พาส่องเบิ่ง สถานการณ์ “หมอนวดในอีสาน”

ในปี 2565 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้จบหลักสูตรนวดแผนไทยมากที่สุดในประเทศ ซึ่งมีจำนวน 572 คน แต่สิ่งที่น่าตกใจ คือ กลับมีหมอนวดแผนไทยมืออาชีพผู้บรรจุอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพียง 8 คนเท่านั้น

นั่นหมายถึงหมอนวดมืออาชีพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือย้ายถิ่นฐานไปทำงานนอกภูมิภาคของตนเอง ซึ่งเมื่อดูจากจำนวนหมอที่เรียนจบนวดในแต่ละภูมิภาคกับจำนวนหมอนวดมืออาชีพที่บรรจุอยู่ในพื้นที่ ก็พบว่าหมอนวดมืออาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือออกไปทำงานนอกภูมิภาค มากถึง 564 คน โดยถือว่ารั่วไหลออกไปมากที่สุดเป็นลำดับที่ 1 ในระดับประเทศเลยทีเดียว

แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้แรงงานหมอนวดของเรารั่วไหลออกไปนอกภูมิภาค?

สาเหตุที่สำคัญอาจมาจากความพยายามดึงดูดแรงงานของต่างประเทศ หากดูค่าจ้างร้านนวดในต่างประเทศ พบว่าค่าจ้างมากกว่าประเทศไทยถึง 4-6 เท่า

ในส่วนของสวัสดิการที่น่าดึงดูดของต่างประเทศ เช่น ในญี่ปุ่นสามารถทำงานโดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นระยะเวลา 1 ปี และมีที่พักให้หมอนวด

สถานการณ์ร้านนวดในภาคอีสาน เป็นอย่างไร?

ภาคอีสานมีจำนวนนิติบุคคลผู้ประกอบการร้านนวดและสปาน้อยที่สุด คิดเป็นลำดับที่ 5 ในระดับประเทศ

อย่างไรก็ตามภาคอีสานก็มีจำนวนร้านนวดและสปาที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Wellness Center จำนวน 40 ร้าน หรือมากที่สุดในประเทศ

ในส่วนของรายได้จากอุตสาหกรรมนวดและสปาของภาคอีสาน อยู่ที่ 24 ล้านบาท และมีกำไร 2.7 ล้านบาท

ทำให้เห็นว่าภูมิภาคเรามีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อได้ในแง่ที่ว่า สินค้าและบริการของเราเยอะกว่าภูมิภาคอื่นมาก แต่ศูนย์ Wellness ร้านนวดและสปาในภาคอีสานยังไม่มากพอที่จะรองรับสินค้าและบริการดังกล่าว ซึ่งหากมีแรงจูงใจทำให้เห็นความสำคัญในการจัดตั้งศูนย์ Wellness มากกว่านี้ ก็จะทำให้สินค้าและบริการด้านสมุนไพรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับโอกาสที่จะใช้ประกอบกับกิจกรรมการนวดและสปา ทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว

ร้านนวดที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Wellness Center จะมีค่าบริการที่สูงกว่าร้านนวดทั่วไป โดยการจ่ายในราคาที่แพงกว่านี้จะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ในการรักษาสุขภาพที่ดีกว่า ทั้งในแง่ของความสะอาดของพื้นที่ มาตรฐานอุปกรณ์รักษาสุขภาพ และคุณภาพของผู้ให้บริการ

ร้านนวดและาสปาที่เป็นศูนย์ Wellness โดยมากแล้วมีบริการนวดไทยแบบดั้งเดิม นวดอโรมา นวดสปา นวดตัว นวดสครัปผิว และบริการอื่นๆ อีกมากมาย โดยใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ภายใต้การดูแลของพนักงานนวดมืออาชีพที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี

ร้านนวดและสปาที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Wellness ในภาคอีสานนี้มีหลายแห่ง ในที่นี้ขอยกหยิบยกร้านที่มีความโดดเด่นของแต่ละจังหวัดมาเป็นตัวอย่าง

1. Me aura ขอนแก่น – ขอนแก่น
ให้บริการนวดและสปา โดดเด่นเรื่องพื้นที่ที่กว้างขวางและเป็นระเบียบ
2. Siya Thai Massag – นครราชสีมา
ให้บริการนวด และการแพทย์แบบกดจุด
3. Vela- D Masaage – ร้อยเอ็ด
ให้บริการนวดและสปา โดดเด่นเรื่องการใช้สมุนไพรประกอบกับการบริการ
4. ร้านนวดบ้านเฮา นวดเพื่อสุขภาพ – สกลนคร
ให้บริการนวดและสปาเต็มรูปแบบ โดดเด่นเรื่องการใช้สมุนไพรและการสร้างบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว

เมื่อท่านได้ทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว อยากจะไปใช้บริการศูนย์ Wellness แล้วหรือยัง?

อ้างอิงจาก:
– กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก
– กรมพัฒนาธุรกิจและการค้า, กระทรวงแรงงาน
– Spa directory Thailand
– กรมส่งเสริมการเกษตร

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่
Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/
Website : https://isaninsight.kku.ac.th
Youtube : https://youtube.com/@ISANInsightOutlook
LINE Official : https://lin.ee/yIS5bdP

#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์#Business #ธุรกิจ #ธุรกิจอีสาน #ขอนแก่น#Wellness #WellnessCenter #ศูนย์เวลเนส #ศูนย์เวลเนสอีสาน #เวลเนสอีสาน

Leave a Comment

Your email address will not be published.