ศึกธุรกิจเครื่องดื่มวิตามินซีรายใหญ่

ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หนึ่งในตลาดที่ถือว่าร้อนแรง และมีผู้เล่นหลายราย ต่างเข้ามาลงเล่นในตลาด เพื่อหวังชิงเม็ดเงินจากกระเป๋าของผู้บริโภคมากที่สุด คือ ตลาดเครื่องดื่มประเภทวิตามิน ไม่ว่าจะเป็นน้ำวิตามินซี, น้ำวิตามินรวม รวมไปถึงน้ำดื่มผสมวิตามิน ด้วยเทรนด์รักสุขภาพของผู้คน ที่อยากรูปร่างดี ผิวสวย และสุขภาพแข็งแรง

อาจสงสัยว่าตลาดนี้ มีใครเป็นผู้เล่นหลัก ๆ บ้าง ?

โดยในปี 2563 สำหรับแบรนด์ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มวิตามินซีมากที่สุด ได้แก่

– C-vitt ของโอสถสภา 70.7%

– Double C ของหนองคายเพาเวอร์ดริ๊งก์ 19.0%

– Vit A Day ของเจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ 7.8%

– Woody C+ Lock ของคาราบาวกรุ๊ป 1.5%

– อื่น ๆ 1.0%

ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่า อันดับที่ 1, 3 และ 4 ล้วนเป็นแบรนด์จากบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของประเทศ ที่มีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มหลายประเภท อยู่ในพอร์ตสินค้าของบริษัท เช่น น้ำดื่ม, เครื่องดื่มบำรุงกำลัง, เกลือแร่, กาแฟ อยู่แล้ว ก่อนจะเข้ามาลงเล่นในตลาดนี้

แต่ที่น่าสนใจคือ ผู้เล่นที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์อันดับ 2 อย่าง Double C

กลับไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศแต่อย่างใด เป็นบริษัทที่คนส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นหู และมีจุดเริ่มต้นมาจากจังหวัดหนองคาย แต่สามารถแข่งขันกับคู่แข่ง ที่เป็นบริษัทเครื่องดื่มแนวหน้าของประเทศ และคว้าส่วนแบ่งการตลาดอันดับต้น ๆ มาได้

บริษัท หนองคายเพาเวอร์ดริ๊งก์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 ที่จังหวัดหนองคาย ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มวิตามินซี ภายใต้แบรนด์ “Double C”

โดยจุดเริ่มต้นของ Double C เกิดจากสองพี่น้องผู้บริหารหนุ่มไฟแรง

คุณชนินทร์ เฮ้งเจริญสุข และคุณสรวิศ เฮ้งเจริญสุข สองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนองคายเพาเวอร์ดริ๊งก์ จำกัด ได้เล่าว่า เดิมทีบริษัทก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง ภายใต้แบรนด์ “ช้างแดง” แต่ด้วยสภาพการแข่งขันที่สูง และมีผู้เล่นเจ้าตลาดอยู่แล้ว ทำให้บริษัทเจาะตลาดไม่สำเร็จ และกิจการประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

คุณชนินทร์ และคุณสรวิศ จึงตัดสินใจมองหาธุรกิจใหม่ แล้วพบว่า ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ กำลังเติบโตได้ดี และมีแนวโน้มโตอย่างต่อเนื่อง จากเทรนด์รักษาสุขภาพที่เริ่มเข้มข้นขึ้น แถมตอนนั้นคู่แข่งยังมีไม่มาก เลยมีพื้นที่ให้ทำตลาดอีกเยอะ ประกอบกับบริษัทมีทรัพยากรเดิมอยู่แล้ว เช่น เครื่องจักร ที่สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจใหม่ได้ จึงเดินหน้าวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่รวมวิตามินซีจากผลไม้ 2 ชนิดเข้ามาไว้ด้วยกันในขวดเดียว และเกิดเป็นแบรนด์ “Double C” ในที่สุด

ซึ่งทางบริษัท ก็ได้ปล่อย Double C ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ ในช่วงปลายปี 2561 พร้อมชูจุดเด่นในเรื่องขนาดขวดที่ใหญ่, ขวดใสจนเห็นสีสันอันสดใสของเครื่องดื่ม ซึ่งเห็นแล้วสะดุดตา และมาพร้อมกับคุณค่าวิตามินซีสูง 200% จากผลไม้แท้ 2 ชนิด พร้อมแคลอรีต่ำและน้ำตาลน้อย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทุกวัย ที่ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งหลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดนี้ ทำให้เครื่องดื่ม Double C ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี

สำหรับการทำตลาดและความเคลื่อนไหวของ Double C แม้จะประสบปัญหาวิกฤติ COVID-19 และสภาพการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มวิตามินที่รุนแรงมากขึ้น แต่แบรนด์ก็ไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับ บริษัท เฟอร์โร เพอร์ฟอร์แมนซ์ แมททีเรียลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตสารเคลือบผิวสำหรับอุตสาหกรรม ที่มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นำสารเคลือบผิวมาใช้ในการผลิตขวดใส ผ่านทางบริษัท เวลโกรว์กล๊าส อินดัสทรี จำกัด (WGI) บริษัทโรงงานผลิตขวดชั้นนำของประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์, คงคุณค่าของสารอาหารที่บรรจุอยู่ภายในขวด ให้ได้มากที่สุด และสร้างความมั่นใจว่า เครื่องดื่ม Double C จะให้วิตามินซีครบ 200% ด้วยนวัตกรรมขวดใสป้องกันแสง UV ส่วนแผนธุรกิจในอนาคต Double C ได้ตั้งเป้าที่จะขยายสู่ตลาดกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) ในปีหน้าอีกด้วย

แนวคิดการทำธุรกิจของคุณสรวิศ ผู้บริหารแบรนด์ Double C

“แม้ว่าสินค้าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่เราก็ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และต้องไวเนื่องจากตลาดนี้มีผู้สนใจจำนวนมาก หากเราช้าหรือหยุดพัฒนา จากผู้นำ เราก็จะกลายเป็นผู้ตามในทันที”

อ้างอิงจาก:

Leave a Comment

Your email address will not be published.

Scroll to Top