สำหรับภาคอีสานแล้วอาจเป็นดินแดนที่หลายคนจดจำในฐานะแผ่นดินไดโนเสาร์ แต่เคยรู้หรือไม่ว่า? ใต้ผืนดินสีแดงอันกว้างใหญ่แห่งนี้ ยังซ่อนเรื่องราวของอาณาจักรเต่าดึกดำบรรพ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียเอาไว้มานานนับร้อยล้านปี และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ ภาคอีสานบ้านเรา กลับเป็นพื้นที่ที่ค้นพบฟอสซิลเต่าดึกดำบรรพ์มากที่สุดในประเทศไทย ทั้งจำนวน ชนิด และช่วงอายุทางธรณีวิทยา จนสามารถเรียกได้เต็มปากว่า นี่คือ “ดินแดนแห่งเต่าโบราณ” ของไทย
จากข้อมูลการค้นพบฟอสซิลในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นนครราชสีมา ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อุบลราชธานี สกลนคร นครพนม หรือแม้แต่หนองบัวลำภู พบว่า ภาคอีสานมีเต่าดึกดำบรรพ์กระจายตัวอยู่แทบทุกยุค ตั้งแต่ยุคไทรแอสซิกตอนปลายเมื่อกว่า 220 ล้านปีก่อน ยุคจูแรสซิก ยุคครีเทเชียส จนถึงยุคไพลสโตซีนเมื่อไม่กี่หมื่นปีก่อน นั่นหมายความว่า เต่าอาศัยอยู่บนผืนดินอีสานมาอย่างยาวนานจนแทบทุกยุคของโลก และวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงรูปร่างสายพันธุ์ก็เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมของแต่ละยุคสมัย
และหนึ่งในการค้นพบที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการวิทยาศาสตร์ คือ เมกาโลคีลิส เต่ายักษ์ดึกดำบรรพ์จากนครราชสีมา ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงประมาณ 5 ล้าน – 10,000 ปีก่อน เต่าชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์หลายเท่า จนได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเต่ายักษ์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลก ลองจินตนาการดูว่า ครั้งหนึ่งบนแผ่นดินอีสาน เคยมีเต่าขนาดมหึมาเดินอยู่ท่ามกลางป่าโบราณและพื้นที่ชุ่มน้ำอันกว้างใหญ่ ภาพแบบนั้นแทบเหมือนฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี แต่ทั้งหมดคือเรื่องจริงที่ถูกบันทึกเอาไว้ในชั้นหินของภาคอีสาน
นอกจากเต่ายักษ์แล้ว ภาคอีสานยังพบเต่าหลากหลายชนิด ทั้งเต่านา ตะพาบน้ำ เต่าหวาย เต่าหลุมนูน รวมถึงสายพันธุ์ที่ค้นพบครั้งแรกของโลกในประเทศไทย อย่างเช่น “ไทยคีลิส รุชาอี” จากหมวดหินห้วยหินลาดในขอนแก่นและชัยภูมิ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึงประมาณ 220 ล้านปีและถือเป็นเต่าสกุลใหม่ของโลก หรือสายพันธุ์อย่าง “กาฬสินธุ์นีมิส ประสาททองโอสถิ” ที่ถูกตั้งชื่อตามจังหวัดกาฬสินธุ์
สมัยไพลสโตซีน – โฮโลซีน
มีอายุกว่า 5 ล้านปี – 1 หมื่นปีก่อน พบได้ที่ นครราชสีมา
- เมกะโลคีลีส / เต่ายักษ์
- ตะพาบม่านลาย
- ตะพาบธรรมดา
- เต่านา
- เต่าบึง
- เต่าหวาย
- เต่าหลังนูน
หมวดหินโคกกรวด ยุคครีเทเชียสตอนต้น
มีอายุกว่า 115 – 100 ล้านปีก่อน พบได้ที่ นครราชสีมา, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, ชัยภูมิ
- คิซิลคูมีมิส โคราชเอนซิส
- ซาคีมิส
หมวดหินเสาขัว ยุคครีเทเชียสตอนต้น
มีอายุกว่า 130 – 125 ล้านปีก่อน พบได้ที่หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, สระแก้ว, ตราด
- เปลือกไข่เต่า
- โปรโตซาคีมิส รูบรา
- อีสานนีมิส ศรีสุขกี
- คิซิลคูมีมิส
- โปรโตซาคีมิส
- ไตรโอนิคอยเดีย
หมวดหินภูกระดึง ยุคจูแรสซิกตอนปลายถึงครีเทเชียสตอนต้น
มีอายุกว่า 150 – 140 ล้านปีก่อน พบได้ที่กาฬสินธุ์, มุกดาหาร, หนองบัวลำภู
- ภูน้อยคีลีส ธีรคุปต์ติ
- บาซิโลคีลีส มาโครไบออส
- ยักษ์คีลีส มัลติพอร์คาตา
- กาฬสินธุ์นีมิส ปราสาททองโอสถถิ
หมวดหินห้วยหินลาด ยุคไทรแอสซิกตอนปลาย
มีอายุกว่า 220 – 210 ล้านปีก่อน พบได้ที่ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เพชรบูรณ์
- ไทยคีลีส รุจาเอ
- เต่าสกุลใหม่ของโลก
ทำไมอีสานถึงพบเต่าดึกดำบรรพ์เยอะที่สุด?
ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ภาคอีสานไม่ได้แห้งแล้งเหมือนปัจจุบัน แต่เคยเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแม่น้ำ ทะเลสาบ แอ่งน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดมหาศาล สัตว์เลื้อยคลานอย่างเต่าจึงสามารถอาศัยอยู่ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่ภาคอีสานยังตั้งอยู่บน “แอ่งโคราช” ซึ่งเป็นแอ่งตะกอนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะกอนดินและทรายจากแม่น้ำโบราณจะค่อยๆ ทับถมซากสิ่งมีชีวิตเอาไว้เป็นเวลานาน จนกลายเป็นฟอสซิลในที่สุด
ชั้นหินสำคัญอย่างหมวดหินเสาขัว หมวดหินภูกระดึง หมวดหินโคกกรวด และหมวดหินห้วยหินลาด สามารถเก็บรักษากระดูก เปลือกไข่ และซากสิ่งมีชีวิตไว้ได้อย่างสมบูรณ์ หลายครั้งนักวิจัยพบทั้งเปลือกไข่เต่า กระดองเต่า หรือแม้แต่โครงกระดูกที่ยังคงเหลือร่องรอยไว้อย่างชัดเจน แม้เวลาจะผ่านไปเป็นร้อยล้านปีก็ตาม
โดยการค้นพบเหล่านี้กำลังกลายเป็นขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจของภาคอีสาน ทุกวันนี้หลายประเทศสามารถเปลี่ยนซากดึกดำบรรพ์ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับพันล้านบาทได้ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา จีน หรือมองโกเลีย ซึ่งใช้เรื่องราวไดโนเสาร์และฟอสซิลสร้างทั้งพิพิธภัณฑ์ เมืองท่องเที่ยว สวนสนุก ภาพยนตร์ และสินค้าเชิงสร้างสรรค์ ขณะที่ภาคอีสานเองก็มีศักยภาพไม่แพ้กัน เพราะมีทั้งฟอสซิลที่หลากหลาย เรื่องราวที่น่าสนใจ และพื้นที่ขุดค้นระดับโลกจำนวนมากนั่นเอง
อีกทั้ง เศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นไม่ได้จำกัดแค่ค่าบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านของที่ระลึก รถเช่า ไกด์นำเที่ยว และธุรกิจสร้างสรรค์อีกมหาศาล ยิ่งในยุคที่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์กำลังเติบโต นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มมองหาสถานที่ที่มีเรื่องเล่ามากกว่าสถานที่สวยงามเพียงอย่างเดียว และเรื่องราวของโลกดึกดำบรรพ์ในอีสานนี่เอง คือสิ่งที่สามารถสร้างความแตกต่างจากภูมิภาคอื่นได้อย่างชัดเจน
อ้างอิงจาก:
– Fossil World
– พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาพุนพิน
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #ซากดึกดำบรรพ์ #เต่าดึกดำบรรพ์ #เต่าโบราณ #เต่า

