บทวิเคราะห์เศรษฐกิจอีสานประจำเดือนมีนาคม 2569
ภาพรวมการบริโภคภาคเอกชนในภาคอีสานไตรมาส 1/2569 มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการขยายตัวในหมวดสินค้าคงทนและไม่คงทน อย่างไรก็ตาม หมวดสินค้ากึ่งคงทนกลับหดตัวลง 18.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสวนทางกับภาพรวม ปัจจัยหลักคาดว่ามาจากการขาดหายไปของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น โครงการ Easy E-Receipt ในช่วงต้นปี ผลสืบเนื่องจากการยุบสภาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับกระบวนการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เพิ่งแล้วเสร็จในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ส่งผลให้การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมีความล่าช้า ประชาชนในภาคอีสานกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น โดยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ขยายตัวที่ 1.2% ในไตรมาส 1/69F หากเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว สาเหตุหลักมาจากผลพวงของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำรงชีวิตใน 3 หมวดรายจ่ายหลัก ได้แก่ หมวดพาหนะและการขนส่งที่พุ่งสูงถึง 14.1% โดยสินค้าในหมวดนี้ที่เพิ่มสูงมากที่สุดอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงแพงขึ้นและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถเพิ่ม 8.7% และ 6.0% ตามลำดับ, หมวดอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น 7.2% โดยเฉพาะเนื้อสัตว์สดที่แพงขึ้นถึง 25.3%, และหมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น 5.1% แม้ภาวะสินค้าแพงจนกระทบกำลังซื้อของคนอีสานจนลดหวบ แต่ระบบเศรษฐกิจฐานรากยังพอมีเบาะรองรับจากภาคการท่องเที่ยว ที่ขยายตัว 5.1% (YoY) เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยือนพื้นที่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ช่วยเติมสภาพคล่องและหล่อเลี้ยงให้ร้านค้ารายย่อยต่างๆ ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางวิกฤต ในสภาวะที่ทั้งประชาชนต้องรัดเข็มขัด ภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการออกมาตรการแบบหว่านแห มาเป็นการแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อพยุงให้ทุกภาคส่วนรอดไปด้วยกันผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก: กลยุทธ์ต่อยอดท่องเที่ยวด้วย ”มูเตลูอีสาน”: สร้างรายได้เพิ่มด้วยมูเตลูอีสาน ผ่านการออกแคมเปญท่องเที่ยวสายมูแบบครบวงจร เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง (High Spender) ด้วยแพ็กเกจพรีเมียมที่เหนือกว่าการเยี่ยมชมวัดทั่วไป โดยผูกรายได้เข้ากับศิลปินและปราชญ์ท้องถิ่น เช่น การสักยันต์มงคล, ดูดวง, การตั้งชื่อสิริมงคล เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน กระจายรายได้ให้ชุมชนผ่านการกิน การซื้อของฝาก และการเยี่ยมเยือน กลยุทธ์แก้ไขปัญหาค่าครองชีพแพงด้วย ”ตั๋วโดยสารแบบบุฟเฟต์”: ลดรายจ่ายจากการเดินทางด้วยการออก ตั๋วโดยสารแบบบุฟเฟต์ โดยรัฐจะเข้าไปเป็นตัวกลางเจรจาต่อรองกับแพลตฟอร์มขนส่งมวลชนอย่าง Grab หรือระบบขนส่งในจังหวัด ให้ออกตั๋วเหมาจ่ายเพื่อลดภาระประชาชน โดยมีการกำหนดขอบเขตหรือจำนวนครั้งที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ผู้ให้บริการต้องแบกรับต้นทุนที่มากเกินไป กลยุทธ์แก้ไขปัญหาสินค้ากึ่งคงทนซบเซาจาก ISANLotto-Point: อัดฉีดกำลังซื้อด้วยแคมเปญ ISANLotto-Point โดยรัฐจับมือกับกองสลากและภาคเอกชน มอบแต้มสะสมให้ประชาชนที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 หรือสินค้ากึ่งคงทนในชุมชน เช่น เสื้อผ้า, เฟอร์นิเจอร์, สิ่งทออีสาน โดยแต้มสะสมนี้สามารถนำไปแลกสิทธิ์ซื้อลอตเตอรี่ค่าครองชีพ เพื่อชิงรางวัลช่วยเหลือรายจ่ายประจำวัน เช่น สิทธิ์ใช้ไฟฟ้าฟรี 1 ปี หรือบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 100,000 บาท ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนในภาคอีสานยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยภาคธุรกิจยังคงชะลอการลงทุนจากปัจจัยกดดันหลายประการ ได้แก่ ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ทิศทางนโยบายส่งเสริมการลงทุน ปัญหาหนี้สินที่กดดันให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ ตลอดจนความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่อุปทาน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาคธุรกิจเลือกที่จะรอดูสถานการณ์และเลื่อนแผนการลงทุนออกไป นอกจากนี้ เครื่องชี้วัดด้านการลงทุนอื่นๆ เช่น พื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง และเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม ยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากกำลังซื้อที่เปราะบางและความไม่แน่นอนที่กล่าวมาข้างต้น ภาคธุรกิจในภูมิภาคอีสานกำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) คาดการณ์ว่าจะทะยานขึ้นไปถึงระดับ 115.4 หรือขยายตัว 6.8% […]
บทวิเคราะห์เศรษฐกิจอีสานประจำเดือนมีนาคม 2569 อ่านเพิ่มเติม »










