ทำธุรกิจกับเพื่อนใครว่าไม่รุ่ง 2 เพื่อนซี้รั้ว มข. ปั้นคลินิกอีสานสู่ 27 สาขาทั่วประเทศใน 5 ปี

มีคำเตือนที่ผู้คนมักได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อใครสักคนคิดจะลงทุนทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนสนิทว่า ความใกล้ชิดอาจกลายเป็นต้นตอของความขัดแย้ง เสียทั้งเงินและเสียทั้งความสัมพันธ์ไปในคราวเดียว แต่เรื่องราวของ คลาส คลินิก กลับพิสูจน์ให้เห็นตรงกันข้าม เพราะแบรนด์ความงามที่เกิดขึ้นจากมิตรภาพของสองศิษย์เก่ารั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่าง ภัทรเมธี พรหมพิทักษ์ หรือ คลัง และ วัชรีภรณ์ ไวยบุตร หรือ แบม สามารถเติบโตจากร้านขายสินค้าออนไลน์ขนาดเล็กสู่คลินิกความงามที่มีมากกว่า 27 สาขาทั่วประเทศได้ภายในเวลาเพียงห้าปี และกำลังก้าวสู่สาขาที่สามสิบในปีที่หกของการดำเนินธุรกิจ

ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนในคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยคลังเรียนสาขาการตลาด ส่วนแบมเรียนสาขาการเงิน ความแตกต่างทางความถนัดของทั้งสองกลับกลายเป็นจิ๊กซอว์ที่ลงตัวเมื่อต้องมาบริหารกิจการร่วมกัน เพราะฝ่ายหนึ่งมองเห็นโอกาสในตลาดและรู้จักการสื่อสารกับลูกค้า ขณะที่อีกฝ่ายควบคุมตัวเลขและโครงสร้างต้นทุนได้อย่างแม่นยำ

จุดเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นคลินิกนั้นเรียบง่ายมาก ทั้งคู่ลองทำธุรกิจออนไลน์จำหน่ายสินค้าด้านสุขภาพและความงามหลังเรียนจบ กระบวนการนั้นทำให้พวกเขาได้เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด รู้ว่าคนซื้ออะไร กลัวอะไร และต้องการอะไรที่ตลาดยังไม่ได้ตอบโจทย์ ความเข้าใจตรงนั้นเองที่กลายมาเป็นรากฐานของธุรกิจคลินิกความงามที่ทั้งคู่ตัดสินใจสร้างขึ้นมาด้วยมือตัวเอง

สาขาแรกเปิดในย่านกังสดาลและย่านหอกาญจนาภิเษก พื้นที่ติดกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นทำเลที่คึกคักและเต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวตลอดทั้งวัน ทั้งนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงคนทำงานในพื้นที่โดยรอบ แนวคิดตั้งต้นของพวกเขาชัดเจนมากคือต้องการให้ทุกคนเข้าถึงบริการเวชศาสตร์ความงามได้ในราคาที่ไม่ต้องคิดหนัก แต่ได้มาตรฐานทางการแพทย์เต็มร้อย ไม่ใช่คลินิกราคาถูกที่แลกมาด้วยการลดทอนคุณภาพ

หัวใจสำคัญที่ทำให้คลาส คลินิก แตกต่างจากคู่แข่งในช่วงแรกคือการเข้าใจว่า ความกลัวของลูกค้าคือสิ่งที่ต้องถูกขจัดออกไปก่อน ในฐานะที่ตัวเองเคยเป็นผู้ใช้บริการคลินิกความงามมาก่อน ทั้งคลังและแบมรู้ดีว่าความหวาดระแวงเป็นกำแพงสูงที่สุดสำหรับคนที่อยากปรับปรุงรูปลักษณ์แต่ยังลังเลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความกังวลว่าจะโดนฉีดยาปลอม กลัวผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือรู้สึกอึดอัดที่ถูกพนักงานกดดันให้ซื้อแพ็กเกจแพงๆ โดยไม่จำเป็น

คลาส คลินิก จึงสร้างระบบที่ให้ลูกค้าตรวจสอบทุกอย่างด้วยตัวเองก่อนเริ่มการรักษา ตั้งแต่ดูสภาพขวดของตัวยา ตรวจเลขทะเบียนรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไปจนถึงเช็กหมายเลขลอตการผลิตกับบริษัทผู้นำเข้าโดยตรง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นแบรนด์ระดับสากลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโบท็อกซ์จากแอลเลอร์แกนของสหรัฐอเมริกา หรือแบรนด์ยอดนิยมจากเกาหลีใต้อย่างนาโบตะและฮิวเจล รวมถึงฟิลเลอร์คุณภาพสูงอย่างนิวรามิส และยังเปิดให้ลูกค้านำกล่องและขวดที่ใช้แล้วกลับบ้านได้ทันที เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ได้รับไปนั้นของแท้ทุกกรณี

นโยบายที่สร้างความประทับใจไม่แพ้กันคือการปฏิเสธการขายแบบกดดัน พนักงานและทีมแพทย์ทุกคนได้รับการฝึกอบรมมาให้ประเมินปัญหาและให้คำปรึกษาตรงไปตรงมา การคำนวณค่าใช้จ่ายจะอ้างอิงจากงบประมาณที่ลูกค้ากำหนดไว้ล่วงหน้า โดยไม่มีการยัดเยียดบริการใดแทรกเข้ามา บรรยากาศภายในสาขาถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นมินิมอลที่โล่ง สะอาด ให้ความรู้สึกผ่อนคลายคล้ายร้านกาแฟมากกว่าสถานพยาบาล เพราะพวกเขาเชื่อว่าความรู้สึกสบายใจของลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาสำคัญพอๆ กับคุณภาพของการรักษา

ผลที่ได้สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขที่พูดแทนตัวเองได้ดี อัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำสูงถึง 70%  ซึ่งในอุตสาหกรรมคลินิกความงามที่มีคู่แข่งหนาแน่น ตัวเลขนี้ถือว่าสูงมาก และเป็นหลักฐานที่บอกว่าลูกค้าไม่ได้แค่กลับมาเพราะราคา แต่เพราะไว้วางใจ

ด้านมาตรฐานทางการแพทย์ ทีมแพทย์ของคลาส คลินิก ยึดถือปรัชญาการสร้างความงามที่เป็นธรรมชาติ โดยวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าของลูกค้าแบบรายบุคคลอย่างละเอียดก่อนออกแบบตำแหน่งการฉีดและปริมาณตัวยาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรูปหน้าแต่ละคน แนวทางนี้ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาหน้าแข็งตึงที่มักเกิดจากการใช้ยาในปริมาณที่ไม่ถูกต้องหรือเทคนิคที่ขาดความชำนาญ พร้อมกันนั้น คลินิกยังมีนโยบายนัดตรวจประเมินผลการรักษาสองถึงสามสัปดาห์หลังทำหัตถการ และให้บริการแก้ไขหรือย้ำตัวยาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้

เพื่อรักษาระดับมาตรฐานของทีมแพทย์ให้ทันเทรนด์สากล คลาส คลินิก ส่งแพทย์เดินทางไปเกาหลีใต้เพื่ออัปเดตเทคนิคการรักษาและศึกษากายวิภาคศาสตร์เพิ่มเติมเป็นประจำ เกาหลีใต้ถือเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมเวชศาสตร์ความงามระดับโลก และการลงทุนในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องทำให้แพทย์ของคลินิกสามารถรับมือกับเคสที่มีความซับซ้อนและปรับแต่งเทคนิคให้เข้ากับโครงสร้างใบหน้าของคนไทยได้อย่างแม่นยำ

บริการของคลาส คลินิก ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ แต่ยังมีเทคโนโลยีหลากหลายที่รองรับความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงวัย เทคโนโลยียกกระชับด้วยเครื่อง Ultramax HIFU ยกกระชับหน้าเรียวแบบไม่ต้องผ่าตัด โปรแกรม Rejuran skin ทรีทเม้นท์กู้ผิวฉ่ำ รูขุมขนกระชับ

การเติบโตแบบก้าวกระโดดสู่ 27 สาขาใน 5 ปีนั้นเกิดขึ้นได้เพราะระบบบริหารที่วางมาอย่างรอบคอบ ผู้บริหารทั้งสองยึดหลักการทำงาน 4 ข้อหลักคือ ความรวดเร็วในการตอบสนองลูกค้า การให้ความปลอดภัยเป็นเป้าหมายสูงสุด ความยืดหยุ่นในการปรับตัว และการสื่อสารกับทีมงานอย่างสม่ำเสมอ หลักการเหล่านี้ช่วยให้พนักงานกว่าห้าร้อยชีวิตทั่วประเทศสามารถยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกันได้โดยไม่ขาดเอกภาพ เครือข่ายสาขาของคลาส คลินิก ขยายครอบคลุมทั้งภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคเหนือ 

ความสำเร็จในการรักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอทั่วทุกสาขาสะท้อนผ่านรางวัลระดับเอเชียกว่าสิบรางวัล ทั้งรางวัลยอดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สูงสุดอันดับหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สองปีซ้อน รางวัลยอดการใช้งานผลิตภัณฑ์โวลิฟิลอันดับหนึ่ง และรางวัลด้านความชำนาญของทีมแพทย์อีกหลายรายการ รางวัลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงถ้วยรางวัลบนชั้น แต่เป็นตัวยืนยันต่อสาธารณะว่าคลินิกนำเข้าผลิตภัณฑ์ของแท้ในปริมาณมหาศาลจริง ซึ่งหมายความว่าลูกค้าทุกคนได้รับสิ่งที่เสียเงินไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ก้าวต่อไปของคลาส คลินิก คือการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจระดับใหญ่เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว พวกเขาร่วมมือกับบริษัท พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ จำกัด โดยสั่งซื้อเครื่องยกกระชับ Ultraformer III ถึงยี่สิบหกเครื่องเพื่อกระจายไปยังทุกสาขา พร้อมสิทธิ์การใช้ผลิตภัณฑ์ Lorients Filler

ในช่วงเวลาเดียวกัน คลาส คลินิก ยังลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ NK Medic Group ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ระดับประเทศ ด้วยมูลค่าความร่วมมือที่หนึ่งร้อยล้านบาท เพื่อนำเข้า Fillstim กลุ่ม Amino Peptide ไทด์จากอิตาลี รวมถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพอื่นๆ โดยตั้งเป้าขยายมูลค่าความร่วมมือสู่สองร้อยล้านบาทภายในปี 2570 เป้าหมายหลักของความร่วมมือครั้งนี้คือการทำให้ลูกค้าในต่างจังหวัดได้รับการรักษาในระดับเดียวกับคลินิกหรูในกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ามาในเมืองหลวง

สำหรับปี 2569 เป้าหมายถูกวางไว้ที่รายได้รวมหนึ่งพันล้านบาท และยุทธศาสตร์สำคัญที่จะพาไปถึงตัวเลขนั้นคือการบุกตลาดกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลอย่างจริงจัง เพื่อเจาะกลุ่มคนวัยทำงานที่ย้ายมาอยู่ในเมืองหลวงและยังไม่เคยรู้จักแบรนด์มาก่อน ควบคู่ไปกับการทำการตลาดผ่านพรีเซนเตอร์ที่เลือกมาอย่างมีกลยุทธ์ ได้แก่ แอน อรดี นางเอกหมอลำลูกทุ่งที่ยึดฐานแฟนคลับในภูมิภาค และ ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์ นักเต้นขวัญใจมหาชน รวมถึง เดนิส เจลีลชา คัปปุน นักแสดงลูกครึ่งดาวรุ่งที่จะช่วยสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคในเมืองให้รู้สึกว่าแบรนด์นี้มีความทันสมัยและเป็นสากลพอสำหรับพวกเขา

ตลาดเวชศาสตร์ความงามในไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ข้อมูลจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยชี้ให้เห็นว่าความต้องการด้านการดูแลผิวพรรณและการปรับรูปลักษณ์ขยายตัวออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุ 25-40 ปีที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น ผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ได้มองหาแค่ราคา แต่ต้องการความมั่นใจว่าจะได้รับบริการที่ปลอดภัยและผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ซึ่งตรงกับสิ่งที่คลาส คลินิก สร้างขึ้นมาตั้งแต่วันแรก

5 ปีที่ผ่านมาของคลาส คลินิก คือบทพิสูจน์ว่าธุรกิจที่สร้างจากมิตรภาพและความเข้าใจในปัญหาของลูกค้าอย่างแท้จริงนั้นสามารถยืนหยัดและขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ สองเพื่อนซี้จากรั้ว มข. ที่เริ่มต้นด้วยตึกแถวสองคูหาในขอนแก่นกำลังพิสูจน์ต่อไปว่าอีสานไม่ใช่แค่ตลาดบ้านนอก แต่คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่พร้อมแข่งขันในระดับประเทศ และจากนี้ไป เส้นทางของพวกเขายังมีอีกไกลกว่าสาขาที่ 30 แต่เป็นทุกสาขาทั่วประเทศแน่นอน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top