พาเปิดเบิ่ง อีสานครองแชมป์อันดับ 1 ของไทย มี “ข้าราชการครู” เกือบ 1.7 แสนคน

ครูไม่ใช่เพียงบุคลากรของรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สร้างทุนมนุษย์ เป็นผู้ปลูกฝังความรู้ ทักษะ และคุณค่าที่จะกำหนดอนาคตของเด็กหลายล้านคนในภูมิภาคแห่งนี้ ครูจึงเปรียบเสมือนเรือสำเภาที่คอยพาเด็กจากครอบครัวเล็กๆ ในหมู่บ้านห่างไกลออกสู่โลกกว้าง เป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ และเป็นความหวังของหลายครอบครัวที่มองว่าการศึกษาคือบันไดแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต

ประเทศไทยมีข้าราชการครูราวกว่า 414,168 คน ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของครูทั้งประเทศกระจุกตัวอยู่ในภาคอีสานมากถึง 167,084 คน คิดเป็น 40.3% ของข้าราชการครูไทยทั้งหมด ทิ้งห่างภาคกลางที่มี 89,535 คน และภาคเหนือที่มี 85,094 คน

การที่ภาคอีสานมีข้าราชการครูมากที่สุดของประเทศ เป็นผลจากทั้งจำนวนประชากรที่มากกว่า 20 ล้านคน การมีโรงเรียนกระจายอยู่ทั่ว 20 จังหวัด รวมถึงลักษณะชุมชนชนบทที่อยู่ห่างกัน ทำให้รัฐต้องคงโรงเรียนจำนวนมากไว้เพื่อให้เด็กเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง จึงต้องใช้ครูจำนวนมากตามไปด้วย ขณะเดียวกัน อีสานยังมีเด็กและเยาวชนในระบบการศึกษาจำนวนมาก และมีค่านิยมที่ยกย่องอาชีพครูว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและมีเกียรติ ส่งผลให้คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกเรียนสายครูและสอบบรรจุเข้ารับราชการอย่างต่อเนื่อง จนทำให้อีสานเป็นทั้งแหล่งผลิตและแหล่งรวมกำลังคนทางการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนั่นเอง

หากดูเป็นรายจังหวัด จะพบว่า นครราชสีมา มีข้าราชการครูมากที่สุดในอีสานถึง 18,415 คน ตามด้วย อุบลราชธานี 14,154 คน, บุรีรัมย์ 12,998 คน และ ขอนแก่น 12,659 คน ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะจังหวัดเหล่านี้เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก และมีอำเภอจำนวนมากกว่าหลายจังหวัดในประเทศ โดยเฉพาะนครราชสีมาซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดของไทยนอกกรุงเทพฯ จึงต้องใช้ครูจำนวนมากเพื่อรองรับโรงเรียนในพื้นที่กว้างใหญ่ ส่วนอุบลราชธานีและบุรีรัมย์ก็มีลักษณะคล้ายกัน คือมีทั้งประชากรจำนวนมากและเครือข่ายโรงเรียนกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ชนบทจำนวนมาก ขณะที่ขอนแก่นแม้จะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเมืองใหญ่ของอีสาน แต่ก็ยังมีพื้นที่ชนบทขนาดใหญ่ที่ต้องการบุคลากรทางการศึกษาเช่นเดียวกัน

ในทางกลับกัน จังหวัดที่มีจำนวนข้าราชการครูน้อยที่สุด อย่างเช่น อำนาจเจริญ 3,040 คน, มุกดาหาร 3,387 คน, บึงกาฬ 3,718 คน, ยโสธร 3,911 คน และ หนองคาย 3,987 คน ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่เหล่านี้ได้รับความสำคัญน้อยกว่า แต่เป็นเพราะมีขนาดประชากรและจำนวนโรงเรียนน้อยกว่าจังหวัดขนาดใหญ่ หลายจังหวัดเป็นจังหวัดที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่เมื่อเทียบกับจังหวัดดั้งเดิม ทำให้จำนวนอำเภอและเครือข่ายสถานศึกษาน้อยกว่า จึงมีความต้องการกำลังครูน้อยกว่านั่นเอง

ในส่วนของ สัดส่วนครูต่อนักเรียน ซึ่งก็เป็นภาระงานและความหนาแน่นของระบบการศึกษา โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนครูต่อนักเรียนดีที่สุดในกลุ่มข้อมูลนี้คือ มุกดาหาร 1 ต่อ 19 คน และ สุรินทร์ 1 ต่อ 20 คน หมายความว่าครูหนึ่งคนดูแลนักเรียนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหลายจังหวัด ขณะที่ ขอนแก่น และ อุดรธานี มีสัดส่วน 1 ต่อ 26 คน ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่ม แสดงให้เห็นว่าจังหวัดศูนย์กลางเศรษฐกิจและการศึกษาของอีสานยังคงต้องรองรับนักเรียนจำนวนมาก แม้จะมีครูจำนวนมากอยู่แล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนครูต่อนักเรียนข้างต้นนั้นเฉพาะภารกิจด้านการเรียนการสอนเท่านั้น ในความเป็นจริง ครูยังต้องรับผิดชอบงานอื่นอีกจำนวนมาก ทั้งงานธุรการ งานเอกสาร งานประเมินคุณภาพ งานโครงการของหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมพัฒนานักเรียนและงานบริหารภายในโรงเรียน จึงเป็นที่มาของข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องว่า “ครูทำงานหนัก” ซึ่งหลายครั้งภาระหนักดังกล่าวไม่ได้มาจากการสอนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากงานสนับสนุนและงานเอกสารที่ต้องดำเนินควบคู่กันไป ส่งผลให้ครูจำนวนไม่น้อยต้องแบ่งเวลาออกจากการเตรียมการสอนและการดูแลนักเรียนโดยตรงด้วยนั่นเอง

 

 

อ้างอิงจาก:

– กระทรวงศึกษาธิการ

– เครือข่ายครูขอสอน

– สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ (สสค.)

– The Standard

– The Active Thai PBS

– ประชาชาติธุรกิจ

 

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์  #ข้าราชการครู #ครูอีสาน #ข้าราชการ #ครู

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top