⏳พาย้อนเบิ่ง 20 ปีที่ผ่านมา ภาคอีสานมีมูลค่าการลงทุนของโรงงานรวมกว่า 589,343 ล้าน🏭💰📈

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2548-2568) ภาคอีสานมีมูลค่าการลงทุนสะสมของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการรวมสูงถึง 589,343 ล้านบาท อีสานจึงไม่ได้เป็นเพียงภูมิภาคด้านเกษตรกรรมอย่างที่หลายคนเคยจดจำเท่านั้น แต่เป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม หากลงไปข้อมูลมูลค่าการลงทุนรายจังหวัด จะเห็นได้ว่ามูลค่าการลงทุนจะกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดที่มีศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และตลาดแรงงานที่มากกว่าพื้นที่อื่น

โดยเฉพาะ นครราชสีมา ด้วยมูลค่าการลงทุนสะสมสูงถึง 152,780 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 1ใน 4 ของการลงทุนทั้งภาคอีสาน และมีจำนวนโรงงานมากถึง 1,308 แห่ง ทิ้งห่างจังหวัดอื่นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากโคราชเองก็มีข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ที่จังหวัดอื่นยากจะเทียบได้ ทั้งการเป็นประตูสู่อีสาน เชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกผ่านถนนมิตรภาพ มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และในอนาคตยังเป็นจุดผ่านของรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน อีกทั้งยังมีประชากรมากที่สุดในภาคอีสาน ทำให้มีทั้งตลาดผู้บริโภคและแรงงานจำนวนมหาศาล ส่งผลให้นักลงทุนเลือกใช้โคราชเป็นฐานการผลิตและศูนย์กระจายสินค้าสู่ภูมิภาคนั่นเอง

รองลงมาคือ ขอนแก่น ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 72,889 ล้านบาท และ อุบลราชธานี 54,623 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองจังหวัดก็เป็น “เมืองศูนย์กลางระดับภูมิภาค” ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ และโลจิสติกส์ของอีสานตอนกลาง ขณะที่อุบลราชธานีเป็นประตูการค้าสำคัญสู่ลาวตอนใต้และกัมพูชา ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดึงดูดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ส่วน อุดรธานี ที่มีมูลค่าลงทุนกว่า 41,410 ล้านบาท ก็เติบโตจากบทบาทเมืองศูนย์กลางการค้าและบริการของอีสานตอนบน รวมถึงการเชื่อมโยงกับนครหลวงเวียงจันทน์ของลาว ซึ่งกำลังกลายเป็นแกนเศรษฐกิจสำคัญของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงนั่นเอง

ในทางกลับกัน จังหวัดที่มีมูลค่าการลงทุนต่ำสุด อย่างเช่น ยโสธร นครพนม บึงกาฬ มุกดาหาร และอำนาจเจริญ โดยเฉพาะยโสธรที่มีมูลค่าการลงทุนเพียง 5,913 ล้านบาท แม้จะมีโรงงานถึง 167 แห่ง แต่โรงงานส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดเล็กหรือใช้เงินลงทุนไม่สูง สาเหตุสำคัญเป็นผลจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพาการเกษตรเป็นหลัก การขาดนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การอยู่ห่างจากเส้นทางขนส่งหลัก และตลาดภายในจังหวัดที่มีขนาดเล็กกว่าเมืองศูนย์กลาง ขณะที่นครพนมและมุกดาหาร แม้จะมีจุดเด่นด้านการค้าชายแดน แต่การลงทุนภาคอุตสาหกรรมยังไม่สามารถเติบโตได้เท่าที่ควร เนื่องจากเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังพึ่งพาการค้าบริการมากกว่าการผลิตนั่นเอง

และเมื่อไปดูประเภทโรงงานที่ได้รับอนุญาตมากที่สุดในรอบ 20 ปี จะพบว่า โรงงานที่มากสุด คือ โรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ จำนวน 490 แห่ง ตามด้วย โรงงานทำมันเส้น 214 แห่ง และ โรงงานผลิตแอสฟัลต์ติกคอนกรีต 153 แห่ง ขณะที่กิจการเกี่ยวกับการดูดทราย โรงงานน้ำแข็ง โรงงานผลิตคอนกรีตสำเร็จรูป และกิจการซ่อมรถยนต์ก็ติดอันดับต้นๆ เช่นกัน

ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นการเติบโตของภาคก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานตลอด 20 ที่ผ่านมา การที่โรงงานคอนกรีตและแอสฟัลต์เกิดขึ้นเยอะนั้น แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของถนน ทางหลวง มอเตอร์เวย์ สนามบิน โครงการรถไฟทางคู่ และการพัฒนาเมืองในจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ขณะเดียวกัน การที่โรงงานมันเส้นเกิดขึ้นมาก ก็เป็นเพราะภาคอีสานเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตมันสำปะหลังที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อุตสาหกรรมนี้เชื่อมโยงกับเกษตรกรหลายแสนครัวเรือน และมีบทบาทสำคัญต่อการส่งออกไปยังตลาดจีนและประเทศในเอเชีย

 

 

อ้างอิงจาก:

– กรมโรงงานอุตสาหกรรม

– สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

– สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

– สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #โรงงานในอีสาน #มูลค่าการลงทุนโรงงาน #การลงทุน #โรงงาน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top