พาเปิดเบิ่ง เงินกู้พุ่งชนเพดาน VS เงินฝากล้นแบงก์ จังหวัดในภาคอีสาน

ภาพรวมภาคอีสานจะเห็นได้ว่ามีสัดส่วนเงินกู้ต่อเงินฝากสูงถึง 94.2% หรือเกือบเท่ากับเงินฝากทั้งหมด แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในระดับจังหวัด จะพบว่า ร้อยเอ็ด กลายเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนเงินกู้สูงกว่าเงินฝากมากที่สุดในอีสาน ขณะที่ หนองคาย กลับเป็นจังหวัดที่มีเงินฝากสูงกว่าเงินกู้อย่างโดดเด่นที่สุด

ร้อยเอ็ดมีสัดส่วนเงินกู้ต่อเงินฝากสูงถึง 135.3% หรือพูดง่ายๆ คือ ทุกๆ เงินฝาก 100 บาทในระบบธนาคาร มีเงินถูกปล่อยกู้ออกไปกว่า 135 บาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในภาคอีสาน ซึ่งไม่ได้หมายถึงว่าร้อยเอ็ดเป็นหนี้มากผิดปกติเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงโครงสร้างเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมากนั่นเอง

ร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่เศรษฐกิจพึ่งพาภาคเกษตรกรรมในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนล่วงหน้าทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารเคมี เครื่องจักร และค่าแรงงาน เมื่อรายได้เกษตรขึ้นอยู่กับฤดูกาลและราคาตลาด เกษตรกรจึงต้องอาศัยสินเชื่อเป็นตัวช่วยสำคัญในการรักษาสภาพคล่อง นอกจากนี้ ธุรกิจในจังหวัดส่วนใหญ่ยังเป็น SME ขนาดเล็ก ร้านค้า ค้าส่ง ค้าปลีก และกิจการครอบครัว ซึ่งมักพึ่งพาเงินกู้ในการขยายธุรกิจมากกว่าการใช้เงินทุนสะสมของตนเอง

อีกทั้ง ร้อยเอ็ดมีประชากรจำนวนมากที่ทำงานนอกจังหวัด โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเขตอุตสาหกรรมภาคกลาง รายได้ส่วนหนึ่งถูกส่งกลับมาจุนเจือครอบครัว แต่เงินออมจำนวนไม่น้อยกลับถูกเก็บไว้ในธนาคารของเมืองใหญ่ที่เป็นสถานที่ทำงาน ไม่ได้ไหลกลับเข้าระบบเงินฝากของจังหวัดเต็มจำนวน ทำให้ฐานเงินฝากในพื้นที่เติบโตช้ากว่าความต้องการสินเชื่อ

 

ขณะที่ หนองคายมีสัดส่วนเงินกู้ต่อเงินฝากเพียง 74.4% ต่ำที่สุดในอีสาน และมีเงินฝากมากกว่าเงินกู้ถึง 6,786 ล้านบาท ซึ่งหนองคายเองก็เป็นจังหวัดที่มีเงินทุนสะสมอยู่ในระบบธนาคารสูงกว่าความต้องการใช้สินเชื่อ

โดยสาเหตุสำคัญอาจจะมาจากบทบาทของหนองคายในฐานะเมืองชายแดนเศรษฐกิจที่เชื่อมไทยกับ สปป.ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ทำให้จังหวัดมีรายได้จากการค้าชายแดน การขนส่ง โลจิสติกส์ และธุรกิจภาคการบริการจำนวนมาก เงินทุนจากผู้ประกอบการค้าชายแดนมักถูกเก็บสะสมในรูปเงินฝาก เนื่องจากธุรกิจการค้าระหว่างประเทศต้องรักษาสภาพคล่องไว้รองรับการซื้อขายสินค้าและอัตราแลกเปลี่ยนนั่นเอง

นอกจากนี้ หนองคายยังได้รับอานิสงส์จากการเป็นพื้นที่รับเงินจากชาวลาว นักลงทุน และผู้ประกอบการที่เข้ามาใช้บริการทางการเงินในฝั่งไทย เนื่องจากระบบธนาคารไทยมีความมั่นคงและมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายกว่า ส่งผลให้มีเงินฝากไหลเข้าสู่ระบบธนาคารในจังหวัดมากกว่าขนาดเศรษฐกิจท้องถิ่น

และอีกปัจจัยคือ โครงสร้างประชากรของหนองคายมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วขึ้น ผู้สูงอายุจำนวนมากมีพฤติกรรมเน้นการออมมากกว่าการก่อหนี้ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีไม่มาก ทำให้ความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนไม่ได้สูงเท่าจังหวัดอุตสาหกรรมหรือจังหวัดเกษตรขนาดใหญ่ ส่งผลให้เงินฝากสะสมเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงินกู้

 

อย่างไรก็ตาม จังหวัดที่มีเงินกู้สูงกว่าเงินฝากไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจอ่อนแอเสมอไป ตรงกันข้ามแล้วหากสินเชื่อถูกนำไปใช้เพื่อการลงทุน การผลิต และการสร้างรายได้ ก็อาจจะกำลังสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว ส่วนจังหวัดที่มีเงินฝากสูงกว่าเงินกู้ก็ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าเสมอไป เพราะอาจจะกำลังสะท้อนว่ามีเงินออมจำนวนมากแต่ยังมีโอกาสลงทุนในพื้นที่ไม่เพียงพอนั่นเอง

 

อ้างอิงจาก:

– ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #เงินฝาก #เงินกู้ #สินเชื่อ #เงินฝากรายจังหวัด

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top