SHARP ADMIN

ส.ขอนแก่น ธุรกิจที่มีชื่อ “ขอนแก่น” แต่ไม่ได้มาจาก “ขอนแก่น” จุดเริ่มต้นจากของฝาก สู่อาณาจักรพันล้าน

  ส.ขอนแก่น แบรนด์ของกินแสนอร่อยไปที่ไหนก็เจอ หลายคนคงคิดว่าชื่อ ส.ขอนแก่น คงต้องเป็นแบรนด์ของคนขอนแก่น ที่เริ่มต้นจากขอนแก่นแน่ๆ แต่ที่จริงแล้วแบรนด์ ส.ขอนแก่น มีจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพ โดยคนกรุงเทพที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับจังหวัดขอนแก่นแต่อย่างใด นอกจากสินค้าที่นำมากขายนั้นมาจากจังหวัดขอนแก่นในช่วงก่อตั้ง   จุดเริ่มต้นของ ส.ขอนแก่น เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2527 มาจาก คุณเจริญ รุจิราโสภณ จากการสังเกตุว่าคนกรุงเทพนิยมบริโภคอาหารประเภทหมูหย็อง หมูแผ่น และกุนเชียง ทำให้เมื่อคุณเจริญ เดินทางมายังจังหวัดขอนแก่นก็จะซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาขายที่กรุงเทพ หรือก็คือของฝากจากขอนแก่นนั่นเอง นี่จึงเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ “ส.ขอนแก่น” หรือ “สินค้าจากขอนแก่น” เป็นชื่อแบรนด์ที่เข้าใจง่ายและสื่อสารได้เป็นอย่างดี จนใจปัจจุบันผ่านมาแล้วกว่า 40 ปี ส.ขอนแก่น มีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาดมากมาย โดยการผลิตนั้นใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิต และมีการทำฟาร์มสุกรของตนเองเพื่อควบคุมราคา และคุณภาพให้ได้มาตรฐานสากล โดยที่เสน่ห์ของความอร่อยไม่ได้หายไปไหน   แม้ในปัจจุบันจะสามารถพูดได้ว่า ส.ขอนแก่น ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับขอนแก่นอีกแล้วดังเช่นในช่วงเริ่มต้นที่ต้องซื้อสินค้าจากขอนแก่นไปขายในกรุงเทพ ด้วยการที่บริษัทจะต้องมีการเติบโตและควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำไม่ว่าจะเป็นการทำฟาร์มสุกรเลี้ยงหมูเอง การแปรรูปเนื้อสัตว์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ และส่งขายไปยังที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังส่งขายไปยังต่างประเทศมากมาย ทั้งยังมีโรงงานผลิตในต่างประเทศอีกด้วย ไม่ใช่แค่เพียง ส.ขอนแก่น เท่านั้น แต่บริษัทยังคงมีแบรนด์ย่อยอีกมากมาย ได้แก่ ส.ขอนแก่น หมูดี บ้านไผ่ หมูแชมป์ ห้วยแก้ว แบรนด์กันเอง Entrée (อองเทร่) ยูนนาน แต้จิ๋ว มหาชัยฟู้ดส์ ไทเป  ไทยเดิม เซี่ยงไฮ้ และ ไท่ เป่า หลง สินค้าหลักของ ส.ขอนแก่น นั้นจะเป็นอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ถึง 53% และเป็นอาหารทะเลแปรรูป 33% โดย ส.ขอนแก่น จะเน้นไปทางอาหารพื้นเมืองไทยเป็นหลัก จากการที่สินค้าเข้าถึงง่าย หลากหลาย และรสชาติที่ถูกปาก หากมองในด้านของรายได้บริษัทจะพบว่า รายได้รวมของบริษัทมีการเพิ่มขึ้นในทุกปี แต่การเพิ่มขึ้นขางรายได้นั้นสิ่งหนึ่งที่ตามมาเป็นเงาตามตัวในธุรกิจคือต้นทุนที่ตามมา โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 สัดส่วนต้นทุนการขายของทางบริษัทมีการปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งผลมาจากต้นทุนของเนื้อสัตว์ในปี พ.ศ. 2565 นั้นมีการปรับตัวสูงขึ้น ก่อนจะมีการปรับลดลงมาในปี พ.ศ. 2566 แต่การที่บริษัทมีการทำฟาร์มสุกรของตนเองนั้นทำให้ตัวธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบมากเมื่อเทียบกับธุรกิจที่ไม่มีฟาร์มสุกรของตนเอง   ทั้งนี้ ส.ขอนแก่น ก็ยังคงเป็นแบรนด์ยังคงทำให้คนนึกถึงเวลามาเที่ยวขอนแก่นว่านักท่องเที่ยวควรจะซื้อของฝากอะไรจากขอนแก่น แม้ของฝากชิ้นนั้นจะไม่ใช่แบรนด์ของ ส.ขอนแก่น เองก็ตาม แต่ก็เป็นการช่วยให้ธุรกิจในพื้นที่มีรายได้ และสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ส.ขอนแก่น เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ช่วยนำเสนอสินค้าพื้นเมืองของขอนแก่นได้เป็นอย่างดี   ฮู้บ่ว่า? คุณธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เคยให้ HR ติดต่อและทาบทาม คุณเจริญ รุจิราโสภณ อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งได้ข้อเสนอที่ลงตัวจึงได้ร่วมงานด้วยกัน อีกทั้งในตอนที่ CP สนใจธุรกิจอาหาร คุณเจริญ รุจิราโสภณ […]

ส.ขอนแก่น ธุรกิจที่มีชื่อ “ขอนแก่น” แต่ไม่ได้มาจาก “ขอนแก่น” จุดเริ่มต้นจากของฝาก สู่อาณาจักรพันล้าน อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง บริษัทเครื่องปรุงไทยที่สร้างชื่อและโดดเด่นในตลาด GMS

ฮู้บ่ว่า ประเทศเพื่อนบ้านในบริเวรแถบลุ่มแม่น้ำโขง มีสินค้าของคนไทยเข้าไปทำการตลาดและขายสินค้า จนสามารถมีบทบาทสำคัญของตลาดสินค้าอาหารและเครื่องปรุงในต่างประเทศได้   . บริษัทเครื่องปรุงและวัตถุดิบในประเทศไทยนับว่ามีบทบาทในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่มีพรมแดนติดกันกับประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความนิยมของสินค้าไทย ไม่ว่าจะเป็นจากด้านคุณภาพและด้านราคา จนสามารถมีบทบาทโดดเด่นในประเทศปลายทางที่มีการขายสินค้าได้ โดยได้แสดงออกมาจากส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทไทยที่มีในประเทศนั้นๆ    . ในประเทศลาว บริษัทเครื่องปรุงและวัตถุดิบของประเทศไทยที่โดดเด่น มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันมากถึง 31% โดยบริษัทที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดคือ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ที่มีสินค้าหลักๆคือ น้ำมันพืชตรากุ๊ก และเพียงแค่บริษัทเดียวก็ครองส่วนแบ่งการตลาดในประเทศลาวมากถึง 17.3% นอกจากนี้ยังมีบริษัทเด่นๆ อีก 3 บริษัทที่มีสินค้าประเภทซอสปรุงรสอย่าง ซอสภูเขาทอง เด็กสมบูรณ์ และน้ำปลาตราทิพรส   . ประเทศที่มีพรมแดนติดกับอีสานตอนใต้อย่างประเทศกัมพูชา มีบริษัทที่โดดเด่นเพียงแค่บริษัทเดียวคือ  บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีสินค้าอย่าง น้ำมันพืชตราองุ่น ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องปรุงและวัตถุดิบของประเทศกัมพูชาไปกว่า 10.5%    . ประเทศเมียนมาร์เองก็มีบริษัทไทยที่โดดเด่นที่ครองส่วนแบ่งการตลาดไปกว่า 18.5% สินค้าเด่นๆของไทยคือ น้ำปลาตราคนแบกกุ้ง ของบริษัท อุตสาหกรรมน้ำปลาระยอง จำกัด นอกจากนี้ยังมี น้ำมันพืชตรากุ๊กและน้ำผลไม้เข้มข้น ตราควีน อีกด้วย   . ในประเทศจีนและเวียดนาม สินค้าในประเภทเครื่องปรุงของประเทศไทยไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศนี้เป็นประเทศที่มีขนาดอุตสาหกรรมที่ใหญ่ และมีผลผลิตสินค้าประเภทนี้ภายในประเทศตนเองที่สูงอยู่แล้ว ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าไทยใน 2 ประเทศนี้มีน้อยมาก

พามาเบิ่ง บริษัทเครื่องปรุงไทยที่สร้างชื่อและโดดเด่นในตลาด GMS อ่านเพิ่มเติม »

หนาวนี้ อีสานตอนบนหนาวกว่าที่ผ่านมา คาดการณ์ อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 6 – 8 ํC

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน คาดการณ์ว่าฤดูหนาวจะเข้ามายังภาคอีสานประมาณปลายสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม 2567 และจะสิ้นสุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยพื้นที่ภาคอีสานตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นมากกว่าปีที่ผ่านๆมา โดยมีอีสานตอนบนจะมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 20 – 21 องศาเซลเซียส และจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 6 – 8 องศาเซลเซียส ช่วงที่จะมีอุณหภูมิต่ำที่สุดจะอยู่ในช่วงประมาณต้นเดือนธันวาคม 2567 ถึงเดือนมกราคม 2568 โดยมีลำดับเวลาฤดูหนาวของอีสานตอนบนดังนี้ ประมาณปลายสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน  หลายๆคนคงได้สัมผัสกับหนาวแรกของช่วงท้ายปีกันไปแล้ว โดยเฉพาะบริเวณอีสานตอนบน ซึ่งมีอากาศเย็นไปถึงหนาวในบางพื้นที่ และมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคอีสาน  ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม เป็นช่วงที่พื้นที่ภาคอีสานจะมีอากาศหนาวเย็นมากขึ้น โดยเฉพาะอีสานตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปและหนาวจัดบริเวณตอนบนของภาค และมีหมอกหนาในหลายๆพื้นที่ โดยบริดวณยอดภูรวมทั้งเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและเกิดน้ำค้างแข็ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากจีนแผ่มายังประเทศไทย รวมไปถึงมรสุมที่ยังพัดปกคลุมประเทศไทย ช่วงระยะต้นและกลางเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงท้ายของฤดูหนาวของประเทศไทย อีสานตอนบนจะยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า อากาศโดยรวมเริ่มอุ่นขึ้น และเริ่มมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน กับหมอกหนาในหลายๆพื้นที่  . . ฤดูหนาว เป็นฤดูโปรดของใครหลายๆคน มีบรรยากาศเย็นสบาย หลายๆคนคงจะวางแผนไปท่องเที่ยวและพักผ่อน แต่ก็ยังมีปัญหาที่ตามมาอีกหลายอย่าง โดยอ้างอิงจากเคสในฤดูหนาวปีที่ผ่านมา ซึ่งคนอีสานควรเตรียมพร้อมเรื่องใดบ้าง Isan insight & Outlook สิพามาเบิ่ง….   1. ไฟป่า ภัยที่เป็นดั่งเงาของหน้าแล้ง ไฟป่า ดูเหมือนจะเป็นภัยที่เกิดมากในช่วงฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่ป่ามีการผลัดใบและแห้งแล้ง ซึ่งภาคอีสานมีพื้นที่ป่าอยู่มาก ความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่าย่อมมากตาม โดยสถานการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ของภาคอีสานที่ผ่านมาเมื่อต้นปี 2567 ในเดือน ก.พ. ได้แก่ เหตุไฟไหม้บนเทือกเขาภูแลนกา จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นเหตุกาณ์ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปีของจังหวัด ดังนั้นการป้องกันภัยป่าจึงเป็นสิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว   2. ฝุ่นละออง ของฝากที่ไม่ต้องการจากหน้าหนาว เมื่อเข้าฤดูหนาว สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในชีวิตประจำวันนั่นคือปัญหาเรื่องฝุ่นละออง PM 2.5 เนื่องจา่กมีแนวโน้มความกดอากาศที่สูงขึ้น ส่งผลทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ผนวกพื้นดินแห้งและมักจะมีการเผาไร่นา ส่งผลทำให้มีฝุ่นละอองสะสม ตัวอย่างปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาคอีสาน คือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่หลายจังหวัดในภาคมีระดับค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 ในระดับสีแดง ไปจนถึงแดงเข้ม ซึ่งแสดงถึงความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งในปีนี้ก็คงหนีไม่พ้นการเผชิญกับปัญหาฝุ่นละออง ดั้งนั้นสิ่งที่เราทำได้คือการป้องกันตนเอง เช่น ลดการทำกิจกรรมการแจ้ง สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น    3. ความหนาวเย็น ไม่ได้เป็นแค่ความโรแมนติก ภาคอีสานเป็นภาคที่ฤดูหนาวหนาวมากอยู่แล้ว และปีนี้ก็คาดว่าจะหนาวเย็นมากว่าปีที่ผ่านๆมา ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันที่อาจจะยากลำบากขึ้น ความหนาวเย็นสุดขั้วสามารถส่งผลแก่ร่างกายจนอาจถึงแก่ชีวิต ในปีที่แล้วหลายๆจังหวัดได้เผชิญกับภัยหนาว เช่น บุรีรัมย์ สกลนคร กาฬสินธุ์ เป็นต้น ซึ่งหน้าหนาวปีนี้จะเริ่มหนักในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม ผู้คนที่อาศัยบริเวณภูเขาควรเตรียมตัวเป็นพิเศษ เนื่องจากมีโอกาสที่บริเวณยอดภูเขาจะเกิดน้ำค้างแข็ง และจะมีหมอกหนาในหลายๆพื้นที่ ดังนั้นควรระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนนให้ดี นอกจากนั้นยังมีโรคติดต่อที่มากับหน้าหนาว เช่น ไข้หวัดใหญ่

หนาวนี้ อีสานตอนบนหนาวกว่าที่ผ่านมา คาดการณ์ อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 6 – 8 ํC อ่านเพิ่มเติม »

ลาวถูกแซงหน้า จากสินค้าจีนล้นด่านชายแดนอีสาน : เปรียบเทียบการนำเข้าก่อน-หลังสงครามการค้า

ฮู้บ่ว่าปัจจุบัน สินค้านำเข้าจากจีนกลายเป็นอันดับ 1 ของการนำเข้าฝั่งอีสาน แซงหน้าประเทศลาวด้วยอัตราการเติบโตกว่า 78% ภายใน 7 ปี   . ลาวนับเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกันกับคนในภาคอีสาน ทั้งด้านเชื้อชาติ ภูมิประเทศ ขนบธรรมเนียมประเพณี รวมไปถึงการเป็นคู่ค้าสำคัญกับภาคอีสาน ที่มีมูลค่าการค้าชายแดนมากถึง 271,800 ล้านบาท ภายในปี 2567 ในภาพรวมประเทศไทยยังได้เปรียบด้านการค้ากับลาว จากการเกินดุลการค้า มูลค่ากว่า 39,306 ล้านบาท    . จีน เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีประเด็นที่ได้รับความสดใจในด้านการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ เนื่องจากการเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และประเทศไทยก็นับเป็นตลาดสำคัญในการระบายสินค้าจากการถูกมาตรการด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา เมื่อมองมาที่ภาคอีสานจะเห็นได้ว่า สัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมีการเพิ่มขึ้นสูงหลังจากการเกิดสงครามการค้าในปี 2561 จนทำให้การนำเข้าสินค้าจากจีนมาฝั่งอีสานแซงหน้า สปป.ลาว ที่เป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ในภาพรวมของดุลการค้า ไทยมีการขาดดุลการค้ากับจีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการค้าทั้งประเทศและการค้าผ่านแดนฝั่ง สปป.ลาว ผลกระทบจากการค้าดังกล่าวอาจสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ จากการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากด้านราคา และความหลากหลายของสินค้า . สาเหตุที่ประเทศลาวที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านฝั่งอีสาน ถูกจีนนำหน้าในด้านสัดส่วนการนำเข้าชายแดนฝั่งอีสาน ไม่ได้เกิดจากการลดลงของมูลค่าการนำเข้าสินค้าลาวของไทย แต่เกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของการนำเข้าสินค้าจากจีน ที่ทำให้สัดส่วนการนำเข้าสินค้าลาวลดลงไปถึง 36% พามาเบิ่ง 8 ปีผ่านไป ไทยขาดดุลจีนมากแค่ไหน จีนบุกไทยจากภายใน ผ่านการตั้งโรงงานในไทยของชาวจีน

ลาวถูกแซงหน้า จากสินค้าจีนล้นด่านชายแดนอีสาน : เปรียบเทียบการนำเข้าก่อน-หลังสงครามการค้า อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง ซื้อหุ้น 1% บริษัทใหญ่ของอีสาน ใช้เงินจักบาท ได้ปันผลเท่าใด๋?

พามาเบิ่ง ซื้อหุ้น 1% บริษัทใหญ่ของอีสาน ใช้เงินจักบาท ได้ปันผลเท่าใด๋? . . การลงทุนในหุ้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลายๆ ท่าน และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราเองก็มีบริษัทที่สามารถเติบโตจนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้อย่างที่ทุกท่านทราบกัน . แต่ถ้าหากอยากเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้สัก 1% ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ และจะได้ปันผลกลับมามากแค่ไหน ทางอีสานอินไซต์ขอพาทุกท่านไปดูตัวอย่างการลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่ของอีสาน ดังนี้ . GLOBAL: บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 821,893,978 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 7,840,869 บาท DOHOME: บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 335,871,644 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 151,142 บาท NER: บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 92,389,487 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 5,654,237  บาท KSL: บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 88,204,652 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 1,984,605 บาท  PCSGH: บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 67,100,000 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 5,489,451 บาท BRR: บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนประมาณ 35,407,576 บาท ปันผลที่คาดว่าจะได้รับ 1,462,687 บาท . หมายเหตุ: 1.ข้อมูล ณ วันที่ 6 พ.ย. 2567 เวลาหลังจากตลาดปิดทำการ 2.เงินลงทุนประมาณ คำนวณจาก (จำนวนหุ้นชำระแล้ว x 0.01) x ราคาปัจจุบัน 3.เงินปันผลคาดการณ์ คำนวณจาก อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (%) x มูลค่าหุ้นที่ถือครองอยู่ 4.หน่วยของ เงินลงทุนประมาณ คือ ล้านบาท (‘0,000) 5.หน่วยของ เงินปันผลคาดการณ์ คือ แสนบาท (‘000) 6.เงินปันผลคาดการณ์ คำนวณโดย หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แล้ว 7.บางบริษัทอาจจะมีการจ่ายปันผล 2 รอบต่อปี

พามาเบิ่ง ซื้อหุ้น 1% บริษัทใหญ่ของอีสาน ใช้เงินจักบาท ได้ปันผลเท่าใด๋? อ่านเพิ่มเติม »

ท่าทรายรุ่งอรุณ: ผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจขุดกรวดและทรายของอีสาน

วัตถุดิบที่จำเป็นต่อการก่อสร้างมีอยู่มากมาย โดยแต่ละอย่างล้วนมีบทบาทสำคัญและขาดไม่ได้ เช่น หิน กรวด ทราย ซีเมนต์ หินปูน และแร่ยิบซั่ม เป็นต้น การขาดวัตถุดิบใดวัตถุดิบหนึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการก่อสร้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ ISAN Insight & Outlook จะพาคุณไปสำรวจบริษัทขุดทรายและกรวดรายใหญ่ในภาคอีสาน ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีบทบาทสำคัญในทุกโครงการก่อสร้าง   บริษัท ท่าทรายรุ่งอรุณ จำกัด บริษัทขุดทรายและกรวดอันดับ 1 ในภาคอีสานที่มีประสบการณ์ยาวนานมากกว่า 20 ปี จากเดิมที่เป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท่าทรายรุ่งอรุณ ก่อนจะทำการแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดในปี 2565 ที่ผ่านมา หากมองในด้านของผลประกอบการจะเห็นได้ว่าในช่วงที่เป็นห้างหนุ้นส่วนจำกัดรายได้มีการปรับตัวสูงขึ้นทุกๆปี เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาวัตถุดิบก่อสรา้งที่มีการปรับราคาสูงขึ้น  แม้จะมีสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ระบาดแต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของทางบริษัทแต่อย่างใด หากมอกในด้านของกำไร(ขาดทุน) จะพบว่าช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนักในช่วงแรกนั้นกำไรจะมีการปรับตัวลดลงบ้างเล็กน้อยแต่ในปีต่อมาทางบริษัทก็ยังสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล หลังจากในปี 2565 ที่ทางบริษัทได้ทำการแปรสภาพจากห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดนั้น ในช่วงแรกแม้ว่ารายได้รวมและกำไรจะมีการปรับลดลงไปบ้าง แต่จากแนวโน้มในปี 2566 ที่ผ่านมาคาดว่าในปี 2567 นี้รายได้รวมและกำไรอาจจะสูงกว่าช่วงปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทสามารถทำรายได้และกำไรสูงสุดก่อนทำการเปลี่ยนแปลงเป็นบริษัทจำกัด   ในปี 2566 บริษัท ท่าทรายรุ่งอรุณ จำกัด สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดในภาคการขุดกรวดและทราย (08103) ในภาคอีสานได้ 41% ขณะที่หากมองดูในด้านของภาพรวมทั้งประเทศจะพบว่าบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 13% แต่หากมองเฉพาะเจ้าที่เป็นรายใหญ่ในการขุดทรายและกรวดในเว็บไซต์ของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จะพบว่ามีเพียง บริษัท ท่าทรายรุ่งอรุณ จำกัด บริษัทเดียวเท่านั้นที่ถูดจัดอยู่ในหมวดรายใหญ่ ฉะนั้น จึงสามารถพูดได้ว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ของทางบริษัทนั้นส่วนมากจะเป็นบริษัทชนาดกลางและขนาดเล็กซะมากกว่านั่นเอง   การเปลี่ยนแปลงเป็นบริษัทจำกัดคือ กิจการที่จดทะเบียนบริษัทจำกัด มีลักษณะการทำกิจการร่วมกัน เพื่อหากำไรร่วมกัน จะต้องจดทะเบียนนิติบุคคล เดิมต้องมีเจ้าของกิจการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป แต่ในปัจจุบันมีข้อยกเว้นตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 เป็นต้นไปไว้ว่า การจดทะเบียนบริษัทสามารถทำได้โดยมีผู้เริ่มก่อตั้ง ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และมีรายได้จะมีหน้าที่ต้องเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย ไม่ว่าจะตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตามกฎหมายต่างประเทศ   อ้างอิงจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์, เว็บไซต์ของบริษัท, ธนาคารกสิกรไทย, iTAX

ท่าทรายรุ่งอรุณ: ผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจขุดกรวดและทรายของอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

มหาสารคาม กับตลาดนัดโค-กระบือที่ใหญ่ที่สุดในไทย

‘ตลาดนัดโค-กระบือ’ เป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนโค-กระบือรวมถึงสัตว์อื่นๆ ซึ่งจัดขึ้นโดยคนในท้องถิ่น ในปี 2567 ประเทศไทยมีตลาดนัดโค-กระบือทั้งสิ้น 98 แห่ง ซึ่งในภาคอีสานมีจำนวนทั้งสิ้น 56 แห่ง โดยประกอบด้วย 2 เขต ได้แก่ เขต 3 ประกอบด้วยจังหวัด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โดยมีจำนวนตลาดนัดทั้งหมด 16 แห่ง และ เขต 4 ประกอบด้วยจังหวัดเลย กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี โดยมีจำนวนตลาดนัดทั้งหมด 40 แห่ง  โดยจังหวัดมหาสารคาม เป็นจังหวัดที่มีตลาดนัดโค-กระบือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เมื่อประเมินจากปริมาณการซื้อขาย นั่นคือ ‘ตลาดนัดโค-กระบือ หนองกุง’ ตั้งอยู่ที่อ.นาเชือก โดยมีการซื้อขายโคเนื้อเฉลี่ยครั้งละประมาณ 1,500 ตัวต่อครั้งที่จัดตลาด ซึ่งในอีสานก็มีตลาดใหญ่ๆ หลายแห่ง เช่นในพื้นที่ อ.เมือง จังหวัดมหาสารคาม อ.สมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ อ.ศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น ในการดำเนินการของตลาดนัดโค-กระบือในอีสาน พบว่ามีปัญหาและอุปสรรคหลักๆคือ ราคาของสัตว์ที่ตกต่ำ ส่งผลต่อรายได้ของผู้ค้า นอกจากนั้นก็ยังพบปัญหาอื่นๆ เช่น การควบคุมโรคระบาดที่ยังไม่เหมาะสมเพียงพอ และมีจำนวนสัตว์ที่นำมาขายน้อยในตลาดที่เพิ่งเปิดใหม่ อย่างไรก็ตาม อีสาน อินไซต์ คาดว่าจำนวนตลาดจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก จากอุปสงค์ของภาคอีสานที่เริ่มฟื้นตัว   หมายเหตุ: เป็นข้อมูลในช่วงต้นปี 2567, ขนาดของตลาดแบ่งจากปริมาณการซื้อขายโคเนื้อ แบ่งเป็นขนาด S, M, L และ XL ที่มา: กลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ #ตลาดนัดโคกระบือ #โคเนื้อ 

มหาสารคาม กับตลาดนัดโค-กระบือที่ใหญ่ที่สุดในไทย อ่านเพิ่มเติม »

🔎พามาเบิ่ง ตัวอย่าง “ธุรกิจแบรนด์ดัง” ที่บุกตลาดภูธรอีสาน

พามาเบิ่ง ตัวอย่าง “ธุรกิจแบรนด์ดัง” ที่บุกตลาดภูธรอีสาน   “โอ้กะจู๋” (OHKAJHU) และ ”Oh! Juice” 📍เตรียมเปิดครั้งแรกในอีสานที่ “ขอนแก่น” CEO คุณจิรายุทธ ภูวพูนผล และคุณชลากร เอกชัยพัฒนกุล บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) ผลประกอบการ รายได้ 1,716 ล้านบาท กำไร 140 ล้านบาท   “นักล่าหมูกระทะ” (Nak-La Mookata) และ “นะกล่ส” (ชินคันเซ็น ซูชิ) 📍เปิดครั้งแรกในอีสานที่ “ขอนแก่น” CEO คุณศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล และคุณชนวีร์ หอมเตย บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด ผลประกอบการ รายได้ 1,415 ล้านบาท กำไร 116 ล้านบาท   “Swensen’s Regional Flagship Store” (สเวนเซ่นส์ รีจินัล แฟล็กชิป สโตร์) 📍เปิดครั้งแรกในอีสานที่ “ขอนแก่น” CEO คุณวีลเลียม อี ไฮเนคกี้ บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ผลประกอบการ รายได้ 1,952 ล้านบาท กำไร 180 ล้านบาท   JAS green village 📍เตรียมเปิดครั้งแรกในอีสานที่ “ขอนแก่น” CEO คุณสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ผลประกอบการ รายได้ 582 ล้านบาท กำไร 192 ล้านบาท   “BEST BEEF” (เบสท์บีฟ) 📍เปิดครั้งแรกในอีสานที่ “นครราชสีมา” CEO คุณพิชิต เบญจพิพัฒน์กุล บริษัท เบสท์บีฟ เรสเตอรองท์ จำกัด ผลประกอบการ รายได้ 44 ล้านบาท กำไร 1.4 ล้านบาท . . กระแสภาพยนตร์สัปเหร่อคือข้อพิสูจน์ถึงการยอมรับ ความสนุก การถ่ายโยงของวัฒนธรรมอื่น เข้ามามีบทบาทมหาศาล โดยบางแบรนด์เริ่มมีทิศทางการเดินหน้าบุกตลาดต่างจังหวัดซึ่งเป็นเมืองรองแล้ว

🔎พามาเบิ่ง ตัวอย่าง “ธุรกิจแบรนด์ดัง” ที่บุกตลาดภูธรอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

⏰พาย้อนเบิ่ง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา “เมียฝรั่งป้ายแดง” แดนอีสานมีมากแค่ไหน👨🏼👩🏻💍

พาย้อนเบิ่ง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา “เมียฝรั่งป้ายแดง” แดนอีสานมีมากแค่ไหน..ข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2556 – 2566 พบว่าในภาคอีสานมีจำนวนทะเบียนสมรสระหว่างหญิงไทยกับชาวต่างชาติกว่า 10,430 คู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีจํานวนที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสมากกว่าหลายเท่าตัวเลยทีเดียว.ในปัจจุบันผู้หญิงไทยได้สมรสกับชาวต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากสังคมในปัจจุบันมีการเปิดกว้างมากขึ้นจากในอดีต อีกทั้งสภาพสังคมในปัจจุบันมีรูปแบบของการสมรสที่หลากหลายทางเพศ.งานวิจัยของ ปรัชญานันท์ เวียงนนท์ (2548:4-5) ในงานวิจัยเรื่อง เขยฝรั่ง พบว่า หลังจากหญิงไทยแต่งงานกับชายต่างชาติแล้วได้รับการดูแลที่เหมาะสม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีที่อยู่อาศัยมั่นคง มีเครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน มีความคล่องตัวในด้านเศรษฐกิจและได้รับการยอมรับในสังคม. .อ้างอิงจาก:– สำนักบริหารการทะเบียนติดตาม ISAN Insight ทุกช่องทางได้ที่https://linktr.ee/isan.insight#ISANInsight #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #เมียฝรั่ง #ทะเบียนสมรสระหว่างชาวไทยกับชาวต่างชาติ #ภรรยาฝรั่ง

⏰พาย้อนเบิ่ง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา “เมียฝรั่งป้ายแดง” แดนอีสานมีมากแค่ไหน👨🏼👩🏻💍 อ่านเพิ่มเติม »

พามาเบิ่ง🧐จังหวัดไหนในอีสานที่มี การกำจัดขยะเยอะที่สุด

ฮู้บ่ว่า❓ในแต่ละวันภาคอีสานมีปริมาณ🗑ขยะมากวันละ 9 พันตัน และกว่าครึ่งกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี♻ . ISAN Insight and Outlook พามาเบิ่ง🧐จังหวัดไหนในอีสานที่มี การกำจัดขยะเยอะที่สุด . 😷การจัดการขยะเป็นหนึ่งในปัญหาที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข โดยเฉพาะในภาคอีสานที่มีการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษแสดงให้เห็นถึงปริมาณขยะที่ถูกกำจัดในแต่ละจังหวัดในภาคอีสาน ในรูปแบบของการที่ไม่ถูกกำจัดอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน และอย่างถูกต้องซึ่งจะช่วยลดปัญหามลพิษ เช่น การปนเปื้อนของสารพิษในดินและน้ำ รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ . 🍂อย่างไรก็ตาม ขยะที่ถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การทิ้งขยะในที่สาธารณะ การเผาขยะแบบไม่มีการควบคุม หรือการฝังกลบขยะในพื้นที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ยังเป็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะการกำจัดขยะในลักษณะนี้จะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและน้ำที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการทิ้งขยะในแหล่งน้ำหรือพื้นที่เกษตรกรรม . การแก้ไขปัญหาขยะต้องเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทุกคนในการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง การแยกขยะอย่างถูกต้อง การรีไซเคิล และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการขยะ การสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนจะช่วยให้การจัดการขยะในภาคอีสานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากขยะได้อย่างยั่งยืนยืน . ที่มา สำนักงานสถิติ กรมควบคุมมลพิษ . ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่ https://linktr.ee/isan.insight #ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน    

พามาเบิ่ง🧐จังหวัดไหนในอีสานที่มี การกำจัดขยะเยอะที่สุด อ่านเพิ่มเติม »

Scroll to Top