10 อันดับบริษัทจำกัดมหาชนในอีสาน ผ่านมาหลายปีอันดับเปลี่ยนไปแค่ไหน
หากมองเพียงรายชื่อ 10 อันดับบริษัทมหาชนในภาคอีสาน หลายคนอาจเห็นเป็นเพียงการจัดอันดับตามรายได้ แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลย้อนหลังตลอด 8 ปี จะพบว่ารายชื่อนี้กำลังสะท้อน โครงสร้างเศรษฐกิจของภาคอีสาน ได้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ธุรกิจที่สามารถเติบโตข้ามวัฏจักรเศรษฐกิจ และธุรกิจที่มีรายได้ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา อันดับ 1 ไม่เคยเปลี่ยนมือเลย โดยบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ยังคงครองตำแหน่งบริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดของภาคอีสานต่อเนื่องทุกปี ขณะที่ดูโฮมครองอันดับ 2 ติดต่อกันถึง 6 ปี ก่อนจะถูก NER แซงขึ้นมา เนื่องจากดูโฮมได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดและย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ไปยังปทุมธานีแทน ภาพรวมนี้สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ยังคงเป็นธุรกิจที่มีฐานรายได้ขนาดใหญ่มากของภาคอีสาน แม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญทั้งวิกฤตโควิด-19 ภาวะเงินเฟ้อ หรือดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ธุรกิจประเภทนี้ไม่ได้พึ่งพาเพียงการสร้างบ้านใหม่เท่านั้น ยังมีรายได้จากการซ่อมแซม ต่อเติม และการขยายสาขาไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทำให้รายได้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ต่างจากธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกหรือราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ หากแบ่งบริษัทตามประเภทธุรกิจ จะพบว่า ธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรและผลผลิตทางการเกษตรของภาคอีสาน มีสัดส่วนสูงมาก ไม่ว่าจะเป็น NER ผู้ผลิตยางพารา, UBE ผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง, PQS ผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลัง, น้ำตาลบุรีรัมย์ รวมถึงเจ้าสัวฟู้ดส์ ซึ่งล้วนต่อยอดจากวัตถุดิบทางการเกษตรในภูมิภาคทั้งสิ้น สิ่งนี้สะท้อนว่า แม้ภาคอีสานจะถูกมองว่าเป็นภูมิภาคเกษตรกรรม แต่บริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากไม่ได้สร้างรายได้จากการขายผลผลิตดิบ หากเป็นการนำผลผลิตทางการเกษตรเข้าสู่กระบวนการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของเศรษฐกิจไทยที่พยายามผลักดันภาคเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มที่มี อันดับเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เนื่องจากรายได้ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นราคายางพารา ราคาน้ำตาล ราคามันสำปะหลัง หรือความต้องการเอทานอลในแต่ละปี เมื่อราคาสินค้าเกษตรอยู่ในช่วงขาขึ้น บริษัทเหล่านี้สามารถขยับอันดับได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อราคาปรับตัวลดลง รายได้ก็มีโอกาสชะลอตัวทันที ต่างจากธุรกิจค้าปลีกที่มีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ในอีกมุมหนึ่งจะเห็นว่า บริษัทด้านอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อภาคยานยนต์อย่าง PCS Machine Group Holding สามารถรักษาตำแหน่งอยู่ใน Top 5 ได้แทบทุกปี แม้อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยจะเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นและกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า สิ่งนี้สะท้อนว่าบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมระดับโลก หากสามารถรักษาฐานลูกค้าและยกระดับการผลิตได้ ก็ยังคงสร้างรายได้ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง อีกธุรกิจที่น่าสนใจคือ โรงพยาบาลเอกชน โดยทั้งโรงพยาบาลราชพฤกษ์ วัฒนาการแพทย์ และล่าสุดโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล ต่างทยอยปรากฏอยู่ในอันดับ Top 10 หลายปีติดต่อกัน การที่ธุรกิจโรงพยาบาลเริ่มมีบทบาทมากขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ความต้องการบริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการที่จังหวัดศูนย์กลางของภาคอีสาน เช่น ขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี กำลังกลายเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทำให้ธุรกิจบริการสุขภาพมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ต่างจากในอดีตที่รายชื่อบริษัทขนาดใหญ่ของภาคอีสานแทบทั้งหมดอยู่ในภาคการผลิตและเกษตรกรรม นี่คือเหตุผลที่แม้เศรษฐกิจไทยจะเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่รายชื่อบริษัทชั้นนำของภาคอีสานกลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ต่างสร้างความได้เปรียบจากฐานเศรษฐกิจที่แข็งแรงของภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายค้าปลีกที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ความเชี่ยวชาญในการแปรรูปสินค้าเกษตร หรือการเป็นผู้ผลิตในห่วงโซ่อุตสาหกรรมระดับโลก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มเห็นในช่วง 2-3 ปีหลัง ไม่ว่าจะเป็นการก้าวขึ้นมาของผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลัง การเติบโตของธุรกิจอาหาร การขยายตัวของโรงพยาบาลเอกชน และการมีบริษัทด้านสุขภาพเข้ามาติดอันดับมากขึ้น […]
10 อันดับบริษัทจำกัดมหาชนในอีสาน ผ่านมาหลายปีอันดับเปลี่ยนไปแค่ไหน อ่านเพิ่มเติม »










