พามาเบิ่ง “มหกรรมพืชสวนโลก” 4 ครั้งในไทย จากเชียงใหม่ สู่ 2 จังหวัดอีสาน เงินสะพัดหลักหมื่นล้าน

ใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่ถึง 2 เดือน มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มหกรรมพืชสวนโลกมาจัดขึ้นในภาคอีสานบ้านเรา แถมยังเป็นครั้งแรกของโลกที่จัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำอีกด้วย  แต่ก่อนที่เราจะไปเบิ่งว่า “อุดรธานี” จะเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจอีสานได้แค่ไหน ลองย้อนดูเส้นทางของพืชสวนโลกในประเทศไทยกันก่อนว่า ที่ผ่านมาเราเคยจัดที่ไหน และแต่ละครั้งสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจมากแค่ไหน⁉️

ย้อนกลับไปปี 2549 การจัดมหกรรมพืชสวนโลกครั้งแรกของไทยจัดขึ้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ กับงาน “มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549” บนพื้นที่ประมาณ 470 ไร่ ที่ตำบลแม่เหียะ งานครั้งนั้นได้รวบรวมพรรณไม้จากทั่วโลก และยังเป็นเวทีแสดงศักยภาพด้านการเกษตรและพืชสวนของไทยสู่สายตานานาชาติ ที่สำคัญคือสามารถดึงนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเข้าสู่เชียงใหม่ จนเกิดการใช้จ่ายต่อเนื่องทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และธุรกิจท่องเที่ยว โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยในเวลานั้นประเมินว่า งานดังกล่าวมีศักยภาพสร้างเงินสะพัดให้เชียงใหม่ประมาณ 24,000 ล้านบาท

จากความสำเร็จครั้งแรก เพียงไม่กี่ปีต่อมา เชียงใหม่ก็ได้เป็นเจ้าภาพอีกครั้งในปี 2554 กับ “ราชพฤกษ์ 2554” บนพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ งานครั้งนี้มีผู้เข้าชมประมาณ 2.2 ล้านคน และใช้งบจัดงานราว 838 ล้านบาท โดยครั้งนี้ได้สร้างเงินสะพัดไว้กว่า 16,000 ล้านบาท โดยพืชสวนโลกได้เป็นแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยวเข้าประตูงาน และยังช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจรอบเมือง เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามา เงินก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่งาน แต่กระจายไปยังที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า รถรับส่ง และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ของเชียงใหม่อีกด้วย

และตอนนี้ พืชสวนโลกกำลังเดินทางมาถึง ภาคอีสานเป็นครั้งแรก กับ มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดประมาณ 1,030 ไร่ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่างานที่เชียงใหม่ทั้งสองครั้งโดยคาดว่าผู้เข้าชมประมาณ 3.6 ล้านคน จาก 20 ประเทศ และคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนกว่า 32,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสของธุรกิจนับหมื่นรายในอีสาน ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ รถเช่า การบิน ห้างค้าปลีก ร้านของฝาก ไปจนถึงเกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่น ยิ่งนักท่องเที่ยวพักค้างคืนและเดินทางออกไปเที่ยวจังหวัดอื่น เงินก็ยิ่งมีโอกาสกระจายออกจากพื้นที่จัดงานไปสู่เศรษฐกิจของจังหวัดรอบข้าง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภาครัฐมองงานอุดรธานีเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของอีสาน และมีการคาดการณ์ว่าจะช่วยสร้างงานได้ถึงประมาณ 81,000 อัตรา

สำหรับภาคอีสานไม่จบอยู่แค่อุดรธานี เพราะหลังจากนั้น นครราชสีมา กำลังจะรับไม้ต่อกับมหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา 2573 ที่เดิมกำหนดจัดขึ้นที่ อ.คง แต่ล่าสุดมีมติการเห็นชอบให้ย้ายพื้นที่จัดงานไป อ.ปากช่อง เนื่องจากปากช่องมีความพร้อมมากกว่า ทั้งด้านการเดินทาง ที่พัก สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีฐานนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยคาดว่าจะจัดบนพื้นที่ประมาณ 678 ไร่ และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมถึง 2.6-4 ล้านคน โดยจัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่มุ่งนำเสนอธรรมชาติ เทคโนโลยีการเกษตร และอนาคตสีเขียว

การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในภาคอีสานทั้ง 2 จังหวัดใหญ่นี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของภาคอีสาน เพราะอุดรธานีอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงหนองคาย สปป.ลาว และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ขณะที่นครราชสีมาเป็นประตูสู่อีสานและเชื่อมต่อภาคกลางได้อย่างสะดวก หากทั้งสองงานสามารถต่อยอดหลังจบงาน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน นักท่องเที่ยว ฐานธุรกิจ และภาพลักษณ์ของภูมิภาค ก็มีโอกาสกลายเป็นทุนที่สร้างมูลค่าให้อีสานต่อไปอีกหลายปีนั่นเอง

 

อ้างอิงจาก:

– SUM UP

– Udon Thani International Horticultural Expo 2026

– รัฐบาลไทย

– กรมประชาสัมพันธ์

– กรมประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา

– ไทยพีบีเอส (Thai PBS)

#ISANInsightAndOutlook #อีสานอินไซต์ #มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี #มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา #มหกรรมพืชสวนโลก #อุดรธานี #นครราชสีมา #เชียงใหม่

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top