สนามเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ไเปรียบเสมือนเวทีประลองของ “ผู้นำหลายเจเนอเรชัน” อย่างชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองหลักสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของอำนาจ ตั้งแต่ Baby Boomer ที่ผ่านพายุวิกฤติเศรษฐกิจ การรัฐประหาร และความขัดแย้งทางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลุ่ม Gen X ที่เป็นแกนกลางของระบบการเมืองในปัจจุบัน ไปจนถึง Gen Y ที่เติบโตมากับโลกดิจิทัล ความไม่แน่นอนของตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม การเลือกตั้งรอบนี้จึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “ใครจะเป็นนายกฯ” แต่คือคำถามใหญ่กว่านั้นว่า “อนาคตประเทศควรถูกออกแบบโดยประสบการณ์แบบไหน และมุมมองของคนรุ่นใด”
เมื่อแยกตามช่วงเจเนอเรชัน รายชื่อแคนดิเดตในชุดข้อมูลนี้แบ่งออกได้ดังนี้
🟢Gen Y (Millennials): ผู้นำรุ่นใหม่
กลุ่มนี้เกิดช่วงปี พ.ศ. 2524 – 2539 (ค.ศ. 1981 – 1996)
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (อายุ 38 ปี) พรรคประชาชน
วสวรรธน์ พวงพรศรี (อายุ 31 ปี) พรรคไทรวมพลัง
🔵Gen X: กลุ่มผู้บริหารหลัก
กลุ่มนี้เกิดช่วงปี พ.ศ. 2508 – 2523 (ค.ศ. 1965 – 1980) เป็นกลุ่มที่ครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคปัจจุบัน
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (อายุ 60 ปี) พรรคกล้าธรรม
อนุทิน ชาญวีรกูล (อายุ 59 ปี) พรรคภูมิใจไทย
ตรีนุช เทียนทอง (อายุ 53 ปี) พรรคพลังประชารัฐ
ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (อายุ 53 ปี) พรรคไทยก้าวใหม่
ศ.ดร.นพ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (อายุ 46 ปี) พรรคเพื่อไทย
🟣Baby Boomer: กลุ่มประสบการณ์สูง
กลุ่มนี้เกิดช่วงปี พ.ศ. 2489 – 2507 (ค.ศ. 1946 – 1964)
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (อายุ 77 ปี) พรรคเสรีรวมไทย
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง (อายุ 66 ปี) พรรคประชาชาติ
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (อายุ 66 ปี) พรรครวมไทยสร้างชาติ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (อายุ 64 ปี)พรรคไทยสร้างไทย
พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ (อายุ 62 ปี) พรรคเศรษฐกิจ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (อายุ 61ปี) พรรคประชาธิปัตย์
Baby Boomer คือกลุ่มที่ถือ “ทุนประสบการณ์” สูงสุด พวกเขาผ่านทั้งยุคฟองสบู่แตก วิกฤตต้มยำกุ้ง การเมืองบนท้องถนน และการปรับโครงสร้างรัฐหลายรอบ จุดแข็งของผู้นำกลุ่มนี้คือความคุ้นเคยกับระบบราชการ ความมั่นคง และการบริหารความเสี่ยง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ถูกตั้งคำถามหนักขึ้นเรื่อยๆ ว่าจะตอบโจทย์โลกที่หมุนเร็ว เทคโนโลยีเปลี่ยนไว และคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมรับอำนาจแบบเดิมได้หรือไม่
ขณะที่ Gen X ซึ่งกำลังครองตำแหน่งหัวหน้าพรรคและแกนนำการเมืองจำนวนมาก คือ “รุ่นกลางสะพาน” ที่เข้าใจทั้งโลกอนาล็อกและดิจิทัล เป็นวัยทำงานเต็มตัว มีประสบการณ์บริหาร และยังพอเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ได้ กลุ่มนี้จึงกลายเป็นแกนหลักของหลายพรรค และมีโอกาสสูงในการชี้ขาดเกมอำนาจหลังเลือกตั้งนั่นเอง
ส่วน Gen Y คือปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าจับตาที่สุด แม้จำนวนแคนดิเดตจะยังไม่มากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน แต่พวกเขานำเสนอชุดความคิดที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน ตั้งแต่การเมืองเชิงนโยบาย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ความเท่าเทียม ไปจนถึงการใช้สื่อดิจิทัลสื่อสารกับประชาชนโดยตรง คนรุ่นนี้ไม่ได้ขาย “บารมี” หรือ “ประสบการณ์ในอดีต” แต่ขาย “ภาพอนาคต” และความสามารถในการรับมือโลกใหม่ นั่นทำให้สนามเลือกตั้ง 2569 กลายเป็นการปะทะกันระหว่างการเมืองแบบรักษาเสถียรภาพ กับการเมืองแบบเปลี่ยนโครงสร้างอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุดนี้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ได้ตัดสินด้วยอายุของแคนดิเดตเพียงอย่างเดียว แต่จะตัดสินด้วยว่าเจเนอเรชันใดสามารถอ่านความรู้สึกของสังคมได้ลึกกว่า และเสนอคำตอบที่น่าเชื่อถือกว่าให้กับประชาชน ในวันที่ประเทศกำลังยืนอยู่บนทางแยกระหว่าง “ความเคยชิน” กับ “ความหวังใหม่” คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าใครชนะการเลือกตั้ง แต่คือคนไทยจะสามารถฝากอนาคตประเทศไว้ในมือของผู้นำแบบใด ผู้ที่ยึดประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นเข็มทิศ หรือผู้ที่กล้าสร้างแผนที่ใหม่สำหรับวันข้างหน้า
อ้างอิงจาก:
– เว็บไซต์พรรคการเมือง
– กรุงเทพธุรกิจ
– ไทยรัฐ
– The Standard
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #อนาคตประเทศไทย

