มรดกแห่งภูมิปัญญา ต่อยอดผ้าไทยจากพื้นเมืองสู่สากล
นับเป็นปีที่ 3 แล้ว สำหรับโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ . เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่และผู้ประกอบการได้สร้างสรรค์พัฒนาผ้าไทย ให้ได้รับความนิยมในระดับสากล ส่งเสริมการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผ้าไทยและเครื่องนุ่งห่มให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคและนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน . ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงวัฒนธรรม คือการต่อยอดวัฒนธรรมด้วยการนำคุณค่าของวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์สินค้าและบริการ (Creative Culture) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการทางวัฒนธรรม . โดยสนับสนุนการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพ 5F ประกอบด้วย Film, Food, Festival, Fashion และ Fighting ส่วนในเรื่อง Fashion (การออกแบบและแฟชั่น) เป็นการบูรณาการและร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน . . ซึ่งในปี 2562 จัดขึ้นเป็นปีแรกนั้น มีผู้ประกอบการ 7 ชุมชน ที่ประสบความสำเร็จในการนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการไปต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชนตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการขยายฐานลูกค้าออกไปสู่ต่างประเทศ การมียอดการสั่งผลิตสินค้าเพิ่มมากขึ้น . การพัฒนาลวดลายบนผืนผ้าใหม่ ๆ การวางลายผ้าให้มีความทันสมัย มีความโดดเด่น เพิ่มมูลค่าให้กับผลงาน รวมถึงการได้รับเชิญเข้าร่วมงานแสดงเครื่องแต่งกายในงานแฟชั่นที่ต่างประเทศ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสาธารณรัฐออสเตรีย . รวมไปถึงการต่อยอดกับเทคโนโลยีเกิดเป็นนวัตกรรมเส้นใยผ้า ส่งผลให้ผ้ามีคุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การกำจัดและปกป้องกลิ่นกาย ป้องกันรังสียูวี เนื้อผ้าไม่ยับง่าย ดูแลรักษาง่าย และสวมใส่สบาย มีรายได้ทั้งจากงานหัตถกรรมและนำไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ้าในมิติผ้าไทยอีกด้วย . . ในปี 2563 ได้ทำงานกับชุมชนถึง 14 ชุมชนทั่วประเทศไทย โดยนายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH เผยว่า ในคอลเลกชั่น Post-Wore Delicacies (โพส วอร์ เดลิเคซี่) ดีไซน์ของเสื้อผ้าจะค่อนข้างเบสิก เน้นไปที่แมททีเรียล โดดเด่นด้วยนวัตกรรมเส้นใยที่เรียกว่า FILAGEN (ฟิลาเจน) และ Nanozinc (นาโนซิงค์) พยายามดึงจุดเด่นของแต่ละที่ออกมา ทำให้งานมีความน่าสนใจมากขึ้น และตรงตามความต้องการของตลาด . นอกจากนี้ ยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาและช่วยเหลือเป็นที่ปรึกษา เพื่อสร้างความเข้มแข็งและสร้างความมั่นคงผ่านแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมภายในชุมชน กลุ่มที่ทอผ้าหรือผู้ประกอบการทั้ง 14 ชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน ได้แก่ . – ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ จุฑาทิพ จังหวัดขอนแก่น – ผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข จังหวัดขอนแก่น – ไหมแต้มหมี่ กลุ่มสตรีทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย จังหวัดขอนแก่น – ผ้าขาวม้า อิมปานิ จังหวัดราชบุรี – ผ้าฝ้ายทอมือ คอตตอนฟาร์ม จังหวัดเชียงใหม่ – เรือนไหมใบหม่อน จังหวัดสุรินทร์ […]
มรดกแห่งภูมิปัญญา ต่อยอดผ้าไทยจากพื้นเมืองสู่สากล อ่านเพิ่มเติม »










