พาเปิดเบิ่ง ภาคอีสานอันดับ 2 ของไทย “มีผู้สูบบุหรี่” มากถึง 2.7 ล้านคน

ข้อมูลพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ระหว่างปี 2550-2567 มีแนวโน้มที่ “ดีขึ้น” จากปี 2550 ที่มีผู้สูบบุหรี่ถึง 10.8 ล้านคน คิดเป็น 21.2% ลดลงเหลือ 9.8 ล้านคน หรือ 16.5% ในปี 2567 เท่ากับว่าประเทศไทยสามารถลดสัดส่วนผู้สูบลงได้กว่า 4.7% ภายใน 17 ปี นี่คือความสำเร็จเชิงนโยบายสาธารณสุข ทั้งมาตรการภาษี การจำกัดพื้นที่สูบ การติดคำเตือนบนซอง และการรณรงค์เลิกบุหรี่ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายภาค พบว่า ภาคใต้มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุดที่ 22.1% รองลงมาคือภาคอีสานที่ 17.9% และต่ำที่สุดคือภาคกลางที่ 14.3% หากมองในระดับจังหวัด 5 อันดับแรกของประเทศ ได้แก่ กระบี่ ตาก นครศรีธรรมราช ระนอง และกาฬสินธุ์ การที่ชื่อของ “กาฬสินธุ์” ปรากฏอยู่ในกลุ่มบนสุดของประเทศ คือสัญญาณเตือนสำคัญว่า แม้ภาพรวมประเทศจะดีขึ้น แต่บางพื้นที่ยังเผชิญโจทย์ท้าทายอย่างหนักนั่นเอง

สำหรับภาคอีสาน ตัวเลข 2.7 ล้านคน หรือ 17.9% แสดงว่าเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรวัยผู้ใหญ่ทั้งภูมิภาคยังคงสูบบุหรี่ และทำให้อีสานมีทั้งจำนวนและสัดส่วนผู้สูบมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ภาคอีสานเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาเกษตรกรรมและแรงงานนอกระบบสูง ความไม่มั่นคงด้านรายได้ ความเครียดจากภาระหนี้ครัวเรือน รวมถึงบริบทวัฒนธรรมที่การสูบบุหรี่ยังคงถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในวงสังคมชาย งานศึกษาด้านสาธารณสุขจำนวนมากชี้ตรงกันว่า กลุ่มประชากรที่มีรายได้และระดับการศึกษาต่ำ มีแนวโน้มสูบบุหรี่สูงกว่า ซึ่งสะท้อนว่า “บุหรี่” ไม่ได้เป็นเพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เชื่อมโยงกับความเหลื่อมล้ำทางสังคมโดยตรงหรือไม่⁉️

อย่างจังหวัดกาฬสินธุ์ที่มีอัตราสูงถึง 24.6% จนติด 1 ใน 5 ของประเทศนั้น หมายความว่าในทุก 100 คน จะมีผู้สูบบุหรี่ราว 24-25 คน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรจังหวัด ปัจจัยที่เป็นไปได้ ได้แก่ โครงสร้างแรงงานภาคเกษตรและแรงงานรับจ้างที่มีสัดส่วนสูง รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ การเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่และการให้คำปรึกษาเชิงรุกยังจำกัดในบางพื้นที่ รวมถึงบรรทัดฐานทางสังคมที่ไม่ได้กดดันให้การสูบบุหรี่เป็นเรื่อง “ผิดปกติ” เท่าที่ควร เมื่อรวมกับต้นทุนบุหรี่ที่แม้ปรับขึ้นภาษีแล้ว แต่ยังเข้าถึงได้ในระดับราคาที่ไม่สูงเกินกำลังสำหรับผู้มีรายได้น้อย ทำให้พฤติกรรมยังคงอยู่นั่นเอง

ในด้านสุขภาพ หากผู้สูบบุหรี่วันละ 1 ซอง เฉลี่ยเดือนละกว่า 2,000 บาท หรือปีละเกือบ 30,000 บาท สำหรับครัวเรือนรายได้น้อย นี่คือภาระทางการเงินที่สูงมาก และหากคูณกับผู้สูบ 2.7 ล้านคนในอีสาน นั่นคือเม็ดเงินมหาศาลที่ถูกเผาไปพร้อมควัน ทั้งยังตามมาด้วยต้นทุนการรักษาโรคหัวใจ มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ ซึ่งท้ายที่สุดรัฐและครอบครัวต้องร่วมกันแบกรับนั่นเอง

 

อ้างอิงจาก: 

– สำนักงานสถิติแห่งชาติ

 

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์ #Business #ธุรกิจ #ธุรกิจอีสาน #บุหรี่ #สัดส่วนผู้สูบบุหรี่ #สูบบุหรี่ 

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top