“สงกรานต์ไทย” เป็นวัฒนธรรมที่มีรากลึกยาวนานกว่าพันปี หากย้อนไปในอดีต สงกรานต์มีจุดกำเนิดจากคติความเชื่อเรื่องการเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์ตามระบบสุริยคติในชมพูทวีป ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนและหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของสังคมไทยจนกลายเป็น “ปีใหม่แบบไทย” ที่เป็นโครงสร้างทางสังคมที่เชื่อมโยงศาสนา ครอบครัว และชุมชนเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น การทำบุญตักบาตร การสรงน้ำพระ และการขอพรผู้ใหญ่ ล้วนแสดงถึงความไทยที่ให้คุณค่ากับความกตัญญู ความสัมพันธ์เชิงเครือญาติ และการเริ่มต้นใหม่ที่ดี สงกรานต์จึงเปรียบเสมือนเป็น “สถาบันทางวัฒนธรรม” ที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงทุนทางสังคมของประเทศมาอย่างยาวนาน
UNESCO ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในปี 2566 นับเป็นลำดับที่ 4 ของไทย ต่อจาก โขน นวดไทย และ โนรา การได้รับการยอมรับครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิเท่านั้น แต่ยังเป็นการ “เพิ่มมูลค่าเชิงวัฒนธรรม” ให้กับสงกรานต์ในเวทีโลก ทำให้เทศกาลนี้ถูกตีความใหม่จากงานประเพณีท้องถิ่น สู่การเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง กระแสความนิยมหลังการขึ้นทะเบียนพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2569 โดย Big 7 Travel จัดให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกในเดือนเมษายน ทำให้เห็นว่าพลังของวัฒนธรรมสามารถแปรเปลี่ยนเป็นแม่เหล็กดึงดูดระดับโลกได้
อีกทั้ง สงกรานต์ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคบริการและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การคาดการณ์ในปี 2569 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 6.5 ล้านคน และเกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ได้คาดการณ์มาจากรายได้จากการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงห่วงโซ่มูลค่าทั้งระบบ ตั้งแต่ธุรกิจโรงแรม การขนส่ง อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าท้องถิ่น ไปจนถึงอุตสาหกรรมบันเทิงและอีเวนต์ สิ่งที่น่าสนใจคือ “สงกรานต์” ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการใช้จ่ายในช่วงเวลาสั้น แต่ส่งผลต่อเนื่องในระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ทดลองของนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่รัฐพยายามยกระดับ 18 จังหวัดและกรุงเทพมหานครให้เป็น “เมืองอัตลักษณ์” และ “เมืองน่าเที่ยว” เพื่อกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ และสร้างจุดขายใหม่บนฐานทุนวัฒนธรรมเดิม
5 เมืองอัตลักษณ์
จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดขอนแก่น
จังหวัดชลบุรี
จังหวัดสมุทรปราการ
จังหวัดนครศรีธรรมราช
13 เมืองน่าเที่ยว
จังหวัดบุรีรัมย์
จังหวัดอุทัยธานี
จังหวัดนครราชสีมา
จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดสุรินทร์
จังหวัดน่าน
จังหวัดหนองคาย
จังหวัดเชียงราย
จังหวัดพัทลุง
จังหวัดภูเก็ต
จังหวัดลพบุรี
จังหวัดสงขล
จังหวัดกาญจนบุรี
5 พื้นที่หลักในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเดอะพรอมานาด เทอมินอล 21 พระราม 3 เทอมินอล 21 อโศก เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และถนนข้าวสาร รวมถึงวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และ 50 วัด 50 เขต ทั่วกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไป จะพบว่าสงกรานต์ยังมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจทางสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเทศกาลนี้คือช่วงเวลาของการไหลกลับของประชากรครั้งใหญ่ คนทำงานในเมืองหลวงหรือหัวเมืองเศรษฐกิจจะเดินทางกลับภูมิลำเนา เกิดการจับจ่ายใช้ส่อยในท้องถิ่นอย่างคึกคัก ตั้งแต่การซื้อของฝาก การจัดงานบุญ ไปจนถึงการซ่อมแซมบ้านเรือน ซึ่งถือเป็นการช่วยกระจายเม็ดเงินจากศูนย์กลางสู่ชนบทอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังฟื้นฟูความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน ซึ่งถือเป็นทุนทางสังคมที่มีมูลค่าในระยะยาว เมื่อครอบครัวกลับมาเชื่อมโยงกัน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนก็มีแนวโน้มเข้มแข็งขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง
อ้างอิงจาก:
– ไทยพีบีเอส
– สยามรัฐ
– เดลินิวส์ ออนไลน์
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #สงกรานต์ไทย #สงกรานต์ #ประเพณีสงกรานต์ #UNESCO

