August 2021

7 เขื่อนใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

ภาคอีสานนับว่าเป็นภูมิภาคที่มีเขื่อนขนาดใหญ่จำนวนมากที่สุดในประเทศ ด้วยพื้นที่ทำการเกษตรที่มีค่อนข้างมาก แต่มักประสบปัญหาคุณภาพดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ และยังต้องเผชิญกับฝนทิ้งช่วง ต้นฤดูกาลฝนตกน้อยทำให้ขาดแคลนน้ำ แต่ปลายฤดูฝนกลับตกหนักทำให้เกิดอุทกภัย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเพาะปลูก ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวอีสานเรื่อยมา . มีหลายโครงการที่ทำการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งในปัจจุบันภาคอีสานมีเขื่อนทั้งหมด 12 เขื่อน มากที่สุดในประเทศ โดยเขื่อนที่สามารถกักเก็บน้ำได้มากที่สุด 7 อันดับแรกคือ . อันดับ 1 เขื่อนอุบลรัตน์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนพองหนีบ ตั้งอยู่ที่ ต.เขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกในภาคอีสาน และเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของประเทศไทย ที่ถูกเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2509 มีประโยชน์มากมายหลายด้าน ทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร การประมง การป้องกันอุทกภัย การคมนาคม ตลอดจนเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ . ปริมาณน้ำกักเก็บล่าสุดอยู่ที่ 699 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำที่ระดับเก็บกักปกติสูงสุด 2,431 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีกกว่า 1,700 ล้านลูกบาศก์เมตร . อันดับ 2 เขื่อนลำปาว ตั้งอยู่ที่ ต.ลำปาว อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างในปี 2511 ช่วยบรรเทาอุทกภัยและใช้ประโยชน์ทางการเกษตร นอกจากนี้ยังเป็นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และมีหาดดอกเกดเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ . ปริมาณน้ำกักเก็บล่าสุดอยู่ที่ 648 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำที่ระดับเก็บกักปกติสูงสุด 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีกกว่า 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตร . อันดับ 3 เขื่อนสิรินธร ตั้งอยู่ที่ ต.นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ให้ประโยชน์ทางด้านการชลประทาน การเกษตร ด้านการผลิตไฟฟ้า ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนเข้ามาชมความสวยงามของเขื่อน . ปริมาณน้ำกักเก็บล่าสุดอยู่ที่ 1,237 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำที่ระดับเก็บกักปกติสูงสุด 1,966 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีกกว่า 700 ล้านลูกบาศก์เมตร . อันดับ 4 เขื่อนน้ำอูน ตั้งอยู่ที่ ต.แร่ อ.พังโคน จ.สกลนคร สร้างเสร็จเมื่อปี 2517 ใช้เพื่อกักเก็บน้ำในการชลประทาน บรรยากาศรอบเขื่อนเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บล่าสุดอยู่ที่ 221 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำที่ระดับเก็บกักปกติสูงสุด 520 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีกกว่า 290 ล้านลูกบาศก์เมตร . อันดับ 5 เขื่อนลำตะคอง ตั้งอยู่ที่ ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา สร้างเสร็จเมื่อปี 2512 ใช้ประโยชน์สำหรับการเพาะปลูก ใช้เพื่อการประปา อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอุทกภัย ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บล่าสุดอยู่ที่ …

7 เขื่อนใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

การกลับคืนถิ่น ผลของ COVID-19 จะช่วยหรือซ้ำเติมปรากฏการณ์สมองไหลของอีสาน

“จากอีสานบ้านนามาอยู่กรุง จากแดนทุ่งลุยลาย ชัยภูมิบ้านเดิมถิ่นเกิดกาย บ่ได้หมายจากจร” . ท่อนเปิดของเนื้อเพลง “คิดถึงทุ่งลุยลาย” ที่ลูกอีสานหลายคนรู้จักและร้องตามกันได้อย่างสนุกสนาน แต่นอกจากทำนองที่ช่วยกระตุ้นให้ทั้งร่างกายขยับแล้ว ก็คงเป็นเนื้อร้องที่ตรงใจใครหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องพลัดถิ่นเพื่อไปแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในเมืองกรุง . ยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ตั้งแต่ระลอก 2 เป็นต้นมา ที่ทำให้เราได้เห็นภาพเหตุการณ์แรงงานคืนถิ่นจำนวนมาก ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเรามีการเคลื่อนย้ายประชากรจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้าสู่เขตเศรษฐกิจหลัก อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไปไม่น้อยเลย . เนื่องจากแรงผลักดันทางเศรษฐกิจที่ทำให้ประชากรย้ายถิ่น คือ โอกาสการมีงานทำ รายได้ การศึกษา และฐานะความเป็นอยู่ในภาพรวม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เมื่อเปรียบเทียบการย้ายถิ่นระหว่างจังหวัดแล้ว กรุงเทพฯ จะเป็นพื้นที่ที่มีการย้ายถิ่นเข้าและย้ายถิ่นออกสูงที่สุดในปี 2020 โดยเป็นการย้ายเข้าประมาณ 82,000 คน และย้ายออกประมาณประมาณ 127,300 คน จากผู้ย้ายถิ่นทั้งหมด 1.05 ล้านคน . หรือถ้าเทียบการย้ายถิ่นระหว่างภาค ในปีเดียวกันนี้ ภาคอีสานก็ทำสถิติทั้งการย้ายถิ่นเข้าและย้ายถิ่นออกจากกรุงเทพฯ สูงที่สุดเช่นกัน โดยเป็นการย้ายถิ่นเข้าประมาณ 35,800 คน และย้ายถิ่นออกประมาณ 60,400 คน จากผู้ย้ายถิ่นระหว่างภาค 0.39 ล้านคน (คิดจากผู้ย้ายถิ่นเฉพาะภายในประเทศ 1.02 ล้านคน) . ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าการย้ายถิ่นที่ดูจะเป็นเรื่องปกติของมนุษย์นั้น สัมพันธ์กับ “ปรากฏการณ์สมองไหล” อย่างไร ? . ก่อนอื่นต้องรู้จักคำว่า สมองไหล (brain drain หรือ human capital flight) เดิมทีใช้นิยามถึงการอพยพ ของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี จากทวีปยุโรปไปยังอเมริกาเหนือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง . ต่อมาปรากฏการณ์นี้ถูกนำมาใช้อธิบายถึงประเทศใดก็ตามที่ต้องสูญเสียคนชั้นมันสมอง ซึ่งมักเป็นการอพยพออกจากประเทศของกลุ่มบุคคลที่มีทักษะหรือความรู้เฉพาะด้าน โดยที่ผ่านมาปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นกับประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาที่กำลังเผชิญปัญหาไม่ว่าจะเป็นในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือแม้กระทั่งอนามัยสิ่งแวดล้อม . เมื่อนำมาพูดในบริบทของภูมิภาค ก็จะหมายถึงผู้มีความรู้ความสามารถ ที่ควรจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภูมิภาคนั้น แต่กลับต้องอพยพโยกย้ายไปทำงานหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่อื่น ซึ่งปรากฏการณ์สมองไหล มักถูกตีความว่าเป็นการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้อพยพบางส่วนก็นำทักษะความรู้ต่าง ๆ ที่รัฐบาลหรือบริษัทเอกชนเป็นฝ่ายสนับสนุนไปด้วย ทำให้ต้องเสียเงินทุนและเวลาในการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้นมาใหม่ . แม้ในสถานการณ์ COVID-19 จะทำให้แรงงานกลับคืนถิ่นจำนวนมาก แต่หากเราลองเจาะดูในมิติเซ็กเตอร์จะพบว่า แรงงานกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักคือแรงงานที่ทำงานในภาคบริการ โรงแรม และภัตตาคาร . สอดคล้องกับผลสำรวจด้านอาชีพของผู้ย้ายถิ่นปี 2020 ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นผู้จัดทำ โดยกลุ่มใหญ่สุด คือ กลุ่มอาชีพที่ต้องใช้ทักษะปานกลางและต่ำ เช่น อาชีพงานบริการและผู้จำหน่ายสินค้า 1.6 แสนคน รองลงมาเป็นอาชีพพื้นฐาน เช่น คนทำความสะอาด คนงานด้านเกษตรกรรม และคนงานก่อสร้าง 1.05 แสนคน ผู้ปฏิบัติงานฝีมือในด้านการเกษตร ป่าไม้ และประมง 0.97 …

การกลับคืนถิ่น ผลของ COVID-19 จะช่วยหรือซ้ำเติมปรากฏการณ์สมองไหลของอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

อาชีพหลัก vs รายได้หลักของคนอีสาน

ในอดีตดินแดนอีสานผู้คนกล่าวขานถึงความแห้งแล้งและยากจน แต่ในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก พื้นที่เหล่านี้กลับกลายเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรสำคัญของประเทศ . คนอีสานกว่า 3.57 ล้านครัวเรือนประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก พื้นที่กว่า 63.9 ล้านไร่เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ประกอบด้วยพื้นที่ทำนา 41.7 ล้านหรือคิดเป็น 65% ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด . ถึงอย่างนั้นอาชีพเกษตรกรก็นับว่าเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนต่ำ (high risk, low return) ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความแปรปรวนของสภาพดินฟ้าอากาศ ระบบการผลิต กลไกราคา และอื่น ๆ อีกมากมาย . สาเหตุสำคัญที่ทำให้รายได้ของเกษตรกรอีสานต่ำ . 1. ผลผลิตต่อไร่ต่ำ จากข้อจำกัดทางกายภาพของภาคอีสาน ที่มีแหล่งชลประทานน้อยครอบคลุม พื้นที่การเกษตรเพียงร้อยละ 9.8 ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด บางพื้นที่ประสบกับภัยแล้งซ้ำซาก การมีดินเค็มมากถึง ร้อยละ 30.2 ของพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ . 2. ต้นทุนการผลิตสูง ต้นทุนการผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคอีสาน ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.8 ต่อปี ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.4 ต่อปี ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย . 3. เกษตรกรรายย่อยไม่มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างขาย ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพแตกต่างกัน และมีผลผลิตในจำนวนไม่มากนัก เมื่อขายออกสู่ท้องตลาดจึงถูกกดราคาผลผลิตให้ต่ำ เหล่าเกษตรกรเลือกที่จะผลักดันลูกหลานออกจากระบบเกษตร ให้ไปแสวงหาอาชีพอื่นที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าและรายได้ดีกว่า อาทิ แรงงานในภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงภาคบริการและรับจ้าง เมื่อดูจีดีพีรายภูมิภาค พบว่ามีสัดส่วนรายได้ที่มาจากนอกภาคการเกษตรกรรมสูงถึงร้อยละ 81 ส่วนภาคเกษตรมีเพียงร้อยละ 19 ในปี 2562 . กิจกรรมที่มีสัดส่วนรายได้สูงสุดในอีสาน ได้แก่ ภาคการผลิตโรงงาน (Manufacturing) มีสัดส่วนร้อยละ 24 ภาคค้าส่งและค้าปลีก การซ่อมยานยนต์ฯ (Wholesale and retail trade and repair of motor vehicles) มีสัดส่วนร้อยละ 15 และภาคการศึกษา (education) มีสัดส่วนร้อยละ 12 รายได้หลักของคนอีสานจึงไม่ได้มาจากภาคเกษตรกรรม แต่มาจากนอกภาคเกษตรกรรม . ถึงแม้ภาคอีสานจะพึ่งพารายได้จากกิจกรรมนอกภาคเกษตรกรรมในสัดส่วนที่สูง แต่ยังคงเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ทั้งปัญหาเรื่องผลิตภาพที่ต่ำกว่าทุกภาค หรือปัญหาเชิงโครงสร้างที่อยู่กับคนอีสานมายาวนาน โดยเฉพาะในเรื่องของการกระจายรายได้ . เป็นโจทย์ที่ท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการสร้างงานใหม่ ๆ ที่มีรายได้ สร้างความมั่นคงทั้งในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร ดึงคนที่มีคุณภาพ มีความรู้กลับมาทำงานที่ภูมิลำเนาเพื่อเพิ่มผลิตภาพ แทนที่จะย้ายไปทำงานที่กรุงเทพฯ นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาปรับใช้มากขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาเศรษฐกิจอีสานให้เติบโตต่อไปได้ . . หมายเหตุ: …

อาชีพหลัก vs รายได้หลักของคนอีสาน อ่านเพิ่มเติม »

ปลาร้าอีสาน โอกาสในการสร้างธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

หากให้นึกถึงอาหารที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของภาคอีสาน หลายคนคงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ส้มตำ” เพราะด้วยรสชาติที่จัดจ้านทั้งความเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ได้อย่างลงตัว ผสานกับวัตถุดิบหลักที่ถือเป็นกุญแจสำคัญของความแซ่บนัวอย่าง “ปลาร้า” ก็คงไม่แปลกที่จะผลักให้อาหารจานนี้กลายมาเป็นเมนูยอดฮิตติดปากของใครหลาย ๆ คน . ปลาร้าหรือที่ภาษาอีสานเรียก “ปลาแดก” เป็นอาหารท้องถิ่นสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะปลาร้าอีสานของไทย ซึ่งต้องเล่าก่อนว่าอีสานเป็นภูมิภาคที่มีสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง ทำให้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ต้องหาวิธีถนอมอาหารให้สามารถรับประทานได้นานตลอดทั้งปีโดยที่ไม่เน่าเสียไปก่อน จึงเกิดกรรมวิธีการนำปลามาหมักไว้ระยะเวลาหนึ่ง เพื่อถนอมอาหารให้อยู่ได้นานขึ้น ซึ่งอาจเรียกว่าเป็น “ความมั่นคงในการดำรงชีวิตของคนอีสาน” ก็ได้ . ส่วนประกอบและวิธีการทำปลาร้าของคนอีสานจะค่อนข้างแตกต่างจากพื้นที่อื่น เพราะปลาร้าจะมีสีน้ำตาลปนดำและมีกลิ่นแรงเฉพาะตัว โดยส่วนประกอบสำคัญจะมีอยู่ด้วยกัน 3 อย่าง คือ . 1.ปลา ที่นำมาทำสามารถเป็นได้ทั้งปลาขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ และเป็นปลาน้ำจืด ที่นิยมกันมากจะเป็นปลาเนื้ออ่อน เช่น ปลากด ปลากระดี่ และปลาขาว . 2. รำข้าว ใช้ใส่ในปลาร้าระหว่างที่มีการหมัก หากเป็นแบบดั้งเดิมจะเป็นรำข้าวซ้อมมือ . 3. เกลือ ในกรรมวิธีการหมักปลาร้า คือ เกลือสินเธาว์ เพราะเป็นเกลือที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นและไม่ทำให้ปลาร้าเน่าเสีย . ทั้งนี้แหล่งผลิตปลาร้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของภาคอีสานจะอยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่ติดกับแม่น้ำที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชาวอีสาน ทำให้การหาวัตถุดิบเพื่อนำมาทำปลาร้าเป็นไปโดยง่ายและมีต้นทุนต่ำกว่าที่อื่น ๆ . แม้การผลิตปลาร้าในอดีตจะเป็นเพียงการถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้บริโภคภายในครัวเรือน แต่ปัจจุบันได้มีการผลิตปลาร้าเพื่อจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์มากขึ้น จากธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตปลาร้าขนาดใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนและพัฒนาในเรื่องของวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงกรรมวิธีการผลิตให้ถูกสุขลักษณะตามหลักสากล เห็นได้จากในปี 2561 ที่คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานการผลิตปลาร้าเทียบเท่ากับมาตรฐานสากลไว้ . ประกอบกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ที่ได้สนับสนุนการลงทุน การส่งออกปลาร้า โดยได้ออกกฎหมายยกเว้นอากรขาออก และกำหนดให้ปลาร้าเป็นสินค้าที่ไม่มีการควบคุมในการส่งออกไปต่างประเทศ (เว้นแต่ประเทศผู้นําเข้าต้องการการรับรองเกี่ยวกับเรื่องใด ผู้ส่งออกก็ต้องไปขอใบรับรองก่อนการส่งออก) ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตปลาร้าสามารถขยายตัวไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น . ที่ผ่านมาในประเทศมีกำลังการผลิตปลาร้าอยู่ที่ 20,000 – 40,000 ตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 800 ล้านบาท/ปี มีอัตราการบริโภคปลาร้าประมาณ 15 – 40 กรัม/คน/วัน และมีปริมาณการซื้อขายปลาร้าทั่วประเทศคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 9 ล้านบาท/วัน หรือหากยกตัวอย่างรายได้ของผู้จำหน่ายปลาร้ารายใหญ่ท่านหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-15,000 บาท/วัน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 4,500,000 บาท /ปี . “เม็ดเงินมหาศาลที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการได้ขนาดนี้ เป็นผลมาจากแนวโน้มในการบริโภคปลาร้าภายในประเทศมากขึ้น” . แล้วการจำหน่ายปลาร้าไปต่างประเทศล่ะเป็นอย่างไร ? . จากกลุ่มลูกค้าหลักที่บริโภคปลาร้าในต่างประเทศ คือ คนไทยและคนเอเชีย เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา โดยตลาดที่ส่งออกสำคัญ เป็นตลาดของประเทศเพื่อนบ้านและตลาดอื่น ๆ เช่น สหรัฐฯ ยุโรป และตะวันออกกลางที่มีแรงงานไทยหรือคนเอเชียไปอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ผลิตภัณฑ์ปลาร้าสามารถสร้างมูลค่ารวมการส่งออกได้มากกว่า 20 ล้านบาท/ปี . …

ปลาร้าอีสาน โอกาสในการสร้างธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม อ่านเพิ่มเติม »

อยากได้ของถูก ไม่ต้องไปไหน รถโมบายพาณิชย์ช่วยได้

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกล่าสุด “สายพันธุ์เดลตา” ที่ทั้งรวดเร็วและก่อให้เกิดอาการรุนแรง โดยเฉพาะกับคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน จนส่งให้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นเป็น New High อยู่หลายครั้ง ผู้คนจำนวนมากจึงตอบสนองมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ ด้วยการหันไปซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่ก็อาศัยรถโมบายพาณิชย์เพื่อตุนเสบียงแทน . เมื่อพูดอย่างนี้แล้ว หลายคนอาจสงสัยว่า “รถโมบายพาณิชย์” คืออะไร ? . รถโมบายพาณิชย์หรือที่รู้จักกันในชื่อ “รถพุ่มพวง” เป็นรถกระบะเปิดท้ายหรือแต่งท้ายเพื่อขายของสด ของแห้ง และของใช้จำเป็น มีลักษณะเด่นคือ สินค้าจะถูกจัดเรียงในกระบะ บางส่วนก็ใส่ถุงและห้อยเป็นพวง ๆ ไว้ทั่วตัวรถ . จากความเดือดร้อนของประชาชนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้เปิดตัวโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน ซึ่งได้นำรถโมบายพาณิชย์ตระเวนไปจำหน่ายสินค้าราคาถูกในพื้นที่ชุมชน ให้ประชาชนที่ต้องกักตัวหรือไม่สามารถเดินทางไปซื้อสินค้าสามารถซื้อสินค้าตามที่ตัวเองต้องการได้ . เริ่มจากพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แล้วขยายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ จำนวนกว่า 1,000 คัน โดยภาคอีสานเองก็ไปมาแล้วหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี และศรีสะเกษ . ทั้งนี้หลายคนอาจสงสัยอีกว่ารถโมบายพาณิชย์ของกระทรวงพาณิชย์ต่างจากรถพุ่มพวงที่มีอยู่แต่เดิมอย่างไร ? . รถโมบายพาณิชย์จะขายสินค้าที่หลากหลายกว่า บางรายการราคาถูกกว่าท้องตลาด และผู้ซื้อสามารถตรวจสอบราคาได้อย่างเป็นธรรม โดยสินค้าที่มีขาย ได้แก่ หมวดอาหาร ทั้งของสดและของแห้ง หมวดซอสปรุงรส หมวดผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย หมวดผลิตภัณฑ์ซักล้าง หมวดของใช้ประจำวัน เช่น ครีมทาผิว ผ้าอนามัย และหมวดยารักษาโรค ซึ่งสินค้าอุปโภคบริโภคเหล่านี้บางรายการถูกนำมาลดราคาสูงถึง 60% . เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการบริโภคของประชาชน ให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรหรือผู้ผลิตในแต่ละท้องถิ่น และเพิ่มการจ้างงาน ด้วยการจ้างผู้ขับรถกระบะในพื้นที่นั้น ๆ วิ่งขายสินค้าให้ . สำหรับผู้ที่สนใจซื้อของจากรถโมบายพาณิชย์ สามารถตรวจสอบจังหวัดหรือพื้นที่ที่รถจะไปจอด รวมถึงราคาและสินค้าที่ขายได้จากเว็บไซต์ https://xn--b3cruqnhd7jcv0m8e.com/ หรือสแกนผ่านคิวอาร์โค้ดที่ติดอยู่ข้างรถได้ โดยอาทิตย์นี้ (16-20 สิงหาคม) รถโมบายพาณิชย์จะเคลื่อนไปยังจังหวัดนนทบุรี บุรีรัมย์ และสุรินทร์ . . อ้างอิง https://bit.ly/3m0ohaZ https://bit.ly/3m36j7C https://bit.ly/3iM3FkJ

“ผังเมืองอีสาน” ภาพสะท้อนการพัฒนาระดับภูมิภาค

ถ้าพูดถึงผังเมืองในประเทศไทย หลายคนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับผังเมืองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ถ้าพูดถึงผังเมืองในภูมิภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือที่มักเรียกติดปากกันว่า “ภาคอีสาน” เชื่อว่ามีคนอีกมากที่ยังไม่รู้รูปแบบ รวมไปถึงแผนการพัฒนาผังเมืองในระยะยาวว่าจะมีทิศทางอย่างไร และเป็นประโยชน์กับการดำเนินชีวิตของตัวเองมากน้อยแค่ไหน . ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่า “ผังเมือง” ในไทย เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศในภาพรวม ผ่านนโยบายที่มีรูปแบบเป็นลำดับศักย์ของผังลงมา (คล้ายกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) จากผังประเทศ ลงมาผังภาค ผังจังหวัด และผังพื้นที่ ซึ่งแต่ละกระทรวง หน่วยงาน หรือองค์กร ก็จะต้องจัดทำแผนให้สอดคล้องกับผังนโยบายหลัก . ไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การเชื่อมโยงระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ การรักษาสภาพแวดล้อม หรือแม้แต่การบูรณะสถานที่และวัตถุสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นและใกล้เคียงเกิดความสะดวกสบาย รู้สึกปลอดภัย สามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม อาจรวมไปถึงสามารถใช้ประโยชน์จากผลสำเร็จของแผนมาพัฒนาธุรกิจของตัวเองได้ . แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น ก็ต้องรู้ด้วยว่าผังเมืองแต่ละผังมีกรอบกฎหมายที่มากำหนดและบังคับใช้ต่างกัน เช่น ในพื้นที่ที่มีการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ภายใต้การพัฒนาของภาคเอกชน ได้แก่ ย่านที่อยู่อาศัย ย่านพาณิชยกรรม ย่านอุตสาหกรรม และย่านเกษตรกรรม เราจะสามารถสร้างอะไร ห้ามสร้างอะไร หรือความสูงได้แค่ไหน (ไม่ให้บดบังทัศนียภาพ) ซึ่งรายละเอียดยิบย่อยที่ซ้อนทับกันอยู่นี้จะทำให้การจัดทำหรือแก้ไขผังเมืองเป็นไปอย่างยากลำบาก . ครั้งนี้เราจึงอยากพาทุกคน “มาเบิ่งดู” การดำเนินงานด้านผังเมืองผ่านการจัดรูปที่ดิน (Land Readjustment) ซึ่งถูกนำมาใช้มากที่สุดวิธีการหนึ่ง (แม้ยังประสบปัญหาการใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่) โดยมุ่งไปที่ภาคอีสาน ภูมิภาคที่มักมีภาพจำของชนบท ความแห้งแล้ง และยากต่อการพัฒนา ว่าในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา มีจังหวัดใดบ้างที่มีการเปลี่ยนแปลงของผังเมือง . . การจัดรูปที่ดิน คือ การนำเเปลงที่ดินหลาย ๆ เเปลงมารวมกัน แล้วจัดรูปใหม่ให้เป็นระเบียบ พร้อมทั้งวางระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ เเละบริการสาธารณะต่าง ๆ ให้ได้มาตรฐานตลอดโครงการ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน . . ตัวอย่างโครงการจัดรูปที่ดินในภาคอีสานทั้งที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและเสร็จสิ้นแล้ว . ปีงบประมาณ 2557 โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณถนนปัทมานนท์ อําเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองกระตึ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ระยะที่ 1 . ปีงบประมาณ 2558 โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ชุมชนศรีมหาสารคาม ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสารคาม ระยะที่ 1 โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณชุมชนตาดแคน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณชุมชนบ้านศาลาแดง ตําบลตาดทอง อําเภอเมือง จังหวัดยโสธร โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณทุ่งนาเมี่ยง เทศบาลเมืองเลย จังหวัดเลย โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณเทศบาลเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณผังเมืองรวมเมืองบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา . ปีงบประมาณ 2559 โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณตําบลแก่งเลิงจาน และตําบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสารคาม ระยะที่ 2 …

“ผังเมืองอีสาน” ภาพสะท้อนการพัฒนาระดับภูมิภาค อ่านเพิ่มเติม »

Scroll to Top