พาสำรวจเบิ่ง คนไทย 34.5 ล้านคนเล่นพนัน เงินหมุนเวียนทะลุ 8 แสนล้าน อีสานครองแชมป์ยอดนักพนันมากสุดในประเทศ

พาสำรวจเบิ่ง

คนไทย 34.5 ล้านคนเล่นพนัน เงินหมุนเวียนทะลุ 8 แสนล้าน

อีสานครองแชมป์ยอดนักพนันมากสุดในประเทศ

.

.

คนไทยกว่า 34.5 ล้านคน หรือ 63.1 % ของคนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เล่นการพนัน

ผู้หญิง 17.7 ล้านคน

ผู้ชาย 16.8 ล้านคน

 

สัดส่วนและประมาณการคนที่เล่นการพนัน ปี 2566

ภาคเหนือ 60.5% คิดเป็น 5.9 ล้านคน

ภาคอีสาน 66.1% คิดเป็น 12.1 ล้านคน

ภาคกลาง 57.2% คิดเป็น 6.4 ล้านคน

กรุงเทพฯ และปริมณฑล คิดเป็น 68.2% 5.2 ล้านคน

ภาคใต้ 62.0% คิดเป็น 4.7 ล้านคน

 

การขยายตัวของคนที่เล่นการพนันทั่วประเทศ

8 ปี ที่ผ่านมา คนไทยทั่วประเทศเล่นการพนันเพิ่มขึ้น 7.123 ล้านคน

ประเภทการพนันที่คนไทยเล่น

  • สลากกินแบ่งรัฐบาล 27.5 ล้านคน
  • หวยใต้ดิน 21.9 ล้านคน
  • ไพ่พนัน 4.7 ล้านคน
  • สลอตแมชชีน/ตู้พนัน 4.1 ล้านคน
  • พนันทายผลฟุตบอล 3.9  ล้านคน

 

วงเงินหมุนเวียนของการพนัน

    • พนันทายผลฟุตบอล 270,415 ล้านบาท
    • หวยใต้ดิน 164,069 ล้านบาท
    • สลากกินแบ่งรัฐบาล 160,239 ล้านบาท
  • พนันในบ่อนออนไลน์ 154,819 ล้านบาท
  • หวยอื่นๆ (หวยต่างประเทศ หวยหุ้น จับยี่กี หวยปิงปอง หวยสัตว์) 97,738 ล้านบาท

สถานการณ์การพนันในสังคมไทยปี 2566 โดยศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน พบว่า คนไทยกว่า 99% มีบุคคลรอบตัวเล่นพนัน และในกลุ่มเด็ก และเยาวชนอายุ 15-25 ปี เห็นบุคคลรอบตัวเล่นพนันแล้วทำให้รู้สึกอยากเล่นตามถึง 47% 

.

ปี 2566 มีคนไทยมากถึง 63.1% หรือประมาณ 34.5 ล้านคน เล่นการพนัน เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา พบว่า ทั้งเพศชายเพศหญิง ทุกกลุ่มอายุ ทุกภูมิภาค เล่นการพนันมากขึ้น

ภาคอีสาน มีสัดส่วนและจำนวนคนเล่นพนันมากที่สุด

ภาคเหนือ มีอัตราการขยายตัวของคนเล่นพนันเพิ่มขึ้นมากที่สุด

แม้กลุ่มอายุที่เล่นพนันมากที่สุดเป็นคนในช่วงวัยทำงาน แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือการขยายตัวของการเล่นพนันในประชากรกลุ่มเสี่ยง ทั้งเด็ก เยาวชน และผู้สูงวัย

.

ประเภทการพนันยอดนิยมของคนไทย 3 อันดับแรกยังคงเหมือนเดิม ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน และไพ่พนัน แต่การพนันที่มาแรงแทรกขึ้นมาเป็นอันดับ 4 คือ สลอตแมชชีน/ตู้พนัน ดันการพนันทายผลฟุตบอลไปอยู่ในอันดับ 5 เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มอายุ ในปี 2566 ทุกกลุ่มอายุนิยมเล่นพนันสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดินเป็นสองอันดับแรกเหมือนๆ กัน ยกเว้นกลุ่มเด็ก การพนันยอดนิยมอันดับแรกของกลุ่มเด็กคือ สลอตแมชชีน/ตู้พนัน 

.

ด้านวงเงินหมุนเวียนของการพนัน เน้นว่าเป็นการนับซ้ำ ไม่ใช่เงินได้-เสีย เช่นสลากกินแบ่งรัฐบาล ซื้อ 80 บาท วงเงินหมุนเวียน 80 บาท 60% เป็นเงินรางวัล ส่วนที่เสียพนัน 32 บาท จะนำส่งคลัง 18.40 บาท ที่เหลือเป็นค่าบริหารและการตลาด  ดังนั้นพนันทายผลฟุตบอลที่มีรอบพนันถี่ๆ จึงมีวงเงินหมุนเวียนของการพนันสูงที่สุด โดยในปี 2566 มีวงเงินพนันอยู่ที่ 2.7 แสนล้านบาท

.

ด้านผลกระทบ 21.6% ของคนเล่นการพนันในปี 2566 หรือประมาณ 7.45 ล้านคน ระบุว่าตัวเองได้รับผลกระทบจากการพนัน บางคนต้องเผชิญกับหลายปัญหา ตั้งแต่ปัญหาการเงิน เช่น ขาดเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ขายทรัพย์สินหรือสิ่งมีค่าเพื่อเล่นพนันหรือใช้หนี้ ฯลฯ ปัญหาสุขภาพและการใช้ชีวิต เช่น มีปัญหาความเครียด/เสียสุขภาพจิต เสียเวลาทำงาน/การเรียน สุขภาพเสื่อมโทรม ฯลฯ และปัญหาความสัมพันธ์และภาพลักษณ์ทางสังคม เช่น มีปากเสียงทะเลาะกับคนในครอบครัว ต้องโกหกปิดบังผู้อื่นเรื่องการเล่นพนัน เสียเพื่อน/ญาติ/ครอบครัว

.

นอกจากนั้น 1.67 ล้านคนยอมรับว่ามีหนี้สินที่เกิดจากการพนัน ประมาณการหนี้สินจากการพนันรวม 20,606 ล้านบาท เฉลี่ยที่คนละ 12,335 บาท เมื่อมีหนี้จากการพนันแล้ว 85.2% ยังคงเล่นพนันต่อ มีเพียง 7.4% ที่หยุดเล่นพนัน ที่เหลือไม่ระบุ 

.

.

อ้างอิงจาก:

– Hfocus.org.

– Spacebar.th.

 

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #สถานการณ์การพนันในสังคมไทย #การพนัน #ภาคอีสานมีคนเล่นพนันมากที่สุด

ถ้าคนอีสานจะถูกรางวัลที่หนึ่งแบบเเน่นอน 100% ต้องหาเงินกี่ปี?

ที่มา: ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top