🏔️ “เลย” สวิตเซอร์แลนด์อีสาน เมืองเล็กรายได้สูง

จังหวัด “เลย” เป็นเมืองเล็กในหุบเขาชายแดนอีสานตอนบน ที่คำขวัญประจำจังหวัดบอกตัวตนได้ครบใน 5 วรรค “เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู ถิ่นที่อยู่อริยสงฆ์ มั่นคงความสะอาด” แต่ถ้าอ่านแค่คำขวัญ อาจพลาดเรื่องที่น่าสนใจที่สุดของจังหวัดนี้ไป นั่นคือตัวเลขเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจอันดับ 12 แต่รายได้ต่อหัวอันดับ 3

ข้อมูลปี 2567 เลยมีขนาดเศรษฐกิจ (GPP) 68,330 ล้านบาท อยู่อันดับ 12 ของภาคอีสาน แม้อันดับจะไม่สูงมาก แต่เมื่อหารด้วยประชากรที่มีเพียงราว 531,800 คน กลับได้รายได้ต่อหัวสูงถึง 128,491 บาทต่อคนต่อปี ทะยานขึ้นเป็น อันดับ 3 ของภาค เป็นรองเพียงนครราชสีมาและขอนแก่นเท่านั้น

เมื่อดูโครงสร้าง จะพบว่าภาคบริการเป็นเครื่องยนต์หลักด้วยมูลค่า 35,772 ล้านบาท หรือ 52.4% ตามมาด้วยภาคการเกษตร 19,185 ล้านบาท หรือ 28.1% และภาคอุตสาหกรรม 13,373 ล้านบาท หรือ 19.6%

จุดที่ทำให้เลยต่างจากเมืองรองอีสานทั่วไป คือสัดส่วนภาคอุตสาหกรรมที่สูงเกือบ 20% ซึ่งมาจากฐานเหมืองแร่และโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร โดยลำพังภาคการผลิตอย่างเดียวมีมูลค่าถึง 10,161 ล้านบาท ขณะที่ภาคเกษตรของจังหวัดเลยก็ไม่ได้พึ่งข้าวนาปีเป็นหลักเหมือนจังหวัดอื่นในภาค แต่เป็นยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และอ้อยโรงงาน ซึ่งเป็นพืชที่ให้มูลค่าต่อไร่สูงกว่า

ในปี 2567 เศรษฐกิจเลยขยายตัว 9.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สูงเป็นอันดับ 4 ของภาคอีสาน โดยมีแรงหนุนจากภาคเกษตรที่มูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 21% และภาคการผลิตที่โตราว 17% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการเติบโต ณ ราคาประจำปี หากวัดที่ปริมาณจริง (CVM) เศรษฐกิจเลยขยายตัว 2.65% ส่วนต่างที่เหลือมาจากราคาสินค้าเกษตรที่ปรับขึ้น

คนมาเที่ยว 2.5 ล้านคน ในจังหวัดที่มีคนอยู่ 5 แสน

ปี 2568 เลยต้อนรับผู้เยี่ยมเยือน 2,521,435 คน มากกว่าจำนวนประชากรทั้งจังหวัดเกือบ 5 เท่า สร้างรายได้ 6,424 ล้านบาท คิดเป็นการใช้จ่ายเฉลี่ย 2,548 บาทต่อคน

แต่ตัวเลขที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือ ผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติมีเพียง 34,581 คน หรือ 1.4% เท่านั้น แปลว่าเครื่องยนต์ท่องเที่ยวของเลยแทบทั้งหมดคือตลาดคนไทย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งที่ทนต่อความผันผวนจากต่างประเทศ และโจทย์ใหญ่ที่ยังมีช่องว่างมหาศาลในการดึงตลาดต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเดินป่าและ Slow Travel

อีกมุมที่น่าคิดคือ แม้เม็ดเงินท่องเที่ยวจะสะพัดถึง 6,424 ล้านบาท แต่มูลค่าเพิ่มที่ตกอยู่ในจังหวัดผ่านสาขาที่พักแรมและบริการอาหารมีเพียง 978 ล้านบาท หรือ 1.4% ของ GPP สะท้อนว่าเงินท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยัง “ไหลผ่าน” มากกว่า “ไหลลง” ในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น

ผีตาโขน มรดกวัฒนธรรมหนึ่งเดียวในโลก

ขอบคุณรูปภาพจาก: CBT Thailand

Soft Power ที่ทรงพลังที่สุดของจังหวัดคือ “งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน” ที่อำเภอด่านซ้าย ซึ่งไม่ใช่แค่เทศกาลหน้ากากสีสันจัดจ้าน แต่เป็นพิธีกรรมที่รวม “บุญพระเวส” เข้ากับ “บุญบั้งไฟขอฝน” ตามตำนานที่เล่าว่าเหล่าผีป่าตามส่งเสด็จพระเวสสันดรกลับเมือง จนเพี้ยนจาก “ผีตามคน” มาเป็น “ผีตาโขน”

หน้ากากทุกใบประดิษฐ์ด้วยมือจากหวดนึ่งข้าวเหนียว กาบมะพร้าว และเศษผ้า สะท้อนภูมิปัญญาของ “ชาวไทด่าน” พร้อมขบวนแห่ผีตาโขนใหญ่ที่สูงกว่าคนจริงเท่าตัว และปิดท้ายด้วยการลอยหน้ากากลงลำน้ำหมันเพื่อปล่อยสิ่งไม่ดีไปกับสายน้ำ ประเพณีนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติตั้งแต่ปี 2556 และในปี 2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายน ส่วนใครที่มาไม่ตรงเทศกาล ยังแวะ “พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน” ที่วัดโพนชัยได้ทุกวัน เข้าชมฟรี ตั้งแต่ 8.00-17.00 น. ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนแห่งเดียวในประเทศไทย

ทะเลภูเขา และเมืองเก่าริมโขง

ขอบคุณรูปภาพจาก: หรอยจัง รีวิว – Roijang Travel และ Kapook.com

เลยคือจังหวัดที่ขายอากาศได้จริง ตั้งแต่ ภูกระดึง หมุดหมายของนักเดินป่าทั่วประเทศที่มีผาหล่มสักเป็นภาพจำ ภูเรือ ที่หนาวที่สุดในสยาม ไปจนถึง ภูป่าเปาะ ที่ถูกเรียกว่า “ฟูจิเมืองเลย” และ สวนหินผางาม หรือ “คุนหมิงเมืองไทย”

ส่วนสายวัฒนธรรมมี เชียงคาน เมืองเก่าริมโขงที่กลายเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวชุมชนของอีสาน ทั้งถนนคนเดิน ตักบาตรข้าวเหนียวยามเช้า แก่งคุดคู้ และประเพณีผาสาดลอยเคราะห์ช่วงออกพรรษา รวมถึง พระธาตุศรีสองรัก ที่อำเภอด่านซ้าย สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2103-2106 ในฐานะสัญลักษณ์สัมพันธไมตรีระหว่างกรุงศรีอยุธยากับอาณาจักรล้านช้าง

ไวน์ไทยเจ้าแรก และของดีที่หาที่อื่นไม่ได้

ขอบคุณรูปภาพจาก: Travel the World

ความสูงจากระดับน้ำทะเลทำให้เลยปลูกพืชที่จังหวัดอื่นในอีสานปลูกไม่ได้ ที่โดดเด่นที่สุดคือ ไวน์ชาโต เดอ เลย (Château de Loei) จากสวนภูเรือวโนทยาน อำเภอภูเรือ ซึ่งบุกเบิกโดย นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต ตั้งแต่ปี 2534 บนพื้นที่สูง 600-800 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นไวน์แบรนด์ไทยเจ้าแรกที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ พร้อมด้วยแมคคาเดเมียและกาแฟจากพื้นที่สูงเดียวกัน

ด้านของฝากขึ้นชื่อ มะพร้าวแก้วเชียงคาน ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องหิ้วกลับ ตามด้วย ผ้าฝ้ายทอมือไทเลย จากบ้านก้างปลาและเชียงคาน ส่วนสินค้าที่ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แล้วมี 2 รายการ คือ ข้าวเหนียวแดงเมืองเลย และ ข้าวเหนียวซิวเกลี้ยงเมืองเลย ขณะที่ สับปะรดไร่ม่วง ซึ่งมีพื้นที่ปลูกราว 610 ไร่ จากเกษตรกร 102 ครัวเรือน สร้างรายได้ราว 30 ล้านบาทต่อปี กำลังอยู่ระหว่างการผลักดันขึ้นทะเบียน GI

บ้านเกิดตำนานร็อก และโลเคชันหนังระดับโลก

เลยคือบ้านเกิดของ อัสนี โชติกุล และ วสันต์ โชติกุล สองพี่น้องชาวอำเภอเมืองเลย ที่กลายเป็นตำนานเพลงร็อกไทย และในโลกภาพยนตร์ เลยคือโลเคชันของ “ร่างทรง” (The Medium, 2564) ผลงานร่วมทุนไทย-เกาหลี กำกับโดยบรรจง ปิสัญธนะกูล และอำนวยการสร้างโดยนา ฮง-จิน ที่พาภาพหุบเขาและหมู่บ้านของเลยไปปรากฏบนจอในหลายประเทศ

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า “เลย” ไม่ใช่แค่เมืองหนาวที่คนไปเที่ยวปีละครั้ง แต่เป็นจังหวัดที่มีฐานเศรษฐกิจกระจายตัวจริง มีสินค้าที่ภูมิประเทศเป็นตัวสร้างความได้เปรียบ และมีทุนทางวัฒนธรรมที่พร้อมต่อยอดในระดับโลก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top