หากย้อนกลับไปในปี 2561 ธุรกิจรายได้สูงสุดในภาคอีสาน คือ บริษัท นีสเทิร์น สตีล จำกัด ด้วยรายได้สูงถึง 89,078 ล้านบาท ในช่วงเวลานั้น อุตสาหกรรมเหล็กยังเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีมูลค่าการซื้อขายมหาศาลของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาครัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ ระบบราง และโครงการก่อสร้างต่างๆ ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการเหล็กอยู่ในระดับสูงมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี 2567 โครงสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ของอีสานกลับเปลี่ยนแปลงไป ผู้นำรายได้สูงสุดกลายเป็น บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ที่มีรายได้สูงกว่า 32,484 ล้านบาท ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของโกบอลเฮ้าส์คือความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่สามารถขยายสาขาทั่วประเทศและต่างประเทศได้ต่อเนื่อง กลายเป็นธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่เกาะกระแสการขยายตัวของเมือง การก่อสร้างบ้าน และการปรับปรุงที่อยู่อาศัยในทุกระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจคือ ดูโฮม ซึ่งขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ด้วยรายได้กว่า 30,991 ล้านบาท
ความสำเร็จของ โกลบอลเฮ้าส์ และ ดูโฮม เกิดจากการมองเห็นศักยภาพของตลาดต่างจังหวัดก่อนคู่แข่ง โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายตัวของเมือง รายได้ครัวเรือน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งสองบริษัทเติบโตจากการเป็น One Stop Shopping ด้านบ้านและวัสดุก่อสร้าง ตอบโจทย์ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รับเหมา ไปจนถึงเจ้าของบ้าน ทำให้สามารถขยายสาขาได้ทั่วประเทศและสร้างฐานลูกค้าขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง
ส่วน บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (NER) ซึ่งมีรายได้แตะ 27,496 ล้านบาท จากเดิมที่อยู่เพียงอันดับ 4 ในปี 2561 รายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในเวลาเพียง 7 ปี แม้อีสานจะไม่ใช่พื้นที่ปลูกยางดั้งเดิมเหมือนภาคใต้ แต่การขยายพื้นที่ปลูกยางในภาคอีสานช่วง 10 ที่ผ่านมา ทำให้อีสานกลายเป็นแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่ ประกอบกับความต้องการยางจากอุตสาหกรรมยานยนต์และผู้ผลิตยางล้อในจีนที่เติบโตสูง ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างรายได้มหาศาลจากการส่งออกนั่นเอง
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจค้าปลีกทองคำและเครื่องประดับอย่าง ห้างทองทองสวย และ เอ็มทีพี บูลเลี่ยน ในกลุ่ม 10 อันดับแรกของปี 2567 ทองคำยังเป็นสินทรัพย์เพื่อการออมและการลงทุนของคนไทย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายในธุรกิจนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว
หากมองในภาพรวม จะพบว่า 10 อันดับธุรกิจรายได้สูงสุดของอีสานในปี 2567 กระจุกตัวอยู่ใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ค้าปลีกทองคำและสินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งก็แสดงให้เห็นจุดแข็งของเศรษฐกิจอีสานยังคงยึดโยงกับทรัพยากรการเกษตรและกำลังซื้อภายในประเทศ ขณะที่ธุรกิจการผลิตหนักแบบดั้งเดิม อย่างเช่น เหล็ก หรืออุตสาหกรรมยานยนต์ กลับมีบทบาทลดลงเมื่อเทียบกับอดีต
อีกทั้ง การที่กลุ่มโรงงานน้ำตาลยังคงติดอันดับจำนวนมาก ทั้งน้ำตาลเอราวัณ โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ และน้ำตาลไทยอุดรธานี แสดงให้เห็นว่าอ้อยยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งของภาคอีสาน แม้เศรษฐกิจจะเปลี่ยนไปมากเพียงใด แต่ห่วงโซ่มูลค่าทางการเกษตรยังคงเป็นรากฐานสำคัญของภาคอีสาน ทั้งในด้านรายได้เกษตรกร การจ้างงาน และการส่งออกนั่นเอง
อ้างอิงจาก:
– กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
– เว็บไซต์ของบริษัท
– ลงทุนแมน
– ฐานเศรษฐกิจ
#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #ธุรกิจใหญ่ในอีสาน #ธุรกิจอีสาน #ธุรกิจที่ทีรายได้มากสุด

