ความย้อนแย้งระหว่างตัวเลขกับความฝัน ทำไมคนจึงยังซื้อหวยแม้รู้ว่าขาดทุน
ในทางเศรษฐศาสตร์ มนุษย์ถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผล ตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์สูงสุด และหลีกเลี่ยงการลงทุนที่ขาดทุน แต่เมื่อนำสมมติฐานนี้มาอธิบายพฤติกรรมการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือหวย ทฤษฎีดังกล่าวกลับใช้ไม่ได้เลย
ในเชิงสถิติ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีเพียง 1 ในล้าน และผู้ซื้อจะสูญเสียเงินเฉลี่ยถึง 40 สตางค์จากทุก 1 บาทที่จ่ายไป กล่าวอีกนัยหนึ่ง การซื้อหวยคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนติดลบ 40% อย่างแน่นอน ถึงกระนั้น คนไทยกว่า 20 ล้านคนก็ยังคงซื้ออยู่ทุกงวด และมีเม็ดเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมนี้สูงถึง 2.5 ถึง 5 แสนล้านบาทต่อปี
คำถามจึงไม่ใช่ว่า “คนเหล่านี้ไม่รู้เรื่องการเงินหรือ?” แต่คือ “มีอะไรอีกที่พวกเขากำลังซื้ออยู่?”
สมองไม่ได้คำนวณโอกาสแบบคณิตศาสตร์
Daniel Kahneman และ Amos Tversky นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมผู้พัฒนา Prospect Theory ในปี 1979 อธิบายว่ามนุษย์ไม่ได้ประมวลผลความน่าจะเป็นแบบเส้นตรง แต่มีแนวโน้ม “ให้น้ำหนักเกินจริง” กับเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก สมองไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่าง 1 ในล้าน กับ 1 ใน 30 ล้านได้อย่างชัดเจน ตัวเลขทั้งสองถูกประมวลผลให้กลายเป็น “ความเป็นไปได้” หมวดหมู่เดียวกัน แทนที่จะรู้สึกถึงระยะห่างทางสถิติที่แท้จริง
นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เรียกว่า Optimism Bias หรืออคติเชิงบวก (คิดเข้าข้างตัวเอง) ซึ่งทำให้บุคคลประเมินว่าเหตุการณ์ดีจะเกิดขึ้นกับตนเองมากกว่าความเป็นจริง และบ่อยครั้งก็เกิดร่วมกับ Illusion of Control หรือภาพลวงตาของการควบคุม เช่น การเลือกเลขด้วยตนเอง การตีความจากความฝัน หรือการขอเลขเด็ดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การกระทำเหล่านี้ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าตนเองมีโอกาสถูกรางวัลสูงกว่าคนอื่น งานวิจัยพบว่าผู้ซื้อสลากกินแบ่งมีความมั่นใจว่าตนจะถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวสูงถึงเกือบ 41% ทั้งที่โอกาสจริงมีเพียง 1% เท่านั้น

ที่มาภาพ: Facebook สตางค์ Story
ความสุขที่ซื้อได้ก่อนหวยออก
นักเศรษฐศาสตร์ George Loewenstein เสนอแนวคิดที่ชื่อว่า Anticipatory Utility หรืออรรถประโยชน์จากการคาดหวัง ซึ่งระบุว่าจิตใจมนุษย์สามารถสร้างความสุขได้จากการ “รอคอย” เหตุการณ์ในอนาคต ไม่จำเป็นต้องรอให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงก่อน
เมื่อนำแนวคิดนี้มาอธิบายพฤติกรรมการซื้อหวย จะเห็นได้ว่าผู้ซื้อไม่ได้ซื้อแค่กระดาษพิมพ์ตัวเลข แต่กำลังซื้อ “ประสบการณ์แห่งความหวัง” ทันทีที่มีสลากอยู่ในมือ ผู้คนเริ่มฝันว่าจะปลดหนี้ ซื้อบ้าน ส่งลูกเรียน หรือเดินทางไปต่างประเทศ ความสุขที่เกิดขึ้นในช่วง 15 วันก่อนหวยออกนั้นเป็นของจริง วัดได้ และมีคุณค่าในตัวเอง เมื่อผลรางวัลออกและไม่ถูก ก็เป็นเพียงการสิ้นสุดรอบความสุขนั้น ไม่ใช่การสูญเสียทั้งหมด
ในแง่นี้ นักวิชาการหลายคนจึงมองว่าการซื้อหวยไม่ต่างจากการซื้อตั๋วหนังหรือตั๋วคอนเสิร์ต เงิน 80 ถึง 100 บาทที่จ่ายไปคือค่าความบันเทิง ค่าความตื่นเต้น และค่าความฝันชั่วคราวที่ช่วยให้ผู้คนหลุดออกจากความจำเจของชีวิตประจำวันได้พักหนึ่ง
หวยในฐานะเส้นทางที่ระบบไม่ได้มอบให้
นักจิตวิทยา Charles R. Snyder อธิบายว่าความหวังประกอบด้วยสามสิ่ง ได้แก่ เป้าหมาย เส้นทางสู่เป้าหมาย และแรงขับเคลื่อนที่จะลงมือทำ ผู้มีรายได้น้อยส่วนมากมีทั้งเป้าหมายและแรงขับเคลื่อน แต่สิ่งที่ขาดคือ “เส้นทาง” ในสังคมที่ความเหลื่อมล้ำสูง โอกาสก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญผ่านการทำงานหนักนั้นแคบมากสำหรับคนชั้นล่าง
หวยจึงทำหน้าที่เป็นเส้นทางเทียมที่เข้ามาเติมเต็มสมการที่ขาดหายไป การมีสลากอยู่ในมือหมายความว่ายังมีโอกาส แม้โอกาสนั้นจะริบหรี่เพียงใดก็ตาม ความรู้สึกนี้ช่วยพยุงจิตใจให้ยังมีแรงสู้กับชีวิตในวันถัดไปได้
เมื่อระบบไม่ยุติธรรม หวยคือสนามที่ทุกคนเริ่มต้นเท่ากัน
ในสังคมที่โอกาสถูกผูกขาดด้วยทุน การศึกษา และเส้นสาย วาทกรรมที่ว่า “ขยันแล้วจะรวย” ค่อย ๆ ถูกกัดเซาะจนสูญเสียความน่าเชื่อถือ คนรากหญ้าจำนวนมากทำงานหนักตลอดชีวิตแต่ฐานะก็ไม่เคยเปลี่ยน ในภาวะเช่นนี้ หวยกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่กลไกที่มอบสิ่งที่ระบบปกติไม่สามารถให้ได้ นั่นคือความเท่าเทียมทางโอกาส
เงิน 100 บาทของมหาเศรษฐีกับเงิน 100 บาทของกรรมกรก่อสร้างซื้อโอกาสถูกรางวัลในอัตราเดียวกันทุกประการ ไม่มีการเลือกปฏิบัติตามชื่อนามสกุล ตำแหน่งหน้าที่ หรือวุฒิการศึกษา ความยุติธรรมแบบนี้หาได้ยากในระบบเศรษฐกิจกระแสหลัก จึงไม่แปลกที่หวยจะดึงดูดผู้คนที่รู้สึกว่าตนเองถูกกีดกันออกจากโอกาสอื่น ๆ
ภาระที่คนจนแบกรับมากกว่าคนรวย
ข้อมูลจาก TMB Analytics ระบุว่าผู้ซื้อหวยหลักคือคนวัยทำงานอายุ 35 ถึง 55 ปีที่มีรายได้ประจำแต่มีภาระหนี้สิน งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สังคมยืนยันด้วยว่าผู้มีรายได้น้อยมักกันสัดส่วนรายได้มาใช้กับการเสี่ยงโชคสูงกว่าผู้มีรายได้สูง เมื่อคิดในภาพรวม อุตสาหกรรมหวยจึงทำหน้าที่คล้ายกับ “ภาษีถดถอย” ที่ผู้มีรายได้น้อยต้องรับภาระในสัดส่วนต่อรายได้มากกว่าคนรวย เงินมหาศาลจากฐานรากสังคมไหลเข้าสู่งบประมาณรัฐและกลุ่มทุน ขณะที่ความมั่งคั่งไม่ได้กลับคืนสู่คนกลุ่มนั้นอย่างเป็นธรรม
งานศึกษาในภาคอีสาน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำสุดในประเทศ พบว่าผู้คนที่นั่นใช้เงินซื้อหวยในสัดส่วนต่อรายได้สูงกว่าภาคอื่น และผู้หญิงรวมถึงผู้ที่มีภาระดูแลครอบครัวก็มีแนวโน้มซื้อมากกว่า ซึ่งสะท้อนว่าความหวังที่จะจุนเจือครอบครัวเป็นแรงผลักดันสำคัญ
หวยในฐานะกาวสังคม
การเล่นหวยไม่ได้เป็นกิจกรรมส่วนตัวเสมอไป พฤติกรรมการแบ่งปันความฝัน การตีเลข การซื้อร่วมกันในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่การพูดคุยเรื่องผลออกรางวัล ล้วนเป็นกิจกรรมทางสังคมที่สร้างความผูกพันและความเป็นชุมชน ระบบหวยใต้ดินในไทยยังฝังรากอยู่บนความไว้วางใจระหว่างผู้ซื้อกับเจ้ามือท้องถิ่น ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ผูกพันคนในชุมชนเข้าด้วยกันจนยากจะถอนออก
งานวิจัยภาคสนามในเนเธอร์แลนด์โดย Burger และคณะในปี 2020 พบว่าการได้รับตั๋วลอตเตอรี่ทำให้ระดับความสุขของผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความสุขนั้นเกิดขึ้น “ในช่วงก่อนการออกรางวัล” ไม่ใช่หลังจากถูกรางวัล และการถูกรางวัลเล็กน้อยที่ได้เงินน้อยกว่าราคาตั๋วกลับไม่ได้ทำให้ความสุขเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ถูกรางวัลเลย งานวิจัยชิ้นนี้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่ามนุษย์ได้รับความสุขจากกระบวนการรอลุ้น ไม่ใช่จากผลลัพธ์ทางการเงิน
งานวิจัยอีกชิ้นของ Haisley, Mostafa และ Loewenstein ในปี 2008 พบว่าเมื่อบุคคลถูกกระตุ้นให้รู้สึกว่าตนมีสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจต่ำกว่าคนอื่น พวกเขาจะซื้อลอตเตอรี่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากลอตเตอรี่ทำหน้าที่เยียวยาความรู้สึกด้อยค่าและมอบโอกาสเริ่มต้นใหม่ที่ทุกคนอยู่ในระนาบเดียวกัน
ในบริบทไทย รายงานของ TMB Analytics ปี 2561 สรุปว่าแม้ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ พฤติกรรมการซื้อหวยกลับไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนว่าหวยได้กลายเป็น “สินค้าจำเป็นทางจิตวิทยา” ที่ผู้คนต้องการในยามยาก มากกว่าเป็นแค่การพนันตามอำเภอใจ
“สุขที่ได้หวัง” จากการซื้อหวยไม่ใช่เรื่องของความงมงายหรือความบกพร่องทางการเงิน แต่เป็นระบบที่ซับซ้อนและมีรากอยู่ทั้งในจิตใจมนุษย์และในโครงสร้างสังคม
ในระดับปัจเจก หวยเป็นกลไกทางจิตวิทยาที่สร้างความสุขจากการคาดหวัง เติมเต็มความรู้สึกมีอำนาจควบคุมชีวิต และเปิดประตูสู่ความฝันที่ชีวิตประจำวันไม่อนุญาต ในระดับสังคม หวยเป็นกระจกสะท้อนความล้มเหลวของโครงสร้างที่ไม่สามารถมอบโอกาสก้าวหน้าที่แท้จริงให้กับทุกคนได้
ตราบใดที่ความเหลื่อมล้ำยังฝังรากลึก หวยก็จะยังคงทำหน้าที่เป็นทั้งยาบรรเทาปวดและภาษีซ่อนเร้นที่ดูดซับความมั่งคั่งออกจากคนจนไปพร้อมกัน
ทางออกที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่การห้ามหรือการสอนสถิติ แต่คือการออกแบบนโยบายที่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เช่น สลากออมทรัพย์หรือระบบออมที่มีเงินรางวัล (Prize-Linked Savings) ที่ตอบสนองความต้องการลุ้นโชคโดยไม่เฉือนเงินต้น และที่สำคัญกว่านั้นคือการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อสร้างเส้นทางก้าวหน้าที่จับต้องได้จริง ให้ผู้คนมีความหวังในชีวิตโดยไม่ต้องรอพึ่งพาตัวเลขในวันหวยออก
ที่มา
เฉลิมพงษ์ พงษ์ประชา. (2558). มิติเชิงสังคมของพฤติกรรมการเล่นหวยใต้ดินในประเทศไทย. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 8(4), 64-75.
ธานี ชัยวัฒน์. (ม.ป.ป.). ล็อตเตอรี่: ความหวังและการเลื่อนชั้นทางสังคม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้นจาก https://www.chula.ac.th/en/highlight/106356/
บุญฤทธิ์ แทนบุญ. (2560). พฤติกรรมการซื้อหวยและผลกระทบต่อครอบครัว [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช].
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี. (2561). หวย…ความฝันที่แลกด้วยเงินล้านของคนไทย. TMB Analytics. สืบค้นจาก https://thaipublica.org/wp-content/uploads/2019/01/20181220_Customer-Insight_Lottery_Final.pdf
แสงระวี อังสุโวทัย. (2562). พฤติกรรมการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลและความต้องการผลิตภัณฑ์การออมที่เชื่อมโยงกับเงินรางวัลของพนักงานสำนักงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล [การค้นคว้าอิสระเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].
Baucells, M., & Bellezza, S. (2014). Temporal profiles of instant utility during anticipation and recall (CESR-Schaeffer Working Paper No. 2014-002). USC Dornsife Center for Economic and Social Research.
Beckert, J., & Lutter, M. (2013). Why the poor play the lottery: Sociological approaches to explaining class-based lottery play. Sociology, 47(6), 1152-1170. https://doi.org/10.1177/0038038512457854
Burger, M. J., Hendriks, M., Pleeging, E., & van Ours, J. C. (2020). The joy of lottery play: Evidence from a field experiment. Experimental Economics, 23(2), 241-264. https://doi.org/10.1007/s10683-020-09649-9
Haisley, E., Mostafa, R., & Loewenstein, G. (2008). Subjective relative income and lottery ticket purchases. Journal of Behavioral Decision Making, 21(3), 283-295. https://doi.org/10.1002/bdm.588
Kahneman, D., & Tversky, A. (1979). Prospect theory: An analysis of decision under risk. Econometrica, 47(2), 263-291. https://doi.org/10.2307/1914185
Loewenstein, G. (1987). Anticipation and the valuation of delayed consumption. The Economic Journal, 97(387), 666-684. https://doi.org/10.2307/2232929
Ta-in, P., & Terdudomtham, Y. (2023). Causal factors related to underground lottery purchasing behaviors of Chompoo Samakki Credit Union Cooperatives members. Journal of Contemporary Social Sciences and Humanities, 10(1), 27-42.

