👀พาเปิดเบิ่ง กรุรายได้อุทยานฯ อีสานปีล่าสุด! สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 241 ล้านบาท🌳🕊️

🌳อุทยานแห่งชาติในไทยมีทั้งหมด 156 แห่ง (รวมอุทยานฯ เตรียมการ 23 แห่ง) แต่ละแห่งมีอัตลักษณ์ทางภูมิทัศน์ที่แตกต่างกันทั้งภูเขา ป่าไม้ น้ำตก และทะเล โดยภาคอีสานมีอยู่ถึง 29 แห่ง คิดเป็น 18.6% ของทั้งประเทศ และในปี 2568 สามารถสร้างรายได้รวมกว่า 241 ล้านบาท 

โดย “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ทำหน้าที่เป็น “เสาหลัก” ของภูมิภาค ด้วยรายรับสูงถึง 138 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้อุทยานทั้งอีสานเพียงแห่งเดียว และมีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 2.2 ล้านคน เขาใหญ่แหล่งท่องเที่ยวมีความพร้อมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ โครงสร้างพื้นฐาน และการรับรู้ในระดับประเทศ ย่อมสร้างแรงดึงดูดแบบทวีคูณ ต่อธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมนันทนาการโดยรอบอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม รายรับของอุทยานในอีสานไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงเขาใหญ่เท่านั้น การเติบโตของ “อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า” ที่ทำรายได้ 16 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 279,283 คน และ “อุทยานแห่งชาติภูกระดึง” ที่ทำรายได้ 6.4 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 66,043 คน สะท้อนให้เห็นแนวโน้ม “การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์” ที่ผู้คนแสวงหาความแท้จริงของธรรมชาติ ภูมิประเทศแบบภูเขาสูง อากาศหนาว และระบบนิเวศที่ยังคงความดิบงาม จังหวัดเลยจึงเปรียบเสมือน “คลัสเตอร์ท่องเที่ยวธรรมชาติ” ของอีสานเหนือ และกำลังยกระดับตนเองเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญอีกด้วย

อุทยานขนาดกลางและขนาดเล็กมีบทบาทไม่น้อย อย่างเช่นเช่น “อุทยานแห่งชาติตาดโตน” ที่มีรายรับ 8.4 ล้านบาท และ “อุทยานแห่งชาติผาแต้ม” ที่มีรายรับ 6.8 ล้านบาท โดยตาดโตนก็มีศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่าย ใกล้เมือง และตอบโจทย์การท่องเที่ยวแบบครอบครัวหรือวันหยุดสั้น ขณะที่ผาแต้มซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและมีแหล่งภาพเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์ กลับมีคุณค่าเชิงวัฒนธรรมและภูมิรัฐศาสตร์ชายแดนสูง การสร้างรายได้ระดับเกือบ 7 ล้านบาท

รายรับอทุยานในอีสานกว่า 241 ล้านบาทจากอุทยานทั้ง 29 แห่ง เป็นเพียงรายได้ตรงเท่านั้น แต่หากคำนวณผลคูณทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงไปยังธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ รถเช่า ไกด์ท้องถิ่น และสินค้าชุมชน มูลค่าที่แท้จริงย่อมสูงกว่านี้หลายเท่า การขยายตัวของโฮมสเตย์ ร้านอาหารพื้นถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน คือหลักฐานของการไหลเวียนรายได้จาก “ป่า” สู่ “ครัวเรือน” นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศคือหัวใจสำคัญ แนวคิด carrying capacity การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงพีก การบริหารจัดการขยะ และการมีส่วนร่วมของชุมชน จึงต้องดำเนินควบคู่กันไป หากการพัฒนาขาดกรอบความยั่งยืน รายได้ระยะสั้นอาจแลกมาด้วยต้นทุนสิ่งแวดล้อมระยะยาวที่สูงกว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจที่ได้รับนั่นเอง

 

อ้างอิงจาก: 

– กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #อุทยานแห่งชาติในภาคอีสาน #อุทยานในภาคอีสาน #อุทยานแห่งชาติ #อุทยานแห่งชาติ #ท่องเที่ยว

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top