พามาเบิ่ง จำนวนสถานพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน และจำนวนเตียงในภาคอีสาน

ทั่วราชอาณาจักร แห่ง 1,401
เตียง 171,359

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แห่ง 390
เตียง 43,943

เรียงน้อยไปมากโดย อิงจากจำนวนสถานพยาบาล เป็นหลัก

จังหวัด แห่ง เตียง
1.นครราชสีมา 47 5,901
2.อุบลราชธานี 35 4,326
3.ขอนแก่น 33 5,291
4.อุดรธานี 29 3,166
5.บุรีรัมย์ 25 2,876
6.ศรีสะเกษ 24 2,344
7.ร้อยเอ็ด 21 2,237
8.สุรินทร์ 20 2,707
9.สกลนคร 20 2,284
10.กาฬสินธุ์ 19 1,839
ชัยภูมิ 18 2,008
เลย 17 1,370
มหาสารคาม 15 1,567
นครพนม 14 1,194
หนองคาย 12 1,180
ยโสธร 11 955
มุกดาหาร 8 710
บึงกาฬ 8 671
อำนาจเจริญ 7 674
หนองบัวลำภู 7 643

หมายเหตุ: จำนวนโรงพยาบาลรวมทั้งภาครัฐและเอกชน ข้อมูลมาจากปี 2566

 

สัดส่วนสถานพยาบาลรายภูมิภาคของไทย

สัดส่วนจำนวนสถานพยาบาลรายภูมิภาคของไทย
กรุงเทพฯ 10.35%
ภาคกลาง 26.91%
ภาคเหนือ 19.34%
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 27.84%
ภาคใต้ 15.56%
สัดส่วนจำนวนตียงรายภูมิภาคของไทย
กรุงเทพฯ 17.91%
ภาคกลาง 26.99%
ภาคเหนือ 16.53%
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 25.64%
ภาคใต้ 12.93%

 

👀🫵🏻”เบิ่งให้ชัด! สถานพยาบาลและเตียงผู้ป่วยในภาคอีสาน—พอไหมหรือยังต้องเพิ่ม?”

.

🏥ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสถานพยาบาลที่สามารถรองรับผู้ป่วยค้างคืนได้ 390 แห่ง และมีเตียงรวม 43,943 เตียง ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วน ประมาณ 2 เตียงต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานสากลที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ 3-5 เตียงต่อประชากร 1,000 คน (World Health Organization, 2023)

.

🔬ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรทางการแพทย์ในภาคอีสานยังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะในเขตชนบทที่ประชาชนต้องเดินทางไกลเพื่อเข้าถึงบริการสุขภาพ แม้ว่าจะมีสถานพยาบาลจำนวนมาก แต่โรงพยาบาลขนาดเล็กยังคงมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และอุปกรณ์ ทำให้หลายพื้นที่เผชิญปัญหาเตียงเต็ม โดยเฉพาะช่วงที่เกิดโรคระบาดหรือเหตุฉุกเฉิน ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเดินทางไปโรงพยาบาลใหญ่ในตัวเมือง ซึ่งเพิ่มทั้งค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการรักษา

.

🎯การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญ การเพิ่มจำนวนเตียงในโรงพยาบาลชุมชน กระจายบริการทางการแพทย์ให้ทั่วถึง และสนับสนุนระบบดูแลสุขภาพที่บ้านหรือศูนย์พักฟื้น จะช่วยให้การรักษาพยาบาลเข้าถึงง่ายและเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนมากขึ้น

พาส่องเบิ่ง หมอในอีสานแบกรับภาระมากแค่ไหน ปี 2565

ย้อนเบิ่ง หมอมีมากแค่ไหนในภาคอีสาน ปี 2565

.

 

 

ย้อนดูทางแก้ปัญหากำลังคนด้านสุขภาพ ของกระทรวงสาธารณสุข  สรุปประเด็น คำถาม คำตอบ ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2568 มีแนวทางอย่างไรเมื่อบุคลากรขาดแคลน ย้ำความก้าวหน้าของวิชาชีพสาธารณสุข ต้องสอบ ก.พ.ก่อนถึงจะได้บรรจุข้าราชการ

 

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จัดทำ “รายงานสรุปประเด็นคำถาม คำตอบ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของกระทรวงสาธารณสุข” เพื่อรวบรวมข้อมูลในประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ สังกัดกระทรวงสาธารสุข (สธ.) ที่ใช้สนับสนุนข้อมูลประกอบการชี้แจงแก่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

โดยหนึ่งในประเด็นที่สำคัญคือ แนวทางการแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรหรือกำลังคนด้านสุขภาพ สู่ People Excellence แบ่งออกเป็น

วางมาตรการลดแพทย์ลาออก

1.ควรจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ให้เพียงพอ

โดยวางมาตรการการลาออกของแพทย์ให้เข้มงวดขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน ปรับเงินแพทย์ที่ลาออกให้มากขึ้นจากอัตราเดิม ให้เหมาะสมกับทุนของรัฐที่ต้องเสียไป จากการผลิตแพทย์ที่ลาออกในปัจจุบันที่สูงขึ้นอย่างมาก

– สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการในการสร้างขวัญและกำลังใจสำหรับแพทย์ โดยกำหนดหลักสูตรลาศึกษาของแพทย์ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยให้ถือว่าเป็นการไปปฏิบัติราชการ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากร สร้างศักยภาพแหล่งฝึกในสังกัดสำนักงานปลัดฯ ให้ทัดเทียมกับมหาวิทยาลัย และธำรงรักษาบุคลากรให้อยู่ในรนะบบ เพื่อรองรับการจัดบริการที่มีคุณภาพ เนื่องจากการลาศึกษาของแพทย์เป็นลักษณะของการไปศึกษาควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจากการให้รักษาพยาบาลจริง

ข้อมูล : กองบริหารทรัพยากรบุคคล

เพิ่มพยาบาลจบใหม่ 450 อัตรา

2.การเพิ่มบุคลากรสาธารณสุข พยาบาลจบใหม่เพียงพอ

การเพิ่มบุคลากรสาธารณสุข พยาบาลจบใหม่เพียงพอแต่ไม่มีอัตราบรรจุในโรงพยาบาลรัฐบาล แบ่งได้ดังนี้

2.1 การเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ (พยาบาลวิชาชีพ) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 อนุมัติการเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตามมติ คณะกรรมการกำหนดนโยบายกำลังคนภาครัฐ ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ตามที่ ฝ่ายเลขานุการร่วมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เสนอ จำนวน 450 อัตรากระทรวงสาธารณสุข จึงได้กำหนดตำแหน่งที่ได้รับจัดสรร จำนวน 450 อัตรา เพื่อบรรจุพยาบาลวิชาชีพ ที่สำเร็จการศึกษาจากโครงการผลิตบุคลากรพยาบาลเพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนในจังหวัดชายแดนภาค ตามรอยสมเด็จย่า โดยกำหนดอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปีละ 50 อัตรา (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 – 2568) เป็นระยะเวลา 9 ปี โดยให้พิจารณาจัดสรรให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ชายแดน และให้กำหนดเป็นตำแหน่งที่ต้องตรึงไว้เป็นการประจำในพื้นที่ โดยมิให้เปลี่ยนชื่อ เป็นสายงานอื่น และไม่ให้กระทรวงสาธารณสุข ขอเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพจนกว่า จะสิ้นสุดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568ปัจจุบันสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการตามข้อสั่งการดังกล่าว โดยแจ้งมติ อ.ก.พ. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนพยาบาลวิชาชีพ โครงการผลิตบุคลากรเพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคตามรอยสมเด็จย่าไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการ
2.2 การบรรจุผู้ได้รับการจ้างงานอื่นตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพเข้ารับราชการในตำแหน่งว่างเดิม จำนวน 3,000 ตำแหน่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการไปยังเขตสุขภาพเพื่อบริหารจัดการตำแหน่งให้บรรจุ ผู้ได้รับจ้างงานอื่นตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 3,228 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 97.29 จาก 3,318 อัตราข้อมูล : กองบริหารทรัพยากรบุคคล

ควรมีมาตรการจูงใจหมอจบใหม่

3. ควรมีมาตรการจูงใจบุคลากรแพทย์ที่จบใหม่

 

โดยปรับเปลี่ยนแรงจูงใจด้านสวัสดิการต่าง ๆ เช่น การเพิ่มค่าตอบแทน เพิ่มโอกาสในการเรียนต่อเฉพาะทาง และลดเวลาทำงาน รวมถึงควรมีมาตรการ ดูแลปัญหาสุขภาพจิตของบุคลากรทางการแพทย์ และลดชั่วโมงการทำงาน เพื่อจูงใจให้บุคลากร ทางการแพทย์ยังอยู่ในระบบของรัฐมากขึ้น

แนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ดังนี้

  1.  เพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปีละ 50 อัตรา รวมทั้งสิ้น 450 อัตรา (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 – 2568) เป็นระยะเวลา 9 ปี
  2.  สรรหาและคัดเลือกบุคลากรเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษจากสายงานสอบแข่งขัน จำนวน 9 สายงาน
  3.  การจ้างงานในรูปแบบพิเศษ ในสายงานแพทย์เฉพาะทาง สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู นักเวชศาสตร์ สื่อความหมาย นักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัด ช่างกายอุปกรณ์/นักกายอุปกรณ์
  4.  กำหนดตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ระดับชำนาญการพิเศษ จำนวน 10,124 ตำแหน่ง
  5.  การลาศึกษาต่อของแพทย์ให้ถือว่าเป็นการไปปฏิบัติราชการ

ข้อมูล : กองบริหารทรัพยากรบุคคล สป.สธ.

 

ความก้าวหน้าของวิชาชีพสาธารณสุข

4.ความก้าวหน้าของวิชาชีพสาธารณสุข ซึ่งต้องสอบ ก.พ.ก่อนถึงจะได้บรรจุข้าราชการ

– การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขัน ได้ การสอบแข่งขัน การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และรายละเอียดเกี่ยวกับ การสอบแข่งขัน ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด

ข้อมูล: กองบริหารทรัพยากรบุคคล สป.สธ.

 

หนุนพยาบาลเข้าสู่ระบบราชการ

5. ควรสนับสนุนการบรรจุพยาบาลเพื่อเข้าสู่ระบบราชการ เพื่อสร้างความก้าวหน้า

1) การเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (พยาบาลวิชาชีพ) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 อนุมัติการ จำนวน 450 อัตรา เพื่อบรรจุพยาบาลวิชาชีพ ที่สำเร็จการศึกษาจากโครงการผลิตบุคลากรพยาบาลเพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนในจังหวัดชายแดนภาค ตามรอยสมเด็จย่า

2) การบรรจุผู้ได้รับการจ้างงานอื่นในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ เพื่อเข้ารับราชการในตำแหน่งว่าง เดิม จำนวน 3,000 ตำแหน่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการไปยังเขตสุขภาพ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 3,228 อัตรา จาก 3,318 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 97.29

ข้อมูล: กองบริหารทรัพยากรบุคคล สป.สธ.

 

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #Politics #Social #สังคมอีสาน #สังคม #โรงพยาบาล #โรคระบาด

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top