ถ่าเบิ่ง “ BEARHOUSE ” ชงชานมไข่มุกรุกอีสาน  ก่อนขึ้นเหนือลงใต้ปีหน้า เล็งบุกตลาดต่างประเทศ

ถ่าเบิ่ง

“ BEARHOUSE ” ชงชานมไข่มุกรุกอีสาน 

ก่อนขึ้นเหนือลงใต้ปีหน้า เล็งบุกตลาดต่างประเทศ

 

“แบร์เฮาส์” รุกหนักตลาดร้านชานมไข่มุก มองเป็นแบรนด์โซนบลูโอเชียน ปีนี้เปิดใหม่อีก 10 สาขา เน้นกทม. อีสาน ก่อนขึ้นเหนือลงใต้ปีหน้า เล็งบุกตลาดต่างประเทศ

 

นายอรรถกร รัตนารมย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้จัดการทั่วไป บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด ผู้บริหารร้านชานมไข่มุกแบร์เฮาส์ (BEARHOUSE) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดชานมไข่มุกกลับกลายมาเป็นตลาดบลูโอเชียนอีกครั้ง (Blue Ocean) มีคู่แข่งน้อย หลังจากที่ผู้ประกอบการหลายรายได้เลิกไป รวมทั้งเริ่มหันไปสนใจลงทุนในเรื่องอาหารกันมากขึ้น โดยเฉพาะประเภท ชาบู หม่าล่า ปิ้งย่าง และลงทุนเปิดร้านกาแฟมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดชานมไข่มุกแข่งขันน้อยลง ไม่รุนแรงเหมือนในอดีต เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่เริ่มเป็นตลาดเรดโอเชียน (Red Ocean) และการแข่งขันมีความดุเดือดอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทฯก็ยังคงเดินหน้าาขยายธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดธุรกิจมาเมื่อปี 2562 หรือเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมากับมีการสาขาแรกคือที่สยามสแควร์ และพัฒนามาตลอดเวลา กระทั่งปัจจุบันมีร้านเปิดดำเนินการแล้วรวม 23 สาขา ในกรุงเทพและปริมณฑล และเปิดในต่างจังหวัดสาขาแรกที่นครราชสีมาเมื่อปี 2565

 

ทั้งนี้ปี 2566 นี้วางแผนที่จะขยายร้านเพิ่มอีก 10 สาขา เพื่อให้สิ้นปีนี้มีครบ 33 สาขาในไทย จากขณะนี้ 23 สาขาโดยดำเนินการเองทั้งหมดไม่มีการขายแฟรนไชส์แต่อย่างใด ยังคงเน้นไปที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคอีสานมากขึ้น เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี เน้นเปิดตามศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ มากกว่าเปิดแบบสแตนด์อโลน 

 

ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเริ่มขยายไปทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ และภาคใต้เช่น หาดใหญ่ นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะขยายตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกันภายในปี 2568 ซึ่งเอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะเป็นรูปแบบใดดี การขายลิขสิทธิ์แฟรนไชส์กับการหาผู้ร่วมทุน

ส่วนแผนระยะยาว ตั้งเป้าเปิดร้านแบร์เฮาส์ให้ได้รวมในไทย 109 สาขา ภายในปี 2571 และมีแผนที่จะเข้าตลาดหุ้นด้วย เบื้องต้นมองไปที่ตลาด MAI ก่อน

 

ยอดขายที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2562 มีประมาณ 17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 82 ล้านบาท ในปี 2563 และเพิ่มขึ้นเป็น 104 ล้านบาทในปี 2564 ส่วนปี 2565 ทำได้ 210 ล้านบาท ซึ่งเติบโตมากถึง 79% ซึ่งผู้บริหารทั้งสองยืนยันว่า เป็นการเติบโตที่สูงที่สุดในตลาดร้านชาในไทย ซึ่งการเติบโตเป็นผลมาจากการที่ขยายสาขามากขึ้น และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเมนูใหม่ๆต่อเนื่อง และการมีผลิตภัณฑ์อื่นๆเพิ่มเติม จำหน่ายในร้าน เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลาย ทั้งนี้ยอดขายเฉลี่ยของร้านแบร์เฮาส์มีประมาณ 8,000 แก้วต่อวัน แบ่งเป็น ซื้อหน้าร้านหรือวอล์กอิน 60% และดีลิเวอรี่ 40% ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 50%

 

นางสาวปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท 21 แพสชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ล่าสุดได้เปิดตัวร้านใหม่ที่ 23 ที่อโศกสุขุมวิท ลงทุนเกือบ 4 ล้านบาท และได้เปิดตัวเมนูใหม่ 2 หมวดสินค้า คือ ชาผลไม้นุ่มชีส และชาใสนุ่มชีส โดยชาผลไม้นุ่มชีสมี 3 รสชาติ ชาพีชลิ้นจี่นุ่มชีส ชาเนื้อส้มนุ่มชีส และชาเสาวรสมะม่วงนุ่มชีส ราคาแก้วละ 120 บาท

 

“จริงๆแล้วแบร์เฮาส์มีเมนูชาผลไม้ที่ทานกับชีสมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ตอนนั้นยังไม่เป็นที่นิยมของตลาด แต่ปัจจุบันเทรนด์และการตอบรับชาผลไม้มาแรงมาก เราจึงถือโอกาสต่อยอดเป็นเมนูใหม่ทันที และปรับรูปแบบการทำตลาดจากออนไลน์เป็นการทำแบบอินสโตร์มาร์เก็ตติ้ง ด้วยการตกแต่งร้านทุกสาขาควบคู่ไปกับการจัดโปรโมชั่น เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการ Trail Product ทดลองสินค้า” อีกด้วย

 

อ้างอิงจาก:

ผู้จัดการออนไลน์

 

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ได้ที่

Instagram : https://www.instagram.com/isan.insight.and.outlook/

Website : https://isaninsight.kku.ac.th

Youtube : https://youtube.com/@ISANInsightOutlook

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #อีสานอินไซต์ #BEARHOUSE #ชานมไข่มุก #นครราชสีมา #ขอนแก่น #อุดรธานี

Leave a Comment

Your email address will not be published.

Scroll to Top