ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “มหกรรมกีฬาระดับโลก” สามารถพัฒนาไปสู่เครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอิทธิพลทางวัฒนธรรมของประเทศได้อย่างทรงพลัง สนามแข่งขันที่ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ได้กลายเป็นศูนย์กลางของปรากฏการณ์ระดับโลก เมื่อการแข่งขันรายการ PT Grand Prix of Thailand ในปี 2569 สามารถดึงดูดผู้ชมได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 228,228 คน ขณะที่ตั๋ว Grandstand ถูกจองหมดภายในเวลาเพียง 3.21 นาทีเลยทีเดียว
หากย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 2492 และเป็นการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตชิงแชมป์โลกที่เก่าแก่ที่สุดรายการหนึ่งของโลก ไทยได้เข้าร่วมในเวทีนี้ครั้งแรกในปี 2561 และสามารถสร้าง “ปรากฏการณ์ใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ได้ทันที โดยในปีแรกมีผู้ชมกว่า 222,535 คน พร้อมคว้ารางวัล Best Grand Prix of the Year ขณะที่ในปีต่อๆ มายอดผู้ชมยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น 226,655 คนในปี 2562 และกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยมีผู้ชม 178,463 คนในปี 2565 เพิ่มเป็น 179,811 คนในปี 2566 และทะลุ 205,373 คนในปี 2567 ก่อนจะขยับขึ้นเป็น 224,634 คนในปี 2568 และทำสถิติสูงสุดในปี 2569 นั่นเอง
ในการจัดการแข่งขัน MotoGP ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อหลายภาคส่วนของประเทศตลอดช่วงปี 2561-2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยรวมแล้วเกือบ 30,000 ล้านบาท และในปี 2569 เพียงปีเดียวก็สร้างเงินสะพัดมากกว่า 5,139 ล้านบาท พร้อมการจ้างงานกว่า 7,983 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดสดไปยังกว่า 200 ประเทศ เข้าถึงผู้ชมกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก ทำให้การแข่งขันกลายเป็นแพลตฟอร์มประชาสัมพันธ์ประเทศที่ทรงพลังยิ่งกว่าสื่อโฆษณาแบบดั้งเดิม
การจัดการแข่งขันที่ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างต่อภาคอีภาคอย่างมาก จังหวัดบุรีรัมย์ได้กลายเป็น “ฮับเศรษฐกิจมอเตอร์สปอร์ต” ที่เชื่อมโยงรายได้ไปยังจังหวัดรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นสุรินทร์ นครราชสีมา หรือชัยภูมิ ในช่วงการแข่งขันพบว่าโรงแรมและที่พักในพื้นที่ถูกจองเต็มเกือบทั้งหมด ขณะที่สินค้า OTOP และธุรกิจท้องถิ่นมียอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โมเดลการพัฒนาเช่นนี้ได้สะท้อนแนวคิด ของการใช้กีฬาเป็นตัวเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของประเทศไทย
นอกจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยตรงแล้ว การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสร้าง “Thai Power” ผ่านการผสมผสานกีฬาและวัฒนธรรมไทยอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมไวรัลระดับโลกอย่าง Tuk Tuk Challenge การจัดเทศกาลวัฒนธรรมไทย การแสดงศิลปะพื้นบ้าน หรือการนำศิลปะการต่อสู้แบบ “มวยไทย” มานำเสนอแก่ผู้ชมจากทั่วโลก สิ่งเหล่านี้ทำให้การแข่งขันในประเทศไทยมีเอกลักษณ์แตกต่างจากสนามอื่น และช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้กับประเทศไทยในฐานะประเทศที่สามารถจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกได้อย่างมีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์นั่นเอง
อ้างอิงจาก:
– THAIRATH
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #MotoGP2026 #MotoGP #สนามช้างเซอร์กิต #บุรีรัมย์ #SportCity

