อุทยานแห่งชาติทับลาน คือหนึ่งในผืนป่าที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและนครราชสีมา เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มรดกโลกทางธรรมชาติที่หลายคนรู้จักในฐานะแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหายากจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นช้างป่า กระทิง วัวแดง หรือสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด ทับลานไม่ใช่เพียงแค่ป่าของจังหวัดอื่นเท่านั้น แต่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศ แหล่งต้นน้ำ และเศรษฐกิจของภูมิภาคโดยตรง จึงไม่น่าแปลกใจที่การตัดสินใจล่าสุดเกี่ยวกับการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จะกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั้งภาคประชาชน นักอนุรักษ์ และภาคธุรกิจอย่างกว้างขวาง
มติล่าสุดที่เห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานกว่า 155,000 ไร่ ตามแนวทาง One Map ทำให้สังคมกลับมาถกเถียงกันอีกครั้งว่า ประเทศไทยควรเดินไปทางไหนระหว่างการรักษาป่ากับการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน⁉️
หากมองจากมุมของชาวบ้าน หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาจึงต้องต่อสู้เรื่องสิทธิในที่ดินมายาวนานหลายสิบปี มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ก่อนมีการประกาศเขตอุทยาน บางครอบครัวตั้งถิ่นฐานอยู่มาหลายชั่วอายุคน บางส่วนเข้าไปตามนโยบายของรัฐในอดีต ไม่ว่าจะเป็นโครงการเพื่อความมั่นคง โครงการหมู่บ้านตัวอย่าง หรือพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เส้นเขตบนแผนที่ของหน่วยงานต่างๆ กลับทับซ้อนกัน จนทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องกลายเป็นผู้ที่มีสถานะไม่ชัดเจนในที่ดินที่ตนเองใช้ชีวิตอยู่มาตลอด
ตลอดเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา ความไม่ชัดเจนดังกล่าวส่งผลมากกว่าที่หลายคนคิด เมื่อไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่มั่นคง เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถนำที่ดินไปใช้เป็นหลักประกันทางการเงิน และไม่กล้าลงทุนระยะยาวในกิจกรรมทางการเกษตร การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงถูกจำกัดไปโดยปริยาย ในมุมนี้ การปรับแนวเขตและการจัดระเบียบสิทธิในที่ดินจึงถูกมองว่าเป็นโอกาสในการปลดล็อกปัญหาที่สะสมมานานเกือบครึ่งศตวรรษ
การมีสิทธิในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายถือเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนา เพราะเมื่อเกษตรกรมีความมั่นคงในที่ดิน พวกเขากล้าลงทุนมากขึ้น กล้าปลูกพืชระยะยาวมากขึ้น และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น การจัดสรรพื้นที่ให้กับเกษตรกรผ่านกลไกของ ส.ป.ก. จึงอาจช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในหลายพื้นที่ได้ โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวขนาดใหญ่
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความรู้สึกของคนรักป่าก็ไม่ต่างจากชาวบ้านมากนัก เพราะสิ่งที่พวกเขากำลังปกป้องไม่ใช่เพียงต้นไม้ แต่คือทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ
แม้ว่าประเทศไทยจะมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นจากอดีต และปัจจุบันมีพื้นที่ป่าประมาณหนึ่งในสามของพื้นที่ประเทศ แต่หากย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ประเทศไทยเคยมีป่ามากกว่าครึ่งประเทศ ผืนป่าหลายแห่งถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เขตชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจ จนเหลือเพียงผืนป่าขนาดใหญ่ไม่กี่แห่งที่ยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำ แหล่งกักเก็บคาร์บอน และบ้านของสัตว์ป่านับไม่ถ้วน
สำหรับนักอนุรักษ์แล้ว ทุกไร่ของผืนป่ามีความหมาย เพราะป่าเป็นระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด การสูญเสียพื้นที่บางส่วนอาจส่งผลต่อเส้นทางการหากินของสัตว์ป่า การกระจายพันธุ์ของพืช และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว
โดยความกังวลของคนกลุ่มนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 155,000 ไร่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คำถามว่า หากวันนี้มีการเพิกถอนพื้นที่ป่าเพื่อแก้ปัญหาหนึ่ง วันข้างหน้าจะมีกรณีลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกหรือไม่⁉️และประเทศไทยจะสามารถรักษาผืนป่าที่เหลืออยู่ได้มากเพียงใด
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเพิกถอนทุกพื้นที่ตามที่หลายคนเข้าใจ เพราะพื้นที่พิพาทสำคัญกว่า 109,000 ไร่ หรือที่เรียกกันว่า “พื้นที่สีชมพู” ยังถูกคงสถานะเป็นอุทยานแห่งชาติไว้ก่อน เพื่อรอการพิสูจน์สิทธิอย่างละเอียด ขณะที่ภาครัฐยังมีแผนจะผนวกพื้นที่ป่าสมบูรณ์เพิ่มเติมเข้าสู่ระบบอุทยานอีกเกือบ 87,000 ไร่ นั่นหมายความว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องของการเพิ่มหรือลดพื้นที่ป่าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพยายามจัดระเบียบการใช้ที่ดินที่ทับซ้อนกันมานานหลายทศวรรษ ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงบนพื้นดินมากขึ้น
อ้างอิงจาก:
– ไทยพีบีเอส (Thai PBS)
– NATION
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #อุทยานแห่งชาติทับลาน #ทับลาน

