“ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง” ถือเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและสะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของท้องถิ่นของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีจัดอยู่ที่ ปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งเป็นเทวสถานศิลปกรรมขอมโบราณที่ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟดับสนิท ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 ในศิลปกรรมขอมโบราณ ภายใต้ลัทธิไศวนิกาย เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางของพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และการเชื่อมโยงโลกมนุษย์กับจักรวาล
ความเป็นมาของ “ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง”
ย้อนกลับไปได้ตั้งแต่ พ.ศ. 2481 โดยมีพระเถระจากจังหวัดสุรินทร์เป็นผู้ริเริ่มนำคณะศรัทธาขึ้นไปประกอบศาสนกิจบนเขาพนมรุ้งเป็นประจำทุกปี จนกลายเป็นแบบแผนของการประกอบพิธีกรรมที่ผสมผสานความเชื่อทางพุทธและพราหมณ์เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง อย่างเช่น บ้านจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย ได้ร่วมแรงร่วมใจจัดงานนมัสการ ปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลอง และตกแต่งสถานที่บริเวณลานหน้าปราสาท จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง” ที่สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันต่อมาในปี พ.ศ. 2534 ภาครัฐโดยจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับกรมศิลปากร และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับงานประเพณีนี้ให้มีความยิ่งใหญ่และเป็นระบบมากขึ้น โดยยังคงยึดโยงกับพิธีกรรมดั้งเดิม เช่น การจัดงานในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 และการจำลองขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวีจากเมืองพระนครหลวง พร้อมเครื่องราชบรรณาการและขบวนเทพพาหนะประจำทิศทั้ง 10 การสืบทอดประเพณีนี้เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม และยังเป็นการสร้างความหมายใหม่ให้กับพื้นที่โบราณสถาน ให้กลายเป็นพื้นที่มีชีวิตที่ผู้คนยังคงเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้
และในปี 2569 งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน ภายใต้แนวคิดส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามนโยบายของรัฐ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ขึ้นส่องตรง 15 ช่องประตู” หนึ่งเดียวในโลก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลา 05.50-06.10 น. ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อที่ผู้คนจะมารับพลังแห่งความเป็นสิริมงคล ภายในงานประกอบไปด้วยพิธีกรรมและกิจกรรมที่ถอดแบบจากประวัติศาสตร์ขอมโบราณ ทั้งพิธีบวงสรวงองค์พระศิวะมหาเทพ ขบวนอัญเชิญเทพผู้พิทักษ์ทั้ง 10 ทิศ ขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี พระมารดาของเจ้าชายนเรนทราทิตย์ ผู้สร้างปราสาท ตลอดจนขบวนเทพพาหนะที่สื่อถึงจักรวาลตามคติฮินดู อย่างเช่น หงส์ ช้าง นาค ม้า และคชสีห์ ขบวนทั้งหมดเคลื่อนผ่าน “เสานางเรียง”
อีกทั้งยังมีความอลังการผ่านการแสดง “เหนือศรัทธาวนัมรุง” จากนางรำกว่า 800 คน ที่พร้อมใจกันถ่ายทอดความศรัทธาผ่านศิลปะการร่ายรำอย่างประณีต รวมถึงระบำอัปสราบุรีรัมย์ที่สื่อถึงรากเหง้าวัฒนธรรมขอม ขณะเดียวกันก็มี “ตลาดอารยธรรมวนัมรุง” ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนจากทั้ง 23 อำเภอได้นำเสนอสินค้าอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ (ผ้าภูอัคนี) ผ้าซิ่นตีนแดง อาหารพื้นเมืองหายาก ตลอดจนผลิตภัณฑ์ OTOP ต่างๆ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งรสชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอย่างครบมิติ
ย้อนไปในปี 2568 ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อสัมผัสความมหัศจรรย์ของประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งอย่างคึกคัก บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยการจับจ่ายใช้สอย ทั้งการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน ของฝาก ของที่ระลึก และการใช้บริการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ส่งผลให้เกิดเงินสะพัดภายในจังหวัดมากกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินสู่ชุมชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง ทั้งผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และภาคบริการ ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเกิดการหมุนเวียนและเติบโต
งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการนำเอาวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำคือโบราณสถานและความเชื่อ กลางน้ำคือการออกแบบกิจกรรมและประสบการณ์ และปลายน้ำคือการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ อย่างธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การคมนาคม และผู้ประกอบการท้องถิ่นต่างได้รับอานิสงส์โดยตรง ขณะเดียวกันยังเกิดการจ้างงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการขยายตัวของตลาดสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น อีกทั้งเทศกาลนี้ยังส่งผลกระทบเชิงบวกไปยังจังหวัดใกล้เคียงผ่านการเดินทาง การพักค้าง และการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนในระดับภูมิภาค
ยิ่งไปกว่านั้น งานนี้ยังสร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ที่มีมูลค่าสูงกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป เพราะนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในพิธีกรรมและวัฒนธรรม ทำให้เกิดคุณค่าทางอารมณ์และความทรงจำ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจกลับมาเยือนซ้ำและการบอกต่อในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังทำให้บุรีรัมย์ มีภาพจำในฐานะเมืองแห่งอารยธรรมขอมและเทศกาลระดับนานาชาติ แตกต่างจากภาพจำเดิมที่อาจเน้นเพียงกีฬาและการพัฒนาเมืองสมัยใหม่นั่นเอง
ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ถือเป็นหนึ่งในเสิ่งที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของ บุรีรัมย์ ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นการรักษามรดกอันล้ำค่านี้ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยต่อไปอีกด้วย
อ้างอิงจาก:
– ชนะพล ผินสู่, & ชาญสุวรรณ, ปัทมาวดี. (2564). ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง: พื้นที่พิธีกรรมและการสะท้อนอัตลักษณ์ จังหวัดบุรีรัมย์. คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
– ไทยโพสต์
ติดตาม ISAN Insight & Outlook ทุกช่องทางได้ที่
https://linktr.ee/isan.insight
#ISANInsightAndOutlook #อีสาน #ISAN #อีสานอินไซต์ #Business #Economy #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #ธุรกิจอีสาน #เศรษฐกิจอีสาน #ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง #เขาพนมรุ้ง #บุรีรัมย์

