ทุเรียนเวียดนามบุกตลาดจีน คู่แข่งสำคัญของไทยในเวลาเพียง 3 ปี

ฮู้บ่ว่า ครั้งหนึ่งจีนเคยนำเข้าทุเรียนสดทั้งหมดจากไทยเพียงประเทศเดียว แต่ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ทุเรียนจากเวียดนามได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ และกลายเป็นคู่แข่งหลักของไทย โดยครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 42% 

 

.

ในอดีต จีนนำเข้าทุเรียนโดยพึ่งพาการส่งออกจากไทยเพียงประเทศเดียว เนื่องจากคุณภาพของทุเรียนไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และความนิยมในกลุ่มลูกค้าชาวจีน ยิ่งผลักดันให้ทุเรียนไทยสามารถครองตลาดได้อย่างสมบูรณ์

 

.

ผลผลิตของทุเรียนไทยกว่าครึ่งมาจากภาคตะวันออก โดยเฉพาะสามจังหวัดหลัก ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด ถือเป็นศูนย์กลางการผลิตทุเรียนของประเทศมาอย่างยาวนาน ด้วยสภาพภูมิอากาศและดินที่เอื้อต่อการปลูกทุเรียนคุณภาพสูง ส่งผลให้ในปี 2566 พื้นที่เหล่านี้ให้ผลผลิตรวมกว่า 776,914 ตัน และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในอนาคต ความสำคัญของภาคตะวันออกในการเป็นแหล่งผลิตหลักสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเกษตรกรและโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมทุเรียน

 

นอกเหนือจากภาคตะวันออก ภาคใต้ก็เป็นอีกแหล่งผลิตสำคัญ โดยคิดเป็น 43% ของผลผลิตรวมของประเทศ ขณะที่พื้นที่อื่นๆ มีสัดส่วนประมาณ 6% แม้ว่าสัดส่วนของภาคใต้จะยังเป็นรองภาคตะวันออก แต่ก็มีแนวโน้มเติบโตเนื่องจากมีฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่แตกต่าง ทำให้สามารถกระจายผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้ยาวนานขึ้น การกระจายพื้นที่เพาะปลูกในหลายภูมิภาคช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและภัยธรรมชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิต โดยทุเรียนของไทยก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน จากจุดเด่นด้านคุณภาพ รสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์

 

.

ทุเรียนไทยไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังมีคุณภาพสูงจนสามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ ตลาดจีน ซึ่งเป็นปลายทางหลักของการส่งออกทุเรียนสดจากไทย คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 97% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด นอกจากนี้ ไทยยังส่งออกทุเรียนไปยังกัมพูชา เกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทุเรียนไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

 

.

บทบาทของด่านการค้าชายแดนภาคอีสานในการส่งออกทุเรียนไทย

ด่านการค้าชายแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีบทบาทสำคัญในการส่งออกทุเรียนไทยไปยังตลาดจีน โดยปัจจุบัน กว่า 80% ของการส่งออกทุเรียนไทยไปจีนดำเนินการผ่านด่านศุลกากรในภาคอีสาน โดยเฉพาะที่ ด่านมุกดาหาร ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าผ่าน สปป.ลาว ก่อนเข้าสู่จีน เส้นทางดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาการขนส่งเมื่อเทียบกับเส้นทางเรือ ทำให้ทุเรียนสดสามารถคงคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น

 

ความสำคัญของด่านการค้าในภาคอีสานจะยิ่งเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ที่สูงขึ้นในตลาดจีน และการเติบโตของผลผลิตทุเรียนในประเทศ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ มูลค่าการค้าชายแดนของภาคอีสานขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของปริมาณสินค้าและมูลค่าทางเศรษฐกิจ

.

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เวียดนามได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดทุเรียนจีนอย่างรวดเร็ว หลังจากที่จีนอนุมัติให้นำเข้าทุเรียนจากเวียดนามอย่างเป็นทางการในปี 2565 โดยเวียดนามสามารถใช้ข้อได้เปรียบในด้าน ต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ระยะทางขนส่งที่ใกล้กว่า และฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่แตกต่างจากไทย ทำให้สามารถส่งออกทุเรียนไปยังจีนได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปริมาณการนำเข้าทุเรียนจากไทยจะไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่จีนกลับเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าจากเวียดนามมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากกลไกราคา หรือแม้กระทั่งการขยายตัวของการผลิตทุเรียนไทยที่อาจถึงจุดอิ่มตัว

 

จากสถิติการนำเข้าทุเรียนของจีน พบว่า เวียดนามสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้นจาก 5% ในปี 2022 เป็น 32% และล่าสุดแตะระดับ 42% ส่งผลให้ไทยซึ่งเคยเป็นผู้ส่งออกรายเดียวต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของทุเรียนไทย

 

.

อนาคตของทุเรียนไทยในตลาดจีน

แม้ไทยจะยังคงเป็นผู้นำในการส่งออกทุเรียนไปจีน แต่การแข่งขันจากเวียดนามทำให้ไทยต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับคุณภาพสินค้า การพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาเพื่อขยายช่วงเวลาส่งออก และการทำตลาดเชิงรุกเพื่อรักษาฐานลูกค้าในจีน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดทุเรียนจีนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต

 

หมายเหตุ : สัดส่วนการนำเข้าทุเรียนสดของจีนในปี 2566 และ 2567 มีการนำเข้าจากประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 0.6% ของการนำเข้าทุเรียนสดของจีน

 

ที่มา :

  • สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงพาณิชย์
  • Trade Map

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top