Infographic

สรุปเรื่อง น่ารู้ แดนอีสาน ทั้ง เศรษฐกิจ ธุรกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม

ชวนมาเบิ่ง ตัวอย่าง “ของฝากสุดแซ่บขึ้นชื่อ” แต่ละจังหวัดในภาคอีสาน และ ตลาดของฝากไทย Gift Industry

ชวนมาเบิ่ง ตัวอย่าง “ของฝากสุดแซ่บขึ้นชื่อ” แต่ละจังหวัดในภาคอีสาน . . ของฝากเด็ดจากดินแดนอีสาน แซ่บถึงใจ! ภาคอีสานของเรานั้นขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของสินค้าหัตถกรรมและอาหารพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวภาคอีสานแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดที่จะนำของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านไปฝากคนที่คุณรักกันนะคะ . วันนี้ ISAN Insight and Outlook จะพาไปตะลุยของฝากเด็ดจากแต่ละจังหวัดในภาคอีสานกัน กาฬสินธุ์ หมูทุบ, หมูสวรรค์ ขอนแก่น หม่ำเมืองพล, ไก่ย่างเขาสวนกวาง ชัยภูมิ หม่ำตำนานรัก นครพนม กะละแม, เหล้าอุเรณูนคร นครราชสีมา ผัดหมี่โคราช, ข้าวตัง บึงกาฬ ขนมเบื้องกรอบ บุรีรัมย์ กุ้งจ่อม, กุนเชียง มหาสารคาม โหน่งปลาร้าบอง มุกดาหาร ปอเปี๊ยะสด ยโสธร ถั่วคั่วทราย, ไข่มดแดงกระป๋อง ร้อยเอ็ด กุนเชียง, แหนม เลย มะพร้าวแก้วเชียงคาน, มะขามหวาน ศรีสะเกษ ทุเรียนภูเขาไฟ สกลนคร โคขุนโพนยางคำ, น้ำหมากเม่า สุรินทร์ กุนเชียง, กะละแมสุรินทร์ หนองคาย แหนมเนือง, หมูยอ หนองบัวลำภู ปลาส้ม อำนาจเจริญ ปลาทูหอมสมุนไพร, หมู-เนื้อแผ่น อุดรธานี แหนมเนือง, ไส้กรอกอีสาน อุบลราชธานี หมูยออุบล, ก๋วยจั๊บอุบล . นี่เป็นเพียงตัวอย่างของของฝากจากภาคอีสานเท่านั้น ยังมีอีกมากมายให้คุณได้เลือกกัน หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกของฝากจากภาคอีสานนะคะ . นอกจากของฝากแดนอีสานแล้ว อีสาน อินไซต์ จะพามาเบิ่ง วัฒนธรรมการให้และรับของขวัญ (Gift Giving) ถือเป็นธรรมเนียมเก่าแก่ที่เกิดมาควบคู่กับมนุษยชาติ และมีวิวัฒนาการไปตามแต่ละยุคสมัย เป็นขนบนิยมสากลทั่วโลกเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน เพราะนัยสำคัญคือการแสดงมิตรไมตรีจิตและการขอบคุณตอบแทนกลับ จะแตกต่างกันก็เพียงรูปแบบและวิธีการ ซึ่งยึดโยงกับประเพณีในพื้นถิ่นนั้น ๆ   แม้ว่าการให้ของขวัญจะไม่จำเป็นต้องตอบแทนกลับในรูปแบบ “สิ่งของ” เสมอไป แต่ตามธรรมเนียมปฏิบัติในหลายประเทศทั่วโลกนั้น การให้และได้รับคืนกลับ คือหลักที่พึงปฏิบัติเสมอ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของธรรมเนียมตามปกติ หรือเป็นประเพณีตามเทศกาลโอกาสพิเศษต่าง ๆ และได้กลายเป็นระบบ “เศรษฐกิจของขวัญ” (Gift Economy) ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปแล้วทั่วโลก ในขณะที่ตลาดอุตสาหกรรมของขวัญของไทย (ล้านบาท) ของที่ระลึกขายนักท่องเที่ยว 28,000 ล้านบาท คิดเป็น 43.8% ส่งออกต่างประเทศ 24,000 ล้านบาท คิดเป็น 37.5% ของชำร่วยส่งเสริมการขาย 10,000 ล้านบาท คิดเป็น 15.6% ของขวัญ 2,000 ล้านบาท คิดเป็น […]

ชวนมาเบิ่ง ตัวอย่าง “ของฝากสุดแซ่บขึ้นชื่อ” แต่ละจังหวัดในภาคอีสาน และ ตลาดของฝากไทย Gift Industry อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง การเข้าถึงและค่าใช้จ่ายของอาหารเพื่อสุขภาพ ของประเทศในกลุ่ม GMS

พามาเบิ่ง การเข้าถึงและค่าใช้จ่ายของอาหารเพื่อสุขภาพ ของประเทศในกลุ่ม GMS . ภูมิภาคเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง Greater Mekong Subregion (GMS) นั้นขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอาหารการกิน ซึ่งอาหารแต่ละประเทศก็มีเอกลักษณ์และวัตถุดิบเฉพาะตัวที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและภูมิประเทศ แต่ถึงแม้จะมีความแตกต่าง อาหารอาเซียนส่วนใหญ่ก็มีส่วนประกอบที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือ วัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ สมุนไพร และข้าว ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งสิ้น   อาหารในภูมิภาคนี้ที่ควรลอง: ข้าว: เป็นอาหารหลักของหลายประเทศในอาเซียน มีทั้งข้าวกล้อง ข้าวเหนียว และข้าวหอมมะลิ ซึ่งให้คาร์โบไฮเดรตที่เป็นพลังงานหลักแก่ร่างกาย ผัก: ผักใบเขียว ผักสีส้ม และผักหลากสีสัน อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดเขียว กะหล่ำปลี แตงกวา มะเขือเทศ ผลไม้: ผลไม้ตามฤดูกาล เช่น มะม่วง มังคุด ทุเรียน ลองกอง ส้ม กล้วย ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและใยอาหาร ช่วยในการขับถ่าย โปรตีน: ได้จากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ถั่ว และไข่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย สมุนไพร: ขมิ้นชัน กระเทียม พริกไทยดำ มีสรรพคุณทางยา ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อาหารในกลุ่มประเทศ GMS นั้นไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อยและหลากหลาย แต่ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็นต่อร่างกาย การเลือกทานอาหารอาเซียนที่ปรุงอย่างถูกสุขลักษณะและมีส่วนผสมที่หลากหลาย จะช่วยให้คุณได้รับสารอาหารครบถ้วนและมีสุขภาพที่ดี ตัวอย่างอาหารสุขภาพจากประเทศต่างๆ กลุ่มประเทศ GMS: ไทย: แกงเขียวหวานไก่, ต้มยำกุ้ง, ส้มตำ, ผัดไทย เวียดนาม: ก๋วยจั๊บญวน, ผัดซีอิ้ว, ส้มตำ, ปอเปี๊ยะสด ลาว: ลาบ, ส้มตำ, แหนมเนือง, ไส้อั่ว กัมพูชา: อามก, สัมลอร์ค็อก, น้ำพริก, ขนมจีน จีน: เต้าหู้, ซุปเห็ด, ผัดผักรวมมิตร, ปลาอบซีอิ๊ว วิเคราะห์ข้อมูลการเข้าถึงและค่าใช้จ่ายของอาหารเพื่อสุขภาพในกลุ่มประเทศ GMS จากการรวบรวมข้อมูลของ ISAN Insight ที่แสดงให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพ และสัดส่วนประชากรที่เข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพในแต่ละประเทศสมาชิกกลุ่มประเทศ GMS (Greater Mekong Subregion) นั้น สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้ ภาพรวม ค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยประเทศจีนแผ่นดินใหญ่มีค่าใช้จ่ายต่ำสุด ขณะที่ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายสูงสุด การเข้าถึงแตกต่างกัน: สัดส่วนประชากรที่เข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยประเทศลาวมีสัดส่วนประชากรที่เข้าถึงสูงสุด ขณะที่ประเทศเวียดนามมีสัดส่วนประชากรที่เข้าถึงต่ำสุด การวิเคราะห์รายประเทศ กัมพูชา: มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันค่อนข้างสูง แต่ข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนประชากรที่เข้าถึงยังไม่มีการเก็บรวบรวมหรือเผยแพร่อย่างชัดเจน โดยอาหาร และสินค้าโภคภัณฑ์หลายอย่างมีการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อวันสูง ในขณะที่ค่าเงินอ่อน จีนแผ่นดินใหญ่:

พามาเบิ่ง การเข้าถึงและค่าใช้จ่ายของอาหารเพื่อสุขภาพ ของประเทศในกลุ่ม GMS อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง🥼จำนวนแพทย์และพยาบาลแต่ละประเทศในกลุ่ม GMS 👩‍⚕

พามาเบิ่ง🧐จำนวนแพทย์และพยาบาลแต่ละประเทศในกลุ่ม GMS 🥼👩‍⚕ จำนวนแพทย์ต่อประชากรเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสถานการณ์ด้านสุขภาพของประเทศหนึ่งๆ โดยสามารถบ่งบอกถึงปัจจัยต่างๆ ได้ดังนี้ 🥼การเข้าถึงบริการทางการแพทย์: จำนวนแพทย์ที่มากขึ้นจะส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่ายขึ้น ลดระยะเวลาในการรอคิว และเพิ่มโอกาสในการได้รับการรักษาพยาบาลที่ทันท่วงที 🥼คุณภาพของการดูแลสุขภาพ: การมีแพทย์เพียงพอจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ละเอียดรอบคอบมากขึ้น แพทย์จะมีเวลาให้คำปรึกษาและตรวจรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ การกระจายตัวของทรัพยากรบุคคล: การเปรียบเทียบจำนวนแพทย์ในแต่ละพื้นที่ จะช่วยให้เห็นภาพการกระจายตัวของทรัพยากรบุคคลทางการแพทย์ ว่ามีความสม่ำเสมอหรือไม่ และพื้นที่ใดบ้างที่ขาดแคลนแพทย์ 🥼ประสิทธิภาพของระบบสุขภาพ: จำนวนแพทย์ที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบสุขภาพทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระงานของแพทย์ และป้องกันไม่ให้เกิดการทำงานหนักเกินไป การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม: ประเทศที่มีจำนวนแพทย์ต่อประชากรสูง มักจะมีสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ดีกว่า เนื่องจากประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีอายุขัยที่ยาวนานขึ้น . ปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนแพทย์ต่อประชากร: 🥼นโยบายด้านสาธารณสุข: รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการผลิตแพทย์และการกระจายแพทย์ไปยังพื้นที่ห่างไกลหรือไม่ 🥼งบประมาณด้านสาธารณสุข: การลงทุนด้านสาธารณสุขที่เพียงพอจะช่วยเพิ่มจำนวนแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 🥼สภาพการทำงานของแพทย์: สภาพการทำงานที่น่าพอใจ เช่น เงินเดือนที่ดี สวัสดิการที่ดี จะดึงดูดให้แพทย์เข้ามาทำงานในระบบสาธารณสุขมากขึ้น 🥼การขาดแคลนแพทย์เฉพาะทาง: บางสาขาแพทย์อาจขาดแคลนบุคลากร ซึ่งส่งผลต่อการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง . มาตรฐานจำนวนแพทย์ต่อประชากร: 🥼องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดมาตรฐานจำนวนแพทย์ต่อประชากรไว้ที่แพทย์ 1 คนต่อประชากร 1,000 คน แต่ค่ามาตรฐานนี้เป็นเพียงตัวเลขที่ใช้เป็นแนวทางเท่านั้น เนื่องจากความต้องการแพทย์จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น โรคระบาด อายุเฉลี่ยของประชากร และสภาพทางภูมิศาสตร์ . สถานการณ์จำนวนแพทย์ต่อประชากรในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS): ภาพรวมสถานการณ์ระบบการดูแลสูขภาพของจีน แพทย์ 25.18 ต่อ ประชากร 10,000 คน พยาบาล 35.20 ต่อ ประชากร 10,000 คน ระบบการรักษาพยาบาลแห่งชาติของประเทศจีนเป็นระบบหลายระดับ โดยมีประกันสุขภาพพื้นฐาน (BMI) เป็นส่วนสำคัญ และมีความช่วยเหลือทางการแพทย์เป็นระบบสำรอง รวมถึงมีประกันสุขภาพเชิงพาณิชย์ การบริจาคการกุศล และกิจกรรมช่วยเหลือทางการแพทย์ร่วมเป็นบริการเสริม ระบบ BMI ครอบคลุมสองกลุ่มหลักคือพนักงานที่ลงทะเบียนในโปรแกรมประกันสุขภาพพื้นฐานของพนักงาน (EBMI) และประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนในโปรแกรมประกันสุขภาพพื้นฐานของประชาชน (RBMI) โดยในเดือนกันยายน 2020 มีประชาชนมากกว่า 1.35 พันล้านคน หรือกว่า 95% ของประชากรทั้งหมดได้รับการคุ้มครองจากโปรแกรม BMI ซึ่งนับเป็นเครือข่ายความปลอดภัยทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีจำนวน 337 ล้านคนที่ได้รับการคุ้มครองจาก EBMI และ 1.014 พันล้านคนได้รับการคุ้มครองจาก RBMI ระบบประกันสุขภาพพื้นฐานมีความยั่งยืนและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 มีรายได้จากกองทุนประกันสุขภาพพื้นฐานแห่งชาติ (รวมประกันการคลอด) มูลค่า 2.44 ล้านล้านหยวน และมีค่าใช้จ่ายมูลค่า 2.09 ล้านล้านหยวน นอกจากนี้ ระบบความช่วยเหลือทางการแพทย์ยังมีบทบาทสำคัญในการประกันความมั่นคงทางการแพทย์ให้กับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์พื้นฐานได้ตั้งแต่ปี 2018 ความช่วยเหลือทางการแพทย์นี้ได้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยประมาณ 480 ล้านคน รวมมูลค่าประมาณ 330 พันล้านหยวน และได้ดำเนินมาตรการลดความยากจนโดยเฉพาะสำหรับผู้คนที่เจ็บป่วยร้ายแรงกว่า

พามาเบิ่ง🥼จำนวนแพทย์และพยาบาลแต่ละประเทศในกลุ่ม GMS 👩‍⚕ อ่านเพิ่มเติม »

พาส่อง 4 ชุดประจำชาติจากแดนอีสาน 4 ใน 10 ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม MUT 2024

“มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024” ในรอบ “ชุดประจำชาติ” หัวข้อ “งามล้ำหัตถศิลป์-ศิลปาชีพ” สัมผัสกับความวิจิตรงดงามของงานหัตถศิลป์และศิลปะชุดไทย โดยกองประกวดคาดหวังชุดที่ให้คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมสุนทรียะ ความงามของสตรี และให้ความสำคัญกับการสวมใส่ได้จริง สะท้อนคุณค่าความสำคัญของงานเบื้องหลังให้ปรากฏบนเวทีการประกวด ชุดประจำชาติในการประกวดปีนี้ ไม่จัดอยู่ในประเภท แฟนตาซี คาร์นิวัล พาเหรด.โดยมี 10 ชุดที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “10 Best National Costume Presented by The Mall Group” และจะได้ไปจัดแสดงโชว์ในงาน The Mall Lifestore Women Inspired Textile in Bloom ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ซึ่งมีถึง 4 ชุดที่มาจากแดนอีสานกันเลยทีเดียว จากจังหวัดอะไรกันบ้าง มาดูกันเลยค่ะ. มหาสารคาม ศรีษะเกษ MUT 16 อังคณา ศรีสุวรรณชื่อชุด กินรีรดน้ำ เมื่อรดน้ำยาให้หลุดออกจึงพลันปรากฏลวดลายกินรีสีทองอร่าม เยื่องย่างออกกรีดกรายโผผินบินเริงระบำอ่อนช้อยงดงาม ดั่งปรากฏในจิตรกรรมไทย ชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจากงานประณีตศิลป์ชั้นสูง ลายรดน้ำรูปกินรีอมนุษย์ครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างนก ผสมผสานเข้ากับแฟชั่นตามยุคสมัย ถือเป็นการยกระดับงานประณีตศิลป์ชั้นสูงในอีกมิตินึง ผ่านชุดแต่งกายประจำชาติไทย สืบทอดเป็นมรดกและเอกลักษณ์ด้านศิลปกรรมไทยอย่างแท้จริงออกแบบและตัดเย็บโดยธีรภัทรคชพันธ์. ศรีษะเกษ MUT 16 อังคณา ศรีสุวรรณชื่อชุด จักรีศิลป์กลิ่นลำดวน แรงบันดาลใจจากดอกลำดวนและชุดไทยจักรี ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยงานจักสาน ภูมิปัญญาหัตถศิลป์ของไทยอันงดงาม สะท้อนวัฒนธรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์ ผ่านลวดลายที่ประณีตและวัสดุธรรมชาติ ที่แสดงถึงความอ่อนช้อยของศิลปะแบบไทยผลิตโดยภาณุวัฒน์จันทร์ศิริห้องเสื้อ Haus of Whatanup เฮาส์ ออฟ วาทะนับ. อุบลราชธานี MUT 08 กานต์ฤทัย ทัศบุตรชื่อชุด ศาสตร์ศิลป์ (สาด-สิน) Ubon candle fest ofthailand ขบวนเทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี ถือได้ว่าเป็นงานหัตถศิลป์ที่วิจิตรงดงามตระการตา โดยใช้ทั้งศาสตร์ความรู้ความชำนาญและศิลปะ เข้ามาผสมผสานกันเพื่อให้เกิดเป็นผลงานต้นเทียนในแต่ละคุ้มวัด โดยฝีมือสกุลช่างเทียนที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ขบวนเทียนส่วนมากจะเล่าเรื่องราวทางพระพุธศาสนาพุทธชาดกและมีสัตว์ป่าหิมพานต์ต่างๆ มากมาย จะถูกนำมาอยู่ในขบวนเทียนออกแบบโดยนายกรกฤตโกยกิจเจริญและนายกีรติทองสุขตัดเย็บโดย KORRATI (กอ-ระ-ติ). สกลนคร MUT 33 มาลินดา พุกทองชื่อชุด “รจนารีศรีคราม” สกลนครนครแห่งหัตถศิลป์ สีครามธรรมชาติสมบัติล่ำค่า แห่งวัฒนธรรมระดับโลก นำเสนอความงดงามผ่านอาภรณ์ของ “นางรจณา” และมาลัยครามเสี่ยงคู่ นางละครแห่งวรรณกรรมสยามประเทศ ที่ชาวโลกจะถูกสะกดตะลึงและประทับใจมิรู้ลืมออกแบบและตัดเย็บ โดยทีมนะกะวี ด่านลาพล และครูคหกรรม SNRU.อ้างอิงจาก : ผู้จัดการออนไลน์, dailynews..ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่https://linktr.ee/isan.insight.#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #MUT2024 #MissUniverseThailand2024

พาส่อง 4 ชุดประจำชาติจากแดนอีสาน 4 ใน 10 ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม MUT 2024 อ่านเพิ่มเติม »

🔎พามาเบิ่ง ข้าว GI แดนอีสาน กระจายอยู่ไหนบ้าง👨🏻‍🌾🌾🍚

🔎พามาเบิ่ง ข้าว GI แดนอีสาน กระจายอยู่ไหนบ้าง👨🏻‍🌾🌾🍚 . . 👨🏻‍🌾🌾ทำความรู้จัก “ข้าวอีสาน” หลากหลายสายพันธุ์ ที่เพาะปลูกในภาคอีสาน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เกิดเป็น “ของดี” สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาในพื้นที่ สู่การได้รับเครื่องหมาย “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ “GI” ที่มาจากแหล่งผลิตเฉพาะเจาะจง ซึ่งไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจและสร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชน แต่ยัง “ผงาด” เป็นสินค้าข้าวที่สามารถสร้างชื่อไกลในระดับโลก . 🌾🍚ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี ปลูกในพื้นที่อำเภอวาริชภูมิ อำเภอพังโคน และอำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร โดยนำมาผ่านกรรมวิธีเฉพาะตามหลักประเพณีการทำข้าวฮางที่สืบต่อกันมาในพื้นที่ดังกล่าว ข้าวกล้อง มีสีน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลคล้ำ (เหลืองทอง) เมล็ด หอม เรียว แกร่ง ใส . 🌾🍚ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ปลูกในฤดูนาปี ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม และศรีสะเกษ เมล็ดข้าวยาว เรียว มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ ข้าวสารมีเมล็ดใสและแกร่ง ข้าวสุกมีความหอมและนุ่ม ด้วยความที่พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ส่งผลให้ข้าวเกิดความเครียดจึงหลั่งสารหอม ทำให้มีความหอมมากกว่าข้าวหอมมะลิในพื้นที่อื่น . 🌾🍚ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ ปลูกได้เฉพาะฤดูนาปี ในเขตพื้นที่อำเภอเขาวง อำเภอกุฉินารายณ์ (เฉพาะตำบลนาโก และตำบลหนองห้าง) และกิ่งอำเภอนาคู (เฉพาะตำบลนาดูและตำบลบ่อแก้ว) จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อนึ่งสุกจะหอมและนุ่มไม่แฉ ติดมือ และข้าวที่นึ่งแล้วเมื่อเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดหลายชั่วโมงจนข้าวเย็น ยังคงรักษาความอ่อนนุ่มไว้ได้ . 🌾🍚ข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี ปลูกในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในฤดูนาปีข้าวมีเมล็ดเรียวยาว ถ้าเป็นข้าวขาวจะมีสีขาวใส เป็นเงา มันวาว มีท้องไข่น้อยกว่า 6% เมื่อนำมาหุงสุกจะมีกลิ่นหอมและมีความเหนียวนุ่ม . 🌾🍚ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ปลูกในจังหวัดสุรินทร์ในฤดูนาปี และมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ เมล็ดข้าวขาว เรียวยาวขาวใส เป็นเงา เลื่อมมัน เมื่อหุงสุกมีลักษณะอ่อนนุ่ม ชุ่มลิ้น กินอร่อย จนได้คำขนานนามว่า “ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ หอม ยาว ขาว นุ่ม” . 🌾🍚ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ปลูกในฤดูนาปี บนพื้นที่ทุ่งสัมฤทธิที่มีชั้นหินเกลือรองรับอยู่ด้านล่างของพื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่ 14 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ทำให้ข้าวมีเมล็ดเรียวยาว มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ . 🌾🍚ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ปลูกในฤดูนาปี บนพื้นที่ที่มีแร่ธาตุจากดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ ทำให้เมล็ดข้าวเรียวยาวเลื่อมมัน มีท้องไข่น้อย เมื่อหุงสุกจะเหนียวนุ่มไม่แข็งกระด้าง ครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ ของจังหวัดบุรีรัมย์ได้แก่ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ อำเภอละหานทราย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอห้วยราช อำเภอประโคนชัย อำเภอปะคำ และอำเภอนางรอง

🔎พามาเบิ่ง ข้าว GI แดนอีสาน กระจายอยู่ไหนบ้าง👨🏻‍🌾🌾🍚 อ่านเพิ่มเติม »

ปริมาณการผลิตและสายพันธ์ุหมูท้องถิ่นในกลุ่มประเทศ GMS

กัมพูชามีปริมาณการผลิตหมูต่อปีที่ 101,251.76 ตัน  อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหมูในกัมพูชาปัจจุบันมีการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เนื่องจากการเลี้ยงหมูในกัมพูชาเองยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคที่มีประชากรใกล้เคียงกัน การขยายการเลี้ยงหมูของ CP Cambodia เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการลงทุนดังกล่าว มุ่งเน้นการปรับปรุงเทคนิคการเลี้ยงและการจัดการฟาร์มเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดการนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศ พันธ์ุหมูท้องถิ่นในกัมพูชา มีดังนี้ พันธุ์หมูเขมรแดง (Khmer Rouge): พันธุ์หมูเขมรแดงเป็นพันธุ์หมูที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกัมพูชา เนื่องจากมีความทนทานและต้านทานโรคได้ดี อย่างไรก็ตาม พันธุ์นี้มีนิสัยก้าวร้าวมาก จึงไม่เหมาะกับการเลี้ยงในที่แคบกับคนหรือสัตว์อื่น ๆ พันธุ์หมูกัมพูชาขาว (Cambodian White): พันธุ์หมูกัมพูชาขาวเป็นอีกพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมในกัมพูชา มีความก้าวร้าวน้อยกว่าหมูเขมรแดง แต่มีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรงและต้านทานโรคได้ดี พันธุ์หมูแม่น้ำโขงแดง (Mekong Red): พันธุ์หมูแม่น้ำโขงแดงเป็นหมูขนาดเล็กจากเวียดนาม แม้ว่าจะไม่ต้านทานโรคได้ดีเท่ากับสองพันธุ์ที่กล่าวถึงข้างต้น แต่ก็มีนิสัยสงบและง่ายต่อการเลี้ยง   จีนมีปริมาณการผลิตหมูต่อปีที่ 56,321,097.32 ตัน  ประเทศจีน เป็นประเทศที่ผลิตและบริโภคเนื้อหมูมากที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา การผลิตเนื้อหมูสเกลขนาดใหญ่ได้เข้ามาแทนที่ระบบการผลิตเนื้อหมูที่เคยทำโดยครอบครัว การใช้เทคโนโลยีการผสมพันธุ์ การให้อาหาร การฉีดวัคซีน และการจัดการแบบสมัยใหม่มีการใช้อย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยยังคงมีสัดส่วนมากในอุตสาหกรรมนี้ การผลิตเนื้อหมูในจีนมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเข้มข้นในการใช้เทคโนโลยีอีกในอนาคต จากการเข้ามาของระบบปฎิบัตการ AI ในการช่วยบริหารและควบคุมคุณภาพ แต่การผลิตเนื้อหมูในจีนปัจจุบันยังมีความท้าทายในมิติการผลิตอย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน พันธ์ุหมูท้องถิ่นในจีน มีดังนี้ หมูไท่หู (TAIHU): หมูไท่หูมาจากหุบเขาไท่หู ใกล้กับเซี่ยงไฮ้ ในพื้นที่การเกษตรที่มีชื่อเสียง มีสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนชื้น ฝนตกเหมาะสม และผลผลิตพืชสูง หมูไท่หูแบ่งออกได้หลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ เหม่ยซาน เฟิงจิง เจียซิงดำ และเอ่อหัวเหลียน หมูไท่หูมีหัวใหญ่ หน้าผากกว้าง ผิวหนาและเหี่ยวย่น หูและปากใหญ่ตกลง มีขนสีดำบนตัวที่หนาและเป็นกลุ่ม หมูเหม่ยซานมีขนาดตัวใหญ่ที่สุดและมีความสามารถในการสืบพันธุ์สูง หมูจินหัว (JINHUA): หมูจินหัวมาจากภาคกลางของจีนในเขตที่มีอากาศชื้นและอบอุ่น เป็นพันธุ์ขนาดกลาง มีลำตัวสีขาว หัวและสะโพกสีดำ จึงถูกเรียกว่า “สองปลายดำ” หมูจินหัวเจริญเติบโตเร็วและมีความอุดมสมบูรณ์สูง สามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ใช้ในการผลิตเนื้อสัตว์ ทำน้ำซุป และผลิตแฮม หมูจินหัวมีไขมันสะสมมาก ทำให้เนื้อมีรสชาติหวาน แฮมจินหัวเป็นที่รู้จักทั่วโลกในเรื่องรสชาติและสีชมพูอ่อน   ลาวมีปริมาณการผลิตหมูต่อปีที่ 101,253 ตัน  ในประเทศลาว เนื้อหมูเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญอันดับสองรองจากปลา และความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี การผลิตหมูในเขตเมืองเวียงจันทน์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ตั้งแต่ระบบการผลิตขนาดใหญ่เข้ามาแทนที่การผลิตแบบครัวเรือน ในปี 2020 ลาวมีจำนวนหมูประมาณ 4.3 ล้านตัว โดย 91% เป็นหมูพื้นเมือง และ 54% ของหมูทั้งหมดถูกเลี้ยงในเวียงจันทน์ ราคาเนื้อหมูเฉลี่ยในปี 2020 อยู่ที่ 46,000 กีบ/กก. เพิ่มขึ้น 22% จากปี 2019 และ 11% จากปี

ปริมาณการผลิตและสายพันธ์ุหมูท้องถิ่นในกลุ่มประเทศ GMS อ่านเพิ่มเติม »

12 นักกีฬาไทย ตะลุยโอลิมปิก จากแดนอีสาน

จุฑามาศ รักสัตย์ : มวยสากล รุ่น 50 กก.หญิง  โอลิมปิก 1 สมัย : 2024 ภูมิลำเนา: บุรีรัมย์    ใบสน มณีก้อน : มวยสากล รุ่น 75 กก. หญิง โอลิมปิก 2 สมัย : 2020, 2024 ภูมิลำเนา: จ. กาฬสินธุ์     จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง : มวยสากล รุ่น 66 กก. หญิง โอลิมปิก 1 สมัย : 2024 ภูมิลำเนา: จ. หนองคาย   บรรจง สินศิริ : มวยสากล รุ่น 63.5 กก. ชาย โอลิมปิก 1 สมัย : 2024 ภูมิลำเนา : จ. ศรีสะเกษ   วีระพล จงจอหอ : มวยสากล รุ่น 80 กก. ชาย โอลิมปิก 1 สมัย : 2024 “วีระพล” หลานสมจิตร จงจอหอ ภูมิลำเนา : จ. นครราชสีมา   อรวรรณ พาระนัง : เทเบิลเทนนิส หญิงเดี่ยว, ทีมหญิง โอลิมปิก 2 สมัย : 2020, 2024 ภูมิลำเนา : จ. อุบลราชธานี   “เมย์” รัชนก อินทนนท์ : แบดมินตัน ประเภทหญิงเดี่ยว โอลิมปิก 4 สมัย : 2012, 2016, 2020 และ2024 ภูมิลำเนา : จ. ยโสธร   สุภัค จอมเกาะ : แบดมินตัน

12 นักกีฬาไทย ตะลุยโอลิมปิก จากแดนอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

พาส่องเบิ่ง หมูในอีสาน กว่า 44 ล้านตัว กระจายอยู่ที่ไหนบ้าง

  หมูเป็นสัตว์เลี้ยงที่ให้เนื้อสำหรับมนุษย์ใช้บริโภคที่สำคัญมากประเภทหนึ่งและมีการเลี้ยงกันอยู่ทั่วไป ทั้งนี้เพราะหมูเป็นสัตว์ที่เลี้ยงดูง่ายเนื่องจากกินอาหารได้สารพัดอย่างขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว มีหลายประเทศทางแถบยุโรปและอเมริกาที่เลี้ยงหมูมากจนเป็นอุตสาหกรรมสามารถส่งเนื้อหมูเป็นสินค้าออกจำหน่ายต่างประเทศทำรายได้ให้ประเทศเหล่านั้นเป็นจำนวนมาก เนื้อหมูที่ส่งออกจำหน่ายมีทั้งที่เป็นเนื้อสดโดยแช่ไว้ในห้องแช่แข็งและเนื้อที่แปรรูปแล้ว.สำหรับประเทศไทย เนื้อหมูนับว่าเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะประชาชนส่วนใหญ่นิยมบริโภคเนื้อหมูมากกว่าเนื้อสัตว์อื่น ๆ อาหารแทบทุกมื้อมักจะมีเนื้อหมูเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ.ในประเทศไทยมีหมูทั้งหมดกว่า 12 ล้านตัว แล้วรู้หรือไม่ว่าหมูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมากแค่ไหน?.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหมูมากกว่า 2.7 ล้านตัว หรือคิดเป็นสัดส่วน 22.1% ของจำนวนหมูทั้งหมดในประเทศ และมีเกษตรกรที่เลี้ยงหมูอยู่ทั้งหมด 68,617 คน หรือคิดเป็น 45.7% ของจำนวนเกษตรกรที่เลี้ยงหมูในประเทศ.5 อันดับจังหวัดที่หมูมากที่สุดในภาคอีสานอันดับที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา มีจำนวน 466,088 ตัวอันดับที่ 2 จังหวัดบุรีรัมย์ มีจำนวน 241,951 ตัวอันดับที่ 3 จังหวัดอุดรธานี มีจำนวน 227,451 ตัวอันดับที่ 4 จังหวัดชัยภูมิ มีจำนวน 186,673 ตัวอันดับที่ 5 จังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวน 158,899 ตัว.หากดูข้อมูล 5 อันดับจังหวัดที่หมูมากที่สุด จะเห็นได้ว่ากระจุกตัวอยู่จังหวัดหลักในอีสาน อย่างนครราชสีมา บุรีรัมย์ อุดรธานี และอุบลราชธานี โดยทั้ง 4 จังหวัดนี้มีจำนวนหมูรวมกันได้มากกว่า 1.1 ล้านตัว หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 38.9% ทีเดียว.แต่ที่น่าสังเกตุที่สุดก็คือ จังหวัดชัยภูมิ มีจำนวนหมูมากเป็นอันดับ 4 ของภาคอีสาน อะไรที่ทำให้จังหวัดขนาดกลางในแง่เศรษฐกิจอย่างชัยภูมิมีจำนวนหมูมากขนาดนี้?.โดยในจังหวัดชัยภูมิก็มีบริษัทใหญ่อย่าง บริษัท นวฮะภูมิ 999 จำกัด ที่มีรายได้รวมในปี 2566 อยู่ 309 ล้านบาท และจากการดูข้อมูลฟาร์มเลี้ยงหมูในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็พบว่า จังหวัดชัยภูมิ มีฟาร์มเลี้ยงหมูมากเป็นอันดับที่ 3 ของภาคอีสาน ซึ่งเป็นรองเพียงจังหวัดนนครราชสีมาและขอนแก่นเท่านั้น.ในจังหวัดชัยภูมิมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรกลับเข้ามาสู่ในอาชีพใหม่เป็นจำนวนมากหลังจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของ ที่ระบาดอย่างหนักในช่วงปี 2564 ถึง 2565..เมื่อดูการขับเคลื่อนของภาคส่วนต่างๆ ในส่วนของภาครัฐโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้วางแนวทางส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย ด้วยการกำหนดพื้นที่นำร่อง Pig Sandbox หรือพื้นที่ควบคุมพิเศษ พร้อมอบรมให้ความรู้ด้านการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการอุดหนุนปัจจัยจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์ และลูกสุกรขุนราคาถูก ตลอดจนสนับสนุนช่วยเหลือด้านการเลี้ยง การตลาดและแหล่งทุน ขณะที่ภาคผู้เลี้ยง สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคต่างๆ ได้มุ่งเน้นให้ความรู้กับผู้เลี้ยงรายย่อยมาอย่างต่อเนื่อง.หากภาคการเลี้ยง โดยเฉพาะผู้เลี้ยงรายย่อยได้ปรับเปลี่ยนระบบให้มีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ผนวกกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ภาครัฐจะจัดสรรให้ มั่นใจเหลือเกินว่า จะช่วยให้มีสุกรที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยกลับเข้าสู่ระบบ ความร่วมมือของทุกภาคส่วนนี้ นับเป็นการเติมเต็มความพร้อม ซึ่งจะช่วยยกระดับให้ฟาร์มเล็กฟาร์มน้อยต่างๆ มีระบบป้องกันโรค และการเลี้ยงสัตว์ที่มีความเหมาะสม หากดำเนินการอย่างรัดกุม..อ้างอิงจาก:– กรมปศุสัตว์– CPF FEED– Thailand Plus Onlineติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่https://linktr.ee/isan.insightISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อี#สานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #หมู #หมูในอีสาน #เลี้ยงหมู #สุกร 

พาส่องเบิ่ง หมูในอีสาน กว่า 44 ล้านตัว กระจายอยู่ที่ไหนบ้าง อ่านเพิ่มเติม »

ชวนเบิ่ง คนอีสานมัก “สูบบุหรี่” มากแค่ไหน

ชวนเบิ่งคนอีสานมัก “สูบบุหรี่” มากแค่ไหน..อัตราการสูบบุหรี่ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดต่ำสุด ในปี 2552 แต่หลังจากนั้นใน 2554 และ 2557 มีอัตราการสูบบุหรี่ที่สูงขึ้นทุกภาค ยกเว้นภาคอีสาน.สำหรับในปี 2564 ภาคใต้ยังมีอัตราการสูบบุหรี่สูงที่สุด 22.4% รองลงมาเป็นภาคอีสาน 18.0% ภาคกลาง 16.4% กรุงเทพมหานคร 16.1% และภาคเหนือ 15.6%.อัตราการลดลงของทุกภาคแสดงว่ามาตรการในการควบคุมยาสูบได้ผลดีในทุกภาคโดยภาคกลางและภาคเหนือ ดีกว่าภาคใต้และภาคอีสาน เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้การสูบบุหรี่ในกรุงเทพมหานครจะ ต่ำสุดมาโดยตลอด แต่กลับมีอัตราสูบเพิ่มขึ้นในปี 2560 มาปี 2564 ทั้งนี้เป็นไปได้ว่ามีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในช่วงหลังนี้..เมื่อไปดูเจาะเฉพาะภาคอีสานก็พบว่า มีสัดส่วนผู้สูบบุหรี่มากถึง 18.0% ซึ่งมีสัดส่วนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ รองจากภาคใต้.โดยจังหวัดที่มีผู้สูบบุหรี่มากที่สุดในภาคอีสาน คือ จังหวัดมุกดาหาร มีสัดส่วนผู้สูบบุหรี่มากเป็นอับดับที่ 10 ของประเทศ โดยมีสัดส่วนมากถึง 22.6% (มีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปอยู่จำนวน 100 คน จะผู้สูบบุหรี่ไปแล้ว 22-23 คน).ส่วนจังหวัดที่มีผู้สูบบุหรี่น้อยที่สุดในภาคอีสาน คือ จังหวัดศรีสะเกษ มีสัดส่วนเพียง 14.4% (มีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปอยู่จำนวน 100 คน จะมีผู้สูบบุหรี่ 14-15 คน). ในอีกทางหนึ่ง ภาษียาสูบ ก็ถือเป็นรายได้อีกทางหนึ่งขาก รัฐ ซึ่งสามารถติดตามได้ที่บทความ .อ้างอิงจาก:– ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบมหาวิทยาลัยมหิดลติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่https://linktr.ee/isan.insight#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์ #Business #ธุรกิจ #ธุรกิจอีสาน #สูบบุหรี่ #บุหรี่ #วันงดสูบบุหรี่โลก

ชวนเบิ่ง คนอีสานมัก “สูบบุหรี่” มากแค่ไหน อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง ลายผ้าพื้นเมือง อัตลักษณ์ประจำจังหวัด 

พามาเบิ่ง ลายผ้าพื้นเมือง อัตลักษณ์ประจำจังหวัด ..กาฬสินธุ์ : ผ้าไหมแพรวาลายนาค ๑๒ แขน เป็นลายที่มีชื่อสัตว์ที่เป็นมงคลตามความเชื่อของคนอีสานลุ่มน้ำโขง และ 12 หมายความตามฮีค 12 ของคนอีสาน.ขอนแก่น : ผ้าลายแคนแก่นคูณแคน (KAN) King of Music สัญลักษณ์แทนความเจริญและสนุกสนาน เมืองแห่งหมอแคนแก่น (KAEN) King of Esan หมายถึงมหานครขอนแก่นคูน (Koon) King of Tree and Flower สัญลักษณ์ดอกไม้ประจำจังหวัดขอนแก่น ดอกคูน.ชัยภูมิ : ผ้าลายหมี่คั่นขอนารี เดิมเป็น ลายขอนารี จากนั้นชาวบ้านเขว้านำลายคั่นมาเสริมเพิ่มเข้าไปจึงได้ชื่อว่า ลายหมี่คั่นขอนารี.นครพนม : ผ้ามุก ผ้าทอลายยกมุก มาจากคนในพื้นที่คล้ายนำเอาหอยมุกมาเจียรนัยเข้าไปในเนื้อผ้า เป็นเอกลักษณ์จนถึงปัจจุบัน.นครราชสีมา : ผ้าหางกระรอกสีแสด “เส้นหางกระรอก” ใช้อุปกรณ์ในการตี คือ ไนและโบก และ “สีแสด”เป็นสีของธงประจำกองเสือป่านครราชสีมา ซึ่ง ร.6 พระราชทานให้แก่จังหวัดนครราชสีมา.บึงกาฬ : ผ้าลายหมากเบ็ง (เบญจลักษณ์แห่งบึงกาฬ) สีม่วง-ขาว คือ สีของจังหวัดบึงกาฬ ประกอบไปด้วยแม่น้ำโขง พญานาค ขันหมากเบ็ง ดอกสิรินธรวัลลี และหินสามวาฬ.บุรีรัมย์ : ผ้าหางกระรอกคู่ เป็นลายผ้าลายริ้วที่เกิดจากการสร้างลวดลายด้วยเส้นไหมต่างสี หรือเส้นไหมพิเศษทางเส้นพุ่งควบ 2 เส้น ในเนื้อผ้าดูคล้ายจะมีปุยขนอ่อนขึ้นมาเหมือนกับเส้นขนของหางกระรอก.มหาสารคาม : ผ้าลายสร้อยดอกหมาก มาจากสิ่งใกล้ตัว ดอกหมากหรือพวงของดอกหมาก โดยลายผ้าเกิดจากการมัดหมี่ นำลายโคมเก้าและโคมห้ามามัดซ้อนกัน.มุกดาหาร : ผ้าไหมลายแก้วมุกดา มีลักษณะเป็นดอกสีขาวหรือเรียกว่าลายตุ้ม แก้วมุกดาซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู๋เมืองของชาวมุกดาหาร.ยโสธร : ผ้าลายยศสุนทร (ลายลูกหวาย) เป็นสีฟ้า สีประจำ จ. ยโสธร และลูกหวาย คือต้นหวายที่มีลำต้นอ่อนโยน เหนียว ไม่หักง่าย เป็นตัวแทนของความหนักแน่น มั่นคง สามัคคี.ร้อยเอ็ด : ผ้าไหมลายสาเกต มีสีดอกอินทนิลบก (สีชมพูอมม่วง) เริ่มต้นจากลายโคมเจ็ด นาคน้อย คองเอี้ย ค้ำเพ้า และหมากจับ.เลย : ผ้าลายดอกฝ้ายเมืองเลย ดอกฝ้ายสะท้อนถึงภาพในอดีตของ จ.เลย ที่เคยเป็นแหล่งปลูกฝ้ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเป็นลวดลายของต้นดอกฝ้ายทั้งดอกตูม ดอกเล็ก และกวักฝ้าย.ศรีสะเกษ : ผ้าเหยียบลายลูกแก้ว มาจากลวดลายของหวายป่า ลักษณะคล้ายผลระกำหรือสละ มีรูปร่างเป็นช่อคล้ายลูกแก้วในปัจจุบัน.สกลนคร : ผ้าลายนครธรรม ประกอบด้วย 5 ลวดลายที่มาเชื่อมโยงกัน ลายดอกไม้ป่า (ดอกมณีเทวา) อยู่ที่อุทยานแห่งชาติภูพาน, นครธรรม สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา, ลายหัวใจ

พามาเบิ่ง ลายผ้าพื้นเมือง อัตลักษณ์ประจำจังหวัด  อ่านเพิ่มเติม »

Scroll to Top