พาย้อนเบิ่ง การเติบโตของมูลค่าเศรษฐกิจจังหวัดในอีสาน ทุก 4 ปี เปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน

จากข้อมูลการเติบโตของมูลค่าเศรษฐกิจของจังหวัดในภาคอีสานในทุกๆ ช่วง 4 ปี จะเห็นได้ว่า ภาคอีสานไม่ได้โตเท่ากันทั้งภูมิภาค แต่เป็นการเติบโตแบบกระจุกตัวและสลับบทบาทกันของแต่ละพื้นที่ 

หากดูเป็นรายจังหวัด จะเห็นได้ว่า หลายจังหวัดที่ติดอันดับต้นๆ แทบจะไม่ใช่จังหวัดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่กลับเป็นจังหวัดขนาดเล็กหรือจังหวัดชายขอบ อย่างเช่น บึงกาฬ หนองคาย เลย หรืออำนาจเจริญ ซึ่งมีลักษณะร่วมกันคือ ฐานเศรษฐกิจเดิมไม่สูงมาก เมื่อมีแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจเพียงบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นการค้าชายแดน การลงทุนใหม่ หรือการท่องเที่ยวที่เริ่มเติบโต ก็สามารถผลักให้อัตราการขยายตัวพุ่งขึ้นได้อย่างโดดเด่นในเชิงสัดส่วน

 

อัตราการเติบโตแต่ละช่วงเวลา

หากเจาะลึกลงไปที่ตัวเลขการเติบโต จะเห็นได้ว่า จังหวัดที่มีอัตราขยายตัวสูงในภาคอีสานส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่มีฐานเศรษฐกิจขนาดเล็ก และมีการเร่งตัวเป็นช่วงๆ มากกว่าจะเติบโตต่อเนื่องทุกปี

อัตราการเติบโตในปี 2559 เมื่อเทียบกับปี 2555 กลุ่มจังหวัดที่เติบโตโดดเด่น อย่างเช่น หนองบัวลำภู เติบโตสูงถึง 23.6% อำนาจเจริญ 19.9% และมุกดาหาร 19.8% ตัวเลขระดับเกือบ 20% นี้ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับภาพรวมประเทศ ซึ่งก็เป็นการเร่งตัวจากฐานต่ำ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนอย่างมุกดาหารที่ได้รับแรงหนุนจากการค้าข้ามแดน ขณะที่จังหวัดขนาดเล็กอย่างหนองบัวลำภู เมื่อมีการลงทุนหรือการขยายตัวของภาคเกษตรและบริการเพียงบางส่วน ก็สามารถดันอัตราการเติบโตให้พุ่งขึ้นได้ทันทีนั่นเอง

อัตราการเติบโตในปี 2563 เมื่อเทียบกับปี 2559 จะเห็นได้ว่า อำนาจเจริญยังคงนำที่ 24.7% เกิดจากแรงส่งที่ต่อเนื่องในระยะหนึ่ง ขณะที่สุรินทร์ 18.9% และมหาสารคาม 16.6% ขยับขึ้นมาแทนจังหวัดกลุ่มเดิม นั่นแสดงว่าการเติบโตไม่ได้กระจุกอยู่พื้นที่เดิม แต่เป็นการกระจายโอกาสเป็นรอบๆ ในขณะเดียวกัน บางจังหวัดที่เคยเติบโตสูงกลับชะลอลง อย่างเช่น บึงกาฬเหลือเพียง 6.1% และหนองบัวลำภูเหลือ 4.6% 

อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตในปี 2567 เมื่อเทียบกับปี 2563 กลับเกิดการเร่งตัวครั้งใหม่ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนและจังหวัดขนาดเล็ก บึงกาฬพุ่งสูงถึง 41.8% หนองคาย 30.7% และเลย 29.1% ซึ่งเป็นระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ตัวเลขเหล่านี้เกิดจากการฟื้นตัวและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกิจกรรมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

 

อัตราการเติบโตกับขนาดเศรษฐกิจไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

จังหวัดที่มีมูลค่าเศรษฐกิจรวมสูง อย่างเช่น ขอนแก่น นครราชสีมา หรืออุดรธานี แม้จะมีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค แต่การจะขยับตัวเลขให้เติบโตในระดับสูงจำเป็นต้องอาศัยเม็ดเงินจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดขนาดเล็ก ใช้เพียงแรงขับเคลื่อนขนาดไม่ใหญ่มากก็สามารถทำให้อัตราการเติบโตดูสูงได้ทันที

อย่างไรก็ตาม แม้อัตราการเติบโตของจังหวัดเหล่านี้จะดูโดดเด่น แต่ไม่ได้หมายความว่ามีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาวเสมอไป หากยังขาดฐานเศรษฐกิจที่หลากหลายและมั่นคง การเติบโตอาจเป็นเพียงการเร่งตัวชั่วคราวมากกว่าการขยายตัวอย่างยั่งยืน ในทางกลับกัน หากสามารถต่อยอดจากจังหวะการเติบโตนี้ไปสู่การลงทุนระยะยาว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง จังหวัดขนาดเล็กเหล่านี้ก็มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นจุดเติบโตใหม่ของภาคอีสานได้ในอนาคตนั่นเอง

อีกทั้ง บทบาทของจังหวัดที่มีพรมแดนติดประเทศเพื่อนบ้านมักมีอัตราการเติบโตโดดเด่นในบางช่วง ซึ่งก็เกิดจากการไหลเวียนของสินค้า การค้าข้ามแดน และการลงทุนที่เชื่อมโยงกับเส้นทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ขณะที่จังหวัดตอนในซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อโดยตรง มักเติบโตตามจังหวะของเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้มีความเสถียรมากกว่า แต่ขาดแรงกระตุ้นที่ทำให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

 

อ้างอิงจาก:

– สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Economy #เศรษฐกิจ #เศรษฐกิจอีสาน #GPP #GRP #ขนาดเศษฐกิจ 

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top