“สนามบินบึงกาฬ” วงเงิน 8.1 พันล้าน ความหวังใหม่เศรษฐกิจไทย–ลาว–เวียดนาม บนระเบียงการค้าแห่งอนาคต

โครงการก่อสร้าง “ท่าอากาศยานบึงกาฬ” วงเงินกว่า 8,196 ล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีภายในปี 2569 ก่อนเริ่มก่อสร้างในปี 2572 และเปิดใช้งานในปี 2575 ซึ่งหากโครงการเกิดขึ้นจริง จะเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนแห่งนี้ไปตลอดกาล

หลายคนอาจเข้าใจว่าสนามบินบึงกาฬเป็นเพียงโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้ประชาชนเท่านั้น แต่สามารถเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุดชนิดหนึ่งของโลกยุคใหม่ เพราะทุกเมืองที่มีสนามบิน ล้วนมีโอกาสเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับโลกได้เร็วกว่าพื้นที่อื่นเสมอ โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจโลกให้ความสำคัญกับความรวดเร็วของการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการเคลื่อนย้ายผู้คนมากกว่าที่เคย

จุดแข็งสำคัญของบึงกาฬ เป็นจังหวัดตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขง เชื่อมต่อกับ สปป.ลาว และอยู่ใกล้เส้นทางเศรษฐกิจที่สามารถเชื่อมจากเวียดนาม ผ่านลาว เข้าสู่ไทย ก่อนออกไปยังเมียนมาและมหาสมุทรอินเดีย บึงกาฬกำลังอยู่บนแนวระเบียงเศรษฐกิจสำคัญของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ GMS ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หลายประเทศกำลังแข่งขันกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนัก เพราะนี่คือประตูการค้าใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดังนั้น สนามบินบึงกาฬจึงกำลังถูกมองให้เป็นจุดเชื่อมโลจิสติกส์ชายแดนที่สามารถรองรับทั้งนักลงทุน นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อไทยกำลังพยายามผลักดันเศรษฐกิจชายแดนให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ของประเทศ ท่ามกลางข้อจำกัดของเศรษฐกิจเมืองใหญ่ที่เริ่มอิ่มตัวมากขึ้นทุกปีนั่นเอง

สิ่งน่าสนใจมาก คือ ที่ตั้งของสนามบินซึ่งอยู่บริเวณตำบลโป่งเปือย อำเภอโซ่พิสัย และตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองและสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 เพียงประมาณ 12 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางที่ใกล้มากสำหรับสนามบินภูมิภาค และมีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงการค้าและโลจิสติกส์ เพราะหมายความว่าสินค้า นักท่องเที่ยว หรือแม้แต่นักลงทุนจากฝั่งลาวและเวียดนาม สามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยผ่านบึงกาฬได้สะดวกขึ้นอย่างมหาศาล

ยิ่งไปกว่านั้น จังหวัดบึงกาฬยังอยู่ห่างจากสนามบินสำคัญรอบข้างเกือบ 190-194 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็นสนามบินอุดรธานี สกลนคร หรือ นครพนม ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ยังมีช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศอยู่สูงมาก และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้สนามบินบึงกาฬมีโอกาสเติบโตได้จริง ต่างจากบางพื้นที่ที่มีสนามบินอยู่หนาแน่นจนแข่งขันกันเองนั่นเอง

อีกทั้ง การมีสนามบินเมืองทั้งเมืองจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตามมา อย่างเช่น ถนนจะถูกขยาย พื้นที่รอบสนามบินจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น โรงแรม ร้านอาหาร คลังสินค้า ศูนย์ประชุม ห้างสรรพสินค้า และโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ จะค่อยๆ เกิดขึ้นตามมา

โดยแนวคิดของกรมท่าอากาศยานที่กำลังพยายามผลักดันเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์รอบสนามบิน หรือ Airport Economy ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ผ่านการแก้ไขข้อจำกัดการเช่าพื้นที่ราชพัสดุภายในสนามบิน จากเดิมที่เช่าได้เพียง 3 ปี ซึ่งสั้นเกินไปสำหรับการลงทุนขนาดใหญ่ ไปสู่แนวคิดใหม่ที่อาจเปิดให้เช่า 5-10 ปีสำหรับพื้นที่ภายในอาคาร และอาจขยายได้ถึง 30 ปีสำหรับพื้นที่ภายนอกบางประเภท หากแนวคิดนี้เกิดขึ้นจริง สนามบินบึงกาฬอาจพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่รอบสนามบินได้ในอนาคต

และภาพที่อาจเกิดขึ้นในอีก 10-20 ปีข้างหน้า คือพื้นที่รอบสนามบินอาจเต็มไปด้วยโรงแรม ศูนย์โลจิสติกส์ คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้าเกษตร ศูนย์แสดงสินค้า ร้านค้าปลอดภาษี หรือแม้แต่เขตธุรกิจใหม่ที่รองรับนักลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีน เวียดนาม และลาว ที่กำลังมองหาพื้นที่ลงทุนใหม่ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

อีกประเด็นที่สำคัญมาก คือ การท่องเที่ยว เพราะบึงกาฬกำลังมีต้นทุนด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นหินสามวาฬ ภูทอก น้ำตก ถ้ำ วิถีวัฒนธรรมริมโขง รวมถึงกระแสการท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ปัจจุบันข้อจำกัดสำคัญของบึงกาฬ คือ การเดินทางยาก นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องใช้เวลาเดินทางทางถนนหลายชั่วโมงจากอุดรธานีหรือสกลนคร แต่หากมีสนามบินของตัวเอง จังหวัดจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ได้ทันที โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มีกำลังใช้จ่ายสูงและให้ความสำคัญกับเวลาในการเดินทาง

ในอีกมุมหนึ่ง คือ สนามบินยังอาจเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานของบึงกาฬ เพราะเมื่อเศรษฐกิจบริการและการลงทุนขยายตัว จะเกิดการจ้างงานใหม่จำนวนมาก ทั้งในภาคการบิน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ โรงแรม ร้านอาหาร และบริการสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยดึงคนรุ่นใหม่กลับเข้าสู่จังหวัด ลดปัญหาการย้ายถิ่นแรงงานไปกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ และอาจทำให้บึงกาฬกลายเป็นเมืองที่คนอยากกลับมาอยู่มากขึ้นในอนาคต

แต่อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่หลายฝ่ายตั้งขึ้น คือ สนามบินบึงกาฬจะซ้ำรอย “สนามบินเบตง” หรือไม่ เพราะสนามบินเบตงเองเคยถูกคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ แต่กลับเผชิญปัญหาจำนวนผู้โดยสารต่ำกว่าคาดการณ์ และสายการบินมีข้อจำกัดด้านความคุ้มทุนในการเปิดเส้นทางบิน

แต่หากวิเคราะห์เชิงลึก จะพบว่าบริบทของบึงกาฬแตกต่างจากเบตงอย่างมาก เบตงมีลักษณะเป็นเมืองปลายทางเฉพาะกิจและมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางเศรษฐกิจ ขณะที่บึงกาฬตั้งอยู่บนเส้นทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่กำลังเติบโต และสามารถเชื่อมโยงกับหลายเมือง หลายประเทศ ได้พร้อมกัน อีกทั้งยังอยู่ใกล้เวียดนามและจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวรวดเร็ว หากมีการวางยุทธศาสตร์ด้านการบิน การค้า และการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม สนามบินบึงกาฬอาจกลายเป็นประตูเศรษฐกิจใหม่ของลุ่มน้ำโขงมากกว่าจะเป็นเพียงสนามบินภูมิภาคทั่วไป

 

อ้างอิงจาก:

– กรุงเทพธุรกิจ

– ฐานเศรษฐกิจ

– ไทยรัฐออนไลน์

 

ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่

https://linktr.ee/isan.insight

 

#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #สนามบินบึงกาฬ #บึงกาฬ #สนามบินใหม่

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top