งบประมาณจังหวัด คือ งบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลจัดสรรลงไปให้แต่ละจังหวัด เพื่อใช้ดำเนินโครงการพัฒนาในพื้นที่ตามแผนพัฒนาจังหวัดของตัวเอง โดยเน้นแก้ปัญหาและยกระดับเศรษฐกิจ-สังคมในระดับพื้นที่ อย่างเช่น โครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็ก (ถนนชุมชน แหล่งน้ำ), การท่องเที่ยว, การเกษตร, การพัฒนาคุณภาพชีวิต จุดเด่นของงบประเภทนี้คือเป็นงบที่พื้นที่มีส่วนกำหนดมากกว่างบของกระทรวง เพราะจังหวัดสามารถเสนอแผนและโครงการขึ้นมาได้เอง
โดยงบประมาณจังหวัดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงบทั้งหมดที่ลงไปในพื้นที่เท่านั้น ยังมีงบอีกก้อนใหญ่ที่มาจากส่วนกลาง อย่างเช่น งบกระทรวงคมนาคม งบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หรือโครงการระดับประเทศ ซึ่งมักไม่ถูกนับรวมในงบจังหวัดนั่นเอง
ในปี 2561 งบประมาณจังหวัดของภาคอีสานมีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 6,562 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2569 ลดลงเหลือราว 5,492 ล้านบาท หรือหายไปมากกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 8 ปี
ปี 2561 เป็นช่วงที่รัฐใช้งบจังหวัดเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก อัดงบลงพื้นที่จำนวนมากเพื่อให้เกิดการจ้างงานและหมุนเงินเร็ว ทำให้เห็นตัวเลขสูงแทบทุกจังหวัด แต่หลังจากนั้น โดยเฉพาะหลังโควิด รัฐต้องเผชิญข้อจำกัดทางการคลังมากขึ้น ทำให้งบถูกใช้แบบเลือกจุดมากขึ้น หรือแม้กระทั่งการย้ายงบไปสู่โครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ อย่างเช่น โครงสร้างพื้นฐาน(รถไฟ ทางหลวง เขตเศรษฐกิจพิเศษ) และโลจิสติกส์ ซึ่งไม่ได้นับอยู่ในงบจังหวัดโดยตรง ทำให้ภาพรวมงบจังหวัดดูเหมือนลดลง ทั้งที่เงินจริงยังถูกใช้ เพียงแค่เปลี่ยนช่องทาง นอกจากนี้ รัฐยังหันมาเน้นลงทุนในจังหวัดที่มีศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ ยกตัวอย่างเช่น เมืองศูนย์กลางหรือพื้นที่ชายแดน ส่งผลให้บางจังหวัดได้งบเพิ่ม ขณะที่หลายจังหวัดถูกลดลงนั่นเอง
หากพิจารณาข้อมูลงบประมาณจังหวัดในภาคอีสานเปรียบเทียบระหว่างปี 2561 กับปี 2569 จะพบว่า ภายในระยะเวลาเพียง 8 ปี จังหวัดขนาดใหญ่ที่เคยครองอันดับต้นแทบทั้งหมด อย่างเช่น นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุดรธานี ยังคงยืนอยู่ในกลุ่มบน แต่ตัวเลขกลับหดตัวลง เช่น นครราชสีมาจาก 452 ล้านบาท เหลือ 443 ล้านบาท ขณะที่ศรีสะเกษลดจาก 415 เหลือ 332 ล้านบาท และอุดรธานีจาก 399 เหลือ 318 ล้านบาท การลดลงในจังหวัดขนาดใหญ่ซึ่งอาจจะเกิดจากรัฐกำลังกระจายงบประมาณใหม่จากพื้นที่ศูนย์กลางเดิมไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพการเติบโตหรือมีความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น
ขณะที่ อุบลราชธานีและขอนแก่น ซึ่งในปี 2561 อยู่เพียงอันดับ 9 และ 10 แต่ในปี 2569 กลับขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ ซึ่งทั้งสองจังหวัดก็มีบทบาทใหม่ในฐานะหนึ่งในหัวเมืองเศรษฐกิจของอีสานยุคใหม่ โดยเฉพาะขอนแก่นที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนภาคเอกชน และการผลักดันเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างต่อเนื่อง ขณะที่อุบลราชธานีมีศักยภาพเชิงภูมิศาสตร์ในฐานะประตูการค้าเชื่อมลาว-เวียดนาม ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจชายแดนที่รัฐให้ความสำคัญมากขึ้น
อ้างอิงจาก:
– สำนักงบประมาณ
– สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
– กระทรวงคมนาคม
– สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #งบประมาณจังหวัด #งบประมาณ #งบประเทศ

