สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสัญญะทางการทูตในวันที่ สวีเดน ไร้สถานทูตในกัมพูชา
ฮู้บ่ว่าสวีเดนปิดสถานทูตที่กัมพูชาตั้งแต่ปี 64 ลดเหลือ “สำนักงานย่อย” ก่อนปิดทั้งหมดเมื่อ ปี 67 ที่ผ่านมา สวีเดนได้ดำเนินการปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 และต่อมาได้ลดระดับเป็น “สำนักงานย่อย” (Section Office) ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสถานเอกอัครราชทูตสวีเดน ณ กรุงเทพมหานคร ล่าสุด สำนักงานย่อยดังกล่าวได้ปิดทำการและยุติการดำเนินงานอย่างถาวรไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) สาเหตุหลักของการปิดสถานทูต เหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสวีเดนตัดสินใจยุติบทบาททางการทูตในกัมพูชา มาจากการถดถอยของระบอบประชาธิปไตยและสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 การจำกัดพื้นที่ประชาธิปไตย: รัฐบาลสวีเดนได้ระบุอย่างเป็นทางการว่า “พื้นที่ของระบอบประชาธิปไตยในกัมพูชาถูกจำกัดอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” ซึ่งการกระทำดังกล่าวรวมถึงการยุบพรรคฝ่ายค้านที่สำคัญ (CNRP) และการปราบปรามองค์กรภาคประชาสังคมและสื่ออิสระ ความยากลำบากในการร่วมมือ: สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลสวีเดนมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะสานต่อความร่วมมือในระดับทวิภาคีที่กว้างขวางและใกล้ชิดกับรัฐบาลกัมพูชาได้อีกต่อไป การปรับเปลี่ยนนโยบายความช่วยเหลือ: ก่อนหน้าที่จะปิดสถานทูต สวีเดนได้ตัดสินใจยุติความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในด้านอื่นๆ แก่รัฐบาลกัมพูชา และมุ่งเน้นงบประมาณไปที่การสนับสนุนองค์กรที่ทำงานด้านประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรมโดยตรงแทน การปิดสถานทูตจึงเป็นขั้นตอนที่สอดคล้องกับนโยบายที่เปลี่ยนไปนี้ แม้ทางการทูตจะลดระดับลง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป โดยมี สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนทางการทูตดูแลประเทศกัมพูชา การที่สวีเดนไม่มีสถานทูตในกัมพูชาส่งผลกระทบในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการทูต การเมือง และเศรษฐกิจในระยะยาว ส่วนความสัมพันธ์ทางการค้าในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป แต่ก็มีความท้าทายเช่นกัน ผลกระทบและภาพรวมความสัมพันธ์ ด้านการทูตและการเมือง การส่งสัญญาณเชิงนโยบาย: การปิดสถานทูตคือการส่งสัญญาณทางการทูตที่ชัดเจนว่าสวีเดนไม่พอใจต่อสถานการณ์ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนที่ถดถอยในกัมพูชา ลดทอนความสัมพันธ์: แม้จะยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตผ่านสถานทูตที่กรุงเทพฯ แต่การไม่มีผู้แทนระดับเอกอัครราชทูตประจำการอยู่ ย่อมลดทอนความใกล้ชิดและความรวดเร็วในการประสานงานระดับสูง ผลกระทบต่อภาคประชาสังคม: สวีเดนเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ขององค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในกัมพูชา การปิดสถานทูตอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานและการระดมทุนขององค์กรเหล่านี้ในระยะยาว ด้านเศรษฐกิจและการค้า ภาพรวม การปิดสถานทูตไม่ได้หมายถึงการยุติความสัมพันธ์ทางการค้า แต่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนใหม่ๆ และการสนับสนุนจากภาครัฐบาล อย่างไรก็ตาม การค้าภาคเอกชนโดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่อย่าง H&M และ IKEA ซึ่งมีฐานการผลิตในกัมพูชา ยังคงดำเนินธุรกิจต่อไป ดุลการค้าและมูลค่าการค้า ข้อมูลล่าสุดจาก Observatory of Economic Complexity (OEC) ในเดือนเมษายน 2568 แสดงให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่า: กัมพูชาเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าอย่างมหาศาล: กัมพูชาส่งออกไปสวีเดน: 47.6 ล้านโครนาสวีเดน (SEK) กัมพูชานำเข้าจากสวีเดน: 7.82 ล้านโครนาสวีเดน (SEK) ทำให้กัมพูชามีดุลการค้าเป็นบวก 39.8 ล้านโครนาสวีเดน แนวโน้ม: เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า การส่งออกของกัมพูชาไปยังสวีเดน เพิ่มขึ้น 12.3% ในขณะที่การนำเข้าจากสวีเดน ลดลงถึง 36.8% […]
สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสัญญะทางการทูตในวันที่ สวีเดน ไร้สถานทูตในกัมพูชา อ่านเพิ่มเติม »