อีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของรัสเซียตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง 350 กิโลเมตร หลายคนอาจคิดว่านี่เป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเพียงข่าวด้านพลังงานธรรมดาที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้อาจมีความสำคัญมากกว่านั้นหลายเท่า เพราะสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นในเมืองทวายทางตอนใต้ของเมียนมา ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการแข่งขันของมหาอำนาจโลก สงครามกลางเมืองเมียนมา ความมั่นคงของไทย และอนาคตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมียนมาและรัสเซียได้ลงนามความร่วมมือเพื่อเดินหน้าพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่ทวาย เมืองชายฝั่งริมทะเลอันดามันที่เคยถูกวางให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาค แม้ในเวลานี้ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดการก่อสร้างหรือขนาดของโครงการ แต่เพียงการลงนามดังกล่าวก็สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาค เพราะนี่อาจเป็นการขยายอิทธิพลของรัสเซียเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
ทำไมรัสเซียจึงเลือกเมียนมา?
หากมองเพียงผิวเผิน หลายคนอาจคิดว่ารัสเซียกำลังมองหาตลาดใหม่ในการส่งออกเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แต่หากมองลึกลงไป จะพบว่าสิ่งที่รัสเซียต้องการอาจไม่ใช่รายได้จากการขายไฟฟ้าหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือ “พื้นที่อิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์”
หลังสงครามยูเครน รัสเซียเผชิญการคว่ำบาตรอย่างหนักจากโลกตะวันตก พันธมิตรจำนวนมากลดระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้มอสโกต้องหาพันธมิตรชุดใหม่เพื่อรักษาบทบาทของตนบนเวทีโลก เมียนมาจึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะรัฐบาลทหารเมียนมาก็กำลังเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติเช่นเดียวกันนั่นเอง
ทั้งสองประเทศต่างอยู่ในสถานะที่ต้องการพึ่งพากัน รัสเซียต้องการฐานอิทธิพลใหม่ ขณะที่เมียนมาต้องการพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนทั้งการลงทุน เทคโนโลยี และอาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศ
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เมียนมามีทางเลือกอีกประเทศหนึ่ง นั่นคือจีน แต่ชนชั้นนำทางทหารของเมียนมาจำนวนไม่น้อยกลับมองจีนด้วยความระมัดระวัง เพราะกลัวการครอบงำทางเศรษฐกิจและการเมืองจากมหาอำนาจเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันยาวนับพันกิโลเมตร ขณะที่รัสเซียอยู่ห่างไกล ไม่มีข้อพิพาทด้านพรมแดน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพเมียนมามาอย่างยาวนาน ทำให้มอสโกถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่ปลอดภัยกว่าในสายตาของรัฐบาลทหาร
ทวายตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลอันดามัน เป็นประตูเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ เมืองแห่งนี้สามารถกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ การขนส่ง และพลังงานที่สำคัญของภูมิภาคได้
ในอดีต ไทยเคยทุ่มความหวังมหาศาลกับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย โดยหวังให้เป็นทางลัดเชื่อมการค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับประเทศไทยโดยไม่ต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา แต่โครงการกลับล้มเหลวจากปัญหาการเงิน ความขัดแย้งเรื่องที่ดิน และการต่อต้านของประชาชนในพื้นที่
พื้นที่ระหว่างทวายกับชายแดนไทยไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเมียนมา หากเป็นพื้นที่ของกองกำลังชาติพันธุ์ โดยเฉพาะกองกำลังกะเหรี่ยง KNU มีอิทธิพลอย่างมาก และยังคงมีการสู้รบกับกองทัพเมียนมาอย่างต่อเนื่อง
นั่นหมายความว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้อาจถูกสร้างขึ้นท่ามกลางพื้นที่ความขัดแย้งที่ยังไม่สิ้นสุด ในมุมมองด้านความมั่นคง นี่คือโจทย์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ถือเป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูง หากเกิดการโจมตี การก่อวินาศกรรม หรืออุบัติเหตุจากสถานการณ์สู้รบ ผลกระทบที่ตามมาอาจขยายวงกว้างเกินกว่าที่ใครคาดคิด
ขณะเดียวกัน แม้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ยุคใหม่จะมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่าในอดีตมาก แต่คำว่า “นิวเคลียร์” ยังคงสร้างความกังวลให้กับประชาชนทั่วโลก เพราะบทเรียนจากเชอร์โนบิลและฟุกุชิมะได้พิสูจน์แล้วว่า อุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวสามารถสร้างผลกระทบต่อผู้คนนับล้านและกินเวลานานหลายทศวรรษ
สำหรับประเทศไทย จังหวัดที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุดคือกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่โครงการมากที่สุด แต่ในความเป็นจริง หากเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น ผลกระทบอาจไม่ได้หยุดอยู่เพียงจังหวัดชายแดนเท่านั้น เพราะมลพิษทางอากาศ กระแสลม หรือผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล สามารถเคลื่อนตัวข้ามพรมแดนได้
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยคุ้นเคยกับอิทธิพลของจีนในภูมิภาค แต่การปรากฏตัวของรัสเซียในโครงการยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ใกล้ชายแดนไทย อาจเป็นสัญญาณว่าภูมิภาคนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ
เมื่อพิจารณาจากแผนที่ จะพบว่าโครงการนี้ตั้งอยู่ใกล้ประเทศไทยมากกว่าที่หลายคนคิด และหากโครงการประสบความสำเร็จ รัสเซียอาจไม่ได้มีเพียงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เท่านั้น แต่ยังอาจขยายบทบาทไปสู่การลงทุนด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และความร่วมมือทางทหารในอนาคตอีกด้วย
อ้างอิงจาก:
– The Standard
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ #โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รัสเซีย #รัสเซีย #เมียนมา

