หากจะกล่าวถึงอาชีพหรือธุรกิจสุดฮิตในอดีต ที่เลือนหายตามกาลเวลา ก็คงมีหลากหลายให้หลายคนนึกถึง ซึ่งอาชีพและธุรกิจในอดีตหลายอย่างได้สูญหายไปตามกาลเวลาด้วยสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้:
- ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี:
- เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่วิธีการทำงานแบบเดิม ๆ เช่น การเกิดขึ้นของเครื่องจักรในโรงงาน ทำให้แรงงานคนลดลง หรือการมาของอินเทอร์เน็ตทำให้ธุรกิจร้านเช่าวิดีโอหายไป
- ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ทำให้งานบางประเภทถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร
- การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม:
- วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการบางอย่างลดลง เช่น การที่คนหันมาดูหนังออนไลน์ ทำให้โรงภาพยนตร์แบบสแตนด์อโลนน้อยลง
- ค่านิยมและความสนใจของผู้คนเปลี่ยนไป ทำให้ธุรกิจบางประเภทไม่ได้รับความนิยมเหมือนในอดีต
- การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ:
- การแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจแบบดั้งเดิมไม่สามารถแข่งขันได้
- ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจบางประเภทต้องปิดตัวลง
- การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและนโยบาย:
- กฎหมายและนโยบายใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือความปลอดภัย อาจทำให้ธุรกิจบางประเภทไม่สามารถดำเนินงานได้
- การเปลี่ยนแปลงกฎหมายแรงงานอาจส่งผลกระทบต่ออาชีพบางประเภท
- การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค:
- ผู้บริโภคมีความต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้ธุรกิจแบบดั้งเดิมปรับตัวไม่ทัน
- ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าและบริการที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ธุรกิจที่จำกัดตัวเลือกไม่สามารถอยู่รอดได้
-
อาชีพทำนาเกลือ/บ่อเกลือ หรือ การทำเกลือสินเธาว์
อาชีพทำบ่อเกลือในภาคอีสาน หรือที่เรียกกันว่า “การทำเกลือสินเธาว์” เป็นอาชีพเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน โดยมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากการทำนาเกลือทะเล
ลักษณะการทำบ่อเกลือสินเธาว์:
- แหล่งที่มาของเกลือ:
- เกลือสินเธาว์ได้มาจากน้ำเกลือใต้ดิน ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในภาคอีสาน
- ชาวบ้านจะขุดบ่อลงไปในดิน เพื่อเอาน้ำเกลือขึ้นมา
- กระบวนการผลิต:
- น้ำเกลือที่ได้จะถูกนำมาต้มในกระทะใบบัวขนาดใหญ่ โดยใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง
- เมื่อน้ำระเหยออกไป เกลือจะตกผลึกและจับตัวเป็นก้อน
- จากนั้นชาวบ้านจะตักเกลือขึ้นมาใส่ใน “บาก” ซึ่งเป็นภาชนะสานจากไม้ไผ่ เพื่อให้เกลือสะเด็ดน้ำและแห้ง
- ช่วงเวลาการผลิต:
- การทำเกลือสินเธาว์มักทำในช่วงฤดูแล้ง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำในบ่อเกลือมีความเข้มข้นสูงสุด
- ความสำคัญทางวัฒนธรรม:
- การทำเกลือสินเธาว์เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนอีสาน
- เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน และมีการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น
สถานการณ์ปัจจุบัน:
- แม้ว่าการทำเกลือสินเธาว์จะยังคงมีอยู่ แต่ก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
- คนรุ่นใหม่จำนวนมากหันไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ทำให้แรงงานในภาคเกษตรกรรมลดลง
- ในปัจจุบันได้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในบริเวณบ่อเกลือ ทำให้มีรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวอีกด้วย
ตัวอย่างพื้นที่ทำบ่อเกลือสินเธาว์:
- อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
- อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ
การทำบ่อเกลือสินเธาว์จึงเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของภาคอีสาน และยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญสำหรับชุมชนในบางพื้นที่
🔎พาเปิดเบิ่ง เกลือหิน (rock salt)🧂🪨ขุมสมบัติล้านปีแห่งแดนอีสาน
-
หมาแลกคุ
“ธุรกิจหมาแลกคุถัง” หมายถึง การค้าสุนัขในอดีตที่พ่อค้าจะขับรถเร่ไปตามหมู่บ้านในแถบภาคอีสานของประเทศไทย เพื่อแลกสุนัขกับสิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น ถังน้ำพลาสติก (คุถัง) กะละมัง หรือสิ่งของอื่น ๆ
ต่อไปนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าว:
-
ที่มา:
- ธุรกิจนี้มีมานานหลายสิบปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่ชาวบ้านในชนบทบางส่วนมองว่าการค้าสุนัขเป็นอาชีพที่สร้างรายได้
- สุนัขที่ถูกนำมาแลกส่วนใหญ่มักเป็นสุนัขที่มีปัญหา เช่น สุนัขจรจัด สุนัขดุร้าย หรือสุนัขที่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของ
-
กระบวนการ:
- พ่อค้าจะขับรถตระเวนไปตามหมู่บ้านเพื่อแลกสุนัขกับสิ่งของ
- เมื่อได้สุนัขจำนวนหนึ่งแล้ว จะนำไปขายต่อให้กับพ่อค้าคนกลาง หรือส่งไปยังโรงฆ่าสัตว์เพื่อนำเนื้อไปจำหน่าย
- ปลายทางส่วนใหญ่จะส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม
-
ผลกระทบ:
- ธุรกิจนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนรักสัตว์จำนวนมาก เนื่องจากมองว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์
- ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนานาชาติ
- ปัจจุบันการค้าสุนัขได้ถูกต่อต้านและมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อหยุดการกระทำดังกล่าว
แม้ว่าในปัจจุบันธุรกิจนี้จะลดน้อยลงไปมาก แต่ก็ยังคงมีรายงานการลักลอบค้าสุนัขอยู่บ้าง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง
ภาพจาก: “หมาแลกคุ” สู่ธุรกิจส่งนอก
-
อาชีพคนส่งโทรเลข (Telegraph Operator)
อาชีพคนส่งโทรเลข (Telegraph Operator) คืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งข้อความผ่านระบบโทรเลข ซึ่งเป็นระบบสื่อสารทางไกลที่ใช้สัญญาณไฟฟ้าในการส่งข้อมูล โดยข้อความจะถูกแปลงเป็นรหัสสัญญาณไฟฟ้า (รหัสมอร์ส) แล้วส่งไปยังปลายทาง และแปลงกลับเป็นข้อความอีกครั้ง
ลักษณะของอาชีพ:
- การรับส่งข้อความ:
- คนส่งโทรเลขมีหน้าที่รับส่งข้อความโทรเลขระหว่างผู้ส่งและผู้รับ
- แปลงข้อความธรรมดาเป็นรหัสมอร์ส (หรือรหัสโทรพิมพ์) เพื่อส่งผ่านสายโทรเลข
- รับรหัสมอร์สที่ส่งมาจากปลายทาง และแปลงกลับเป็นข้อความธรรมดา
- การดูแลรักษาอุปกรณ์:
- ดูแลรักษาเครื่องส่งและรับโทรเลขให้พร้อมใช้งาน
- แก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นกับระบบโทรเลข
- การทำงาน:
- ทำงานในสถานีโทรเลขหรือสำนักงานไปรษณีย์โทรเลข
- ทำงานเป็นกะ เนื่องจากต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
สาเหตุการหายไปของอาชีพ:
- การพัฒนาของเทคโนโลยีการสื่อสาร:
- การเกิดขึ้นของโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ทำให้การสื่อสารทางไกลสะดวกและรวดเร็วขึ้น
- โทรเลขจึงถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่
- ความสะดวกและรวดเร็วของเทคโนโลยีใหม่:
- การสื่อสารผ่านโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตมีความสะดวกและรวดเร็วกว่าการส่งโทรเลข
- ทำให้ผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ แทนการส่งโทรเลข
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ในประเทศไทย กิจการโทรเลขเริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5
- โทรเลขเคยเป็นระบบสื่อสารทางไกลที่สำคัญที่สุดในอดีต
- ในปัจจุบันโทรเลขได้ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีอื่นๆอย่างสมบูรณ์แล้ว
-
ร้านขายเทปคาสเซ็ทท์
ร้านขายเทปคาสเซ็ทท์ คือธุรกิจที่จำหน่ายเทปคาสเซ็ทท์ ซึ่งเป็นสื่อบันทึกเสียงแบบอนาล็อกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงทศวรรษ 1970 ถึง 1990 ร้านเหล่านี้เป็นแหล่งรวมเทปเพลงหลากหลายประเภท ทั้งเพลงไทยและเพลงสากล รวมถึงเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทท์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ
ลักษณะของร้านขายเทปคาสเซ็ทท์:
- สินค้า:
- เทปเพลงหลากหลายประเภท ทั้งเพลงใหม่และเพลงเก่า
- เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทท์แบบพกพาและแบบตั้งโต๊ะ
- อุปกรณ์เสริม เช่น หูฟัง เทปเปล่า และน้ำยาทำความสะอาดหัวเทป
- บรรยากาศ:
- ร้านขายเทปคาสเซ็ทท์มักมีบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่น
- พนักงานขายมักมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเพลงและเทปคาสเซ็ทท์เป็นอย่างดี
- ร้านบางแห่งอาจมีมุมฟังเพลงให้ลูกค้าได้ทดลองฟังก่อนตัดสินใจซื้อ
- กลุ่มลูกค้า:
- ผู้ที่ชื่นชอบเพลงและสะสมเทปคาสเซ็ทท์
- ผู้ที่ต้องการฟังเพลงในรูปแบบอนาล็อก
- ผู้ที่ต้องการหาเทปเพลงหายาก
สถานการณ์ปัจจุบัน:
- แม้ว่าเทปคาสเซ็ทท์จะหมดความนิยมไปในช่วงต้นทศวรรษ 2000 แต่ในปัจจุบันได้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบเพลงและสะสมเทปคาสเซ็ทท์
- ร้านขายเทปคาสเซ็ทท์ส่วนใหญ่ได้ปรับตัวโดยการขายเทปคาสเซ็ทท์ออนไลน์ หรือขายควบคู่ไปกับสินค้าอื่นๆ เช่น แผ่นเสียงไวนิล
- ในปัจจุบันร้านค้าออนไลน์ต่างๆเช่น Shopee, Lazada และ Facebook Marketplace ได้กลายเป็นแหล่งซื้อ-ขาย เทปคาสเซ็ทที่สำคัญ.
- นอกจากนั้นยังมีร้านค้าที่เปิดหน้าร้านและทำการผลิตเทปคาสเซ็ทท์ออกมาใหม่ๆให้ศิลปินที่ต้องการผลิตเทปคาสเซ็ทท์อีกด้วย
ปัจจัยที่ทำให้เทปคาสเซ็ทท์กลับมาได้รับความนิยม:
- ความรู้สึกถึงวันวาน: เทปคาสเซ็ทท์เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัยที่หลายคนคิดถึง
- คุณภาพเสียง: หลายคนชื่นชอบคุณภาพเสียงแบบอนาล็อกของเทปคาสเซ็ทท์
- ความหายาก: เทปคาสเซ็ทท์บางอัลบั้มเป็นของหายากและมีมูลค่าสูง
- กระแสความนิยม: ในปัจจุบันได้กลับมาเป็นกระแสความนิยมในกลุ่มคนฟังเพลงอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าร้านขายเทปคาสเซ็ทท์จะไม่ได้รับความนิยมเท่าในอดีต แต่ก็ยังคงมีกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจและสนับสนุนธุรกิจนี้อยู่
ภาพจาก ชี้จุดเทปคาสเซทในเขตจังหวัดอุบลราชธานี
-
ธุรกิจตั้งแผงมือถือให้ยืมโทรรายนาที และ ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ
ธุรกิจตั้งแผงมือถือให้ยืมโทรรายนาที เป็นธุรกิจที่เคยได้รับความนิยมในอดีต โดยเฉพาะในช่วงที่โทรศัพท์มือถือยังมีราคาแพงและไม่ได้แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน ลักษณะของธุรกิจนี้คือ:
-
ลักษณะธุรกิจ:
- ผู้ประกอบการจะตั้งแผงหรือโต๊ะเล็ก ๆ ตามสถานที่ชุมชน เช่น ตลาดสด สถานีขนส่ง หรือริมถนน
- มีโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องให้ลูกค้าเช่าใช้ โดยคิดค่าบริการเป็นรายนาที
- ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นผู้ที่ต้องการโทรศัพท์ในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น โทรศัพท์ติดต่อธุระด่วน หรือผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัว
-
สาเหตุที่ธุรกิจนี้ลดลง:
- การลดลงของราคามือถือ: ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือมีราคาถูกลง ทำให้ผู้คนสามารถซื้อโทรศัพท์มือถือส่วนตัวได้ง่ายขึ้น
- ความแพร่หลายของโทรศัพท์มือถือ: โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัว
- การเกิดขึ้นของบริการโทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญ: ในช่วงหนึ่งตู้โทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญได้เข้ามาแทนที่
- การเข้ามาของอินเตอร์เน็ตและแอปพลิเคชั่นที่สามารถโทรติดต่อกันได้ฟรี หรือมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า
-
สถานการณ์ปัจจุบัน:
- ธุรกิจนี้แทบจะไม่มีให้เห็นในปัจจุบัน เนื่องจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น
- อย่างไรก็ตาม บริการให้ยืมโทรศัพท์มือถือในรูปแบบอื่น ๆ ยังคงมีอยู่ เช่น บริการให้ยืมโทรศัพท์มือถือสำหรับนักท่องเที่ยว หรือบริการให้ยืมโทรศัพท์มือถือในงานอีเวนต์ต่าง ๆ
- นอกจากนี้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน ได้มีบริการให้ยืมค่าโทรและอินเตอร์เน็ตในกรณีฉุกเฉิน
แม้ว่าธุรกิจตั้งแผงมือถือให้ยืมโทรรายนาทีจะหายไป แต่ก็เป็นธุรกิจที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภค
บริการตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ หรือโทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญ
เป็นบริการโทรศัพท์ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้งานได้โดยการหยอดเหรียญตามจำนวนเงินที่กำหนด เพื่อโทรออกไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการ
ลักษณะของบริการ:
- การใช้งาน:
- ผู้ใช้บริการต้องหยอดเหรียญตามจำนวนเงินที่กำหนด เพื่อโทรออกไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการ
- อัตราค่าบริการจะแตกต่างกันไปตามระยะทางและเวลาที่ใช้ในการโทร
- สถานที่ติดตั้ง:
- ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญมักติดตั้งตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น ริมถนน สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และห้างสรรพสินค้า
- การดูแลรักษา:
- ผู้ให้บริการมีหน้าที่ดูแลรักษาตู้โทรศัพท์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ รวมถึงการเก็บเงินจากตู้โทรศัพท์
สถานการณ์ปัจจุบัน:
- ในปัจจุบันบริการตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญเริ่มลดความนิยมลงอย่างมาก เนื่องจาก:
- การแพร่หลายของโทรศัพท์มือถือ: ผู้คนส่วนใหญ่มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ
- การพัฒนาของเทคโนโลยีการสื่อสาร: การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชันต่างๆ ทำให้การโทรศัพท์มีราคาถูกลงหรือฟรี
- อย่างไรก็ตาม ตู้โทรศัพท์สาธารณะยังคงมีความสำคัญในบางสถานการณ์ เช่น:
- กรณีฉุกเฉิน: ในบางพื้นที่ ตู้โทรศัพท์สาธารณะอาจเป็นช่องทางเดียวในการติดต่อขอความช่วยเหลือ
- ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ: ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัวยังคงต้องพึ่งพาตู้โทรศัพท์สาธารณะ
- ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงตู้โทรศัพท์สาธารณะให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เช่น ตู้โทรศัพท์สาธารณะรุ่นใหม่ ที่มีบริการครบวงจรในตู้เดียว คุณสมบัติทันสมัยสามารถโทรฉุกเฉินฟรี ให้บริการ WI-FI ฟรี ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ด้วยพอร์ต USB และมีระบบปรับแสงหน้าจอแบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันการรบกวนของแสง ทั้งยังสามารถรายงานสภาพอากาศได้ นอกจากนี้ยังติดกล้องวงจรปิดอีกด้วย
-
ร้านเช่าวิดีโอ (ร้านเช่าหนัง)
ร้านเช่าวิดีโอ หรือที่เรียกกันว่าร้านเช่าหนัง คือธุรกิจที่ให้บริการเช่าภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ในรูปแบบสื่อบันทึกต่างๆ เช่น วิดีโอเทป (VHS), ดีวีดี (DVD) และบลูเรย์ (Blu-ray) ให้ลูกค้าเช่าไปรับชมที่บ้านในช่วงเวลาที่กำหนด ธุรกิจนี้เคยได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ก่อนที่จะลดความนิยมลงอย่างรวดเร็วในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 เนื่องจากการเข้ามาของเทคโนโลยีสตรีมมิ่งออนไลน์
ลักษณะของร้านเช่าวิดีโอ:
- คลังภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์:
- ร้านเช่าวิดีโอมีภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ให้เลือกหลากหลายประเภท ตั้งแต่ภาพยนตร์ใหม่ล่าสุดไปจนถึงภาพยนตร์คลาสสิกและรายการโทรทัศน์ยอดนิยม
- ระบบการเช่า:
- ลูกค้าสามารถเลือกภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ที่ต้องการเช่า และนำกลับไปรับชมที่บ้านได้ในช่วงเวลาที่กำหนด
- ร้านเช่าวิดีโอส่วนใหญ่จะคิดค่าเช่าตามจำนวนวันที่ลูกค้าเช่า
- การจัดการสินค้า:
- ร้านเช่าวิดีโอต้องจัดการสินค้าให้มีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า
- ต้องดูแลรักษาสินค้าให้มีสภาพดีและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
- การบริการลูกค้า:
- ร้านเช่าวิดีโอให้บริการลูกค้าด้วยความสุภาพและเป็นกันเอง
- ให้คำแนะนำและตอบคำถามของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
สาเหตุการลดลงของธุรกิจ:
- บริการสตรีมมิ่งออนไลน์:
- บริการสตรีมมิ่งออนไลน์ เช่น Netflix, Disney+ Hotstar และ Amazon Prime Video ทำให้ผู้คนสามารถรับชมภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ร้านเช่าวิดีโอ
- การดาวน์โหลดและดูหนังออนไลน์:
- การดาวน์โหลดและดูหนังออนไลน์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีความสะดวกสบายและมีราคาถูกกว่าการเช่าวิดีโอ
- ความนิยมของสื่อบันทึกข้อมูลแบบแผ่นลดลง:
- ความนิยมของสื่อบันทึกข้อมูลแบบแผ่น เช่น วิดีโอเทป ดีวีดี และบลูเรย์ ลดลงอย่างมาก เนื่องจากผู้คนหันไปใช้บริการสตรีมมิ่งออนไลน์และดาวน์โหลดหนังออนไลน์มากขึ้น
ภาพจากเพจ บรรเจิดเริ่ดสะแมนแตน
แม้ว่าร้านเช่าวิดีโอจะลดน้อยลงไปมากในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีร้านเช่าวิดีโอขนาดเล็กบางแห่งที่ยังคงเปิดให้บริการ โดยเน้นให้บริการภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์หายาก หรือภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ที่ไม่มีให้บริการในบริการสตรีมมิ่งออนไลน์
-
จักรยานย้อมผ้า
“จักรยานย้อมผ้า” เป็นอาชีพรับจ้างย้อมผ้าแบบเคลื่อนที่ โดยผู้ให้บริการจะปั่นจักรยานไปตามบ้านเรือนหรือชุมชนต่าง ๆ พร้อมอุปกรณ์สำหรับย้อมผ้า ซึ่งเป็นอาชีพที่พบเห็นได้ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
ลักษณะของอาชีพ:
- การเคลื่อนที่:
- ผู้ให้บริการจะใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า
- ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตามบ้านเรือนหรือชุมชนต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
- อุปกรณ์:
- อุปกรณ์หลัก ๆ ประกอบด้วยถังสำหรับต้มน้ำย้อมผ้า เตาสำหรับต้มน้ำ และสีสำหรับย้อมผ้า
- อาจมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น ไม้สำหรับคนผ้า และอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด
- บริการ:
- ให้บริการย้อมผ้าหลากหลายประเภท เช่น เสื้อผ้า กางเกง ผ้าเช็ดตัว และอื่น ๆ
- อาจมีบริการย้อมผ้าสีดำเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสีที่ได้รับความนิยม
สถานการณ์ปัจจุบัน:
- อาชีพจักรยานย้อมผ้าเริ่มลดน้อยลงไปตามยุคสมัย เนื่องจากความสะดวกในการเดินทางไปใช้บริการร้านซักรีด การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการผลิตผ้าและการย้อมสี และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน
- ปัจจุบันยังคงมีให้เห็นได้อยู่บ้าง แต่พบได้น้อยลง
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนและความชำนาญในการย้อมผ้า
- เสียงป๋องแป๋งที่ดังมาแต่ไกล เป็นสัญญานบ่งบอกถึงการมาของรถจักรยานย้อมผ้า
- ในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ โดยอาจมีการใช้รถมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนที่ และเพิ่มช่องทางการรับงานผ่านช่องทางออนไลน์
-
ธุรกิจสิ่งทอ
การรับบริการลอกปอ
เป็นกระบวนการแปรรูปต้นปอเพื่อนำเส้นใยมาใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการผลิตสิ่งทอจากปอ โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการลอกปอมีขั้นตอนดังนี้:
ขั้นตอนการลอกปอ:
- การเก็บเกี่ยว:
- เก็บเกี่ยวต้นปอเมื่อต้นปอมีอายุที่เหมาะสม
- ตัดต้นปอให้มีความยาวตามต้องการ
- การหมัก:
- นำต้นปอที่ตัดแล้วไปแช่น้ำหรือหมักในบ่อ เพื่อให้เปลือกต้นปอเปื่อย
- ระยะเวลาในการหมักขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและชนิดของปอ
- การลอกเส้นใย:
- เมื่อเปลือกต้นปอเปื่อยแล้ว จะนำมาลอกเส้นใยออกจากแกนต้น
- การลอกเส้นใยสามารถทำได้ด้วยมือหรือใช้เครื่องจักร
- การทำความสะอาด:
- นำเส้นใยที่ลอกได้มาล้างทำความสะอาด เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและเศษเปลือก
- อาจมีการฟอกสีเส้นใยเพื่อให้ได้สีตามต้องการ
- การตากแห้ง:
- นำเส้นใยที่ล้างแล้วไปตากแดดให้แห้งสนิท
- จัดเก็บเส้นใยที่แห้งแล้วในที่แห้งและเย็น
ลักษณะการให้บริการ:
- การรับจ้างลอกปอส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ที่มีการปลูกปอเป็นจำนวนมาก เช่น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
- ผู้ให้บริการอาจเป็นกลุ่มเกษตรกร หรือผู้ประกอบการขนาดเล็ก
- การให้บริการอาจรวมถึงการเก็บเกี่ยว การหมัก การลอกเส้นใย การทำความสะอาด และการตากแห้ง
- ราคาค่าบริการขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพของเส้นใยที่ต้องการ
ความสำคัญของบริการลอกปอ:
- เป็นขั้นตอนสำคัญในการผลิตเส้นใยปอ ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งทอ
- สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น
- มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านการผลิตสิ่งทอจากปอ
สถานการณ์ปัจจุบัน:
- แม้ว่าการปลูกปอและการผลิตเส้นใยปอจะลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงมีความต้องการเส้นใยปอในอุตสาหกรรมสิ่งทอ
- มีการพัฒนาเทคโนโลยีการลอกปอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต
- ในปัจจุบันได้มีการนำปอมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆหลากหลายชนิดมากยิ่งขึ้น
การรับบริการลอกปอจึงเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานการผลิตสิ่งทอจากปอ และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่นที่มีการปลูกปอ
ธุรกิจปั่นฝ้าย
เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปเส้นใยฝ้ายให้เป็นเส้นด้าย ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตผ้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
กระบวนการปั่นฝ้ายโดยทั่วไป:
- การเตรียมเส้นใย:
- เริ่มต้นจากการคัดแยกเส้นใยฝ้ายออกจากสิ่งสกปรกและเมล็ดฝ้าย
- จากนั้นนำเส้นใยฝ้ายมาตีให้ฟูและจัดเรียงเส้นใยให้เป็นระเบียบ
- การปั่นเส้นด้าย:
- นำเส้นใยฝ้ายที่เตรียมไว้มาปั่นให้เป็นเส้นด้าย โดยใช้เครื่องปั่นด้าย
- กระบวนการปั่นจะทำให้เส้นใยฝ้ายบิดเกลียวและรวมกันเป็นเส้นด้ายที่มีความแข็งแรง
- การเก็บเส้นด้าย:
- เส้นด้ายที่ได้จะถูกนำมาม้วนเก็บเป็นหลอดด้ายหรือเข็ดด้าย เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิตสิ่งทอต่อไป
ลักษณะของธุรกิจปั่นฝ้าย:
- ธุรกิจปั่นฝ้ายมีทั้งในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และระดับครัวเรือน
- ในระดับอุตสาหกรรม จะใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยในการปั่นด้าย ทำให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก
- ในระดับครัวเรือน จะใช้เครื่องมือแบบดั้งเดิมในการปั่นด้าย ซึ่งมักเป็นส่วนหนึ่งของงานหัตถกรรมพื้นบ้าน
- ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิต
ความสำคัญของธุรกิจปั่นฝ้าย:
- เป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ
- สร้างงานและรายได้ให้กับผู้คนในหลายภาคส่วน
- มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านการทอผ้า
สถานการณ์ธุรกิจปั่นฝ้ายในปัจจุบัน:
- มีการแข่งขันสูงจากผู้ผลิตต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า
- ความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้มีการพัฒนาการผลิตฝ้ายออร์แกนิก และการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น
- การพัฒนาเทคโนโลยีการปั่นฝ้าย ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น เส้นด้ายผสม ที่มีคุณสมบัติพิเศษ
ธุรกิจปั่นฝ้ายจึงเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ และมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ภาพจาก “ปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน” จังหวัดมุกดาหาร
-
ธุรกิจหนังกลางแปลง และ หนังขายยา
ธุรกิจหนังกลางแปลง
เป็นมหรสพความบันเทิงที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีการฉายภาพยนตร์กลางแจ้งในพื้นที่โล่งแจ้ง ทำให้ผู้คนสามารถรับชมภาพยนตร์ร่วมกันได้ในบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นกันเอง
ลักษณะของธุรกิจหนังกลางแปลง:
- การฉายภาพยนตร์กลางแจ้ง:
- มีการฉายภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่ในพื้นที่โล่งแจ้ง เช่น สนามกีฬา วัด หรือลานกว้างในหมู่บ้าน
- มักฉายในช่วงเวลากลางคืน เพื่อให้ภาพยนตร์มีความคมชัด
- การบริการแบบเคลื่อนที่:
- ผู้ประกอบการจะนำอุปกรณ์ฉายภาพยนตร์และจอภาพเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ได้รับการว่าจ้าง
- มีการให้บริการทั้งในงานเทศกาล งานวัด งานเลี้ยงสังสรรค์ และงานอีเวนต์ต่าง ๆ
- การสร้างบรรยากาศ:
- นอกจากการฉายภาพยนตร์แล้ว ผู้ประกอบการยังมีการจัดเตรียมแสง สี เสียง และบรรยากาศโดยรอบให้มีความน่าสนใจ
- มีการขายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม
ความสำคัญของธุรกิจหนังกลางแปลง:
- เป็นแหล่งความบันเทิง:
- สร้างความสนุกสนานและผ่อนคลายให้กับผู้คนในชุมชน
- เป็นกิจกรรมที่คนในครอบครัวและเพื่อนฝูงสามารถทำร่วมกันได้
- เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม:
- สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนไทยในอดีต
- มีบทบาทในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความรู้ให้กับประชาชน
- สร้างรายได้ให้กับชุมชน:
- สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น
- กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน
“หนังขายยา”
เป็นคำเรียกภาพยนตร์ที่ผลิตขึ้นเพื่อโฆษณาขายยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยมักมีเนื้อหาที่เกินจริงหรืออวดอ้างสรรพคุณเกินกว่าความเป็นจริง เพื่อดึงดูดความสนใจและกระตุ้นให้ผู้ชมซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
ลักษณะของหนังขายยา:
- เนื้อหา:
- มักมีเนื้อหาที่เน้นไปที่การรักษาโรคหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่างๆ
- มีการอวดอ้างสรรพคุณของยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง
- มีการสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ผู้ชมเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูง
- รูปแบบ:
- อาจเป็นภาพยนตร์สั้นหรือยาว
- อาจมีรูปแบบเป็นละครหรือสารคดี
- มักมีการใช้ภาพและเสียงที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดความสนใจ
- ช่องทางการเผยแพร่:
- ในอดีตมักฉายตามโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ หรือฉายตามงานวัดต่างๆ
- ปัจจุบันมักเผยแพร่ผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ต่างๆ
สถานการณ์ปัจจุบัน:
- แม้ว่าความนิยมของหนังกลางแปลงจะลดลงไปบ้าง เนื่องจากการเข้ามาของสื่อบันเทิงสมัยใหม่ แต่ก็ยังคงมีผู้คนให้ความสนใจ
- ในปัจจุบัน ธุรกิจหนังกลางแปลงมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ และมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อดึงดูดผู้ชม
- ปัจจุบันยังมีการจัดงาน “กรุงเทพกลางแปลง” ที่ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่และคนในชุมชนเป็นอย่างมาก
ธุรกิจหนังกลางแปลงจึงยังคงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความบันเทิงและสืบสานวัฒนธรรมไทยต่อไป
-
รถสามล้อถีบ
การรับจ้างรถถีบสามล้อเป็นอาชีพที่มีมาอย่างยาวนานในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยวหรือในชุมชนที่มีตลาดสด ซึ่งผู้ให้บริการจะใช้รถถีบสามล้อในการรับส่งผู้โดยสารหรือขนส่งสินค้าในระยะทางใกล้ ๆ
ลักษณะการให้บริการ:
- รับส่งผู้โดยสาร:
- ให้บริการรับส่งผู้โดยสารไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น ตลาดสด วัด หรือสถานที่ท่องเที่ยว
- มักพบในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น เชียงใหม่ หรือในชุมชนเมืองเก่า
- ขนส่งสินค้า:
- ให้บริการขนส่งสินค้าในระยะทางใกล้ ๆ เช่น สินค้าจากตลาดสดไปยังบ้านลูกค้า หรือสินค้าจากร้านค้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ
- มักพบในพื้นที่ที่มีตลาดสดหรือร้านค้าจำนวนมาก
- บริการนำเที่ยว:
- ให้บริการนำเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยผู้ให้บริการจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ แก่ผู้โดยสาร
- มักพบในพื้นที่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรม
ข้อดีของการใช้บริการรถถีบสามล้อ:
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:
- รถถีบสามล้อใช้แรงคนในการขับเคลื่อน จึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
- เข้าถึงง่าย:
- รถถีบสามล้อสามารถเข้าถึงพื้นที่แคบ ๆ ได้ดีกว่ารถยนต์
- สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน:
- การใช้บริการรถถีบสามล้อเป็นการสนับสนุนอาชีพของผู้คนในชุมชน
สถานการณ์ปัจจุบัน:
- แม้ว่ารถถีบสามล้อจะยังคงมีให้บริการในบางพื้นที่ แต่ความนิยมได้ลดลงเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของยานพาหนะอื่น ๆ เช่น รถจักรยานยนต์รับจ้าง และรถตุ๊กตุ๊ก
- ในบางจังหวัด สามล้อถีบได้ถูกส่งเสริมให้เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
-
อาชีพหนังสือพิมพ์และนิตยสาร
อาชีพหนังสือพิมพ์และนิตยสาร หมายถึง อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร บทความ และเนื้อหาต่าง ๆ ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ หนังสือพิมพ์และนิตยสาร โดยมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และความบันเทิงแก่ประชาชน
ลักษณะของอาชีพ:
- นักข่าว/ผู้สื่อข่าว:
- มีหน้าที่ค้นหา รวบรวม และรายงานข่าวสารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
- สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง เขียนรายงานข่าว และนำเสนอข่าวต่อสาธารณชน
- บรรณาธิการ:
- มีหน้าที่ควบคุมดูแลเนื้อหาของหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร
- ตรวจสอบและแก้ไขบทความ จัดหน้า และตัดสินใจเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะตีพิมพ์
- นักเขียน/คอลัมนิสต์:
- มีหน้าที่เขียนบทความหรือคอลัมน์เกี่ยวกับหัวข้อต่าง ๆ
- นำเสนอความคิดเห็นและวิเคราะห์ประเด็นต่าง ๆ ต่อผู้อ่าน
- ช่างภาพ:
- มีหน้าที่ถ่ายภาพประกอบข่าวหรือบทความ
- เลือกภาพที่เหมาะสมและนำเสนอภาพต่อผู้อ่าน
สถานการณ์ปัจจุบัน:
- อุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์และนิตยสารกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการเข้ามาของสื่อดิจิทัล
- ผู้อ่านจำนวนมากหันไปบริโภคข่าวสารและเนื้อหาออนไลน์ ทำให้ยอดขายหนังสือพิมพ์และนิตยสารลดลง
- สื่อสิ่งพิมพ์หลายแห่งต้องปรับตัวโดยการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์และนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบดิจิทัล
- อย่างไรก็ตาม สื่อสิ่งพิมพ์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข่าวสารและเนื้อหาที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ
- การปรับตัวให้เข้ากับสื่อออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญในการอยู่รอดของธุรกิจในปัจจุบัน
ปัจจัยที่มีผลกระทบ:
- เทคโนโลยีดิจิทัล:
- การเติบโตของอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์
- การเข้าถึงข่าวสารและเนื้อหาออนไลน์ได้ง่ายและรวดเร็ว
- พฤติกรรมผู้บริโภค:
- ผู้บริโภคหันไปบริโภคข่าวสารและเนื้อหาออนไลน์มากขึ้น
- ความต้องการเนื้อหาที่หลากหลายและเข้าถึงได้ง่าย
- เศรษฐกิจ:
- ภาวะเศรษฐกิจถดถอยส่งผลกระทบต่อรายได้จากการโฆษณา
- การแข่งขันในตลาดสื่อที่รุนแรง
ถึงแม้ว่าสื่อสิ่งพิมพ์จะมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป แต่สื่อสิ่งพิมพ์ก็ยังคงเป็นอาชีพที่สำคัญในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และเป็นที่ต้องการในสังคม
-
หมอลำขอข้าว
“หมอลำขอข้าว” เป็นคำที่ใช้เรียกคณะหมอลำขนาดเล็กที่ตระเวนแสดงตามหมู่บ้านในภาคอีสาน โดยมีธรรมเนียมปฏิบัติพิเศษคือ การ “ขอข้าว” จากชาวบ้านเพื่อเป็นการตอบแทนการแสดง
ต่อไปนี้คือรายละเอียดเกี่ยวกับหมอลำขอข้าว:
-
ลักษณะการแสดง:
- คณะหมอลำเหล่านี้มักมีสมาชิกไม่มากนัก และอุปกรณ์การแสดงก็เรียบง่าย
- การแสดงมักเป็น “ลำเรื่องต่อกลอน” คือมีการร้อง ลำ และแสดงเป็นเรื่องราวจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานชาดก
- การแสดงจะจัดขึ้นในเวลากลางคืนในลานวัดหรือลานกลางหมู่บ้าน
-
ธรรมเนียม “ขอข้าว”:
- หลังจากจบการแสดง ในเช้าวันรุ่งขึ้น คณะหมอลำจะถือกระสอบเดินไปตามบ้านเรือนเพื่อขอรับบริจาคข้าวสารจากชาวบ้าน
- การให้ข้าวสารถือเป็นการแสดงน้ำใจและสนับสนุนคณะหมอลำ
- ปริมาณข้าวสารที่ได้รับขึ้นอยู่กับกำลังศรัทธาของแต่ละบ้าน
-
ความสำคัญทางวัฒนธรรม:
- หมอลำขอข้าวเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดั้งเดิมของภาคอีสานที่สะท้อนถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และการพึ่งพาอาศัยกันในชุมชน
- เป็นช่องทางในการเผยแพร่เรื่องราวและคติสอนใจผ่านการแสดงหมอลำ
- ในปัจจุบัน หมอลำขอข้าวเริ่มที่จะหายไปตามยุคสมัย แต่ในบางพื้นที่ก็ยังคงมีการแสดงให้เห็นอยู่
หมอลำขอข้าวจึงเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงวิถีชีวิตและความผูกพันของคนอีสานที่มีต่อศิลปะการแสดงพื้นบ้าน
ส่วนปัจจุบันนี้ หมอลำ ถือว่าเป็นธุรกิจและวัฒนธรรมที่ปรับตัวอย่างรวดเร็วและสร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปีละหลายพันล้านบาทในอุตสาหกรรมนี้
“หมอลำ” ขุมทรัพย์เงินสะพัด 6000 ล้าน ที่คนไทยดู 20 ล้านคน จัดแสดงกว่า 2,600 รอบ
จะเห็นได้ว่าทุกอย่างล้วนเป็นวัฏจักรวนเวียน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป มีทั้งช่วงแห่งความรุ่งโรจน์ ไปจนถึงยุคมืดและสูญสิ้นอาชีพกันไปตามเหตุปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แล้วคุณผู้อ่านล่ะ คุณคิดว่าใน “อนาคต” จะมีอาชีพใหม่อะไรผุดขึ้นมา หรือ อาชีพในปัจจุบันใดในตอนนี้ที่จะหายไป ตาม ‘กาลเวลา’