ในนามวง THE SIS หลายคนรู้จักเธอในฐานะศิลปินกลุ่มทรีโอ ที่ประกอบไปด้วย 3 พี่น้อง แต่ปัจจุบัน เธอคือผู้ประกอบการไทย เจ้าของร้านอาหาร Mamamon Thai Eatery และ Sip Song Bar ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่พาข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นข้าว GI ไปสู่สายตาชาวโลก ด้วยการแปรรูปเป็น ‘สาโท’ หมักด้วยน้ำแร่จากเทือกเขาแอลป์ เสิร์ฟให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลองความเป็นไทย
จาก ‘เสียงเพลง’ สู่ ‘รสชาติไทย’ ในเวียนนา
“คุณเปียโน” ได้พลิกผันชีวิตหลังแต่งงานกับชาวสวีเดน ย้ายถิ่นฐานสู่เวียนนาในปี 2010 แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านภาษาและวัฒนธรรม แต่ด้วยพรสวรรค์ด้านอาหารที่ซึมซับมาจากคุณแม่ตั้งแต่เด็ก เธอได้เริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารไทยรถเข็น “Mamamon Thai Eatery” ในปี 2011 โดยมีคุณแม่เป็นผู้รังสรรค์สูตรอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ
ความสำเร็จของ Mamamon นำไปสู่การขยายธุรกิจในปี 2016 ด้วยร้านอาหารไทยเต็มรูปแบบ และในปี 2022 เธอได้เปิด “Sip Song Bar” บาร์ยาดองไทยสุดฮิปใจกลางกรุงเวียนนา ที่นำเสนอเครื่องดื่มไทยโบราณในรูปแบบค็อกเทลสุดสร้างสรรค์ พร้อมดนตรีไทยสดๆ สร้างสีสันให้ค่ำคืน ล่าสุด เธอได้เปิด “Sip Song Bar” สาขาใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ตอกย้ำความสำเร็จในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านรสชาติและเสียงเพลงสู่สายตาชาวโลก
เรื่องราวของเปียโน THE SIS ไม่เพียงแต่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงไทยทั่วโลก แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้
จากสาเกสู่สาโท ของ ‘เปียโน THE SIS’ สร้างสรรค์เครื่องดื่มไทยโกอินเตอร์
จากความหลงใหลในรสชาติสาเก สู่แรงบันดาลใจจากข้าวหมาก เปียโน THE SIS หันมาศึกษาและทดลองทำสาโทที่เวียนนา ด้วยความมุ่งมั่นและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เธอสามารถรังสรรค์ “Sip Song Sato” สาโทข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยความร่วมมือจากอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงเวียนนา เธอได้นำข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาฯ GI มาเป็นวัตถุดิบหลัก สร้างสรรค์สาโท 3 รูปแบบ: ดราฟต์, สุก, และ Pet Nat เสิร์ฟในร้าน “Sip Song Bar” และร้านอาหารชั้นนำในเวียนนา ไม่เพียงแต่สร้างสรรค์เครื่องดื่มรสเลิศ เปียโนยังนำกากสาโทมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างมูลค่าเพิ่ม และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก ด้วยรสชาติที่ถูกปากชาวต่างชาติ และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เปียโน THE SIS ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเครื่องดื่มในยุโรป
สาโทข้าวหอมมะลิไทย สุดฮอตในออสเตรีย เตรียมโปรโมต Soft Power เครื่องดื่มไทยไปตลาดยุโรป ชูเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร
การขับเคลื่อน Soft Power ของไทย คือ สาโท ซึ่งเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัตถุดิบหลักและนำมาหมักบ่มกับน้ำแร่ธรรมชาติคุณภาพสูง แห่งเทือกเขาแอลป์ประเทศออสเตรีย ออกมาเป็นสาโทชั้นยอดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร
สาโทดังกล่าว ถูกพัฒนาขึ้นโดยสิบสองบาร์ (Sip Song Bar) บาร์ไทยสุดฮิปกลางกรุงเวียนนา และใช้ชื่อว่า “สาโท Sip Song” since 2024 เสิร์ฟลูกค้าเป็นแห่งแรกในประเทศออสเตรีย โดยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคและนักวิจารณ์ผู้มีอิทธิพลในวงการอาหารออสเตรีย ตลอดจนสื่อมวลชนทั้งในออสเตรียและสื่ออื่นในยุโรป ต่างให้ความสนใจขอเข้าสัมภาษณ์พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและวัฒนธรรมการกินดื่มของไทยในครั้งนี้
การพัฒนาสาโทของนางสุพัณณดา พลับทอง หรือเปียโน มาจากความต้องการยกระดับอาหารไทยให้เป็นสากลและมีความเป็นพรีเมียม จึงเสาะหาเครื่องดื่มที่เข้ากันได้ดีกับอาหารไทยที่มีรสจัดจ้านเผ็ดร้อน จึงเสาะหา ค้นคว้า ทดลองฃ และสั่งสมประสบการณ์ จนได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลญี่ปุ่นไปเรียนรู้วิธีการทำสาเกที่ญี่ปุ่น และประสบการณ์ที่ได้ ทำให้มองเห็นว่า เครื่องดื่มที่ตามหาอยู่ ไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่คือ สาโทนั่นเอง เหมือนกับไวน์คู่กับอาหารตะวันตก หรือสาเกคู่อาหารญี่ปุ่น
ซึ่งสาเกของญี่ปุ่น ถูกผลิตโดยใช้ข้าวเหนียวจากประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายร้อยปี มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วโลก สาโทของไทยกลับกลายเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกจำกัด และยังไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนาเพื่อนำมาสร้างประโยชน์ในทางเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็น
แต่ด้วยความซาบซึ้งในคุณค่าและอัตลักษณ์ของข้าวหอมมะลิไทยจากทุ่งกุลาร้องไห้ คุณเปียโนจึงพยายามพัฒนาสาโทที่ทำจากข้าวเจ้าชนิดนี้ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลก เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและยังเป็นสินค้าเกษตรชนิดแรกของไทยและอาเซียนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของสหภาพยุโรป
ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องรับประกันคุณภาพและแหล่งกำเนิดของสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมอาชีพชาวนา คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่และการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมอันทรงคุณค่าให้ยังคงได้รับการสืบทอดต่อไปอีกด้วย
“ที่ผ่านมาสำนักงานฯ ทดลองนำสาโทเข้าเสิร์ฟในงานเลี้ยงรับรอง Vienna Fashion Week 2024 เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่น่าสนใจ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะสาโท เป็น Soft Power ด้านเครื่องดื่มที่สำคัญของไทย
โดยล่าสุดร่วมมือกับนางเมทินี ศิริสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ร่วมกันส่งเสริมผู้ประกอบการหาช่องทางการเจาะตลาดสาโท Sip Song ในโปแลนด์ผ่านร้านอาหารไทยแนวสตรีทฟู้ด ที่มีความสนใจ
รวมทั้งจัดเจรจาจับคู่เจรจาธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ศักยภาพในเมืองหลักอย่างกรุงวอร์ซอ และเมืองคาคุฟ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นที่น่าพอใจ โดยคาดว่าจะมีฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร เป็นประเทศเป้าหมายต่อไป”
อ้างอิงจาก:
– Khaosod Online
– กรุงเทพธุรกิจ
– เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #สาโท #สาโทข้าวหอมมะลิไทย #SipSong #สาโทSipSong #SoftPower #ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้