง ? ไผได้ประโยชน์ ?   สุราก้าวหน้า หรือ ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า คือ เงื่อนไขในการขออนุญาตผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2560 ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ปี 2560 โดย พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ที่จะช่วยกระจายรายได้ให้ครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบการขนาดย่อยทุกราย และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดรายได้แก่กลุ่มนายทุนใหญ่เพียงกลุ่มเดียว   ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ‘สุรา’ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทถูกผูกขาดการผลิตอยู่กับทุนรายใหญ่ เนื่องจากพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 กำหนดให้เพียงผู้ที่มีกำลังการผลิตปริมาณมากเท่านั้นที่จะสามารถขออนุญาตผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้    โดยการ “ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า” ที่นำเสนอโดย ส.ส.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่พยายามเปิดช่องให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถขออนุญาตผลิตและจำหน่ายสุราได้ เนื่องจากกฎหมายเดิม มีการกำหนดขั้นต่ำทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ อาทิ การผลิตเบียร์ต้องจัดตั้งบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และต้องมีปริมาณการผลิตไม่ต่ำกว่า 1 แสนลิตร การผลิตสุราขาว ซึ่งต้องผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าหรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าสู่วงจรธุรกิจ    ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจาก พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าจึงมีดังนี้ เพิ่มรายได้เกษตรกร เบียร์-สุราหมักจากข้าว ไวน์ หมักจากพืชพรรณผลไม้ต่างๆ กฎหมายสุราก้าวหน้าจะทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ช่วยให้เสริมศักยภาพและความสร้างสรรค์ ให้นักปรุงสุราจากพื้นที่ต่างๆ สามารถคิดค้นวิธีการของตัวเองให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง กระตุ้นการท่องเที่ยว ช่วยให้แต่ละท้องถิ่นดึงเอกลักษณ์ของตัวเอง กระจายความน่าค้นหาของประเทศไทยไปสู่พื้นที่ต่างๆ กระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขนาดเท่ากัน ประมาณ 400,000 ล้านบาท/ปี ประเทศญี่ปุ่นมีผู้ประกอบการมากกว่า 20,000 ราย ในขณะที่ไทยแบ่งผลประโยชน์กันในผู้ประกอบการเพียง 7 รายใหญ่เท่านั้น ถ้าสามารถกระจายผลประโยชน์ไปสู่รายย่อยจะเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโต สร้างประเทศที่ไม่ผูกขาด พลังของประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ เอาชนะกลุ่มทุนผูกขาดได้ ผ่านกลไกสภาตามระบอบประชาธิปไตย   อ้างอิงจาก: กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2541371    ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่  Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/  Website : https://isaninsight.kku.ac.th    #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #สุราก้าวหน้า #สุราพื้นบ้าน #เหล้าไทย #สุราพื้นบ้านไทย  

พามาเบิ่ง สุราก้าวหน้าคืออิหยัง ? ไผได้ประโยชน์ ? อ่านเพิ่มเติม »

พาส่องเบิ่ง นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายส่งเสริม SMEs ของว่าที่รัฐบาล ที่ส่งผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับการบริโภค

อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ https://isaninsight.kku.ac.th/outlook อ้างอิงจาก: – การวิเคราะห์ข้อมูลโดย ISAN Insight & Outlook อ้างอิงข้อมูลจากพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่ Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/ Website : https://isaninsight.kku.ac.th #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์ #ธุรกิจอีสาน #Business #นโยบาย #รัฐบาลชุดใหม่

พาส่องเบิ่ง นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายส่งเสริม SMEs ของว่าที่รัฐบาล ที่ส่งผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับการบริโภค อ่านเพิ่มเติม »

พาส่องเบิ่ง 2 นโยบายของว่าที่รัฐบาล ที่ส่งผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับการบริโภค

อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ https://isaninsight.kku.ac.th/outlook อ้างอิงจาก: – การวิเคราะห์ข้อมูลโดย ISAN Insight & Outlook อ้างอิงข้อมูลจากพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่ Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/ Website : https://isaninsight.kku.ac.th #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์#ธุรกิจอีสาน #Business #นโยบาย #รัฐบาลชุดใหม่

พาส่องเบิ่ง 2 นโยบายของว่าที่รัฐบาล ที่ส่งผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับการบริโภค อ่านเพิ่มเติม »

พาส่องเบิ่ง ร้านขายยาในภาคอีสาน

ในปี 2564 ภาคอีสานมีรายได้รวมของร้านขายยา อยู่ที่ 5,210 ล้านบาท และมีจำนวนร้านขายยา 771 แห่ง 5 อันดับจังหวัดที่มีรายได้รวมของงร้านขายยามากที่สุด อันดับที่ 1 ขอนแก่น มีรายได้รวม 1,439 ล้านบาท อันดับที่ 2 นครราชสีมา มีรายได้รวม 1,278 ล้านบาท อันดับที่ 3 อุดรธานี มีรายได้รวม 678 ล้านบาท อันดับที่ 4 อุบลราชธานี มีรายได้รวม 330 ล้านบาท อันดับที่ 5 สุรินทร์ มีรายได้รวม 202 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า ขอนแก่น มีรายได้รวมมากที่สุด เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาเป็นศูนย์การแพทย์และศูนย์การรักษาโรคที่เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่องในระดับภูมิภาคและประเทศชาติ เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาคอีสาน อีกทั้งขอนแก่นยังถือว่าเป็นเมืองแห่ง Medical Hub ซึ่งมีเหตุผลหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดศักยภาพในด้านการรักษาโรค มีสถานพยาบาลและศูนย์การแพทย์ที่ครอบคลุมและมีความเชี่ยวชาญ เพื่อตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ของประชาชนในพื้นที่และภาคอีสาน หมายเหตุ: เป็นข้อมูลนิติบุคคล เฉพาะประเภทธุรกิจร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ (รหัสประเภทธุรกิจ 47721) อ้างอิงจาก: – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปีงบการเงิน 2564 ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่ Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/ Website : https://isaninsight.kku.ac.th #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์#ร้านขายยา #ธุรกิจ #PHARMACY #ธุรกิจอีสาน#Business #ฟาร์มาซี

พาส่องเบิ่ง ร้านขายยาในภาคอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

ชวนเบิ่ง แนวทางการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับ SME ในภูมิภาคของประเทศไทย

ความสำคัญของการเงิน SME ในภูมิภาคของประเทศไทย? การเติบโตของธุรกิจ SME ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก จนกลายเป็น Growth Engine ที่มีส่วนสำคัญที่สุดที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 มูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME คิดเป็น 35% ต่อมูลค่า GDP ของทั้งประเทศ หรือ 5.62 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนของภาคธุรกิจเป็น ภาคการบริการ 44% ภาคการค้า 31.4% และภาคการผลิต 22.6% ซึ่งปัจจัยที่สนับสนุนให้ SME เติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ การขยายตัวของการบริโภคครัวเรือนและภาคเอกชน การเติบโตของ E-commerce การเติบโตของภาคท่องเที่ยว รวมถึงนโยบายและมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ ของภาครัฐ นอกจากนั้นในช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาพบว่าภาคธุรกิจ SME มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ในปี 2565 SME เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 13% จากปี 2564 ซึ่งมีการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการเติบโตของภาคเศรษฐกิจโดยรวม นอกจาก SME จะมีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมอย่างสูง อีกทั้งการจ้างงานของธุรกิจ SME มีจำนวนประมาณ 13 ล้านคนซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 72% ของการจ้างงานทั้งประเทศนอก และหากมองในถึงภาคการส่งออกพบว่ามูลค่าการส่งออกของ SME อยู่ที่ประมาณ 684,000 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของมูลค่าการส่งออกของประเทศไทย การพัฒนาการให้บริการด้านเงินสำหรับ SME มีความสำคัญอย่างไร? 1. แก้ไขปัญหาการกีดกันทางการเงิน: ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ชนบทมักเผชิญกับความท้าทายในการเข้าถึงบริการทางการเงิน การเงิน SME มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาการกีดกันทางการเงินโดยการให้บริการทางการเงินที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของธุรกิจในชนบท 2. การส่งเสริมผู้ประกอบการในชนบท: SMEs ในชนบทมักได้รับแรงผลักดันจากผู้ประกอบการท้องถิ่นและมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนในชนบท ด้วยการจัดหาเงินทุน SME ในพื้นที่ชนบท สิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการในชนบทและการสร้างงาน ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในชุมชนท้องถิ่น 3. การพัฒนาวิสาหกิจการเกษตรและชนบท: SMEs จำนวนมากในพื้นที่ชนบทมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเกษตรหรือวิสาหกิจในชนบท การเงิน SME ในพื้นที่ชนบทสนับสนุนภาคส่วนเหล่านี้โดยการจัดหาเงินทุนสำหรับปัจจัยการผลิตทางการเกษตร จะช่วยเพิ่มผลผลิต ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนของธุรกิจในชนบท 4. การสร้างรายได้และการบรรเทาความยากจน: SMEs ในชนบทมักเป็นแหล่งรายได้และการดำรงชีวิตที่สำคัญของชุมชนในชนบท การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SME ช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโต สร้างโอกาสในการจ้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประชากรในท้องถิ่น 5. การพัฒนาที่ยั่งยืน: การเงิน SME ในพื้นที่ชนบทสามารถสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้เช่นกัน สามารถมุ่งสู่ความคิดริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเงิน SME ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน 6. การพัฒนาภูมิภาคอย่างสมดุล: การส่งเสริมการเงิน SME ในพื้นที่ชนบทมีส่วนช่วยในการพัฒนาภูมิภาคอย่างสมดุล ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในระดับภูมิภาคโดยนำทรัพยากรทางการเงินและโอกาสไปสู่ภูมิภาคชนบทที่ด้อยโอกาส สิ่งนี้นำไปสู่การเติบโตและการพัฒนาที่เท่าเทียมกันมากขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท ดังนั้น การพัฒนาด้านการให้บริการด้านการเงินสำหรับ SME หรือ SME

ชวนเบิ่ง แนวทางการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับ SME ในภูมิภาคของประเทศไทย อ่านเพิ่มเติม »

ซิน จ่าว พาส่องเบิ่ง  การค้าชายแดนไทย-เวียดนาม  4 จังหวัด และ 3 สินค้านำเข้า-ส่งออก ในปี 2566 (ม.ค. – เม.ย.)

ซิน จ่าว พาส่องเบิ่ง  การค้าชายแดนไทย-เวียดนาม  4 จังหวัด และ 3 สินค้านำเข้า-ส่งออก ในปี 2566 (ม.ค. – เม.ย.)   อ้างอิงจาก: กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์   ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่  Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/  Website : https://isaninsight.kku.ac.th    #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์ #สินค้านำเข้า #สินค้าส่งออก #เวียดนาม

ซิน จ่าว พาส่องเบิ่ง  การค้าชายแดนไทย-เวียดนาม  4 จังหวัด และ 3 สินค้านำเข้า-ส่งออก ในปี 2566 (ม.ค. – เม.ย.) อ่านเพิ่มเติม »

สินค้าหยัง ? นำเข้า-ส่งออก ปัง ! 5 อันดับ สินค้าชายแดนไทย – สปป.ลาว ปี 2566 (มกราคม – เมษายน)

สินค้าหยัง ? นำเข้า-ส่งออก ปัง ! 5 อันดับ สินค้าชายแดนไทย – สปป.ลาว ปี 2566 (มกราคม – เมษายน)   อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ https://isaninsight.kku.ac.th/outlook   อ้างอิงจาก: กรมการค้าต่างประเทศ   ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่  Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/  Website : https://isaninsight.kku.ac.th    #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์ #สินค้านำเข้า #สินค้าส่งออก #สปปลาว #ลาว

สินค้าหยัง ? นำเข้า-ส่งออก ปัง ! 5 อันดับ สินค้าชายแดนไทย – สปป.ลาว ปี 2566 (มกราคม – เมษายน) อ่านเพิ่มเติม »

รายได้จากการท่องเที่ยวในภาคอีสาน เป็นจั้งใด๋ ? ปี 2566 (มกราคม-เมษายน)

รายได้จากการท่องเที่ยวในภาคอีสาน เป็นจั้งใด๋ ? ปี 2566 (มกราคม-เมษายน) ภาคอีสานมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 14 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 24,728.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.89% จากปี 2565 (มกราคม-เมษายน) ที่มีรายได้ 15,761.7 ล้านบาท โดยรายได้หลักยังคงมาจากคนในประเทศ    5 จังหวัดภาคอีสาน ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุด ปี 2566 เทียบกับ ปี 2565 อันดับ 1. นครราชสีมา 4,298 ล้านบาท | 2,991 ล้านบาท อันดับ 2. ขอนแก่น 3,567 ล้านบาท | 2,574 ล้านบาท อันดับ 3. อุดรธานี 3,169 ล้านบาท | 1,693 ล้านบาท อันดับ 4. บุรีรัมย์ 2,363 ล้านบาท | 1,673 ล้านบาท อันดับ 5. อุบลราชธานี 1,910 ล้านบาท | 916 ล้านบาท จะเห็นว่า ปี 2566 การท่องเที่ยวในภาคอีสานมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากรัฐบาลเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศที่แนวโน้มดีขึ้น ทั้งนี้ ททท. คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศโดยเฉพาะจีนเดินทางเข้าไทยมากเป็นอันดับ 1 จำนวนไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน และมีแนวโน้มจะสูงถึงที่ 7-8 ล้านคน ขึ้นอยู่กับปริมาณเที่ยวบินในช่วงตารางบินฤดูหนาว 2566/2567 รองลงมาคือตลาดมาเลเซีย วางเป้าหมายไว้ที่ 4 ล้านคน อินเดีย 2 ล้านคน ส่วนรัสเซียและเกาหลีใต้ คาดมีไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน   อ้างอิงจาก: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  https://www.mots.go.th/news/category/705  https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230406132620675    ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่  Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/  Website : https://isaninsight.kku.ac.th    #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #รายได้ท่องเที่ยวอีสาน #ท่องเที่ยวอีสาน #เที่ยวอีสาน

รายได้จากการท่องเที่ยวในภาคอีสาน เป็นจั้งใด๋ ? ปี 2566 (มกราคม-เมษายน) อ่านเพิ่มเติม »

พาส่องเบิ่ง 7 อันดับธุรกิจรักษาสัตว์ เอาใจทาสหมาทาสแมว

อันดับที่ 1 บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ปิยะมิตร จำกัด รายได้รวม 52 ล้านบาท กำไรรวม 540,284 บาท จังหวัด ขอนแก่น อันดับที่ 2 บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ปากช่อง จำกัด รายได้รวม 23 ล้านบาท กำไรรวม 741,781 บาท จังหวัด นครราชสีมา อันดับที่ 3 บริษัท วาริน-อุบล เพ็ทแพชชั่น จำกัด รายได้รวม 17 ล้านบาท กำไรรวม 486,424 บาท จังหวัด อุบลราชธานี อันดับที่ 4 บริษัท พยัคฆ์ แอนิมอล เซ็นเตอร์ จำกัด รายได้รวม 7,108,435 บาท กำไรรวม 439,969 ล้านบาท จังหวัด มหาสารคาม อันดับที่ 5 ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี่เสือยาสัตว์ รายได้รวม 2,083,247 บาท กำไรรวม 87,179 บาท จังหวัด ขอนแก่น อันดับที่ 6 บริษัท โรงพยาบาลสัตว์อุดรแอร์พอร์ท จำกัด รายได้รวม 1,936,540 บาท กำไรรวม -206,084 บาท จังหวัด อุดรธานี อันดับที่ 7 ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงพยาบาลสัตว์ สีวลี รายได้รวม 1,882,049 บาท กำไรรวม 71,659 บาท จังหวัด ขอนแก่น หมายเหตุ: เป็นมูลนิติบุคคล เฉพาะประเภทธุรกิจกิจกรรมเกี่ยวกับสัตวแพทย์ (รหัสประเภทธุรกิจ 75000) อ้างอิงจาก: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่ Instagram: https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/ Website : https://isaninsight.kku.ac.th #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #บริษัทในภาคอีสาน #ธุรกิจรักษาสัตว์ #ธุรกิจ #Business #ธุรกิจอีสาน

พาส่องเบิ่ง 7 อันดับธุรกิจรักษาสัตว์ เอาใจทาสหมาทาสแมว อ่านเพิ่มเติม »

Pride Month 2023  ปักหมุดไพรด์อีสาน จัดที่ใด๋บ้าง ? 

Pride Month 2023  ปักหมุดไพรด์อีสาน จัดที่ใด๋บ้าง ?    “Pride Month” คืออะไร ทำไมตรงกับเดือนมิถุนายนและสำคัญกับ “LGBTQIAN+” พามาเบิ่งที่มาของ “Pride Month” ทำไมตรงกับเดือนมิถุนายนและสัญลักษณ์ของวันสำคัญนี้ทำไมถึงเป็นธงสีรุ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ ชาว “LGBTQIAN+” ให้ความสนใจ จุดเริ่มต้นของเดือนแห่งความภาคภูมิใจ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1960 ซึ่งยุคที่สังคมยังไม่เปิดรับผู้มีความหลากหลายทางเพศเหมือนในวันนี้ ส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางคนถึงขับไล่ออกจากบ้าน พวกเขาจำต้องหลบปิดบังตัวตนไม่ให้ใครได้รู้ เมื่อยุคนั้นไม่มีใครยอมรับ สถานที่ปลอดภัยของพวกเขาจึงมีเพียงแค่ “บาร์เกย์” เอาไว้เป็นที่นัดไปรวมตัวกันเพื่อสังสรรค์ และเป็นที่พักสำหรับใครก็ตามที่ถูกบ้านขับไล่มา ด้วยการเลือกปฏิบัติ บาร์เกย์ในยุคแรกๆ จึงยังไม่ได้รับการยอมรับทางกฎหมาย พอจะไปจดทะเบียน เจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้จด เพียงเพราะว่าเป็นเกย์  ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงมักจะเปิดบาร์เกย์เถื่อน    กระทั่งเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 28 มิถุนายน 1969 คือ ตำรวจบุกจับกุมผู้ใช้บริการในบาร์เกย์  “สโตนวอลล์ อิน”  (Stonewall Inn)ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวกันของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นทรานส์ เกย์ และอื่นๆ แต่พวกเขาไม่ยอม สุดท้ายเหตุการณ์จึงบานปลาย มีการใช้ความรุนแรงในการปราบปราม เหตุการณ์ในครั้งนั้นจึงกลายเป็นชนวนให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิ ความเท่าเทียม และต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกทางตัวตน แต่ยิ่งตำรวจปราบปรามมากเท่าไร ฝูงชนก็ยิ่งเดินทางมารวมตัวกันมากขึ้น จนนำไปสู่การเดินขบวนประท้วง ขบวนพาเหรด และการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่สื่อถึง “ไพรด์” (Pride) หรือความภาคภูมิใจในตัวเอง   โดยพวกเขาเริ่มจากการเคลื่อนไหวในมหานครนิวยอร์ก ก่อนจะขยายไปยังเมืองใหญ่อื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา และกระจายไปทั่วโลก  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกวันที่ 28 มิถุนายน  จึงเป็นวันที่ทั่วโลกร่วมกันรำลึกถึงเหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์ (Stonewall Riots) อันเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิและความเท่าเทียมให้แก่กลุ่มความหลากหลายทางเพศมาจนถึงปัจจุบัน  แต่การระลึกถึงเหตุการณ์จราจลในวันนั้น ได้ขยายใหญ่ออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดท้าย กลายเป็นเรียกร้องแบบทั้งเดือนยาวต่อเนื่อง เพื่อแสดงถึงตัวตนของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ เป็นที่มาของเทศกาล “Pride Month” เดือนแห่งความภาคภูมิใจที่ยาวนานตลอดทั้งเดือนมิถุนายนนั่นเอง   สำหรับความหมายของ “LGBTQIAN+” นั้นย่อมาจากคำเรียกเพศวิถีต่างๆ ที่มีความหลากหลาย จากเดิมที่มีตัวอักษร “LGBT” แค่ 4 ตัว แต่ต่อมาได้ใส่ + เข้าไป เพื่อสื่อถึงความหลากหลายที่เพิ่มเข้ามา กระทั่งได้เพิ่มตัวอักษรเข้าไปอีก 4 ตัว กลายเป็น “LGBTQIAN+” ในปัจจุบันโดยมีความหมายดังนี้ “LGBTQIAN+” L : Lesbian คือ ผู้หญิงที่รักผู้หญิง G : Gay คือ ผู้ชายที่รักผู้ชาย B : Bisexual คือ คนที่ชื่นชอบได้ทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้าม T : Transgender คือ

Pride Month 2023  ปักหมุดไพรด์อีสาน จัดที่ใด๋บ้าง ?  อ่านเพิ่มเติม »

Scroll to Top