ในปี 2567 ภาคอีสานมีมูลค่าเศรษฐกิจรวม 1,888,342 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 10.1% ของ GDP ประเทศที่ราวกว่า 18.7 ล้านล้านบาท แม้สัดส่วนจะยังต่ำ แต่เศรษฐกิจอีสานก็มีการขยายตัวถึง 43.1% จากปี 2557 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับเติบโตปานกลางค่อนไปทางสูง เมื่อเทียบกับภูมิภาคที่มีฐานเศรษฐกิจต่ำกว่า
5 อันดับจังหวัดที่มี GPP สูงสุด
– นครราชสีมา มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 349,213 ล้านบาท
– ขอนแก่น มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 238,727 ล้านบาท
– อุบลราชธานี มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 148,642 ล้านบาท
– อุดรธานี มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 132,615 ล้านบาท
– บุรีรัมย์ มีมูลค่าเศรษฐกิจเท่ากับ 110,525 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า จังหวัดที่กล่าวมานั้น มีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกันกว่า 979,722 ล้านบาท หรือ 51.9% ของมูลค่าเศรษฐกิจทั้งภาคอีสาน นั่นหมายความว่า ครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจอีสาน กระจุกอยู่ในเพียง 5 จังหวัดเท่านั้น ซึ่งก็ทำให้เกิดแรงดึงดูดแรงงาน ทำให้แรงงานจากจังหวัดขนาดเล็กไหลเข้าสู่เมืองหลัก หรือแม้กระทั่งย้ายออกนอกภูมิภาคไปกรุงเทพฯ
โดยทั้ง 5 จังหวัดที่กล่าวมาก็มีบทบาททางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น นครราชสีมาทำหน้าที่เป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมกับภาคกลาง มีฐานอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่แข็งแรง ส่วนขอนแก่นเป็นศูนย์กลางบริการสมัยใหม่ การแพทย์ และการศึกษา ในขณะที่ อุบลราชธานีและอุดรธานี ก็เป็น “hub ชายแดน” ที่เชื่อมโยงการค้ากับ สปป.ลาว และเวียดนาม ในส่วนของ บุรีรัมย์ ก็มีการเติบโตจากเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยว กีฬา และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วงหลัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดเครือข่ายเมืองศูนย์กลาง ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งภูมิภาคนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม หากลงไปดูความเปลี่ยนแปลงของอันดับ จะเห็นได้ว่า 9 อันดับแรกของจังหวัดที่มีมูลค่า GPP สูงสุดในปี 2557 ยังคงยึดตำแหน่งเดิมต่อเนื่องมาจนถึงปี 2567 โดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงของลำดับ ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของอีสานที่มีการเติบโตแบบกระจุกตัวมากกว่าการกระจายตัว โดยจังหวัดที่ขนาดเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ยังคงเติบโตเร็วและดึงทรัพยากรเพิ่มขึ้น ขณะที่จังหวัดขนาดกลางและเล็กแม้จะเติบโตเชิงตัวเลข แต่ก็ยังไม่สามารถแซงอันดับได้
การเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงปีเป็นอย่างไร⁉️
ในช่วงเวลา ปี 2557-2562 ถือเป็นช่วงเร่งตัวของเมืองศูนย์กลาง โดยเฉพาะขอนแก่นและนครราชสีมา ที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของภาคบริการ การศึกษา และศูนย์กลางสุขภาพ ทำให้มูลค่า GPP ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จังหวัดอย่างอุบลราชธานีและอุดรธานีเติบโตจากบทบาทเมืองชายแดนและศูนย์กลางภูมิภาคตอนบน-ล่างที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนในช่วงปี 2562-2567 เป็นช่วงที่เห็นการขยับของอันดับเล็กน้อย อย่างเช่น เลย ที่ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 12 ในปี 2567 จากอันดับ 13 ในปี 2557 โดยจังหวัดนี้มีการเติบโตจากภาคท่องเที่ยวและบริการ ขณะที่กาฬสินธุ์กลับมีอันดับลดลง จากอันดับ 10 ไปอยู่ที่อันดับ 13 แม้มูลค่าเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังพบว่า มีการโตแต่ช้ากว่าหลายจังหวัด ส่วนสกลนครและมหาสารคามมีการไต่ระดับขึ้นในช่วงกลาง โดยทั้ง 2 จังหวัดนี้ก็มีบทบาทของการเป็นแห่งเมืองการศึกษาและการค้าภายในภูมิภาคที่เริ่มเด่นขึ้นนั่นเอง
และอีกจังหวัดที่น่าจับตาคือคือ จังหวัดใหม่ในระบบเศรษฐกิจ อย่างบึงกาฬ ที่เคยอยู่อันดับ 19 แต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 16 ในปี 2567 ซึ่งก็เห็นถึงการเริ่มมีบทบาททางเศรษฐกิจในฐานะพื้นที่ชายแดนการค้า และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสายมูอีกด้วย
อ้างอิงจาก:
– สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Economy #เศรษฐกิจ #เศรษฐกิจอีสาน #GPP #GRP #ขนาดเศษฐกิจ

