พาสำรวจเบิ่ง อันตรายจาก “ขีปนาวุธ PHL-03” ยิงไกลกว่า 130 กม.

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กัมพูชากำลังเปลี่ยนบทบาทจากประเทศขนาดเล็กที่มักอยู่นอกกระแสของการแข่งขันด้านอาวุธ มาเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือการจัดซื้อระบบจรวดนำวิถีแบบพหุคูณ (Multiple Launch Rocket System – MLRS) รุ่น PHL-03 จากประเทศจีน จำนวน 6 เครื่อง ซึ่งถูกส่งมอบให้กัมพูชาในเดือนพฤษภาคม 2022 พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนด้านโลจิสติกส์อย่างครบชุด

แล้ว PHL-03 คืออะไร?

PHL-03 คือระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 300 มม. ที่พัฒนาโดยบริษัท China North Industries Group Corporation Limited (NORINCO) ประเทศของจีน โดยระบบนี้ได้รับการออกแบบต่อยอดจาก BM-30 “Smerch” ของรัสเซีย แต่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมในด้านระบบควบคุมการยิงผ่าน GPS/GLONASS/BeiDou และระบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถยิงได้ครั้งละ 12 นัด ภายในเวลาไม่กี่นาทีโดยแต่ละหัวรบมีน้ำหนักราว 280 กิโลกรัม และยิงได้ไกลมาตรฐานถึง 130 กิโลเมตร ส่วนรุ่นใหม่ล่าสุดยิงได้ไกลถึง 160 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ทำไมกัมพูชาถึงเลือกใช้ PHL-03?

จีนคือผู้ส่งออกอาวุธหลักในอาเซียน โดยเฉพาะให้กัมพูชา ลาว และเมียนมา ผ่านบริษัท NORINCO การส่งอาวุธมักมาพร้อม ดีลแฝง อย่างเช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การฝึกทหาร หรือโลจิสติกส์ ซึ่งการซื้อ PHL‑03 ของกัมพูชานั้น ก็สะท้อนการแข่งขันอิทธิพลระหว่างจีนกับมหาอำนาจอื่น ยิ่งในช่วงภูมิภาคตึงเครียด การลงทุนด้านอาวุธยิ่งกลายเป็นเครื่องมือ ดึงพันธมิตรทางการเมืองและเศรษฐกิจ

การจัดซื้ออาวุธ PHL-03 ของกัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียงการเสริมขีดความสามารถทางทหารเท่านั้น โดยการจัดซื้ออาวุธเหล่านี้มักแนบมากับข้อตกลงด้านการลงทุน การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน หรือแม้กระทั่งการฝึกอบรมกำลังพลโดยผู้เชี่ยวชาญจากจีนนั่นเอง

สถานการณ์ล่าสุดและความกังวล (13 ธ.ค. 68)

ความสามารถในการยิงของ PHL-03 นั้นที่มีระยะไกลถึง 130-160 กิโลเมตร ทำให้ระบบนี้ครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้างของภาคอีสานไทย ซึ่งทำให้เกิดความกังวลอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะมีรายงานการตรวจพบระบบจรวด PHL-03 บริเวณ พัน.ป.87 จ.พระวิหาร ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ประมาณ 90 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ว่ากัมพูชาจะนำระบบดังกล่าวเข้าประจำการหรือใช้งานแต่อย่างใด แต่กองทัพไทยได้แสดงความห่วงใยต่อศักยภาพที่อาจนำมาใช้ในกรณีเกิดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ

#อัพเดตล่าสุด‼️
(13 ธ.ค. 2568) เวลา 16.00 น. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พลเรือตรีสุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันว่า ยังไม่ได้รับรายงาน อาวุธPHL03 กัมพูชา เข้ามาในพื้นที่พระวิหาร หากตรวจพบ “กองทัพไทยจะดําเนินการต่อเป้าหมายทันทีโดยไม่รีรอให้กัมพูชาเปิดปฏิบัติก่อน เพราะเรามีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความพร้อมในเรื่องของการโจมตีเป้าหมายแม่นยํา”

ดังนั้น PHL-03 ไม่ได้เป็นเพียงระบบจรวดของกัมพูชา แต่คือสัญลักษณ์ของการวางบทบาทของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการส่งออกอาวุธระดับสูงควบคู่กับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการทูต โดยเฉพาะในประเทศที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับจีนอย่างกัมพูชา

สำหรับประเทศไทย จำเป็นต้องติดตามความเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมวางยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการทูต มีข้อมูลและประเมินทั้งมิติความร่วมมือและความขัดแย้งอย่างสมดุล เพื่อรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว

 

อ้างอิงจาก:

– Thai PBS News

– The Nation

– Bangkok Post 

 

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #PHL03 #ขีปนาวุธ #ไทยกัมพูชา

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top