“สายรุ้งบ่ได้มีอยู่แค่เทิงฟ้า แต่ยังห้อยพาดอยู่บ่าของนักสู้ผู้แบกฝัน”
เมื่อสายรุ้งไม่ได้อยู่แค่บนฟ้า
สายรุ้ง ไม่ได้ปรากฏแค่หลังฝนหยุดตก หากแต่ยังมีสายรุ้งอีกสายหนึ่งที่อดทนอยู่ท่ามกลางฝนที่ยังโปรยลงมา สายรุ้งที่ไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่อยู่บนบ่าของคนสู้ชีวิต
ทุกครั้งที่ถึงเทศกาลวันหยุดยาว ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ สงกรานต์ หรือวันสำคัญอื่นๆ ภาพที่เราคุ้นเคยคือคลื่นมหาชนที่เนืองแน่นตามสถานีขนส่ง ชานชาลารถไฟ หรือบนหลังรถกระบะที่มุ่งหน้ากลับบ้าน และสิ่งที่เคียงคู่การเดินทางนี้เสมอคือถุงกระสอบลายรุ้งใบใหญ่ที่ถูกอัดจนตึงเปรี๊ยะ
ภายในถุงเหล่านั้นไม่ได้บรรจุเพียงเครื่องใช้จำเป็น แต่อัดแน่นไปด้วยของฝากและสิ่งของแทนใจที่เตรียมไว้เพื่อคนที่รออยู่ทางบ้าน จนถุงใบนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการหอบเอาความรักและความห่วงใยกลับไปให้แก่ครอบครัว
จากถุงสำเพ็งสู่ไอคอนของคนอีสาน
หากมองให้ลึกไปกว่าการเป็นเพียงบรรจุภัณฑ์ถุงกระสอบสายรุ้ง คือหลักฐานของการดิ้นรนและการย้ายถิ่นของผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานที่จากบ้านนาเข้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแบกรับความหวัง ความฝัน และความรับผิดชอบของครอบครัวไว้บนบ่า
ในประเทศไทย ถุงกระสอบสายรุ้งเริ่มต้นการเดินทางจากย่านสำเพ็ง โดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยเชื้อสายจีนนำมาใช้บรรจุและขนส่งสินค้า จนคนเรียกติดปากว่าถุงสำเพ็ง
แต่เมื่อเวลาผ่านไปในช่วงปี พ.ศ. 2530-2540 ที่ประเทศไทยเข้าสู่ยุคทองของอุตสาหกรรม ถุงลายรุ้งเหล่านี้กลับกลายเป็นสัมภาระคู่กายของแรงงานอีสานมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ จนกลายเป็นไอคอนิกแห่งการย้ายถิ่นฐานมาจนถึงปัจจุบัน
ทำไมไม่ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากดีกว่า
หลายคนอาจสงสัยว่า เดินทางไกลๆ ของก็เยอะ ทำไมถึงไม่ซื้อกระเป๋าเดินทางล้อลากที่ดูสะดวกสบายกว่า?
คำตอบอยู่ที่ความเป็นจริงของชีวิต สำหรับนักสู้ชีวิตที่ต้องย้ายถิ่นฐานมาไกล ฟังก์ชันของกระเป๋าล้อลากกลับกลายเป็นข้อจำกัด:
- รูปทรงตายตัว ไม่สามารถจุของเกินพิกัดได้
- โครงสร้างเปราะ เสี่ยงต่อการแตกหักเมื่อต้องรองรับแรงทับถมใต้ท้องรถทัวร์
- เส้นทางที่ไม่แน่นอน วิถีการเดินทางของผู้ย้ายถิ่นแตกต่างจากนักท่องเที่ยวอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่อาจคาดเดาได้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นพื้นเรียบหรือสมบุกสมบันที่ต้องคอยยกขึ้นยกลงตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ถุงกระสอบสายรุ้งที่ทั้งยืดหยุ่น ทนทาน และรองรับสภาพพื้นผิวได้หลากหลาย จึงกลายเป็นคำตอบที่สอดคล้องกับความจริงของชีวิต
เรื่องของราคาและความหมาย
นอกจากการใช้งานแล้ว “ราคา” คือเหตุผลสำคัญที่กระเป๋าเดินทางล้อลากไม่อาจตอบโจทย์ชีวิตของผู้ย้ายถิ่นได้อย่างแท้จริง ด้วยราคาที่สูงกว่าถุงกระสอบสายรุ้งหลายเท่าตัว สำหรับคนที่จากบ้านมาไกล เงินทุกบาททุกสตางค์ล้วนมีความหมายเกินกว่าจะใช้ไปกับสิ่งฟุ่มเฟือย
“อิหยังประหยัดได้กะประหยัด อันใด๋ใช้ได้กะใช้ไปก่อน”
ประโยคเรียบง่ายนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การประหยัดเงิน แต่คือการยอม “อด” ในวันนี้ เพื่อให้มีความ “อยาก” ที่จะใช้ให้เป็นแรงผลักดันในวันข้างหน้า
ภูมิหลังของความจำเป็น
“อีสาน” ยังคงเป็นภูมิภาคที่มีอัตราความยากจนสูงที่สุดของประเทศ ในปี 2567 มีประชาชนอยู่ในเกณฑ์ยากจนราว 1.2 ล้านคน ขณะที่ครัวเรือนกว่าร้อยละ 60.8 มีภาระหนี้สินเฉลี่ยสูงถึง 200,540 บาทต่อครัวเรือน
แม้รายได้เฉลี่ยต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 22,524 บาท แต่รายจ่ายกลับสูงถึง 18,676 บาทต่อเดือน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า การเพิ่มรายได้คือความจำเป็นเร่งด่วน ในการรับมือกับภาวะหนี้สินที่ถาโถมของคนอีสาน
ถุงใบเดียวกับโครงสร้างแรงงาน
ภาพจำของถุงกระสอบสายรุ้งถูกผูกโยงกับโครงสร้างการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเหนียวแน่น ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ณ สิ้นปี 2563 แรงงานอีสานเคลื่อนย้ายไปทำงานนอกภูมิภาคประมาณ 3 ล้านคน ส่วนใหญ่ทำงานในภาคกลางประมาณ 2.7 ล้านคน (โดยอยู่กรุงเทพฯ 1.2 ล้านคน)
โดยแรงงานเหล่านี้กระจายอยู่ในหลายภาคส่วน
1. ภาคอุตสาหกรรมการผลิต
ส่วนใหญ่เน้นไปที่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เช่น ชลบุรี ระยอง และสมุทรปราการ ทำงานในสายงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และอุตสาหกรรมยานยนต์
ถุงสายรุ้งมักถูกใช้มากที่สุดในช่วงการย้ายเข้าหอพัก เพราะสามารถขนทั้งที่นอน หมอน มุ้ง และของใช้ส่วนตัวได้ในใบเดียว
2. ภาคบริการและการค้า
เป็นภาคที่มีการเติบโตเร็วที่สุด กระจายตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครและเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต และเชียงใหม่ แรงงานอีสานส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นพนักงานหน้าร้าน พนักงานโรงแรม ร้านอาหาร รวมไปถึงอาชีพอิสระและขนส่ง
สถิติระบุว่าในช่วง 1-2 ปีนี้ แรงงานอีสานหันมาทำอาชีพกลุ่ม Rider และพนักงานส่งพัสดุเพิ่มขึ้นกว่า 60% เพราะมีความอิสระ รวดเร็ว และรายได้ดี
3. ภาคการก่อสร้าง
เป็นภาคที่รองรับแรงงานอีสานที่ไม่มีวุฒิการศึกษาสูง เป็นสายงานของกลุ่มผู้ย้ายถิ่นแรกเริ่ม อย่างงานไซต์งานก่อสร้าง กลุ่มนี้มักใช้ถุงสายรุ้งในการเคลื่อนย้ายตามแคมป์คนงาน เพราะถุงมีความทนทานต่อฝุ่นและแรงกระแทกได้ดีกว่ากระเป๋าแบบอื่น
ด้วยเหตุนี้ ภาพของการสะพายเป้และการแบกถุงกระสอบสายรุ้งเพื่อโยกย้ายถิ่นฐานไปยังแหล่งนิคมอุตสาหกรรม เมืองใหญ่ หรือเมืองหลวง จึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในภาคอีสาน มันไม่ใช่เพียงภาพของการเดินทาง หากแต่คือภาพของการดิ้นรน ความหวัง และความรับผิดชอบที่ถูกแบกไว้บนบ่าไปพร้อมกับทุกก้าวของชีวิต
ขาไป–ขากลับ กับความฝันในถุงใบเดิม
ขาไปต้นทุนทางใจ
เมื่อก้าวเท้าออกจากชายคาบ้าน ถุงกระสอบสายรุ้งใบใหม่เอี่ยมทำหน้าที่เป็น “ต้นทุนทางใจ”
ข้างในนั้นบรรจุเอาต้นทุนชีวิตที่แม่พ่อหยิบยื่นให้เพื่อใช้ต่อลมหายใจในเมืองแปลกถิ่น ทั้งหมอนใบเก่า เสื่อผืนเดิม ข้าวสารกลิ่นกรุ่นนา และกระปุกปลาร้าบองที่นัวด้วยความห่วงใย
ทุกชิ้นไม่ใช่แค่ของใช้ แต่มันคือสายใยที่คอยผูกโยงเราไว้กับรากเหง้า เป็นขวัญและกำลังใจในนาทีที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่บนถนนคนสู้ชีวิต
ขากลับดอกผลแห่งความอดทน
เมื่อถึงเทศกาลกลับบ้าน รอยยิ้มที่เปื้อนหน้าบนบ่าที่แบกถุงสายรุ้ง ต่างคลุ้งไปด้วยความคิดถึง และของทุกชิ้นที่อยู่ในนั้น ล้วนคือความฝันที่กำลังถูกแบกกลับบ้าน
ในวันที่สายรุ้งพาดบ่ากลับสู่ถิ่นฐานขากลับถุงใบเดิมอาจจะดูทรุดโทรม มีรอยซ่อมแซมตามตะเข็บ หรือบางทีอาจถูกเปลี่ยนเป็นถุงใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า เพื่อใช้บรรจุดอกผลของความอดทนที่งอกเงยจากหยาดเหงื่อแรงงาน
เสื้อผ้าชุดงามของแม่ รองเท้าคู่แกร่งของพ่อ ของเล่นชิ้นใหม่ที่สัญญากับลูกไว้ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แลกมาด้วยการกัดฟันสู้ตลอดทั้งปี ของทุกชิ้นที่อัดแน่นจนเต็มถุง ล้วนคือความฝันที่ถูกแบกกลับไปวางลงบนชานเรือนอย่างสง่างาม
เพื่อประกาศให้คนทางหลังได้รู้ว่า การจากลาในวันนั้น ได้กลายเป็นความภาคภูมิใจในวันนี้แล้วอย่างแท้จริง
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังถุงราคาหลักสิบ
ถุงกระสอบสายรุ้งผลิตจากพลาสติกสานโพลีโพรพิลีน (PP) ที่มีความเหนียวและทนทานสูง ลวดลายแถบสีอันเป็นเอกลักษณ์นั้นเกิดจากการนำเศษเม็ดพลาสติกเหลือใช้มาผสมรวมกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังเป็นการลดของเสียตั้งแต่ต้นน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติที่โดดเด่น
ด้วยราคาเพียงหลักสิบบาท ถุงใบนี้ตอบโจทย์การเดินทางไกลได้อย่างครบถ้วน:
- แข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักได้มาก
- น้ำหนักเบา จุของได้มหาศาล
- สีสันสดใส ช่วยปกปิดรอยเปื้อนจากการกรำทางตลอดเส้นทาง
- อายุการใช้งานยาวนาน ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 3 ปี
| ไซส์ | ราคาปลีก | ราคาส่ง | น้ำหนักถุง |
| S | 60 บาท | 50 บาท | 0.25 kg |
| M | 80 บาท | 60 บาท | 0.30 kg |
| L | 100 บาท | 65 บาท | 0.38 kg |
ความยั่งยืนของชีวิตจริง
ในยุคที่โลกพูดถึงความยั่งยืนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกถูกกดดันจากต้นทุนเม็ดพลาสติกและนโยบายสิ่งแวดล้อม
วิจัยกรุงศรีประเมินว่าปริมาณการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะขยับสู่ระดับเฉลี่ย 2.5-3.5% ต่อปีในปี 2567-2569 พร้อมกับแนวโน้มการส่งเสริมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) และพลาสติกที่นำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้
แต่ถุงกระสอบสายรุ้งกลับยังรอดพ้น เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อใช้ซ้ำจนกว่าจะพังทลายไปข้างหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับแผนจัดการขยะพลาสติกระยะที่ 2 (ปี 2566-2570) ของไทย
ดังนั้น ถุงกระสอบสายรุ้งนี้จึงไม่ใช่แค่ถุงที่ใช้แล้วทิ้ง แต่คือ “บรรจุภัณฑ์เชิงยุทธศาสตร์” ของแรงงานที่ต้องการคุมค่าใช้จ่ายในสภาวะเศรษฐกิจตึงตัวและต้องการความยั่งยืนอย่างแท้จริง
สายรุ้งบนบ่าของคนที่ยังไม่หยุดสู้
ถุงกระสอบสายรุ้งได้กลายเป็นสัมภาระหลักของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะมันถูกกว่า แข็งแรงกว่า และบรรจุได้มากกว่ากระเป๋าเดินทางทั่วไปหลายเท่า
“ถุงกระสอบสายรุ้ง” เป็นมากกว่าบรรจุภัณฑ์ราคาประหยัด แต่มันคือเพื่อนร่วมทางผู้ซื่อสัตย์ที่ร่วมบุกเบิกและฟันฝ่าทุกอุปสรรคไปพร้อมกับเจ้าของ เป็นกระเป๋าใบพิเศษที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่แบกสัมภาระ หากแต่คือการหอบเอาความรักและความห่วงใยจากเมืองใหญ่ กลับไปส่งมอบให้ถึงมือคนที่รักในทุกช่วงเวลาสำคัญของปี
ถุงสายรุ้งอาจขาดริ้วระหว่างทาง แต่ก็ยังซ่อมได้ หรือเปลี่ยนใบใหม่ได้เสมอ ไม่ต่างจากชีวิตของคนที่แบกมันไว้ ถึงจะล้มหรือเหนื่อย ก็ยังลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้อีกครั้ง
เริ่มที่ “ความอยาก” อยู่กับ “ความอด” เพื่อไปให้ถึง “ความฝัน”
เหมือนสีรุ้งบนถุงใบใหญ่ ไม่ว่าฝนจะหนักแค่ไหน หรือสีจะซีดจางเพียงใด สีรุ้งนั้นก็ยังไม่หายไปไหน
มันเยังอยู่เคียงข้างคนที่ไม่ยอมแพ้ จนกว่าจะพาฝันที่แบกมา กลับไปหาคนที่ถ่าอยู่… บ้านเฮา
อ้างอิง
ธนาคารแห่งประเทศไทย
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ
วิจัยกรุงศรี
Bagseed

